Share

บทที่ 8 แกล้ง

last update Last Updated: 2026-02-02 12:26:10

บทที่ 8 แกล้ง

“จะบ้าเหรอ!” สตางค์เผลอขึ้นเสียงใส่เขา ก่อนจะรีบยกมือปิดปากตัวเองอีกครั้ง “พูดอะไรคะ นี่มันห้องน้ำร้านอาหารนะ”

“แล้วยังไง”

“ตังค์ไม่ทำหรอกค่ะ ตังค์จะกลับแล้วด้วย”

“พี่สั่ง เราก็ต้องทำ…”

สตางค์ตัวแข็งทื่ออยู่บนตักเขา หัวใจเต้นแรงจนเหมือนจะทะลุออกจากอก มือเล็กยังกำชายกระโปรงแน่นเพราะไม่รู้จะทำอย่างไรกับสถานการณ์ที่ถูกผลักเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว

“พะ…พี่ฝุ่น” เธอเรียกเขาเสียงสั่น ใบหน้าแดงจัดจนรู้สึกได้ถึงความร้อนซ่านขึ้นไปถึงใบหู

ไต้ฝุ่นไม่พูดอะไร เพียงเลื่อนมือใหญ่ขึ้นมาลูบหลังเธอเบาๆ ระหว่างที่ลมหายใจอุ่นร้อนยังคงไล่รินอยู่ที่ลำคอและใบหูเหมือนจงใจทำให้เธอหายใจไม่ทั่วท้อง

ดวงตาคมมองเธอเหมือนกำลังขบคิดว่าจะหยอกให้เธอเขินอีกแค่ไหนก่อนจะยอมปล่อย

“เวลาทำหน้าแบบนี้นะ…” เขากระซิบต่ำข้างหู “ยั่วกว่าที่พี่คิดอีก”

สตางค์กัดริมฝีปากแน่น พยายามไม่ให้เสียงใดๆ เล็ดลอดออกมา เธอผลักแผงอกเขาเบาๆ แม้จะรู้ดีว่ามันไม่มีทางขยับเขาได้เลย

“พี่ฝุ่น… อย่าแกล้งตังค์แบบนี้นะ คนข้างนอกได้ยินขึ้นมามัน…”

ไต้ฝุ่นยกมือขึ้นมาปิดปากเธอเบาๆ ก่อนก้มหน้าลงจนหน้าผากทั้งสองเกือบชนกัน น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาอย่างจงใจให้เธอสั่นไปทั้งตัว

“งั้นก็เงียบๆ หน่อย… พี่ไม่อยากให้ใครได้ยินเสียงกระต่ายของพี่เหมือนกัน”

สตางค์เผลอหลับตาปี๋ หายใจติดขัดไปชั่วขณะ ความใกล้ชิดของเขา ทั้งกลิ่นกาย ความอุ่น และแรงกอดที่ไม่ให้เธอหนี กดทับความคิดทั้งหมดจนแทบไม่เหลือสติ

มือใหญ่เลื่อนลงไปประคองเอวของเธอให้แนบชิดมากขึ้น ขณะที่อีกมือเลื่อนขึ้นไปจับหลังคอเธอเบาๆ ราวกับกำลังบังคับให้เธอมองเขาเท่านั้น

“ดีมาก…” เขาพึมพำเมื่อเห็นเธอนิ่งไป “อยู่เฉยๆ แบบนี้แหละ”

สตางค์กัดริมฝีปากแน่นจนหน้าซีด เธอรู้ว่าเขากำลังทำอะไร กำลังทำให้เธอเป็นฝ่ายแพ้ ตั้งใจให้เธอสั่น ให้เธอหวั่นไหวมากกว่าเดิม แต่ก็ทำอะไรได้ไม่มากไปกว่าการพยายามควบคุมลมหายใจที่สั่นจนแทบไม่เป็นจังหวะ

ไต้ฝุ่นเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย สบตากับเธอตรงๆ รอยยิ้มของเขาอันตรายและเจ้าเล่ห์จนหัวใจสตางค์เต้นไม่เป็นจังหวะ

