LOGIN"ซี๊ด~"
ความเจ็บปวดจากกลางกายแล่นเข้าเล่นงานเป็นความรู้สึกแรกของวัน เมื่อแสงจากด้านนอกลอดเข้ามาปลุกคนที่ยังคงนอนขดตัวอยู่บนเตียงกว้างให้ตื่นขึ้นมารับวันใหม่
ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวด้วยความแสบจากด้านใน มือเล็กเลื่อนลงไปสัมผัสกลีบกุหลาบอวบอูมบวมเป่งเบาๆ
ดวงตากลมปรือขึ้นรับเช้าวันใหม่ด้วยความรู้สึกร้อนทั้งตัว โดยเฉพาะลำคอที่แห้งผากร้อนจนเหมือนจะเป็นไข้
"อือ.. "
นาเดียกวาดสายตามองเพดานขาวด้านบนด้วยความรู้สึกว่างเปล่า เธอยังคงจำฝันร้ายเมื่อคืนดีได้แม้จะอยู่ในอาการเมามึน แต่ก็ไม่มากพอจะทำให้สติขาดหายได้
ผู้ชายที่ได้เป็นคนแรกของเธอเป็นคนที่เธอคอยตามติดเขาทุกความเคลื่อนไหวมาโดยตลอด ความชื่นชมแปรเปลี่ยนเป็นความชิงชังรังเกียจไปด้วย
ใจดวงเล็กสูบฉีดทำงานหนักเมื่อน้ำตาจวนจะไหลออกมา ขอบตาร้อนผ่าวจนแดงก่ำก่อนจะเปลี่ยนเป็นหยดน้ำรินไหลลงอาบแก้ม
"คนเลว อ๊ะ!"
เพียงแค่ขยับตัวลุกขึ้นนั่งต้องใช้ความพยายามอยู่หลายนาทีกว่าจะสำเร็จ มือเล็กยกขึ้นเช็ดน้ำตาออกจากพวงแก้มลวกๆ กวาดสายตามองหาเสื้อผ้าของตัวเองที่ยังคงเกลื่อนอยู่บนพื้นก่อนจะค่อยๆ เหวี่ยงปลายเท้าลงเหยียบบนพื้นเย็นเยียบอย่างระวัง
การก้าวเดินแต่ละก้าวนั้นช่างยากเย็น เพราะเพียงแค่ขยับขาสับเดินไปด้านหน้า การเสียดสีก็ทำให้กลีบกุหลาบปวดแสบจนต้องข่มน้ำตาอยู่หลายครั้ง
"คนบ้าทำรุนแรงเกินไปแล้ว ใครที่ว่าอยากได้คาเรนเป็นผัวมาเจอกับตัวแล้วจะรู้สึกวะ... อ๊ะ! แสบเป็นบ้าเลย"
เสียงหวานบ่นพึมพำในขณะที่ก้าวเดินไปก้มตัวลงเก็บเสื้อผ้าบนพื้นอย่างยากลำบาก ใบหน้าบูดบึ้งหัวคิ้วมนขมวดผูกชนกันตลอดเวลา
เธอใช้เวลาในการยัดเยียดเสื้อผ้ารัดรูปเข้าปกปิดร่างกายอยู่นานหลายนาทีก่อนจะสำเร็จผลทำใบหน้านวลชื้นเหงื่อ ขาเรียวสั่นระริกจนแทบจะยืนต่อไม่ไหว
ฟูว์~ นาเดียผ่อนลมหายใจยาว หมุนตัวเดินไปเก็บกระเป๋าสะพายเพียงใบเดียวในห้อง พร้อมกับค้นดูของของตัวเองด้านในว่าอยู่ครบหรือไม่
