LOGINเสียงหัวเราะเยาะหยันของ "ธนา" ลูกติดภรรยาใหม่ของพ่อบุญธรรม ดังสะท้อนก้องห้องทำงานหรูหราอลังการบนตึกระฟ้าใจกลางเมือง ธนากวาดสายตามองชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดพิเศษที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าด้วยแววตาดูแคลน ไม่คิดเลยว่านักโทษเดนคุกที่พ่อบุญธรรมเก็บมาเลี้ยงต้อย จะกล้าอาจหาญก้าวเข้ามาท้าชิงอำนาจในอาณาจักรธุรกิจสีเทาแห่งนี้
"แกมันก็แค่หมาลอบกัดที่ไอ้แก่นั่นเก็บมาจากกองขยะ คิดเหรอว่าจะแย่งชิงอาณาจักรนี้ไปจากฉันได้?" ธนาแค่นยิ้มเหยียด พร้อมส่งสัญญาณให้บอดี้การ์ดร่างยักษ์นับสิบชีวิตชักอาวุธขึ้นเตรียมพร้อมปลิดชีพผู้มาเยือน ทว่า ครามินทร์กลับไม่มีทีท่าหวาดกลัวแม้แต่น้อย ดวงตาสีดำสนิทกวาดมองความโง่เขลาของศัตรูด้วยความสมเพช ข้อมูลลับ บัญชีลับ และหลักฐานการทุจริตยักยอกทรัพย์ที่เขาใช้เวลาสะสมและขุดคุ้ยตลอดหลายปีหลังกรงเหล็ก ถูกโยนลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าเสียงดังปัง "หมาลอบกัดตัวนี้แหละ ที่จะกระชากหน้ากากแกออก แล้วส่งตัวแกกลับไปชดใช้กรรมในนรกขุมที่ลึกยิ่งกว่าเดิม" น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบทว่าทรงพลังสะกดให้บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงในพริบตา ครามไม่ได้มามือเปล่า อำนาจและเส้นสายที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าสัวภาคภูมิประกอบกับเล่ห์เหลี่ยมชั้นเชิงที่ถูกขัดเกลาในคุก ทำให้เขาสามารถตลบหลังลูกเมียใหม่ได้อย่างเลือดเย็น การฟาดฟันทางธุรกิจและอำนาจมืดเปิดฉากขึ้นอย่างดุเดือด ภายในเวลาไม่นาน หุ้นส่วนและเครือข่ายของธนาก็ถูกตัดขาดทีละเส้นสองเส้น ทรัพย์สินและธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ ที่ธนาพยายามฮุบเอาไว้ถูกทวงคืนกลับมาเป็นของครามจนหมดสิ้น ธนาที่เคยหยิ่งผยอง บัดนี้ใบหน้าซีดเผือดเข่าทรุดลงกับพื้นเมื่อตำรวจกองปราบปรามบุกเข้ามาจับกุมพร้อมหมายศาลในข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงิน อาณาจักรใหม่ของครามินทร์ถูกสร้างขึ้นบนซากปรักหักพังของความโลภของศัตรู มัจจุราชผู้ไร้ความปราณีได้ผงาดขึ้นอย่างเต็มตัว พร้อมที่จะกลับไปทวงคืนความแค้นทุกอย่างที่เคยถูกพรากไปจากเขาแล้ว แสงไฟระยิบระยับของมหานครใหญ่ในยามค่ำคืนสะท้อนลงบนผิวกระจกใสบานยักษ์ของเพนต์เฮาส์หรูหราอลังการบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้าใจกลางเมือง ทว่าความงดงามเบื้องล่างนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความน่าเกรงขามและบรรยากาศอันเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากร่างสูงสง่าของชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิทสั่งตัดพิเศษ ครามินทร์ยืนจิบไวน์ราคาแพงในมืออย่างใจเย็น ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นคมกริบดั่งคมมีด กวาดมองทัศนียภาพกรุงเทพมหานครที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขา บัดนี้ เขาไม่ใช่ไอ้หนุ่มยากจนไร้หัวนอนปลายเท้าที่เคยถูกเหยียดหยามและถูกลากตัวเข้าคุกอย่างอนาถอีกต่อไปแล้ว แต่เขาคือ "ครามินทร์" นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงผู้ทรงอิทธิพล เจ้าของอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้านที่มีเครือข่ายโยงใยทั้งในและนอกประเทศ อำนาจ เงินตรา และเส้นสายสีเทาอยู่ใต้การควบคุมของเขาเบ็ดเสร็จ การกลับมาครั้งนี้... เขาไม่ได้กลับมาเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่เขากลับมาเพื่อสะสางบัญชีแค้นที่ถูกฝังกลบไว้ด้วยหยาดน้ำเลือดและคราบน้ำตา เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ ดังขึ้น ก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออกโดยเลขาคนสนิท ร่างสูงของชายวัยกลางคนก้าวเข้ามาด้วยความนอบน้อม พร้อมกับแฟ้มเอกสารสีดำสนิทในมือ "ท่านประธานครับ... ข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของตระกูลนิรสา และบริษัทอสังหาริมทรัพย์ของเจ้าสัวสิงขร รวมถึงสถานะปัจจุบันของคุณหนูนิรสาในตอนนี้... อยู่ในนี้หมดแล้วครับ" เสียงรายงานดังขึ้นอย่างระมัดระวัง ครามวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะหินอ่อนเสียงดังกระทบกันเบาๆ เขายื่นมือหนมารับแฟ้มเอกสารนั้นขึ้นมาเปิดดูช้าๆ ไล่สายตาอ่านทีละบรรทัดด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ ทว่ารอยยิ้มเหี้ยมเกรียมกลับค่อยๆ ผุดขึ้นที่มุมปากหนาอย่างน่ากลัว ในเอกสารระบุชัดเจนว่า ตระกูลของนิรสาและบริษัทของเจ้าสัวสิงขร กำลังประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนักหน่วง เนื่องจากโครงการใหญ่หลายโครงการถูกยกเลิก และพันธมิตรทางธุรกิจพากันถอนทุนออกไปทีละราย ซึ่งแน่นอนว่า... เบื้องหลังความพินาศที่กำลังก่อตัวขึ้นช้าๆ เหล่านี้ ล้วนมาจากฝีมือการชักใยและบีบเค้นจากเงื้อมมือของเขาเองทั้งสิ้น "หึ... เพิ่งเริ่มต้นแค่นี้เองเหรอ" ครามแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบทว่าทรงพลังบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของเลขา "ปล่อยข่าววงในเรื่องสภาพคล่องของบริษัทพวกเขาออกไปให้หมด ทำให้หุ้นของตระกูลไอ้สิงขรดิ่งลงเหวจนกู่ไม่กลับ... แล้วเตรียมจัดประชุมผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ฉันจะเป็นคนเข้าไปซื้อกิจการของพวกมันด้วยตัวเอง" "รับทราบครับท่านประธาน" เลขารับคำสั่งด้วยความยำเกรง ก่อนจะโค้งตัวถอยหลังเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ ครามก้าวเดินมาชิดกระจกบานใหญ่ ดวงตาสคมกริบมองลอดผ่านความมืดออกไปไกล ภาพของหญิงสาวผู้เคยเป็นดั่งดวงใจและเป็นต้นเหตุแห่งความพินาศทั้งปวงผุดขึ้นมาในหัว นิรสา... ผู้หญิงที่เคยใช้หยาดน้ำตาและอ้อมกอดจอมปลอมผลักไสเขาลงไปในนรกหลังลูกกรง เธอกำลังใช้ชีวิตอยู่สุขสบายในกรงทองเคียงข้างสามีไฮโซจอมปลอมของเธออย่างนั้นสินะ เธอยังคิดว่าเขาเป็นแค่คนธรรมดาที่ไม่มีทางลุกขึ้นมาสู้กลับได้สินะ ครามกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนขึ้นตามลำแขนแกร่ง แววตาดุดันลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งความพยาบาทที่ถูกสุมอกมานานนับปี "เธอคิดว่าเธอหนีพ้นงั้นเหรอ... นิรสา" เสียงกระซิบเยือกเย็นหลุดออกจากริมฝีปากหนา ก้องกังวานอยู่ในความเงียบงันของเพนต์เฮาส์หรู "ความสุขปลอมๆ ที่เธอสร้างขึ้นมา มันหมดเวลาสนุกแล้ว... ฉันนี่แหละ จะเป็นคนลากตัวเธอลงมาจากหอคอยงาช้าง แล้วขยี้ทั้งศักดิ์ศรีและหัวใจของเธอให้แหลกคามือฉันเอง!" กงล้อแห่งความพินาศที่หยุดหมุนไปหลายปี บัดนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม และมันพร้อมที่จะบดขยี้ทุกชีวิตที่ขวางทางให้มอดไหม้กลายเป็นจุล การกลับมาของมัจจุราชในคราบนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และไม่มีใครหน้าไหนสามารถหยุดยั้งชะตากรรมอันโหดร้ายนี้ได้อีกต่อไปแสงจันทร์นวลตาสาดส่องผ่านกระจกใสบานยักษ์ของเพนต์เฮาส์หรู อาณาจักรส่วนตัวที่บัดนี้ไร้ซึ่งเงาของศัตรู ความวุ่นวาย หรือบาดแผลจากอดีต เหลือเพียงความเงียบสงบยามดึกดื่นและเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของเด็กชายตัวน้อยที่นอนหลับสนิทอยู่ห้องข้างๆภายในห้องนอนกว้าง บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมผสมกับไอร้อนจากเรือนร่างของครามินทร์และนิรสา หลังจากผ่านพ้นมรสุมชีวิต การสะสางบัญชีแค้น และการจากลาเพื่อเริ่มต้นใหม่กับมารดา ความรู้สึกอัดอั้นที่เคยถูกกักเก็บไว้ในใจร่วมกันตลอดหลายปีได้เปลี่ยนผ่านเป็นความโล่งใจและพลังรักอันล้นปรึกษาร่างสูงสง่าของครามก้าวเข้ามาจากระเบียงห้อง ในชุดคลุมอาบน้ำสีเข้มที่เปิดเผยแผงอกแกร่งและกล้ามเนื้อสมส่วน เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าภรรยาที่กำลังนั่งอยู่ริมขอบเตียงนอนนุ่ม นัยน์ตาสคมกริบสีดำสนิทพินิจมองเรือนร่างอรชรในชุดนอนผ้าแพรเนื้อบางสีนวลตา แววตาคู่นั้นลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความรัก ความหวงแหน และความปรารถนาอันลึกซึ้งที่ไม่เคยลดน้อยลงเลย"มองอะไรเหรอคะ คราม..." นิรสาเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวเมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากและแววตาดุดันที่แฝงไปด้วยความเร่าร้อนของสามีคราม
แสงแดดยามสายส่องลอดผ่านม่านโปร่งแสงเข้ามาภายในห้องนั่งเล่นของเพนต์เฮาส์หรู บรรยากาศเงียบสงบและอบอวลไปด้วยความร่มรื่น ทว่าภายในห้องรับแขกกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความเงียบงันที่น่าอึดอัด ร่างของหญิงสูงวัยผู้เป็นมารดาบังเกิดเกล้าของนิรสา นั่งก้มหน้าซบมือลงกับตัก ไหล่บางสั่นสะท้านไหวตามแรงสะอื้นไห้ที่ถูกพยายามกลั้นไว้นับตั้งแต่ตระกูลสิงขรและตระกูลบูรพาล่มสลายลงอย่างราบคาบ โลกที่เคยค้ำจุนความมั่นคงและหน้าตาทางสังคมของครอบครัวเธอก็พังทลายลงในชั่วข้ามคืน ทรัพย์สินที่เคยมีถูกอายัด ตระกูลฝั่งสามีใหม่และบรรดาญาติห่างๆ ต่างพากันตีตัวออกห่าง ปล่อยให้เธอต้องเผชิญกับความจริงอันโหดร้ายและความอับอายขายหน้าตามลำพัง