Masukสามชั่วโมงก่อนหน้า
ตู๊ด~ตู๊ด
เสียงแจ้งเตือนเรียกเข้าจากโทรศัพท์บนโต๊ะกลางห้องรับแขกดึงความสนใจจากคนตัวเล็กที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ไม่ไกลกันมากนัก
ดวงตากลมปรายลงมองรายชื่อที่ปรากฏเพียงนิดก่อนจะยื่นมือออกไปคว้าเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาปัดกดรับสายเมื่อเห็นว่าปลายสายคือเพื่อนสนิทสมัยมัธยม ใบหูเล็กแนบลงกับหน้าจอโทรศัพท์เครื่องหรู ดันตัวลุกขึ้นยืนทำให้กระโปรงชุดนอนตัวสวยปล่อยชายผ้าลงคลุมหน้าขาเรียว
หมุนตัวเดินกลับขึ้นไปยังด้านบนชั้นสองของตัวบ้านทั้งที่ยังคงแนบใบหูฟังเสียงคนปลายสาย
'เดียคืนนี้ไปเที่ยวกัน'
"มีไรอยู่ๆ ทำไมมาชวนออก"
'เปล่า แค่ว่างๆ อยากออก'
นาเดียกลอกตาให้กับคำตอบของเพื่อน เลื่อนโทรศัพท์ออกจากใบหูเล็กน้อยดูเวลาบนหน้าจอที่บ่งบอกว่าตอนนี้เป็นเวลาสองทุ่มครึ่งแล้ว
คนตัวเล็กยืนชั่งใจอยู่บนขั้นบันได กึ่งกลางระหว่างชั้นสองกับชั้นล่าง จิกเล็บลงบนหนังสือที่ถือติดมือเขี่ยเล่นอย่างครุ่นคิด
'นะเดีย คืนเดียวเอง'
"แต่พรุ่งนี้ฉันต้องไปโรงบาล"
'นะนะนะเดียน่าคนสวยถือว่าเพื่อนขอร้อง แกคงไม่อยากให้เพื่อนต้องไปนั่งเหงาคนเดียวหรอกใช่ไหม'
"แกจะเหงาได้ไงคนออกจะเยอะแยะ"
เท้าเล็กก้าวขึ้นขั้นบันไดไปยังทางโล่งสู่ห้องตัวเอง เสียงน้ำหนักลงบนพื้นเบาๆ ได้ยินเพียงเสียงปลายสายที่ยังคงออดอ้อนดังออกมา
'เดีย~'
"อืมๆ ไปก็ได้ส่งโลเคชั่นมาละกัน"
'น่ารักที่สุดเลยเพื่อนรัก'
"ย่ะ!"
นาเดียกดวางสายเพื่อน วางโทรศัพท์ลงบนเตียงกว้างไม่แรงมากนักก่อนจะเดินเข้าไปยังห้องแต่งตัวเพื่อเลือกชุดสำหรับออกกลางคืน
เกาะอกสีดำรัดรูปเข้ารับกับส่วนเว้าส่วนโค้งของเรือนร่างเล็กทำให้เธอดูเซ็กซี่ขึ้นทันตา กระโปรงสั้นเหนือเข่าขึ้นมาถึงต้นขาเข้ากับรองเท้าส้นสูงพีพโทสีดำขลับเรียวขาสวยให้ดูเรียวยาวขึ้น
มือเล็กเกี่ยวสายกระเป๋าสะพายเข้าคู่สีดำแบรนด์ดังหย่อนโทรศัพท์เครื่องหรูลงด้านใน ก่อนจะคว้ากุญแจรถส่วนตัวออกจากห้องลงไปยังด้านนอกของตัวบ้านหลังใหญ่
"เดีย!"
เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้เธอต้องเอี้ยวตัวกลับไปมอง เห็นมารดากำลังจะเดินออกจากประตูบานใหญ่มาหา เธอจึงเลือกที่จะเดินกลับเข้าไปแทนให้มารดารออยู่ด้านหน้า
"ม๊าจะลงมาทำไมคะ ดึกๆ อากาศมันเย็นนะคะ"
"จะไปไหนลูก กลางค่ำกลางคืนทำไมแต่งตัวแบบนี้"
ดวงตากลมก้มลงมองสภาพตัวเองเล็กน้อยก่อนจะเงยใบหน้าขึ้นมองบุพการียิ้มหวานส่งให้
"เดียสวยใช่ไหมคะ"
"เดีย!"