เมื่อเห็นทุกอย่างยังคงอยู่ครบตามเดิมรอยยิ้มจึงปรากฏบนใบหน้าจางๆ อย่างน้อยเขาก็ยังอุตส่าห์ไปตามเก็บของของเธอกลับมาจากโต๊ะที่นั่งกับเพื่อนก่อนหน้า แม้จะไม่รู้ว่าใช้วิธีไหนได้มาแต่คิดว่าสำหรับเขาแล้วคงจะไม่ยากเกินความสามารถ
นาเดียตัดสินใจออกมาจากห้องพักของคาเรนโดยที่ไม่รั้งรอให้เจอเขาก่อน ตอนนี้เธอไม่พร้อมที่จะเจอหน้าเขาจะด้วยเหตุผลอะไรที่เขาทำแบบนั้นกับเธอ แต่คิดว่าต่อแต่นี้ไปขอแค่อย่าได้เจอกันอีกเป็นดีที่สุด
รถคันหรูแล่นเข้ามาจอดเทียบในโรงจอดรถของหน้าบ้านหลังใหญ่ ใบหน้าซีดดูกังวลกลัวจะเจอกับคนที่ยังไม่พร้อมอธิบายเมื่อเห็นร่างกายผิดปกติของเธอ แต่พอยกโทรศัพท์ขึ้นเปิดดูเวลาแล้วได้แต่ปลอบตัวเองในใจว่าท่านคงไม่อยู่ในเวลานี้
นาเดียเปิดประตูรถเหวี่ยงปลายเท้าลงตาม รู้สึกไม่ชอบรองเท้าส้นสูงขึ้นมาก็เวลานี้ ในตอนที่เธอไม่พร้อมจะเสี่ยงกับความเจ็บที่แล่นอยู่ทั่วร่างกับความสูงที่เดินไม่ถนัดมาก
"เอาน่ามาถึงบ้านแล้วอีกนิดเดียวเอง"
เสียงหวานบอกกับตัวเอง ก้าวเดินเชื่องช้าเข้ามาด้านในตัวบ้านโดยมีชรินเด็กในบ้านวิ่งเข้ามารับเจ้านายสาวเหมือนเช่นทุกวัน
"ไม่เป็นไรค่ะเดี๋ยวเดียขึ้นไปเองได้ค่ะ อย่าบอกป๊ากับม๊านะคะว่าเดียกลับกี่โมง"
"แต่คุณเมธให้รายงานนะคะว่าคุณเดียกลับมากี่โมง"
"ไม่เป็นไรค่ะเดี๋ยวเดียบอกท่านเอง พี่ชรินไปทำงานเถอะค่ะ"
"อืม.. เอางั้นก็ได้ค่ะ"
ชรินหมุนตัวเดินกลับเข้าไปยังด้านในโซนของครัวใหญ่ไม่ไวหันกลับมามองเจ้านายสาวค่อยๆ ก้าวขึ้นสู่ชั้นสอง เอียงใบหน้ามองด้วยความสงสัยกับท่าทางการเดินแปลกประหลาดของเจ้านายสาว แต่ก็ไม่อยากยุ่งเรื่องเจ้านายมากเกินจะพลอยทำให้เดือดร้อนไปด้วย เธอจึงเดินกลับเข้ามาด้านในครัวโดยละความสนใจออกจากเรือนร่างเล็กนั้น
ปึก เสียงประตูปิดลงเบาๆ พร้อมกับร่างเล็กที่ก้าวเข้ามาด้านในด้วยใบหน้าซีดเผือด
หย่อนตัวนั่งลงบนขอบเตียงปล่อยร่างล้มตัวลงนอนบนเตียงนุ่ม เลื่อนมือสัมผัสกลีบกุหลาบอวบอูมผ่านกระโปรงตัวสั้นเบาๆ ก่อนจะรีบดันตัวขึ้นนั่งด้วยความเร็วอย่างลืมตัว
"โอ๊ย!"
