LOGINกรงเหล็กสีดำสนิทและกลิ่นอายความตายที่ลอยคละคลุ้งอยู่ในเรือนจำความมั่นคงสูงสุด คือสถานที่ขัดเกลาวิญญาณของครามินทร์ให้กลายเป็นปีศาจอย่างไร้ความรู้สึก ตลอดหลายปีหลังลูกกรง ชีวิตของเขาคือสนามรบที่ต้องเอาชีวิตรอดจากนักโทษเดนตายและผู้คุมกังฉินที่จ้องจะเอาชีวิต ร่างกายแกร่งเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการต่อสู้ แต่มันกลับแลกมาด้วยความแข็งแกร่งและอำนาจดิบเถื่อนที่ใครก็ไม่กล้าเข้าใกล้
ในค่ำคืนที่ฝนตกหนัก เสียงฝีเท้าหนักแน่นของกลุ่มผู้คุมเดินนำชายสูงวัยในชุดสูทสีเข้มราคาแพงเข้ามายังแดนประหารคุมขังเดี่ยว ชายผู้นั้นมีเส้นผมสีดอกเลา ใบหน้าเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งประสบการณ์และอำนาจล้นเหลือ ทว่าสิ่งที่สะดุดตาสุดคือแววตานิ่งสงบทรงพลังที่กวาดมองมายังคราม ซึ่งกำลังยืนพิงลูกกรงด้วยท่าทางเย่อหยิ่งไม่เกรงกลัวใคร "เจ้าสัวภาคภูมิ" หรือที่นักโทษทั้งคุกเรียกกันลับๆ ว่า "พ่อเลี้ยงผู้ทรงอิทธิพล" มหาเศรษฐีเบื้องหลังเครือข่ายธุรกิจสีเทาทั่วประเทศ ผู้ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตจากคดีฟอกเงินและอิทธิพลมืด ยืนหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้าห้องขังของคราม "แกสินะ... ไอ้หนุ่มที่ซัดพวกนักโทษเดนตายจนหมอบทั้งคุกเมื่อวาน" เสียงทุ้มทรงอำนาจเอ่ยขึ้นด้วยความสนใจ ครามปรายตามองผู้มาเยือนด้วยแววตาเย็นชา "มีธุระอะไร หรือจะมาดูความสมเพชของนักโทษเดนคุกแบบฉัน?" ภาคภูมิหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ฉันไม่ได้ว่างมาดูคนสมเพชตัวเอง... แต่ฉันกำลังมองหาใครสักคน คนที่มีความแค้นสุมอก และพร้อมจะเหยียบย่ำทุกคนที่ขวางทาง เพื่อแลกกับอำนาจที่จะไม่มีวันถูกใครกดขี่ได้อีก" คำพูดนั้นสะดุดหูครามเข้าอย่างจัง ดวงตาสีดำสนิทหรี่ลงเล็กน้อย ประเมินชายสูงวัยตรงหน้า "แกอยากได้อะไรจากฉัน?" ครามถามเสียงห้วน "ฉันไม่มีทายาทสืบทอดอำนาจ... ลูกติดของเมียใหม่ฉันมันกำลังเลื่อยขาเก้าอี้และพยายามส่งฉันมาตายในนี้ พร้อมกับฮุบสมบัติทั้งหมดไป" ภาคภูมิสบตาครามอย่างลึกซึ้ง "ถ้าแกช่วยฉันจัดการพวกมัน และยอมรับฉันเป็นพ่อบุญธรรม... ฉันจะมอบอาณาจักร ทุนทรัพย์ และเส้นสายทั้งหมดที่มีให้แกออกไปแก้แค้นคนที่หักหลังแกซะ" ครามเงียบไปชั่วอึดใจ ภาพใบหน้าของนิรสาและตระกูลที่เหยียดย่ำเขาผุดขึ้นมาในหัว เพลิงแค้นที่มอดไหม้กลับลุกโชนขึ้นอีกครั้ง รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นที่มุมปากหนา "ตกลง... ฉันรับข้อเสนอ" นั่นคือจุดเริ่มต้นที่เปลี่ยนชีวิตนักโทษยากจนให้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดแห่งอำนาจ มัจจุราชในคราบนักธุรกิจผู้ไร้ความปราณีได้ถือกำเนิดขึ้นแล้วหลังลูกกรงเหล็กอันมืดมิดแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมระย้าส่องกระทบผืนพรมหนานุ่มภายในห้องนอนกว้าง บรรยากาศยังคงหลงเหลือไออุ่นจากหยาดน้ำตาและคำสารภาพที่เพิ่งผ่านพ้นไป ทว่าเพียงชั่วพริบตา ความเงียบงันอันเปราะบางก็ถูกแทนที่ด้วยกระแสอารมณ์อันรุ่มร้อนที่พลุ่งพล่านขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจครามินทร์จ้องมองใบหน้าหวานที่ยังคงเปื้อนคราบน้ำตาจางๆ ของนิรสา แววตาสคมกริบสีดำสนิทไม่ได้ฉายแววความดุดันหรือเกรี้ยวกราดดั่งเช่นวันวาน แต่มันกลับเต็มไปด้วยความโหยหาความรักและความปรารถนาอันลึกซึ้ง ที่ต้องการจะหลอมรวมวิญญาณและลบเลือนทุกหยดน้ำตาแห่งความเจ็บปวดในอดีตให้มลายหายไปจนสิ้นมือหนาเอื้อมไปประคองกรอบหน้าเนียนนุ่ม สัมผัสแผ่วเบานั้นเต็มไปด้วยความทะนุถนอม ก่อนที่ริมฝีปากหยักหนาจะโน้มลงประกบปิดเรียวปากอิ่มที่ยังคงสั่นระริก รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความอ่อนโยนและซับน้ำตาค่อยๆ ทวีความเร่าร้อนและลึกล้ำขึ้นเรื่อยๆ ตามไฟสวาทที่ถูกจุดประกายขึ้นในอกนิรสาเผยริมฝีปากรับสัมผัสวาบหวามอย่างเต็มใจ มือเรียวเล็กยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของสามี ตอบรับทุกความรู้สึกที่เขาถ่ายทอดผ่านรสจูบ ความเจ็บปวดและความหวาดกลัวที่เคยเกาะกินจิตใจค่อยๆ ถูกแผดเผาจนมลายหายไปในเปลวเ
แสงจันทร์นวลตาที่สาดส่องผ่านกระจกใสบานยักษ์เข้ามาภายในห้องนอนกว้างของเพนต์เฮาส์หรู อาณาจักรส่วนตัวที่ปิดตายจากโลกภายนอก ทว่าบรรยากาศยามค่ำคืนนี้กลับไม่ได้อบอวลไปด้วยเพลิงสวาทหรือความเร่าร้อนดั่งเช่นทุกค่ำคืนที่ผ่านมา ร่างระหงของนิรสานั่งกอดเข่าอยู่ริมปลายเตียงนอนนุ่ม แสงสลัวสะท้อนให้เห็นร่องรอยของหยาดน้ำตาที่ยังคงเปื้อนอยู่บนแก้มเนียนตลอดหลายวันที่ผ่านมา แม้ความแค้นจะถูกชำระสะสาง ตระกูลสิงขรจะล่มสลาย และตระกูลบูรพาพิชิตกำลังพินาศย่อยยับจากฝีมือของครามินทร์ แต่วิญญาณและจิตใจของเธอกลับยังคงติดอยู่กับห้วงเวลาอันมืดมนในอดีต ช่วงเวลาที่เธอต้องแบกรับความกดดัน ความหวาดกลัวและความโดดเดี่ยวโดยลำพังเสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า ครามินทร์ในชุดลำลองสบายๆ ทว่าแววตาสคมกริบกลับเต็มไปด้วยความห่วงใยและลึกซึ้ง เขานั่งคุกเข่าลงตรงหน้าเธออย่างช้าๆ มือหนาทั้งสองข้างเอื้อมไปกุมมือเรียวบางที่สั่นเทาขึ้นมาแนบแก้มอย่างแผ่วเบา"เป็นอะไรไป... นิรสา?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามด้วยความอ่อนโยน แตกต่างจากมัจจุราชผู้เหี้ยมเกรียมในสายตาคนนอกอย่างสิ้นเชิง "ทุกอย่างจบลงแล้ว ศัตรูของเราพินาศหมดแล้ว ทำไม