ความโลภและความเห็นแก่ตัวในอดีตที่เคยบังคับให้นิรสาต้องแต่งงานกับเมฆาเพื่อผลประโยชน์ บัดนี้ได้ย้อนกลับมาลงทัณฑ์หัวใจคนเป็นแม่ให้เจ็บปวดร้าวรานยิ่งกว่าใครเสียงฝีเท้าแผ่วเบาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า นิรสา ยืนมองมารดาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน ทั้งความเจ็บปวดจากอดีต ความโกรธเคืองที่ยังหลงเหลือ และความเห็นใจที่เห็นสภาพหญิงผู้ให้กำเนิดต้องตกอับไร้ที่พึ่ง"คุณแม่..." นิรสาเอ่ย
สายฝนปรอยๆ ยามเช้าสาดซัดกระทบกระจกหน้าต่างห้องพักขนาดเล็กคับแคบและอับชื้น กลิ่นอับของกระดาษเก่าและคราบฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบรรยากาศที่เงียบงัน บนเตียงนอนเก่าๆ ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งยามขยับตัว ร่างที่เคยอ้วนท้วมและเต็มไปด้วยความน่าเกรงขามของเจ้าสัวสิงขร บัดนี้สักแต่เป็นเพียงชายชราหลังค่อม ผอมโซและไร้เรี่ยวแรง ใบหน้าเหี่ยวย่นไร้การดูแลเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความเครียดและความสิ้นหวังนับตั้งแต่ตระกูลสิงขรถูกขุดคุ้ยความผิดทางกฎหมายและโดนครามินทร์ใช้กลยุทธ์ทางธุรกิจบดขยี้จนล้มละลาย ทรัพย์สินเงินทอง บ้านหลังใหญ่โต รถหรูนับสิบคัน และบัญชีลับในต่างประเทศถูกศาลสั่งอายัดและยึดเข้าหลวงเพื่อชดใช้หนี้สินมหาศาล อดีตเจ้าสัวผู้ทรงอิทธิพลผู้เคยชี้เป็นชี้ตายใครต่อใครในวงการธุรกิจ ต้องระเหิดระเหินมาซุกหัวนอนอยู่ในห้องเช่าราคาถูกย่านชานเมืองอย่างไร้เกียรติเสียงก๊อกประตูดังขึ้นสองครั้งก่อนที่ประตูไม้เก่าๆ จะถูกผลักเปิดออก ปรากฏร่างของเจ้าหนี้และเจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์สินเข้ามาพร้อมกับเอกสารกองโตในมือ"ตื่นได้แล้ว เจ้าสัวสิงขร..." เสียงห้วนกระด้างเอ่ยขึ้นอย่างไม่ไว้หน้า "วันนี้ศาลมีคำสั่งเด็ดขาดเรื่องก
แสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดดาวน์ไลท์ภายในห้องนอนกว้างของเพนต์เฮาส์หรูสาดส่องลงบนผืนพรมหนานุ่ม บรรยากาศยามดึกสงัดอบอวลไปด้วยความเงียบงันและความผ่อนคลายที่แตกต่างจากทุกค่ำคืนที่ผ่านมา สงครามอันยาวนาน การล้างแค้นที่ดุเดือด และพันธนาการแห่งอดีตที่เคยกัดกินหัวใจได้ถูกสะสางจนหมดสิ้นแล้ว บนโต๊ะข้างเตียง ใบหย่าสีขาวสะอาดที่ปราศจากชื่อของตระกูลบูรพาและร่องรอยพันธะใดๆ วางนิ่งสนิทเป็นเครื่องยืนยันถึงอิสรภาพที่สมบูรณ์แบบของนิรสาร่างสูงสง่าของครามินทร์ก้าวออกมาจากห้องแต่งตัวในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำสีเข้มเขากวาดสายตามองไปที่เตียงนอนขนาดใหญ่ที่ซึ่งนิรสาในชุดนอนผ้าแพรเนื้อนุ่มสีนวลดังกุหลาบแรกแย้มกำลังนั่งกอดเข่าเหม่อลอย ใบหน้าหวานที่ผ่านพ้นคราบน้ำตามาหมาดๆ บัดนี้เจือรอยยิ้มบางๆ ที่เปี่ยมไปด้วยความโล่งใจ ทว่าในนัยน์ตากลมโตคู่นั้นกลับระอุไปด้วยกระแสความรู้สึกที่ลึกซึ้งและโหยหาไม่แพ้กันครามก้าวเดินช้าๆ เข้าไปใกล้ ฝีเท้าไร้เสียงกระทบ ร่างสูงใหญ่ทิ้งตัวลงนั่งเคียงข้างเธอบนขอบเตียง มือหนาเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา นัยน์ตาสคมกริบสีดำสนิทพินิจมองหญิงสาวผู้เป็นทั้งดวงใจและแม่ของลูกด้