นั่งข่มความเจ็บอยู่นานก่อนความรู้สึกจะเบาลง ดวงตากลมจ้องมองไปยังกระเป๋าสะพายที่วางอยู่ใกล้ๆ กัน คว้าเข้ามาใกล้กวาดมือควานหาแผงยาคุมฉุกเฉินที่ซื้อก่อนหน้านี้ไม่นาน
"เฮ้อ! ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีวันนี้ วันที่ต้องมานั่งกินยาคุมฉุกเฉินเพราะกลัวจะท้อง นี่ฉันควรจะดีใจหรือเปล่าเนี่ยที่ไปมีซัมติงกับอปป้าที่ชื่นชอบ แต่เขา... ไม่ใช่คาเรนที่เคยชอบซะหน่อย แค่ชื่อหน้าและเป็นคาเรน.. อีกคนไม่ใช่คาเรนคนนั้น"
นาเดียนั่งเถียงกับความรู้สึกตัวเอง จะหมดความศรัทธาในการชื่นชอบไอดอลสักคนมันก็ไม่ใช่ จะกลับไปเป็นเหมือนแต่ก่อนมันก็ทำใจได้ยากเช่นกัน ความรู้สึกครึ่งๆ กลางๆ มันทำให้เกิดรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา
มือเล็กแกะเม็ดยาขึ้นมาใส่ปากแทนการคิดอะไรมากมายในหัว เธอล้มตัวลงนอนบนเตียงอีกครั้งปล่อยให้ความเจ็บปวดตามร่างกายเล่นงานอยู่นาน และด้วยความอ่อนเพลียทำให้หลับลงไปในที่สุด
อีกด้านหนึ่ง
คาเรนก้าวเดินเข้ามาด้านในห้องพักชั่วคราวเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาด้วยใบหน้านิ่ง ดวงตาคมกวาดสายตามองหาคนตัวเล็กที่จำได้ว่านอนอยู่บนเตียงกว้างก่อนเขาจะออกไปดูงานด้านนอก
เหลือบตาขึ้นมองนาฬิกาเหนือโทรทัศน์จอแบนบานใหญ่บ่งบอกเวลาเกือบสิบเอ็ดโมงเช้าแล้วก่อนจะดึงสายตากลับลงมามองเตียงกว้างอีกครั้ง
ลิ้นสากดันกระพุ้งแก้มด้วยใบหน้าเรียบแววตานิ่ง ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงจ้องมองเตียงกว้างอยู่นานหลายนาที
"โดนขนาดนั้นยังอุตส่าห์หนีกลับไปได้"
เสียงเรียบแผ่วเบาลอดผ่านริมฝีปากเรียวบางเสียงเบาราวกับกระซิบกับตัวเอง มือหนาคว้าโทรศัพท์เครื่องหรูออกมาจากกระเป๋ากางเกงยกขึ้นเสมอระดับสายตาปัดหน้าจอเลื่อนหาเบอร์ของคนสนิทก่อนจะกดโทรออกไปยังปลายสาย
'ครับ'
รอสายเพียงไม่กี่วินาที โชก็ตอบรับกลับมาเหมือนรอรับสายจากเจ้านายหนุ่มอยู่ก่อนแล้ว เสียงนิ่งดูเยือกเย็นแต่กลับนอบน้อมอยู่ในตัว
"เอาเลขบัญชีของผู้หญิงคนนั้นมา"
'นายจะเอาไปทำอะไรครับ'
"อยากป่วนคนอวดเก่งสักหน่อย"
'ครับ'
ปลายสายรับคำสั่งจากเจ้านายหนุ่มอย่างรู้กัน ด้วยความที่ตามติดกันมาตั้งแต่ยังเล็กทำให้คนเป็นเจ้านายมองว่าเขาเป็นเพื่อนมากกว่าลูกน้อง แต่ด้วยความถ่อมตนของอีกคนทำให้ไม่กล้าเสมอตัวขึ้นเทียบ จะมีบ้างบางเวลาที่เอ่ยเตือนเมื่ออีกคนเดินผิดทาง
คาเรนกดวางสายจากลูกน้อง ปรายหางตากลับมามองเตียงกว้างอีกครั้งด้วยแววตาราบเรียบก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องพักไปด้วยใบหน้านิ่ง