"อือ... เดียล้อเล่นค่ะ ยัยพราวโทรมาชวนให้ออกไปนั่งเล่นเป็นเพื่อนเดียก็เลยจะออกไปหาสักหน่อยค่ะ แต่อย่าบอกป๊านะคะบอกแค่ว่าเดียมีงานด่วนเข้ามาก็ได้เดี๋ยวพรุ่งนี้ซื้อหนมมาฝาก เดียไปนะคะ"
"ดะ... เดี๋ยว เดีย! ฮึ้ย! ยัยลูกคนนี้"
นาเดียยิ้มแก้มปริรีบวิ่งกลับมาหารถคันเล็กหลังจากขโมยหอมแก้มของมารดาสองฟอดอย่างต้องการกลั่นแกล้ง คนตัวเล็กหย่อนสะโพกลงนั่งบนเบาะหลังพวงมาลัยรถปรับกระจกมองหลังให้เข้ากับองศาการมองเห็นของตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะสตาร์ทรถออกตัวแล่นออกจากลานจอด โดยมีสายห่วงใยของมารดามองตามหลังแสงไฟสีแดงท้ายรถออกไป
คลับหรูกลางเมือง
ดวงตากลมกวาดสายตามองหาเพื่อนที่มาถึงก่อนแล้ว มือเล็กจับเครื่องมือสื่อสารไว้ในอุ้งมือเล็กเผื่อจะได้โทรหากันได้
"อยู่ไหนเนี่ย"
เสียงหวานดังแข่งกับเสียงเพลงและแสงสีรอบกาย ก่อนสายตาจะไปเจอเข้ากับเพื่อนที่กำลังโยกตัวส่งสัญญาณให้อยู่อีกมุมไม่ไกลมากนัก
นาเดียเดินเข้าไปหย่อนสะโพกนั่งลงข้างเพื่อน หันมองชายหนุ่มหลายคนที่นั่งอยู่ก่อนพร้อมกับรอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าเป็นมารยาท
"มาช้าไปหน่อย อดเห็นคนหล่อเลย"
"หื้ม?"
"ก็คนหล่อไง เดินขึ้นไปโน้นแล้วเสียดายอะ ทำไมคนหล่อๆ ขึ้นโซนวีไอพีกันหมดด้วยก็ไม่รู้"
พราวเพื่อนสมัยมัธยมเอ่ยเสียงข้างใบหู ทำให้คนตัวเล็กกว่าต้องแหงนใบหน้าเงยขึ้นมองตาม เห็นเพียงกระจกดำกั้นระหว่างแสงสีเสียงด้านล่างกับด้านบนไว้ เหมือนอยู่กันคนละโลก
ดึงสายตากลับลงมาเมื่อถูกสะกิดจากคนด้านข้าง เห็นสายตาหลายคู่จับจ้องมาก่อนก็ทำเพียงส่งยิ้มให้แทนคำพูด ก่อนเสียงเอ่ยแนะนำเพื่อนร่วมโต๊ะจะดังขึ้น และเธอก็หันความสนใจทั้งหมดกลับไปยังเพื่อนแทนบรรยากาศรอบกาย
เวลาเดินไปนานราวสามชั่วโมงกับการนั่งจิบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พร้อมกับพูดคุยเรื่อยเปื่อยกับเพื่อน ตอนนี้ใบหน้าหวานแดงก่ำเพราะฤทธิ์น้ำสีสวยในมือจนต้องสะบัดหน้าเรียกสติอยู่หลายครั้ง
"อืม... ฉันไปห้องน้ำก่อนนะ"
พราวที่นั่งข้างกันเอ่ยเสียงยานมึนไม่แพ้กัน ก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นจากที่นั่งโดยจับไหล่บางของเพื่อนเป็นที่ยึด
"ให้ไปส่งไหม เมาไม่ได้สติแบบนี้เดี๋ยวได้โดนลากไปหรอก"
"เออ! ให้ไอ้วินไปส่งไปพราว มึงยิ่งน่ากลัวอยู่ด้วย"
เสียงผู้ชายในกลุ่มเอ่ยขึ้น จ้องร่างเล็กของเพื่อนที่เดินนำออกไปราวกับไม่ได้ยิน
นาเดียเอี้ยวใบหน้าหันมองตามแผ่นหลังเล็กที่แทรกผ่านผู้คนนำออกไป ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นอาสาตามเพื่อนไปเอง
"เดี๋ยวเราไปกับพราวเอง กำลังจะไปห้องน้ำอยู่พอดีเลย"
"แต่เธอก็เมาอยู่นะ"
"ไม่เป็นไรเราแค่มึนๆ น่ะแต่ยังได้สติดีอยู่"
"อืม... งั้นฝากตัวภาระไว้ด้วยละกัน มีอะไรบอกพราวโทรมาเดี๋ยวไปหา"
"อื้ม!"