“สตางค์” เขาเรียกชื่อเธอเบาๆ นิ้วโป้งไล้ตรงแก้มเธอแผ่วๆ “อยากกลับ…หรืออยากให้พี่พาไปส่งที่ห้องดี?” คำถามนั้นไม่ใช่คำถามธรรมดา เป็นคำถามที่ไม่น่าตอบ คำถามที่เธอไม่ควรโดนถามในที่แบบนี้ ยิ่งไม่ใช่ขณะอยู่บนตักเขาแบบนี้ด้วย

สตางค์รีบส่ายหน้าแรงๆ

“กะ กลับค่ะ กลับบ้านค่ะพี่ฝุ่น”

ไต้ฝุ่นหัวเราะเบาๆ เสียงต่ำๆ นั้นทำให้เธอขนลุกไปทั้งตัว

“งั้นก็รอให้พี่สูบบุหรี่ให้หมดก่อน” เขาก้มลงกระซิบ “แล้วจะพาไป” มือเขาลูบหลังเธอช้าๆ อย่างอ่อนโยนผิดกับสายตาที่ซ่อนความเป็นเจ้าของชัดเจน ก่อนเขาจะผละหน้าออกไปเล็กน้อย แต่ยังไม่ยอมปล่อยเธอจากตัก “นั่งอยู่แบบนี้ไปก่อน”

เสียงลมหายใจอุ่นๆ ของไต้ฝุ่นยังคงรดต้นคอเธอเมื่อเขาเอียงหน้าเข้ามาใกล้กว่าเดิม มือใหญ่เลื่อนขึ้นมาประคองท้ายทอยสตางค์ เตรียมจะดึงใบหน้าเธอเข้าหาเพื่อจูบปากให้สมใจ

แต่สตางค์ที่ทั้งอาย ทั้งหงุดหงิด ทั้งดื้อ กลับเม้มริมฝีปากแน่น และใช้มือดันหน้าอกเขาไว้

“พี่ฝุ่น… พอได้แล้ว ตังค์ไม่ทำ” เธอพึมพำเสียงเบาแต่เด็ดขาด

ไต้ฝุ่นหัวเราะในลำคอ คล้ายเอ็นดูเสียมากกว่าโมโห

“ดื้อจริงนะเรา” มือเขาเลื่อนมาจับคางเธอ บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ก่อนโน้มตัวลงมาอีกครั้งอย่างตั้งใจจะกดจูบให้เธอหยุดเถียง

แต่ครั้งนี้สตางค์ไวกว่า เธอยกมือขึ้นมาจับหลังมือเขาที่แตะคางเธอไว้แล้ว งับ! กัดลงไปเบาๆ แต่ชัดเจนพอให้เขาชะงัก

ไต้ฝุ่นเลิกคิ้วขึ้นทันที

“กัดพี่?” น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงแววขู่ แต่ดวงตากลับเป็นประกายระยับเหมือนกำลังสนุก “จะเป็นกระต่ายหรือเป็นหมากันแน่หืม?”

สตางค์เม้มปากแน่น ดวงตากลมสู้สายตาเขาแบบไม่ยอมแพ้

“ก็พี่จะจูบตังค์ก่อนตังค์จะอนุญาตนี่คะ”

ไต้ฝุ่นเหยียดยิ้ม… ช้าๆ อย่างน่ากลัว และแผ่ไอร้อนจนเธอใจสั่น

เขายกมือที่ถูกเธอกัดขึ้นมาดู ก่อนจะจรดปลายนิ้วแตะรอยฟันเล็กๆ บนนั้น

“เด็กดื้อแบบนี้… พี่ชอบ” แล้วในเสี้ยววินาที เขาก็รวบเอวเธอแน่นขึ้น จนแผ่นหลังเธอแนบกับอกเขาไม่มีช่องว่างแม้แต่นิดเดียว เสียงหายใจของเขาหยอกล้ออยู่ที่ข้างหูเธอ “งั้นพี่จะเอาคืน… แบบที่ตังค์ไม่มีแรงจะกัดพี่อีกเลย”

งับ!