ติ้ง~ เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้นหลังจากร่างสูงเดินเข้ามาด้านในช่องลิฟต์คับแคบ มือหนายกโทรศัพท์ในมือขึ้นดูข้อความที่ถูกส่งเข้ามาจากลูกน้องเพียงนิดก่อนรอยยิ้มจะปรากฏบนมุมปาก หย่อนเครื่องมือสื่อสารกลับเข้าไปด้านในกระเป๋ากางเกงเช่นเดิม
"อือ~"
เสียงครางแหบในลำคอดังขึ้นหลังจากเวลาผ่านไปนานกว่าสามชั่วโมง แสงแดดยามบ่ายคล้อยส่องลอดผ่านบานกระจกหนาเข้ามาปลุกคนที่หลับใหลให้ตื่นขึ้นมา
นาเดียยันตัวลุกขึ้นนั่งรู้สึกระบมร่างกายจนแทบจะขยับตัวไม่ได้ ยิ่งความร้อนที่เพิ่มทวีมากขึ้นจากเมื่อเช้าเข้าเล่นงานจนหัวหมุน
"กี่โมงแล้วเนี่ย"
เสียงแหบดังขึ้นยื่นมือออกไปคว้ากระเป๋าบนเตียงขึ้นมาควานมือหาเครื่องมือสื่อสารด้านในออกมา ยกขึ้นเสมอระดับสายตาหรี่ตาจ้องมองแสงสว่างจากหน้าจอนิ่ง ก่อนหัวคิ้วจะขมวดมุ่นเพราะข้อความแจ้งเตือนการเคลื่อนไหวของบัญชีในมือ
"หนึ่งหมื่นบาท"
กวาดสายตาทวนจำนวนตัวเลขที่ปรากฏครุ่นคิดตาม จะว่าบิดาเธอเป็นคนโอนเข้ามาก็คงจะไม่ใช่เพราะเธอเพิ่งจะได้รับค่าขนมจากบุพการีเพียงไม่กี่วันก่อนหน้านี้
ใบหน้าครุ่นคิดหาถึงบุคคลที่สมเหตุสมผลมากที่สุดก่อนประโยคบาดลึกในใจเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาจะผุดขึ้นมาในหัว พลันทำให้ดวงตาเบิกกว้างม่านตาขยายด้วยความกรุ่นโกรธ
ตวัดสายตาลงมองตัวเลขห้าหลักในหน้าจอโทรศัพท์อีกครั้ง จิกตาจนแทบจะทะลุผ่านหากสิ่งของในมือเธอนั้นเป็นเพียงเยื่อบางๆ ที่มองแทบจะไม่เห็น
"เฮ้ย! ฉันเป็นว่าที่คุณหมอสาวคนสวยเลยนะมีค่าแค่หนึ่งหมื่นเองเหรอคิดได้ไง ใช้สมองหรือหัวแม่เท้าคิดเนี่ยคาเรนบ้า!"
หลายเดือนต่อมามาเฟียหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกระดุมถูกปลดลงสองเม็ดบนเผยอกแกร่งกำยำรำไรให้เห็น เขายังคงยืนพ่นลมหายใจหนักหน่วงหน้าห้องคลอดไม่ขยับไปไหนมาตั้งแต่ยี่สิบนาทีที่แล้ว จนตอนนี้ผ่านไปครึ่งชั่วโมงแล้วเขาก็ยังคงยืนเท้าเอวอวดเรือนร่างดูดีอยู่ที่เดิมคาเรนเดินไปเกาะส่องสายตามองเข้าไปด้านในห้องคลอดด้วยใจไม่เป็นสุข เขากับคนตัวเล็กกำลังจะออกไปทานอาหารกลางวันด้วยกัน แต่เธอกลับมีอาการปวดท้องกะทันหันซึ่งหากให้นับเวลาแล้วกำหนดคลอดยังอีกหลายวัน นั่นทำให้เขาเป็นกังวลมากจนนั่งไม่ติดอย่างที่เป็นอยู่"เอ่อ.. นายครับ ผมว่ามานั่งก่อนดีกว่านะครับ ยังไงคุณเดียก็อยู่ในมือหมอแล้ว...""หุบปากมึงไป แม่งจะพูดให้กูใจเสียทำไมวะ นี่ก็เข้าไปไม่ได้โรงพยาบาลบ้าอะไรวะ!"มาเฟียหนุ่มสบถอย่างหัวเสีย ใบหน้าแสดงความไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด เขายังยืนส่องตามองเข้าไปด้านในพร้อมกับเสียงพ่นลมหายใจหนักๆ ในระยะเวลาไล่เลี่ยกันเสียงฝีเท้าหนัก หลายคู่เดินตรงมายังห้องคลอดของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังทำให้คนที่กำลังให้ความสนใจกับคนด้านในหมุนตัวหันกลับมามองด้านหลังเห็นใบหน้าเย็นชาของCEO หนุ่มแล้วฉุนหนักจนไม่อยากจะมอง เพราะลีโอเ
