Mag-log inแสงจันทร์นวลตาที่สาดส่องผ่านกระจกใสบานยักษ์เข้ามาภายในห้องนอนกว้างของเพนต์เฮาส์หรู อาณาจักรส่วนตัวที่ปิดตายจากโลกภายนอก ทว่าบรรยากาศยามค่ำคืนนี้กลับไม่ได้อบอวลไปด้วยเพลิงสวาทหรือความเร่าร้อนดั่งเช่นทุกค่ำคืนที่ผ่านมา ร่างระหงของนิรสานั่งกอดเข่าอยู่ริมปลายเตียงนอนนุ่ม แสงสลัวสะท้อนให้เห็นร่องรอยของหยาดน้ำตาที่ยังคงเปื้อนอยู่บนแก้มเนียน
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา แม้ความแค้นจะถูกชำระสะสาง ตระกูลสิงขรจะล่มสลาย และตระกูลบูรพาพิชิตกำลังพินาศย่อยยับจากฝีมือของครามินทร์ แต่วิญญาณและจิตใจของเธอกลับยังคงติดอยู่กับห้วงเวลาอันมืดมนในอดีต ช่วงเวลาที่เธอต้องแบกรับความกดดัน ความหวาดกลัวและความโดดเดี่ยวโดยลำพัง เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า ครามินทร์ในชุดลำลองสบายๆ ทว่าแววตาสคมกริบกลับเต็มไปด้วยความห่วงใยและลึกซึ้ง เขานั่งคุกเข่าลงตรงหน้าเธออย่างช้าๆ มือหนาทั้งสองข้างเอื้อมไปกุมมือเรียวบางที่สั่นเทาขึ้นมาแนบแก้มอย่างแผ่วเบา "เป็นอะไรไป... นิรสา?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามด้วยความอ่อนโยน แตกต่างจากมัจจุราชผู้เหี้ยมเกรียมในสายตาคนนอกอย่างสิ้นเชิง "ทุกอย่างจบลงแล้ว ศัตรูของเราพินาศหมดแล้ว ทำไมแววตาของเธอถึงยังเศร้าอยู่ล่ะ" คำถามนั้นราวกับเป็นกุญแจที่ไขประตูเขื่อนแห่งความอัดอั้นที่เก็บงำมานานหลายปี นิรสาเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา หยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้พรั่งพรูไหลทะลักออกมาอีกครั้งอย่างไม่อาจหักห้าม "มันไม่เคยหายไปไหนเลย... คราม" นิรสาเค้นเสียงสะอื้นไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวดร้าวราน ร่างกายสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ "ภาพในวันที่คุณถูกลากตัวเข้าคุก ภาพวันที่พ่อขู่จะฆ่าคุณถ้าฉันไม่ยอมแต่งงานกับคนอื่น... และความรู้สึกผิดที่ต้องแอบอุ้มท้องลูกของเราไว้โดยที่บอกใครไม่ได้... คุณรู้ไหมว่ามันทรมานแค่ไหน!" เธอโผเข้าซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของเขา ปล่อยโฮออกมาสุดเสียงราวกับเด็กน้อยที่หลงทาง ความอัดอั้นตันใจ ความโดดเดี่ยว และแผลเป็นในอดีตถูกระบายออกมาผ่านหยาดน้ำตาและเสียงสะอื้น "ฉันกลัว... กลัวว่าทั้งหมดนี้จะเป็นแค่ความฝัน กลัวว่าวันหนึ่งตื่นมาแล้วจะไม่เจอคุณกับลูก กลัวว่าความรักที่เรามีให้กันมันจะถูกทำลายลงอีก..." นิรสาพรั่งพรูความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ก้นบึ้งของหัวใจออกมาจนหมดเปลือก ครามเจ็บแปลบในอกทุกถ้อยคำที่ได้ยิน มือแกร่งโอบกอดร่างบางเข้ามาแนบอกแน่น ซบใบหน้าลงกับกลุ่มผมนุ่มสลวยแล้วจูบซับขมับชื้นเหงื่ออย่างทะนุถนอม เขารู้ดีว่าบาดแผลที่เขาและครอบครัวของเธอร่วมกันสร้างขึ้นในอดีตมันลึกซึ้งและเจ็บปวดเพียงใด "ฉันขอโทษ..." ครามกระซิบซ้ำๆ ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่เต็มไปด้วยความสำนึกผิดและรักใคร่อย่างสุดซึ้ง "ฉันขอโทษที่เคยใจร้าย ขอโทษที่ปล่อยให้เธอต้องเผชิญกับความโหดร้ายพวกนั้นคนเดียว... แต่นับจากวันนี้ไป ลืมมันซะ นิรสา" เขาประคองใบดวงหน้าหวานขึ้นมา สบตาเธอนิ่งด้วยแววตาที่มั่นคงและจริงจังที่สุดในชีวิต "ไม่มีความฝันร้ายไหนพรากเราจากกันได้อีกแล้ว เด็กคนนั้นคือโซ่ทองคล้องใจ และเธอคือหัวใจทั้งดวงของฉัน... เราเจ็บมามากพอแล้ว ต่อจากนี้ไปจะมีแต่ความสุขและอ้อมกอดที่ปลอดภัยสำหรับเธอและลูก ตลอดไป" คำสารภาพจากหัวใจที่กลั่นออกมาจากความรู้สึกผิดและความรักอันลึกซึ้ง ทำให้นิรสารู้สึกราวกับภูเขาน้ำแข็งที่ทับถมในอกละลายหายไปจนหมดสิ้น เธอยกมือขึ้นโอบรอบลำคอของเขาแน่น หลับตาลงรับสัมผัสอบอุ่นและจูบแผ่วเบาที่ครามมอบให้อย่างเต็มใจ อ้อมกอดนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การปลอบประโลม แต่เป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่บนซากปรักหักพังของอดีตที่พวกเขาจะไม่มีวันปล่อยมือจากกันอีกตลอดกาลแสงจันทร์นวลตาสาดส่องผ่านกระจกใสบานยักษ์ของเพนต์เฮาส์หรู อาณาจักรส่วนตัวที่บัดนี้ไร้ซึ่งเงาของศัตรู ความวุ่นวาย หรือบาดแผลจากอดีต เหลือเพียงความเงียบสงบยามดึกดื่นและเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของเด็กชายตัวน้อยที่นอนหลับสนิทอยู่ห้องข้างๆภายในห้องนอนกว้าง บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมผสมกับไอร้อนจากเรือนร่างของครามินทร์และนิรสา หลังจากผ่านพ้นมรสุมชีวิต การสะสางบัญชีแค้น และการจากลาเพื่อเริ่มต้นใหม่กับมารดา ความรู้สึกอัดอั้นที่เคยถูกกักเก็บไว้ในใจร่วมกันตลอดหลายปีได้เปลี่ยนผ่านเป็นความโล่งใจและพลังรักอันล้นปรึกษาร่างสูงสง่าของครามก้าวเข้ามาจากระเบียงห้อง ในชุดคลุมอาบน้ำสีเข้มที่เปิดเผยแผงอกแกร่งและกล้ามเนื้อสมส่วน เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าภรรยาที่กำลังนั่งอยู่ริมขอบเตียงนอนนุ่ม นัยน์ตาสคมกริบสีดำสนิทพินิจมองเรือนร่างอรชรในชุดนอนผ้าแพรเนื้อบางสีนวลตา แววตาคู่นั้นลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความรัก ความหวงแหน และความปรารถนาอันลึกซึ้งที่ไม่เคยลดน้อยลงเลย"มองอะไรเหรอคะ คราม..." นิรสาเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวเมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากและแววตาดุดันที่แฝงไปด้วยความเร่าร้อนของสามีคราม
แสงแดดยามสายส่องลอดผ่านม่านโปร่งแสงเข้ามาภายในห้องนั่งเล่นของเพนต์เฮาส์หรู บรรยากาศเงียบสงบและอบอวลไปด้วยความร่มรื่น ทว่าภายในห้องรับแขกกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความเงียบงันที่น่าอึดอัด ร่างของหญิงสูงวัยผู้เป็นมารดาบังเกิดเกล้าของนิรสา นั่งก้มหน้าซบมือลงกับตัก ไหล่บางสั่นสะท้านไหวตามแรงสะอื้นไห้ที่ถูกพยายามกลั้นไว้นับตั้งแต่ตระกูลสิงขรและตระกูลบูรพาล่มสลายลงอย่างราบคาบ โลกที่เคยค้ำจุนความมั่นคงและหน้าตาทางสังคมของครอบครัวเธอก็พังทลายลงในชั่วข้ามคืน ทรัพย์สินที่เคยมีถูกอายัด ตระกูลฝั่งสามีใหม่และบรรดาญาติห่างๆ ต่างพากันตีตัวออกห่าง ปล่อยให้เธอต้องเผชิญกับความจริงอันโหดร้ายและความอับอายขายหน้าตามลำพัง ความโลภและความเห็นแก่ตัวในอดีตที่เคยบังคับให้นิรสาต้องแต่งงานกับเมฆาเพื่อผลประโยชน์ บัดนี้ได้ย้อนกลับมาลงทัณฑ์หัวใจคนเป็นแม่ให้เจ็บปวดร้าวรานยิ่งกว่าใครเสียงฝีเท้าแผ่วเบาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า นิรสา ยืนมองมารดาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน ทั้งความเจ็บปวดจากอดีต ความโกรธเคืองที่ยังหลงเหลือ และความเห็นใจที่เห็นสภาพหญิงผู้ให้กำเนิดต้องตกอับไร้ที่พึ่ง"คุณแม่..." นิรสาเอ่ย
สายฝนปรอยๆ ยามเช้าสาดซัดกระทบกระจกหน้าต่างห้องพักขนาดเล็กคับแคบและอับชื้น กลิ่นอับของกระดาษเก่าและคราบฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบรรยากาศที่เงียบงัน บนเตียงนอนเก่าๆ ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งยามขยับตัว ร่างที่เคยอ้วนท้วมและเต็มไปด้วยความน่าเกรงขามของเจ้าสัวสิงขร บัดนี้สักแต่เป็นเพียงชายชราหลังค่อม ผอมโซและไร้เรี่ยวแรง ใบหน้าเหี่ยวย่นไร้การดูแลเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความเครียดและความสิ้นหวังนับตั้งแต่ตระกูลสิงขรถูกขุดคุ้ยความผิดทางกฎหมายและโดนครามินทร์ใช้กลยุทธ์ทางธุรกิจบดขยี้จนล้มละลาย ทรัพย์สินเงินทอง บ้านหลังใหญ่โต รถหรูนับสิบคัน และบัญชีลับในต่างประเทศถูกศาลสั่งอายัดและยึดเข้าหลวงเพื่อชดใช้หนี้สินมหาศาล อดีตเจ้าสัวผู้ทรงอิทธิพลผู้เคยชี้เป็นชี้ตายใครต่อใครในวงการธุรกิจ ต้องระเหิดระเหินมาซุกหัวนอนอยู่ในห้องเช่าราคาถูกย่านชานเมืองอย่างไร้เกียรติเสียงก๊อกประตูดังขึ้นสองครั้งก่อนที่ประตูไม้เก่าๆ จะถูกผลักเปิดออก ปรากฏร่างของเจ้าหนี้และเจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์สินเข้ามาพร้อมกับเอกสารกองโตในมือ"ตื่นได้แล้ว เจ้าสัวสิงขร..." เสียงห้วนกระด้างเอ่ยขึ้นอย่างไม่ไว้หน้า "วันนี้ศาลมีคำสั่งเด็ดขาดเรื่องก
แสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดดาวน์ไลท์ภายในห้องนอนกว้างของเพนต์เฮาส์หรูสาดส่องลงบนผืนพรมหนานุ่ม บรรยากาศยามดึกสงัดอบอวลไปด้วยความเงียบงันและความผ่อนคลายที่แตกต่างจากทุกค่ำคืนที่ผ่านมา สงครามอันยาวนาน การล้างแค้นที่ดุเดือด และพันธนาการแห่งอดีตที่เคยกัดกินหัวใจได้ถูกสะสางจนหมดสิ้นแล้ว บนโต๊ะข้างเตียง ใบหย่าสีขาวสะอาดที่ปราศจากชื่อของตระกูลบูรพาและร่องรอยพันธะใดๆ วางนิ่งสนิทเป็นเครื่องยืนยันถึงอิสรภาพที่สมบูรณ์แบบของนิรสาร่างสูงสง่าของครามินทร์ก้าวออกมาจากห้องแต่งตัวในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำสีเข้มเขากวาดสายตามองไปที่เตียงนอนขนาดใหญ่ที่ซึ่งนิรสาในชุดนอนผ้าแพรเนื้อนุ่มสีนวลดังกุหลาบแรกแย้มกำลังนั่งกอดเข่าเหม่อลอย ใบหน้าหวานที่ผ่านพ้นคราบน้ำตามาหมาดๆ บัดนี้เจือรอยยิ้มบางๆ ที่เปี่ยมไปด้วยความโล่งใจ ทว่าในนัยน์ตากลมโตคู่นั้นกลับระอุไปด้วยกระแสความรู้สึกที่ลึกซึ้งและโหยหาไม่แพ้กันครามก้าวเดินช้าๆ เข้าไปใกล้ ฝีเท้าไร้เสียงกระทบ ร่างสูงใหญ่ทิ้งตัวลงนั่งเคียงข้างเธอบนขอบเตียง มือหนาเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา นัยน์ตาสคมกริบสีดำสนิทพินิจมองหญิงสาวผู้เป็นทั้งดวงใจและแม่ของลูกด้