“อ๊ะ! พี่ฝุ่นหยุดนะ อื้อ…ตังค์เจ็บนะพี่ฝุ่น!” สตางค์ดิ้นพล่านเมื่อถูกไต้ฝุ่นกัดผิวเนื้ออ่อนตรงลำคอ เขาฝากรอยเขี้ยวไว้เด่นชัดบนนั้น ซ้ำยังเลื่อนริมฝีปากลงมาดูดตรงเนินอกเธอจนเกิดรอยแดงวงใหญ่

มือเล็กพยายามปัดป่ายใบหน้าเขาออกห่าง แต่ไม่เป็นผล ยิ่งเธอผลักเขาออก แรงดูดก็ยิ่งรุนแรงจนรู้สึกแสบจี๊ดๆ

“ทำไม ทีเรากัดพี่ยังไม่หวงเลยว่าพี่จะเจ็บไหม”

สตางค์ยกมือขึ้นปิดคอตัวเอง จ้องหน้าไต้ฝุ่นเขม็ง

“รังแกผู้หญิง!”

“แล้วยังไง?” ไต้ฝุ่นยกมวนบุหรี่ที่วางไว้มาสูบควันเข้าปาก ก่อนจะรั้งใบหน้าสตางค์เข้ามาใกล้ๆ แล้วประกบปากจูบเธอ เขาพ่นควันบุหรี่เข้าไปในปากหญิงสาว ก่อนจะผละออก

“ไอ้บ้า!” สตางค์ใช้กำปั้นน้อยๆ ทุบแกแกร่งไปสองที เธอสำลักจนตาแดงก่ำ “ไม่ต้องมาจับเลยนะ!” เธอปัดมือเขาออก ทว่าไต้ฝุ่นกลับหัวเราะชอบใจ

“ไปได้แล้ว แต่…”

คำว่าแต่ของเขาทำเอาเธอชะงักไปนิด

“เรามีนัดกันที่ห้องพี่ หวังว่าตังค์จะไม่ปฏิเสธนะ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • BAD SOTUS ของหวงวิศวะ   THE END

    THE ENDสองสัปดาห์หลังจากงานหมั้น ชีวิตของทั้งคู่ค่อยๆ กลับเข้าสู่จังหวะเดิมที่เรียบง่าย ไม่มีแขก ไม่มีพิธี ไม่มีดอกไม้ประดับเต็มบ้าน มีเพียงวันธรรมดาที่เริ่มต้นและจบลงด้วยชื่อของกันและกันคอนโดใหม่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัย ห้องขนาดพอดี ไม่ใหญ่โต แต่โปร่งสบาย แสงแดดตอนเช้าส่องผ่านกระจกบานใหญ่เข้ามาทุกวัน ที่นี่ไม่ใช่แค่ที่พักแต่เป็นที่ที่ทั้งสองตั้งใจจะเรียกมันว่าบ้านอย่างจริงจังวันแรกที่สตางค์ย้ายเข้ามา เธอลากกระเป๋าเดินทางใบไม่ใหญ่นักเข้ามาในห้อง ไต้ฝุ่นยืนพิงผนัง มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ หัวใจเต้นแรงกว่าตอนยืนในงานหมั้นเสียอีก“เอากระเป๋าไว้ตรงนี้ก่อนก็ได้ เดี๋ยวพี่จัดตู้ให้” เขาพูดพลางรับกระเป๋าจากมือเธอ สตางค์เดินสำรวจห้องช้าๆ นิ้วแตะขอบโต๊ะ ขอบโซฟา เหมือนกำลังทำความคุ้นเคย“มันรู้สึกแปลกนะคะ เหมือนมาอยู่บ้านตัวเองจริงๆ”ไต้ฝุ่นเงยหน้ามอง ก่อนจะเผลอยิ้มตาม“ก็บ้านเราแล้วนี่” คำว่า เรา หลุดออกมาง่ายดายจนทั้งสองชะงักไปพร้อมกัน ก่อนจะยิ้มให้กันอย่างเขินๆ ชีวิตร่วมกันเริ่มต้นจากเรื่องเล็กน้อย ตอนเช้าไต้ฝุ่นตื่นก่อน อาสาทำกาแฟให้ ส่วนสตางค์เตรียมอาหารเช้าง่ายๆ บางวันเขาออก