"เธอ... รู้สึกเหมือนกันกับฉันไหม"เกิดความเงียบเข้ามาแทรกอีกครั้ง มีเพียงเสียงหัวใจที่กำลังเต้นแรงทั้งสองดวงกำลังแข่งกันพอให้ได้ยินในระยะประชิดลมหายใจอุ่นเป่ารดพวงแก้มใสรวมถึงปลายจมูกเล็กจนเกินความร้อนวูบวาบขึ้นมา ซานะหลุบสายตาลงกลับ เธอดันตัวขึ้นนั่งหลังตรงเม้มปากไว้แน่นยกมือขึ้นมากุมหน้าอกข้างซ้ายไว้"อ๊ะ!""เงียบทำไม บอกว่าเราเหมือนกันแต่กลับเงียบหมายความว่าไง""พะ... พี่เดนปล่อยก่อนค่ะ"มาเฟียหนุ่มกอดรัดเอวคอดไว้แน่น วางปลายคางสากลงบนบ่าเล็กคลอเคลียจมูกและริมฝีปากเรียวกับใบหูจนเธอต้องเบี่ยงหน้าหลบ พยายามแกะมือหนาออกจากตัวเดนผละใบหน้าออกห่างมองคนตัวเล็กบนตักด้วยความแง่งอน ยอมปล่อยมือออกจากการรั้งตัวไว้ทำให้เธอดันตัวลุกขึ้นยืนทันทีใบหน้าสวยแดงเรื่อสบตากันไม่ถึงนาทีก็ต้องหลุบลงมองต่ำ ใจกำลังเต้นแรงจนสองเท้ากำลังจะหมดเรี่ยวแรงจะยืนต่อ ซานะหมุนตัวถอยห่างถือวิสาสะใช้ห้องน้ำส่วนตัวของคนตัวสูงเป็นที่พักใจหายใจชั่วคราวโดยไม่รู้เลยว่ามีดวงตาคมคู่หนึ่งมองตามแผ่นหลังเล็กไปอย่างคิดไม่ตกทันทีที่ประตูถูกปิดลงสะโพกมนก็หย่อนกายนั่งลงบนฝาชักโครกยกมือขึ้นกุมหน้าอก หลับตาลงเพื่อสูดหายใจเรียกสติก
"มันเกิดการเปลี่ยนแปลงแต่แกยังอยู่ในตำแหน่งเดิม เพราะฉะนั้นคนที่แกจะต้องแต่งงานด้วยคือ ผู้นำตระกูลไฮคาริ ไคล์ คนต่อไป"เคว้ง! เสียงแหบแห้งของผู้อาวุโสที่สุดในโต๊ะดังขึ้น โดยที่ตัวเขายังคงคีบหนีบอาหารโดยไม่ได้สนใจอาการของหลานสาว ซานะหันสายตามองใบหน้าของคนเป็นปู่ด้วยใจเต้นแรงเจ็บปวดเธอได้ยินข่าวลือมากมายถึงการสละตำแหน่งผู้นำตระกูลเก่าแก่ทันทีหลังเสร็จพิธีแล้ว แต่เธอไม่เคยเตรียมใจเลยว่าจะต้อง... แต่งได้เฉพาะกับคนที่เป็นผู้นำเท่านั้น สายตาตัดพ้อเจ็บปวด ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นหยดน้ำตาคลอเบ้าตาแดงก่ำทั้งสองข้าง"นะ.. หนู เป็นแค่สิ่งของหรือคะ""....""ถูกส่งมอบทอดต่อทอดเหมือนไม่ใช่คน ใช่ไหมคะ""มันเป็นสิ่งที่แกควรจะทำ อย่าเรื่องมากฉันให้ทำอะไรก็ทำไป""ปู่ใจร้าย...ฮึก หนูน่าจะตายๆ ไปพร้อมกับพ่อกับแม่ตั้งแต่อุบัติเหตุครั้งนั้น ไม่น่ารอดมาเลย""กินข้าว แกต้องไปดูงานที่บริษัทวันนี้""อึก... นะ.. หนูไม่ไปได้ไหมคะ"ร่างเล็กขยับเล็กน้อย เผชิญหน้าหันมองผู้เป็นปู่สองมือยกขึ้นมาวางบนโต๊ะในขณะที่หยดน้ำตากำลังไหลลงอาบแก้มใส ปลายจมูกแดงเรื่อรอคอยคำตอบจากคนด้านหน้าแต่จนแล้วจนรอดเธอก็ยังได้รับเพียงความเงียบเ
