Se connecterแม้ว่ามันจะคับแน่น เกือบอาเจียนแต่ฉันก็ยัง ผงกหัวสู้อย่างขาดใจ ไม่มีปริปากบ่น มอร์ฟินยังคงจับท้ายทอยเริ่มควบคุมฉันให้ค่อยๆกลืนกินช้าๆ และคายออกโดยปลายปากยังคงดูดแท่งรักร้อน ราวกับไอศครีมรสหวาน จ๊วบบ แจ๊บบ จ๊วบบบ จ๊วบ ก่อนที่จะเริ่มเร่งจังหวะให้เร็วขึ้น ด๊วบ ด๊วบๆๆๆ รสชาติของไวน์ผสมผสานกับน้ำหวานห
เราสองคนนอนขนาบข้างเจ้าลูกชายตัวน้อย " คืนนี้ใครจะเล่านิทานให้มาร์คัสฟังล่ะครับ? " มาร์คัสหยิบไอแพดของตัวเองมาเปิดนิทานหน้าที่ค้างเอาไว้ มาและหันหน้าถามระหว่างพ่อกับแม่ " เดี๋ยวแม่เล่าให้ฟังก็ได้จ่ะ " ฉันหยิบไอแพดมาก่อนจะลูบผมของลูกชายเบาๆ " เย้ๆๆ "มาร์คัสก็ยิ้มแย้มอย่างมีความสุข เราสามคนมีความ
เพราะว่า นอกจาก พ่อกับอาหมอ มอร์ฟินก็คือผู้ชายอีกคนหนึ่งในชีวิต ที่สำคัญมากที่สุด" ฉันคงไม่มีทาง มาถึงวันนี้ได้ ถ้าไม่มีนาย " " ฟังนะฟิน.."" วันนี้ฉันหายจากโรคนั้น ฉันหายขาดจากยานรกนั่น ก็เพราะนายช่วยฉันเอาไว้"" ฉันจะลืมคนที่ช่วยชีวิตฉัน พาฉันออกมาจากขุมนรกได้ยังไง"" เราพาอะไรกันมามากมาย นายเห็
" พอดี พี่ก็เพิ่งรู้เนี่ยแหละว่า ลูกสะใภ้เป็นลูกสาวบุญธรรมของมาดามคอร์ " คุณหญิงพยายามฝืนยิ้มเล็กน้อย แต่ก็ยังหลบสายตาของฉัน " ไม่ใช่ลูกบุญธรรมนะคะ แซมมี่เนี่ย เป็นลูกสาวแท้ๆของฉันเลย" มาดามเดินเข้ามาร่วมวงด้วยทันที " และยังมีสิทธิ์ในทรพัย์สมบัติทั้งหมดของทั้งฉัน และสามีอีกด้วย เพราะเราไม่มีทายาท
แชะ แชะ แชะๆๆ " Sammy this way pls " " Sammy " " beauty Queen " เสียงของตากล้องมากมายเรียกหาฉัน ก่อนที่เสียงเล็กหนึ่งจะดังขึ้น.. " แม่มด แม่..." เสียงนั่นพยายามเพ่งสายตาไปรอบๆ เพราะว่าแสงไฟที่สาดส่องทำให้ฉันมองไม่เห็นไม่ได้ชัด " มาร์คัส ? " ฉันเอ่ยชื่อนั้นเบาๆ เพราะไม่แน่ใจว่าเป็นเสียงของลูกห
ผมมองเธอขึ้นไปบนเวที ราวกับเธออยู่สูงกว่า ดีไซน์เนอร์และนางแบบต่างเดินมารวมตัวกันตั้งเป็นแถวตรง ก่อนที่มาดามชาวไทยพร้อมกับท่านไมเคิลคอร์ นักธุรกิจมือชื่อของประเทศฝรั่งเศสจะเดินขึ้นบนเวที เพื่อตัดริบบิ้นสีแดงให้งานเปิดตัวสุดอลังการนี้ ท่านไมเคิลคอร์ขึ้นกล่าวเป็นภาษาฝรั่งเศส ถ้าตามที่ผมพอฟังออก ท่า
ปึกกก!!!! ผมผลักผู้หญิงคนนั้นกระแทกเข้ากับผนังห้องน้ำอย่างไม่ปราณี แต่เจ้าตัวกลับไม่ร้องโวยวายอะไรออกมาแม้แต่น้อย " คิดว่าฉันจำผู้หญิงชั่วๆแบบเธอไม่ได้หรอ?" ผมพูดออกมาอย่างเจ็บใจ คนตรงหน้าไม่ยอมปริปากตอบอะไรกลับมาเลยแม้แต่น้อย "กล้ามาที่นี่ได้ยังไง?? " ผมพูดออกมาด้วยความโกรธแค้น " อยากเข้าห้อ
" พ่อค่ะ...แม่หนูอะ เขาตายไปนานแล้วใช่ไหม? " ฉันถามอย่างเริ่มสับสน แต่พ่อเลือกที่จะหลบสายตาและไม่ตอบ ทุกคนนิ่งเงียบ อาหมอลุกมานั่งลงข้างๆกับฉัน และโอบกอดฉันเอาไว้อย่างคุ้นเคย " ถ้า เธอยังไม่ตาย และนั่งอยู่ตรงหน้าหนูล่ะลูก หนูรับได้ไหม? " อาหมอพูดกระซิบข้างๆหูของฉัน อย่างเป็นห่วงและเข้าใจความรู้สึ
" อะไรนะ พริบพราวมี...สามีแล้วหรอ?" แม่แทบนั่งไม่ติดเมื่อผมพูดออกไปแบบนั้น " ใช่ แต่แม่ไม่ต้องห่วงนะ " ผมจับมือของแม่มากุมเอาไว้และพยายามจะซ่อนความรู้สึกเจ็บปวด " ผมกู้เงินบริษัทของเรา สองร้อยล้านไปแล้ว " ผมยิ้มออกมาทั้งนัยตาเศร้าๆ " ผมจะเอาเงินไปใช้หนี้ให้พราว และเอาพราวกลับมาเป็นภรรยา และแม่ขอ
" อยากจะไปตายที่ไหน ไปเอากับใครก็เชิญ " มอร์ฟินตวาดใส่หน้าของฉันทั้งน้ำตาคลอเบ้า ฉันพูดอะไรไม่ออกเลย มันเหมือนคนที่มีอาการน้ำท่วมปาก กลืนไม่เข้าคลายไม่ออก หนุ่มนายแบบข้างกายบีบแขนของฉันเบาๆ เมื่อเห็นว่าฉันขาดสติไป " ฉันผิดเองที่คิดจะรักษาเธอ " มอร์ฟินกำหมัดแน่น " สุดท้ายแล้ว มันก็ทำให้ฉันได้รู้ว