คนตัวเล็กหมุนตัวด้วยอาการเซเล็กน้อย แต่ก็พยายามดึงสติให้กลับมาอยู่กับร่องรอยให้มากที่สุด ก้าวเดินออกไปตามพราวที่นำไปก่อนแล้ว
"พราว!"
การเคลื่อนไหวหยุดชะงักเมื่อตามมาถึงแผ่นหลังเล็กของเพื่อน กวาดสายตามองชายร่างสูงในชุดเสื้อยืดสีดำกับกางเกงยีนส์สีซีดกำลังยืนจับข้อมือเล็กของเพื่อนไว้แน่นก็เกิดความสงสัย เพราะเพื่อนเธอไม่ใช่ว่าจะขัดขืนซะทีเดียว แต่กำลังทำท่าทีราวกับงอนกันอยู่
"เอ่อ.. คุณเป็นใคร แล้วเป็นอะไรกับยัยพราวคะ"
ตัดสินใจถามออกไปเพื่อคลายความสงสัย แต่กลับได้รับเพียงสายตาราบเรียบดุดันที่เหมือนกำลังข่มอารมณ์บางอย่างไว้อย่างด้านใน
"อื้อ! ปล่อยนะพราวเจ็บ เดียช่วยด้วยใครก็ไม่รู้อยู่ๆ ก็มาจับตัวฉันไว้ ช่วยฉันด้วย..."
"ขอแนะนำว่าอย่าเสือกเรื่องผัวเมียชาวบ้านดีกว่าถ้าไม่อยากมีปัญหา"
"อื้อ!.. พี่ทายปล่อยพราว! อ๊ะ"
"งอนก็อยู่บ้านเดี๋ยวง้อเองจะมาที่แบบนี้ทำไม เคยบอกไปแล้วไม่เคยจำหรือไง!"
เสียงเข้มตวาดแข่งเสียงของเพลงที่กำลังเปิด ใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มด้านหน้าแดงก่ำเพราะอารมณ์ร้อนที่กำลังเดือดดาล
"พราวไม่ได้งอนอย่ามายุ่ง อื้อ!.."
เสียงเล็กขาดหายไปเมื่อถูกการจู่โจมจากริมฝีปากร้อน คนที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ก่อนต้องยอมเบือนหน้าหนี ยกมือขึ้นเกาขมับข้างแก้อายแทนใบหน้าร้อนวาบจนแดงยิ่งกว่าเดิม
"งั้นเคลียร์กันเองนะฉันไปล่ะ"
นาเดียเดินออกมาจากตรงบริเวณนั้น ในจังหวะที่ทั้งสองผละตัวออกจากกันพอดี เธอเดินมาถึงทางแยกไปด้านหลังเพื่อไปยังห้องน้ำ สะบัดใบหน้าเรียกสติอีกครั้งก่อนจะหมุนตัวจะเดินไปยังห้องน้ำต่อไป
หลายเดือนต่อมามาเฟียหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกระดุมถูกปลดลงสองเม็ดบนเผยอกแกร่งกำยำรำไรให้เห็น เขายังคงยืนพ่นลมหายใจหนักหน่วงหน้าห้องคลอดไม่ขยับไปไหนมาตั้งแต่ยี่สิบนาทีที่แล้ว จนตอนนี้ผ่านไปครึ่งชั่วโมงแล้วเขาก็ยังคงยืนเท้าเอวอวดเรือนร่างดูดีอยู่ที่เดิมคาเรนเดินไปเกาะส่องสายตามองเข้าไปด้านในห้องคลอดด้วยใจไม่เป็นสุข เขากับคนตัวเล็กกำลังจะออกไปทานอาหารกลางวันด้วยกัน แต่เธอกลับมีอาการปวดท้องกะทันหันซึ่งหากให้นับเวลาแล้วกำหนดคลอดยังอีกหลายวัน นั่นทำให้เขาเป็นกังวลมากจนนั่งไม่ติดอย่างที่เป็นอยู่"เอ่อ.. นายครับ ผมว่ามานั่งก่อนดีกว่านะครับ ยังไงคุณเดียก็อยู่ในมือหมอแล้ว...""หุบปากมึงไป แม่งจะพูดให้กูใจเสียทำไมวะ นี่ก็เข้าไปไม่ได้โรงพยาบาลบ้าอะไรวะ!"มาเฟียหนุ่มสบถอย่างหัวเสีย ใบหน้าแสดงความไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด เขายังยืนส่องตามองเข้าไปด้านในพร้อมกับเสียงพ่นลมหายใจหนักๆ ในระยะเวลาไล่เลี่ยกันเสียงฝีเท้าหนัก หลายคู่เดินตรงมายังห้องคลอดของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังทำให้คนที่กำลังให้ความสนใจกับคนด้านในหมุนตัวหันกลับมามองด้านหลังเห็นใบหน้าเย็นชาของCEO หนุ่มแล้วฉุนหนักจนไม่อยากจะมอง เพราะลีโอเ
"เธอ... รู้สึกเหมือนกันกับฉันไหม"เกิดความเงียบเข้ามาแทรกอีกครั้ง มีเพียงเสียงหัวใจที่กำลังเต้นแรงทั้งสองดวงกำลังแข่งกันพอให้ได้ยินในระยะประชิดลมหายใจอุ่นเป่ารดพวงแก้มใสรวมถึงปลายจมูกเล็กจนเกินความร้อนวูบวาบขึ้นมา ซานะหลุบสายตาลงกลับ เธอดันตัวขึ้นนั่งหลังตรงเม้มปากไว้แน่นยกมือขึ้นมากุมหน้าอกข้างซ้ายไว้"อ๊ะ!""