  • BAD SOTUS ของหวงวิศวะ   บทที่ 44 หมั้นหมาย

    บทที่ 44 หมั้นหมายสองเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ราวกับทุกอย่างถูกจัดวางไว้เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ต้นหลังจากวันที่ไต้ฝุ่นตัดสินใจเข้าไปคุยกับทางบ้านของสตางค์ เรื่องที่เคยหนักอึ้งในใจกลับค่อยๆ คลี่คลายลงอย่างน่าประหลาด ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพูดคุยกันด้วยเหตุผล ความจริงใจของเขา และท่าทีสุขุมที่ไม่ค่อยได้เห็นจากไต้ฝุ่น ทำให้บรรยากาศวันนั้นผ่านไปด้วยดีและวันนี้ก็มาถึงเช้าวันหมั้น บ้านของสตางค์ถูกตกแต่งอย่างเรียบหรู โทนสีครีมและขาวถูกขับด้วยดอกไม้สดสีอ่อนที่จัดวางอยู่ทั่วบริเวณ กลิ่นดอกมะลิและกุหลาบลอยคลุ้งไปทั่วบ้าน เสียงพูดคุยเบาๆ ของญาติผู้ใหญ่ผสมกับเสียงหัวเราะของคนในครอบครัว ทำให้บรรยากาศอบอุ่นตั้งแต่ยังไม่เริ่มพิธีสตางค์ในชุดไทยสีอ่อนนั่งอยู่ในห้องรับรอง ใบหน้าแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มเขินอาย มือเล็กประสานกันแน่นบนตัก แม้จะดูนิ่ง แต่หัวใจกลับเต้นแรงทุกครั้งที่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวด้านนอกขณะเดียวกัน ไต้ฝุ่นยืนอยู่หน้าบ้านในชุดสูทสุภาพเรียบร้อย ผิดจากภาพลักษณ์ดิบๆ ที่ใครหลายคนคุ้นเคย เขาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามตั้งสติ แม้สีหน้าจะนิ่ง แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและกังวลไม่แพ้กัน“ใจเย็น

  • BAD SOTUS ของหวงวิศวะ   บทที่ 43 คนขี้อาย

    บทที่ 43 คนขี้อายผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ซานเดินถือแก้วกาแฟมานั่งลงบนม้านั่งข้างๆ กับไต้ฝุ่นและไทเกอร์นั่งลงฝั่งตรงข้าม“กาแฟมาแล้วครับคุณผู้ชาย” ซานแกล้งแซว แล้วเลื่อนแก้วกาแฟไปตรงหน้าเพื่อน“ตังค์ทอนล่ะ?” ไต้ฝุ่นแบมือขอเงินทอนคืนจากซาน แต่ซายกลับไหวไหล่เบาๆ“ไม่คืน ค่าเสียเวลาเดินไปซื้อ”“ไอ้ห่า ทำอย่างกับบ้านมึงจน”“มึงบอกกูเองนี่นา ว่าเงินทอนเหลือเอาอะไรมาก็ได้”“แล้วมึงซื้ออะไรมา”“ก็ซื้อเหล้ามาขวดหนึ่ง เอาไปไว้ที่รถแล้ว”“ไอ้นี่ มึงก็เห็นด้วยกับมันเหรอไอ้เสือ”“เปล่า กูไม่ได้สนใจมัน กูคุยโทรศัพท์กับชาอยู่”ไต้ฝุ่นลอบถอนหายใจเบาๆ แล้วก้มหน้ามองรายงานตรงหน้า“พวกมึง”“ว่า/ว่า” ทั้งซานและไทเกอร์ขานรับพร้อมกัน“กูว่า…กูจะขอสตางค์หมั้นไว้ ดีไหมวะ”ซานกับไทเกอร์ชะงักไปพร้อมกัน บรรยากาศบนม้านั่งเงียบลงชั่วอึดใจ เหลือเพียงเสียงนักศึกษาคนอื่นเดินผ่านไปมา ซานเป็นคนแรกที่เลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะหัวเราะแห้งๆ“เดี๋ยวนะ กูได้ยินถูกไหมว่า มึงจะขอน้องตัง์หมั้น?”ไทเกอร์ละสายตาจากโทรศัพท์ ค่อยๆ เงยหน้ามองเพื่อนสนิท สีหน้าจริงจังกว่าซานเล็กน้อย“มึงแน่ใจแล้วเหรอฝุ่น ไม่ใช่อารมณ์ชั่ววูบใช่ไหม”ไต้ฝุ่นไม่เ