อื้อ...ทันทีที่เข้าสู่พื้นที่ส่วนตัว คนตัวสูงก็เริ่มจู่โจมฉันด้วยจูบร้อนๆ ทันที เขาจูบหนักหน่วงลมหายใจก็ไม่ต่างกันจนเป็นฉันเองที่จะขาดอากาศหายใจมือเล็กยกขึ้นมาทุบกลางหลังกว้างเบาๆ เป็นเชิงบอกกล่าว ทำให้คาเรนยอมผละริมฝีปากร้อนออก แต่เขายังคงอ้อยอิ่งอยู่กับกลีบปากล่างฉัน จูบเบาๆ ตวัดปลายลิ้นเลียหยอกล้อ"เดียขออาบน้ำก่อนค่ะ เหนียวตัวไปหมด""เสร็จแล้วค่อยไปอาบพร้อมกัน""เดียเหม็นเหงื่อ""ไม่เหม็นเลย... หอมมากด้วย"คาเรนก้มลงสูดดมซอกคอฉันก่อนจะพึมพำเสียงเบาเหมือนพูดกับตัวเอง เขาเริ่มขบเม้มผิวขาวบริเวณต้นคอไล้ลงมาเหนือเนินอกในระหว่างนั้นมือหนาก็ลูบไล้วนไปมาข้างเอวคอดทำเอาขนอ่อนใต้ชุดสวยลุกชันฉันยกมือขึ้นกอดเอวสอบยอมคล้อยตามการเล้าโลมของคนตัวสูง หลับตาลงแล้วปล่อยให้ตัวเองหลอมรวมกับอารมณ์"อื้อ~""เสียวเหรอ""ดะ... เดียจักจี้""หึ เขาเรียกว่าเสียว"อ๊ะ!.. ร่างสูงตวัดช้อนตัวฉันขึ้นอุ้มกระเตงโดยที่ยังคงจูบวนเวียนกับหน้าอก เขาวางร่างเล็กลงบนโซฟากลางห้องอย่างเบามือก่อนจะขึ้นมาคร่อมร่างไว้แล้วประกบปากจูบเร่าร้อนอีกครั้งเสียงดังจ๊วบจ๊าบน่าอายดังขึ้นลั่นห้อง มือหนาปลดชุดบนตัวฉันออกช้าๆ อ้อยอิ่งผ
"ไปไหนมา ทำเล่นเป็นเด็กไปได้"นั่นไง... ทันทีที่ฉันกับคาเรนเดินเข้ามาด้านในงาน ป๊าก็เข้ามาหาพร้อมกับบ่นออกมาทันที ถึงจะเสียงไม่ดังมากนักแต่ก็พอให้ฉันได้ยินชัดทั้งสองหู"ยืนอยู่อีก เข้าไปได้แล้วจะได้เวลาแล้ว""ค่ะ"มือเล็กกระตุกแขนเสื้อสูทสีเทาอ่อนของคนตัวสูงให้เดินเข้าไปพร้อมกัน เพราะเห็นอยู่ว่าเขายืนมองหน้าป๊าด้วยสายตานิ่งๆ นี่คิดไปไกลได้เลยนะว่าหากคนที่ยืนบ่นอยู่ตรงหน้าไม่ใช่ป๊า เขาคงมีบวกแน่คาเรนยอมเดินตามเข้ามาด้านใน ฉันแอบสังเกตเห็นเขาหันหน้าหนีบ่อยครั้งคงเพราะอาการแพ้กลับมาอีกนะสิ ฉันเลยเลื่อนมือลงจับมือหนากุมไว้ด้วยมือเล็กทั้งสองข้างทำให้คาเรนหันมามองหน้าก่อนจะยิ้มให้บ่งบอกว่าไม่เป็นไรแทนคำพูดเราเดินขึ้นมาด้านหน้าทุกคนด้วยกันโดยที่สองมือยังคงจับประสานกันแน่น เสียงกดชัตเตอร์ดังขึ้นแทนความเงียบก่อนหน้านานอยู่สักพักผู้ใหญ่ก็เข้ามานั่งด้านหลังฉันกับคาเรนโดยที่ด้านหลังฉันมีป๊ากับม๊าส่วนด้านหลังเขา....ทำไมเป็นผู้หญิงคนนั้นแทนที่จะเป็นแม่เขาล่ะคำถามมากมายถาโถมเข้ามาในหัว ฉันเงยหน้าขึ้นส่งสายตาตั้งคำถามว่าเธอเป็นใคร แต่เขากลับยิ้มน้อยๆ บนหน้าแล้วโน้มลงมาใกล้พร้อมกับกระซิบข้างหูเล็ก