เงียบทำไม บอกว่าเราเหมือนกันแต่กลับเงียบหมายความว่าไง""พะ... พี่เดนปล่อยก่อนค่ะ"มาเฟียหนุ่มกอดรัดเอวคอดไว้แน่น วางปลายคางสากลงบนบ่าเล็กคลอเคลียจมูกและริมฝีปากเรียวกับใบหูจนเธอต้องเบี่ยงหน้าหลบ พยายามแกะมือหนาออกจากตัวเดนผละใบหน้าออกห่างมองคนตัวเล็กบนตักด้วยความแง่งอน ยอมปล่อยมือออกจากการรั้งตัวไว้ทำให้เธอดันตัวลุกขึ้นยืนทันทีใบหน้าสวยแดงเรื่อสบตากันไม่ถึงนาทีก็ต้องหลุบลงมองต่ำ ใจกำลังเต้นแรงจนสองเท้ากำลังจะหมดเรี่ยวแรงจะยืนต่อ ซานะหมุนตัวถอยห่างถือวิสาสะใช้ห้องน้ำส่วนตัวของคนตัวสูงเป็นที่พักใจหายใจชั่วคราวโดยไม่รู้เลยว่ามีดวงตาคมคู่หนึ่งมองตามแผ่นหลังเล็กไปอย่างคิดไม่ตกทันทีที่ประตูถูกปิดลงสะโพกมนก็หย่อนกายนั่งลงบนฝาชักโครกยกมือขึ้นกุมหน้าอก หลับตาลงเพื่อสูดหายใจเรียกสติก
"มันเกิดการเปลี่ยนแปลงแต่แกยังอยู่ในตำแหน่งเดิม เพราะฉะนั้นคนที่แกจะต้องแต่งงานด้วยคือ ผู้นำตระกูลไฮคาริ ไคล์ คนต่อไป"เคว้ง! เสียงแหบแห้งของผู้อาวุโสที่สุดในโต๊ะดังขึ้น โดยที่ตัวเขายังคงคีบหนีบอาหารโดยไม่ได้สนใจอาการของหลานสาว ซานะหันสายตามองใบหน้าของคนเป็นปู่ด้วยใจเต้นแรงเจ็บปวดเธอได้ยินข่าวลือมากมายถึงการสละตำแหน่งผู้นำตระกูลเก่าแก่ทันทีหลังเสร็จพิธีแล้ว แต่เธอไม่เคยเตรียมใจเลยว่าจะต้อง... แต่งได้เฉพาะกับคนที่เป็นผู้นำเท่านั้น สายตาตัดพ้อเจ็บปวด ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นหยดน้ำตาคลอเบ้าตาแดงก่ำทั้งสองข้าง"นะ.. หนู เป็นแค่สิ่งของหรือคะ""....""ถูกส่งมอบทอดต่อทอดเหมือนไม่ใช่คน ใช่ไหมคะ""มันเป็นสิ่งที่แกควรจะทำ อย่าเรื่องมากฉันให้ทำอะไรก็ทำไป""ปู่ใจร้าย...ฮึก หนูน่าจะตายๆ ไปพร้อมกับพ่อกับแม่ตั้งแต่อุบัติเหตุครั้งนั้น ไม่น่ารอดมาเลย""กินข้าว แกต้องไปดูงานที่บริษัทวันนี้""อึก... นะ.. หนูไม่ไปได้ไหมคะ"ร่างเล็กขยับเล็กน้อย เผชิญหน้าหันมองผู้เป็นปู่สองมือยกขึ้นมาวางบนโต๊ะในขณะที่หยดน้ำตากำลังไหลลงอาบแก้มใส ปลายจมูกแดงเรื่อรอคอยคำตอบจากคนด้านหน้าแต่จนแล้วจนรอดเธอก็ยังได้รับเพียงความเงียบเ
อื้อ...ทันทีที่เข้าสู่พื้นที่ส่วนตัว คนตัวสูงก็เริ่มจู่โจมฉันด้วยจูบร้อนๆ ทันที เขาจูบหนักหน่วงลมหายใจก็ไม่ต่างกันจนเป็นฉันเองที่จะขาดอากาศหายใจมือเล็กยกขึ้นมาทุบกลางหลังกว้างเบาๆ เป็นเชิงบอกกล่าว ทำให้คาเรนยอมผละริมฝีปากร้อนออก แต่เขายังคงอ้อยอิ่งอยู่กับกลีบปากล่างฉัน จูบเบาๆ ตวัดปลายลิ้นเลียหยอกล้อ"เดียขออาบน้ำก่อนค่ะ เหนียวตัวไปหมด""เสร็จแล้วค่อยไปอาบพร้อมกัน""เดียเหม็นเหงื่อ""ไม่เหม็นเลย... หอมมากด้วย"คาเรนก้มลงสูดดมซอกคอฉันก่อนจะพึมพำเสียงเบาเหมือนพูดกับตัวเอง เขาเริ่มขบเม้มผิวขาวบริเวณต้นคอไล้ลงมาเหนือเนินอกในระหว่างนั้นมือหนาก็ลูบไล้วนไปมาข้างเอวคอดทำเอาขนอ่อนใต้ชุดสวยลุกชันฉันยกมือขึ้นกอดเอวสอบยอมคล้อยตามการเล้าโลมของคนตัวสูง