  • BAD SOTUS ของหวงวิศวะ   บทที่ 42 สัมผัสที่คุ้นเคย

    บทที่ 42 สัมผัสที่คุ้นเคยแสงเช้าอ่อนๆ ลอดผ่านผ้าม่านบาง ทาบลงบนเตียงที่ยังอุ่นจากร่องรอยของเมื่อคืน สตางค์ขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะรู้สึกถึงอ้อมแขนที่โอบอยู่รอบเอว เธอลืมตาขึ้นช้าๆ ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าของไต้ฝุ่นในระยะใกล้ ลมหายใจของเขาสม่ำเสมอ ดวงตาหลับพริ้ม ต่างจากตอนตื่นที่มักเจ้าเล่ห์เสมอเธอเผลอมองเขานานกว่าที่คิด ก่อนจะยิ้มบางๆ แล้วขยับตัวจะลุก แต่ยังไม่ทันได้ขยับมากนัก แขนที่กอดอยู่ก็รั้งเธอกลับไป“จะหนีไปไหนตั้งแต่เช้า” เสียงงัวเงียกระซิบใกล้หู“ตังค์ไม่ได้หนีค่ะ แค่จะลุก” เธอตอบเบาๆ แต่ท่าทางที่ยังซบอยู่บนอกเขากลับสวนคำพูด ไต้ฝุ่นลืมตาขึ้น มองเธอจากมุมต่ำ รอยยิ้มขี้เกียจแต่แฝงความพอใจปรากฏชัด“เช้าแบบนี้พี่ว่าตรงนี้น่าอยู่กว่าเยอะ”สตางค์หัวเราะในลำคอ ผมยาวยุ่งเล็กน้อยไหลลงมาข้างแก้ม เสื้อบางๆ ที่เธอสวมอยู่เผยให้เห็นช่วงไหล่ขาวเนียนโดยไม่ตั้งใจ เธอรู้ตัวดีว่าเขามองอะไรอยู่“พี่ฝุ่นอย่ามองแบบนั้นสิคะ”“แบบไหน” เขาถามกลับ พลางขยับตัวเข้ามาใกล้อีกนิด “พี่แค่มองแฟนตอนเช้าเอง”คำว่า แฟน ทำให้หัวใจเธอสะดุดเล็กน้อย สตางค์เม้มริมฝีปาก แต่สายตาที่หลบกลับเต็มไปด้วยความเขินปนพอใจ“พูดเพรา

  • BAD SOTUS ของหวงวิศวะ   บทที่ 41 โหยหา NC+++ (100%)