กลิ่นอับชื้นและกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณห้องใต้ดินนิรภัย แสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดไฟดวงเปลือยสาดส่องลงบนร่างของเมฆาที่นอนหอบหายใจรวยรินอยู่บนพื้นปูนเย็นเฉียบ สภาพของอดีตคุณหนูไฮโซตระกูลดังยับเยินจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม ใบหน้าบวมปูดจนแทบจำไม่ได้ ดวงตาข้างหนึ่งปิดสนิทเนื่องจากรอยฟกช้ำดำเขียว และทุกครั้งที่ขยับตัว เสียงครางหอบสะท้านด้วยความเจ็บปวดจากซี่โครงที่หักร้าวก็เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่แตกยับเสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า เมฆาพยายามปรือตาขึ้นมองผ่านความมืดสลัว ร่างสูงสง่าของครามินทร์ยืนกอดอกมองลงมาด้วยแววตาสคมกริบที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง ไร้ซึ่งความปราณีหรือความเห็นอกเห็นใจใดๆ ทั้งสิ้นข้างกายของมัจจุราชหนุ่ม บอดี้การ์ดคนสนิทก้าวเข้าไปใกล้ พร้อมกับวางแผ่นกระดาษแผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ ตรงหน้าเมฆา พร้อมด้วยปากกาหมึกซึมด้ามหรู"เซ็นซะ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ทว่ากดดันจนคนฟังรู้สึกราวกับมีหินผาทับอยู่บนอก "ใบหย่า... ระหว่างแกกับนิรสา"เมฆาแค่นหัวเราะในลำคอด้วยความเจ็บปวดและสมเพชตัวเอง ทว่าท่ามกลางความหวาดกลัวต่อความตายที่คืบคลานเข้ามา สัญชาตญาณ
แสงไฟสลัวจากหลอดไฟเปลือยส่องกระทบเศษฝุ่นที่ลอยเคลุ้งอยู่ภายในห้องใต้ดินอับชื้น บรรยากาศตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ร่างของเมฆาที่พ่ายแพ้จนมุมและถูกลากตัวมายังสถานที่แห่งนี้หลังจากเหตุการณ์จับตัวประกัน เต็มไปด้วยร่องรอยบาดแผลฟกช้ำและคราบเลือดกรัง ใบหน้าที่เคยหยิ่งผยองบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัวขั้นสุดเมื่อเงาร่างสูงสง่าของครามินทร์ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าดวงตาสคมกริบสีดำสนิทของครามลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความอำมหิตและจิตสังหารที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี ไม่มีคำพูดพร่ำเพ้อหรือการเจรจาใดๆ ทั้งสิ้น ความโกรธแค้นที่สั่งสมมาจากการที่เมฆากล้าอาจหาญแตะต้องภรรยาและขู่ฆ่าลูกชายสายเลือดเดียวของเขา ระเบิดออกเป็นพายุหมัดที่พร้อมจะบดขยี้เป้าหมายให้แหลกคามือครามพุ่งเข้าประชิดตัวด้วยความเร็วแสง มือแกร่งกระชากคอเสื้อของเมฆาขึ้นมาก่อนจะซัดหมัดหนักหน่วงเข้าที่โหนกแก้มเต็มแรงปัก!เสียงเนื้อกระแทกดังสนั่นหวั่นไหว ฟันกรามของเมฆาร่วงหล่นปนกับเลือดสดๆ ที่ทะลักออกจากปากทันที ร่างท้วมเซถลาล้มคว่ำลงไปกองกับพื้นอย่างน่าสมเพช ทว่าครามไม่ได้ปล่อยให้เขาได้พักหายใจ ร่างสูงใหญ่ตามไปกระชากตัวขึ้นมาแล้วกระหน่ำหมัดซัด