เสียงแจ้งเตือนจากระบบซื้อขายหลักทรัพย์ดังระรัวติดต่อกันไม่ขาดสายภายในห้องทำงานส่วนตัวของบริษัทโฮลดิ้งส์ใหญ่โตตระกูลบูรพา หน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่หลายจอฉายภาพกราฟฟิกราคาหุ้นในเครือที่ดิ่งลงเป็นเส้นตรงสีแดงฉานอย่างไร้แรงพยุง ตัวเลขมูลค่าตลาดที่เคยสูงลิ่วหลักแสนล้านบัดนี้ร่วงกราวรูดจนแตะจุดต่ำสุดประวัติการณ์ ราวกับตึกระฟ้าที่ถูกระเบิดเสาเอกจนพังทลายลงมาในชั่วพริบตาพลเอกบูรพายืนจ้องมองหน้าจอเหล่านั้นด้วยดวงตาที่เบิกโพลง ร่างกายชราภาพสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่ มือที่เคยถือไม้เท้าสลักลวดลายทรงอำนาจกำแน่นจนข้อต่อขาวซีด ความพินาศที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงเรื่องไกลตัว บัดนี้กำลังคืบคลานเข้ามาบดขยี้ชีวิตและอาณาจักรที่เขาใช้เวลาสร้างมาทั้งชีวิตจนไม่เหลือชิ้นดี"ท่านครับ! แย่แล้วครับ!" เสียงเลขาฯ คนสนิทตะโกนลั่นห้องพร้อมกับผลประตูเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย "ธนาคารหลักสามแห่งประกาศระงับวงเงินสินเชื่อฉุกเฉินทั้งหมดแล้วครับ! และ... และกลุ่มทุนพันธมิตรรายใหญ่ต่างพากันเทขายหุ้นออกหมดหน้าตัก พร้อมกับส่งหนังสือฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากคดีทุจริตในอดีตที่เราเคยใช้เส้นสายปิดข่าวไว้!"พลเอกบูรพากั
แสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดไฟดาวน์ไลท์ส่องกระทบลงบนผืนพรมหนานุ่มภายในห้องนอนกว้างของเพนต์เฮาส์หรู บรรยากาศยามค่ำคืนเงียบสงบ ไร้ซึ่งเสียงรบกวนจากภายนอก มีเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของเด็กชายตัวน้อยที่นอนหลับสนิทอยู่ห้องข้างๆ ทว่าภายในห้องนี้ อุณหภูมิกลับพุ่งสูงขึ้นจนร้อนระอุด้วยเพลิงเสน่หาที่กำลังลุกโชนร่างสูงสง่าของครามินทร์ยืนประจันหน้าอยู่กับนิรสา หลังจากที่ภารกิจล้างบางตระกูลบูรพาเดินหน้าเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายและความพินาศของศัตรูอยู่แค่เอื้อม ความตึงเครียดและความกดดันที่สะสมมานานถูกแปรเปลี่ยนเป็นความปรารถนาอันรุนแรง แววตาสคมกริบสีดำสนิทมองตรงมาที่เธอด้วยประกายแสงที่เต็มไปด้วยความหวงแหนและเร่าร้อนดั่งราชสีห์พบเหยื่อนิรสารู้สึกได้ถึงกระแสความร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วผิวเนื้อ เธอยังไม่ทันได้เอ่ยปากทักท้วงอะไร ร่างสูงใหญ่ก็สาวเท้าเข้ามาประชิดตัวด้วยความเร็ว มือแกร่งคว้าเอวบางเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นหลังนิ่มแนบชิดกับแผงอกแกร่ง กลิ่นอายความเป็นชายผสมกับความเย็นชาและอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวของเขาทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัว"คราม..." นิรสาครางชื่อเขาแผ่วเบา เมื่อริมฝีปากหยักหนาร้อนผ่าวโน้มลงมาประกบปิดเร
แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟระย้าภายในห้องนอนชุดเพนต์เฮาส์ส่วนตัวส่องกระทบลงบนผืนพรมหนานุ่ม บรรยากาศรอบกายเงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของเด็กชายตัวน้อยที่นอนหลับปุ๋ยอยู่ในห้องนอนอีกด้าน ทว่าภายในห้องนี้ นิรสากลับยืนตัวสั่นเทาอยู่ริมหน้าต่างกระจกบานใหญ่ หยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ตลอดหลายชั่วโมงพรั่งพรูไหลอาบสองแก้มอย่างเงียบเชียบ ความหวาดผวาจากเหตุการณ์อัปยศในงานสังคมเมื่อคืน และภาพความป่าเถื่อนของเมฆายังคงตามหลอกหลอนจนหัวใจดวงน้อยบอบช้ำเกินกว่าจะรับไหวร่างสูงสง่าของครามินทร์ที่เพิ่งเดินกลับขึ้นมาจากห้องใต้ดินนิรภัย สถานที่ซึ่งเขาเพิ่งจัดการสะสางบัญชีแค้นกับเมฆาอย่างสาสม ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังความเงียบงัน กลิ่นอายความเย็นชาและควันบุหรี่จางๆ ลอยคละคลุ้ง ทว่าเมื่อเขาสังเกตเห็นแผ่นหลังบางที่กำลังสะท้านไหวและเสียงสะอื้นแผ่วเบา รังสีความอำมหิตในตัวก็มลายหายไปในพริบตาครามก้าวเข้าไปประชิดตัวอย่างรวดเร็ว วงแขนแกร่งสวมกอดเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่น ดึงร่างระหงให้จมดิ่งลงสู่อ้อมอกกว้างที่อบอุ่นและปลอดภัยที่สุดสำหรับเธอ"คราม..." นิรสาครางชื่อเขาออกมาเสียงสั่นเครือ เธอยกมือขึ้นกำเสื้อสูทข
แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟระย้าภายในห้องนอนชุดเพนต์เฮาส์ส่วนตัวส่องกระทบลงบนผืนพรมหนานุ่ม บรรยากาศรอบกายเงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของเด็กชายตัวน้อยที่นอนหลับปุ๋ยอยู่ในห้องนอนอีกด้าน ทว่าภายในห้องนี้ นิรสากลับยืนตัวสั่นเทาอยู่ริมหน้าต่างกระจกบานใหญ่ หยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ตลอดหลายชั่วโมงพรั่งพรูไหลอาบสองแก้มอย่างเงียบเชียบ ความหวาดผวาจากเหตุการณ์อัปยศในงานสังคมเมื่อคืน และภาพความป่าเถื่อนของเมฆายังคงตามหลอกหลอนจนหัวใจดวงน้อยบอบช้ำเกินกว่าจะรับไหวร่างสูงสง่าของครามินทร์ที่เพิ่งเดินกลับขึ้นมาจากห้องใต้ดินนิรภัย สถานที่ซึ่งเขาเพิ่งจัดการสะสางบัญชีแค้นกับเมฆาอย่างสาสม ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังความเงียบงัน กลิ่นอายความเย็นชาและควันบุหรี่จางๆ ลอยคละคลุ้ง ทว่าเมื่อเขาสังเกตเห็นแผ่นหลังบางที่กำลังสะท้านไหวและเสียงสะอื้นแผ่วเบา รังสีความอำมหิตในตัวก็มลายหายไปในพริบตาครามก้าวเข้าไปประชิดตัวอย่างรวดเร็ว วงแขนแกร่งสวมกอดเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่น ดึงร่างระหงให้จมดิ่งลงสู่อ้อมอกกว้างที่อบอุ่นและปลอดภัยที่สุดสำหรับเธอ"คราม..." นิรสาครางชื่อเขาออกมาเสียงสั่นเครือ เธอยกมือขึ้นกำเสื้อสูทข