Nadiaฟูว์~ ฉันเป่าลมออกปากทันทีที่เดินพ้นจากพื้นที่ที่รายล้อมรอบด้วยผู้คนแออัด ใจดวงเล็กเต้นแรงกลัวว่าป๊าจะเดิมตามมา คอยหันหลังมองสลับกับทางด้านหน้าจนมาถึงศาลากลางสวนหย่อมหลังบ้าน ฉันเดินขึ้นมาหย่อนตัวนั่งลงบนที่นั่งแล้วหันหลังให้ทางที่เพิ่งเดินขึ้นมาดวงตากลมยังเอาแต่จ้องมองหน้าจอมือถือที่เปิดหน้าห้องแชทของคาเรนค้างไว้ ใบหน้าเริ่มกลับมาบูดบึ้งปลายจมูกร้อนผ่าวลามไปถึงขอบตาสวยทั้งสองข้างเมื่อยังมีเพียงความเงียบไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเกิดขึ้นในห้องแชทนี้เลยเฮ้อ... ทำไมฉันอ่อนไหวง่ายแบบนี้เนี่ยไม่ชอบเลย ฉันลดมือที่จับโทรศัพท์ลงคว่ำหน้าจอลงแนบกับหน้าขา พ่นลมหายใจหนักๆ ออกทางปากเพื่อระบายอารมณ์ด้านในหัวใจ กะพริบตาถี่ๆ เพื่อขับไล่น้ำตาให้ไหลย้อนกลับก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง'อยู่ไหนคะ''ถึงไทยหรือยัง...''เดียรออยู่นะ'ติ้ง ติ้ง ติ้ง~ทันทีที่ฉันกดส่งข้อความไปหาคาเรน เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันทันที มันทำให้ฉันต้องขมวดคิ้วสงสัยแล้วมองหาเจ้าของเสียงดังนั้นเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์ตัวเองลงก็ไม่ได้มีความเคลื่อนไหวอะไร ไม่ข้อความเข้าหรืออะไรเลยแล้วมันดังมาจากไห
คนตัวเล็กเดินตามแผ่นหลังกว้างเข้ามายังพื้นที่ส่วนตัว ย่านเศรษฐีพื้นที่ที่ราคาแพงที่สุดในเมืองหลวงใบหน้าหวานบูดบึ้งส่งสายตามองเจ้าของแผ่นหลังกว้างอย่างขุ่นเคือง เมื่อขัดอะไรไม่ได้จะว่าด้วยพละกำลังหรืออำนาจอะไรตามแต่ทำให้เธอจำใจต้องมาอยู่ตรงนี้"คุณจะให้เดียทำอะไรคะ""มานั่งนี่""..."คาเรนหย่อนกายน
หญิงสาวรูปร่างสูงสมส่วนใบหน้ารูปไข่ผิวพรรณขาวผ่องใสกวาดสายตามองห้องพักที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับตัวเองด้วยสีหน้าเรียบ ผมดำถูกปล่อยลงสยายกลางหลังตัดผมม้าทำให้ใบหน้าเธอดูเด็กกว่าวัยย่างเข้าเลขยี่สิบปลายๆ ซานะก้มลงหยิบกลีบดอกโบตั๋นในแจกันขึ้นมาดูด้วยแววตาราบเรียบ ดวงตากลมใสมีแววตาของความทุกข์อยู่ด้านใน
ปึก! อ๊ะ!"อื้อ!"เสียงหวานถูกกลืนหายหลังจากถูกผลักเข้ามาด้านในรถอย่างแรงจนเกิดอาการหน้าเบี้ยวเพราะความจุก ร่างเล็กนอนราบไปกับเบาะนั่ง มือเล็กถูกจับตรึงไว้แน่นเหนือศีรษะขณะที่ร่างกายถูกรุกรานอย่างอุกอาจ"แม่งเอ๊ย!"เสียงสบถดังขึ้นอีกครั้งเพราะเสื้อที่รัดแน่นเกิดการติดขัดถอดออกไม่ถนัดคาเรนออกแรงกระ
สามชั่วโมงก่อนหน้าตู๊ด~ตู๊ดเสียงแจ้งเตือนเรียกเข้าจากโทรศัพท์บนโต๊ะกลางห้องรับแขกดึงความสนใจจากคนตัวเล็กที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ไม่ไกลกันมากนักดวงตากลมปรายลงมองรายชื่อที่ปรากฏเพียงนิดก่อนจะยื่นมือออกไปคว้าเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาปัดกดรับสายเมื่อเห็นว่าปลายสายคือเพื่อนสนิทสมัยมัธยม ใบหูเล็กแนบล