กลิ่นอับชื้นและกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณห้องใต้ดินนิรภัย แสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดไฟดวงเปลือยสาดส่องลงบนร่างของเมฆาที่นอนหอบหายใจรวยรินอยู่บนพื้นปูนเย็นเฉียบ สภาพของอดีตคุณหนูไฮโซตระกูลดังยับเยินจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม ใบหน้าบวมปูดจนแทบจำไม่ได้ ดวงตาข้างหนึ่งปิดสนิทเนื่องจากรอยฟกช้ำดำเขียว และทุกครั้งที่ขยับตัว เสียงครางหอบสะท้านด้วยความเจ็บปวดจากซี่โครงที่หักร้าวก็เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่แตกยับเสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า เมฆาพยายามปรือตาขึ้นมองผ่านความมืดสลัว ร่างสูงสง่าของครามินทร์ยืนกอดอกมองลงมาด้วยแววตาสคมกริบที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง ไร้ซึ่งความปราณีหรือความเห็นอกเห็นใจใดๆ ทั้งสิ้นข้างกายของมัจจุราชหนุ่ม บอดี้การ์ดคนสนิทก้าวเข้าไปใกล้ พร้อมกับวางแผ่นกระดาษแผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ ตรงหน้าเมฆา พร้อมด้วยปากกาหมึกซึมด้ามหรู"เซ็นซะ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ทว่ากดดันจนคนฟังรู้สึกราวกับมีหินผาทับอยู่บนอก "ใบหย่า... ระหว่างแกกับนิรสา"เมฆาแค่นหัวเราะในลำคอด้วยความเจ็บปวดและสมเพชตัวเอง ทว่าท่ามกลางความหวาดกลัวต่อความตายที่คืบคลานเข้ามา สัญชาตญาณ
แสงไฟสลัวจากหลอดไฟเปลือยส่องกระทบเศษฝุ่นที่ลอยเคลุ้งอยู่ภายในห้องใต้ดินอับชื้น บรรยากาศตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ร่างของเมฆาที่พ่ายแพ้จนมุมและถูกลากตัวมายังสถานที่แห่งนี้หลังจากเหตุการณ์จับตัวประกัน เต็มไปด้วยร่องรอยบาดแผลฟกช้ำและคราบเลือดกรัง ใบหน้าที่เคยหยิ่งผยองบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัวขั้นสุดเมื่อเงาร่างสูงสง่าของครามินทร์ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าดวงตาสคมกริบสีดำสนิทของครามลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความอำมหิตและจิตสังหารที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี ไม่มีคำพูดพร่ำเพ้อหรือการเจรจาใดๆ ทั้งสิ้น ความโกรธแค้นที่สั่งสมมาจากการที่เมฆากล้าอาจหาญแตะต้องภรรยาและขู่ฆ่าลูกชายสายเลือดเดียวของเขา ระเบิดออกเป็นพายุหมัดที่พร้อมจะบดขยี้เป้าหมายให้แหลกคามือครามพุ่งเข้าประชิดตัวด้วยความเร็วแสง มือแกร่งกระชากคอเสื้อของเมฆาขึ้นมาก่อนจะซัดหมัดหนักหน่วงเข้าที่โหนกแก้มเต็มแรงปัก!เสียงเนื้อกระแทกดังสนั่นหวั่นไหว ฟันกรามของเมฆาร่วงหล่นปนกับเลือดสดๆ ที่ทะลักออกจากปากทันที ร่างท้วมเซถลาล้มคว่ำลงไปกองกับพื้นอย่างน่าสมเพช ทว่าครามไม่ได้ปล่อยให้เขาได้พักหายใจ ร่างสูงใหญ่ตามไปกระชากตัวขึ้นมาแล้วกระหน่ำหมัดซัด