    บทที่ 41 โหยหา NC+++ (100%)เสียงลมหายใจสอดประสานกันดังกลบความเงียบในห้องนั่งเล่น แสงไฟอุ่นส่องเงาคู่ของทั้งสองทาบทับบนผนังราวกับภาพที่คุ้นตา สตางค์หลับตาลง ปล่อยให้จังหวะที่เธอรู้จักดีพาอารมณ์ไหลไปข้างหน้า ทุกการเคลื่อนไหวไม่จำเป็นต้องเอ่ยคำใด ร่างกายสื่อสารแทนความคิดได้ชัดเจนกว่าไต้ฝุ่นก้มกระซิบใกล้ใบหู เสียงต่ำพร่าทำให้หัวใจเธอสะดุด เขาไม่ได้เร่งรัด แต่ก็ไม่ผ่อนคลาย เหมือนรู้ดีว่าควรหยุดตรงไหนและควรไปต่อเมื่อไร ความคุ้นเคยทำให้ทุกสัมผัสมีความหมาย เป็นทั้งแรงดึงดูดและความไว้ใจที่ก่อตัวมานานสตางค์ขยับรับอย่างเป็นธรรมชาติ นิ้วมือเธอเกาะยึดเสื้อเขาไว้ราวกับสมอ ความร้อนระอุไม่ได้ปะทุเป็นไฟโหม แต่ค่อยๆ ซึมลึก เข้าถึงอารมณ์ในส่วนที่คำพูดแตะไม่ถึง เสียงหัวใจเต้นสอดรับกันเป็นจังหวะเดียว เร่าร้อน อ่อนหวาน และคุ้นเคยจนไม่ต้องตั้งคำถามในห้องที่เต็มไปด้วยเงาและแสง ทั้งสองปล่อยให้เวลาหยุดนิ่งชั่วคราว เหลือเพียงความรู้สึกที่แนบแน่นและจังหวะที่รู้จักดี วินาทีนั้นไม่ต้องการสิ่งใดมากไปกว่าการอยู่ตรงนี้ด้วยกัน“อื้อ~ พี่ฝุ่นอย่ากระแทกถี่ๆ แบบนี้สิ ตังค์จะเสร็จ” เธอกัดปากแน่น มือกำเข้าหากันจนข้อซีด

  • BAD SOTUS ของหวงวิศวะ   บทที่ 40 โหยหา NC ++

    บทที่ 40 โหยหา NC ++รถเคลื่อนตัวออกจากสนามแข่งได้ไม่นาน สตางค์ก็หันหน้าไปมองเขาด้วยรอยยิ้มบางๆ“เจ้าอ้วนเป็นยังไงบ้างคะ โตเท่าไรแล้วอะ”“หึ ก็สูงกว่าเดิม ผอมลงนิดหน่อยแต่ไม่ต้องห่วง กินดีอยู่ดีกว่าตอนอยู่กับพี่แน่”“แหงสิคะ พี่ฝุ่นดุมันนี่นา”“หึหึ” ไต้ฝุ่นหัวเราะเบาๆ ก่อนจะตีไฟเลี้ยวไปอีกทาฃหนึ่ง ซึ่งสตางค์จำได้แม่นว่านั่นทางกลับคอนโดเขา“ไม่ได้จะพาตังค์กลับห้องเหรอ”“กลับสิทแต่เป็นห้องพี่”“ร้ายกาจนะคะ ตังค์จะเชื่อใจพี่ได้ไหมเนี่ย”ไต้ฝุ่นยิ้มมุมปาก ไม่ตอบในทันที รถแล่นเรียบไปตามถนนยามเย็น แสงไฟสองข้างทางทอดยาวเป็นเส้น สตางค์เผลอมองเงาสะท้อนบนกระจก เห็นสีหน้าเขานิ่งแต่แววตากลับอ่อนลงอย่างประหลาด“เชื่อใจพี่สิ” เสียงเขาต่ำลงนิดเดียว เหมือนตั้งใจให้ได้ยินแค่เธอ “ถ้าไม่เชื่อ พี่คงไม่กล้าพาตังค์มาทางนี้”คำพูดนั้นทำให้หัวใจเธอสะดุด สตางค์เม้มปาก กลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่ รถชะลอเข้าจอดริมทางเงียบๆ ใต้ต้นไม้ใหญ่ ไต้ฝุ่นดับเครื่อง ก่อนจะหันมามองเธอเต็มตา ระยะใกล้เกินกว่าจะหลบสายตาได้“ทำไมมองแบบนั้นคะ” เธอถามเสียงเบา ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าคำตอบจะเป็นยังไงเขาเอื้อมมือมาจัดปอยผมที่หลุดลุ่ยให้ เงี

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status