หลับตาลงแล้วปล่อยให้ตัวเองหลอมรวมกับอารมณ์"อื้อ~""เสียวเหรอ""ดะ... เดียจักจี้""หึ เขาเรียกว่าเสียว"อ๊ะ!.. ร่างสูงตวัดช้อนตัวฉันขึ้นอุ้มกระเตงโดยที่ยังคงจูบวนเวียนกับหน้าอก เขาวางร่างเล็กลงบนโซฟากลางห้องอย่างเบามือก่อนจะขึ้นมาคร่อมร่างไว้แล้วประกบปากจูบเร่าร้อนอีกครั้งเสียงดังจ๊วบจ๊าบน่าอายดังขึ้นลั่นห้อง มือหนาปลดชุดบนตัวฉันออกช้าๆ อ้อยอิ่งผ
"ไปไหนมา ทำเล่นเป็นเด็กไปได้"นั่นไง... ทันทีที่ฉันกับคาเรนเดินเข้ามาด้านในงาน ป๊าก็เข้ามาหาพร้อมกับบ่นออกมาทันที ถึงจะเสียงไม่ดังมากนักแต่ก็พอให้ฉันได้ยินชัดทั้งสองหู"ยืนอยู่อีก เข้าไปได้แล้วจะได้เวลาแล้ว""ค่ะ"มือเล็กกระตุกแขนเสื้อสูทสีเทาอ่อนของคนตัวสูงให้เดินเข้าไปพร้อมกัน เพราะเห็นอยู่ว่าเขายืนมองหน้าป๊าด้วยสายตานิ่งๆ นี่คิดไปไกลได้เลยนะว่าหากคนที่ยืนบ่นอยู่ตรงหน้าไม่ใช่ป๊า เขาคงมีบวกแน่คาเรนยอมเดินตามเข้ามาด้านใน ฉันแอบสังเกตเห็นเขาหันหน้าหนีบ่อยครั้งคงเพราะอาการแพ้กลับมาอีกนะสิ ฉันเลยเลื่อนมือลงจับมือหนากุมไว้ด้วยมือเล็กทั้งสองข้างทำให้คาเรนหันมามองหน้าก่อนจะยิ้มให้บ่งบอกว่าไม่เป็นไรแทนคำพูดเราเดินขึ้นมาด้านหน้าทุกคนด้วยกันโดยที่สองมือยังคงจับประสานกันแน่น เสียงกดชัตเตอร์ดังขึ้นแทนความเงียบก่อนหน้านานอยู่สักพักผู้ใหญ่ก็เข้ามานั่งด้านหลังฉันกับคาเรนโดยที่ด้านหลังฉันมีป๊ากับม๊าส่วนด้านหลังเขา....ทำไมเป็นผู้หญิงคนนั้นแทนที่จะเป็นแม่เขาล่ะคำถามมากมายถาโถมเข้ามาในหัว ฉันเงยหน้าขึ้นส่งสายตาตั้งคำถามว่าเธอเป็นใคร แต่เขากลับยิ้มน้อยๆ บนหน้าแล้วโน้มลงมาใกล้พร้อมกับกระซิบข้างหูเล็ก
Nadiaฟูว์~ ฉันเป่าลมออกปากทันทีที่เดินพ้นจากพื้นที่ที่รายล้อมรอบด้วยผู้คนแออัด ใจดวงเล็กเต้นแรงกลัวว่าป๊าจะเดิมตามมา คอยหันหลังมองสลับกับทางด้านหน้าจนมาถึงศาลากลางสวนหย่อมหลังบ้าน ฉันเดินขึ้นมาหย่อนตัวนั่งลงบนที่นั่งแล้วหันหลังให้ทางที่เพิ่งเดินขึ้นมาดวงตากลมยังเอาแต่จ้องมองหน้าจอมือถือที่เปิดหน้าห้องแชทของคาเรนค้างไว้ ใบหน้าเริ่มกลับมาบูดบึ้งปลายจมูกร้อนผ่าวลามไปถึงขอบตาสวยทั้งสองข้างเมื่อยังมีเพียงความเงียบไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเกิดขึ้นในห้องแชทนี้เลยเฮ้อ... ทำไมฉันอ่อนไหวง่ายแบบนี้เนี่ยไม่ชอบเลย ฉันลดมือที่จับโทรศัพท์ลงคว่ำหน้าจอลงแนบกับหน้าขา พ่นลมหายใจหนักๆ ออกทางปากเพื่อระบายอารมณ์ด้านในหัวใจ กะพริบตาถี่ๆ เพื่อขับไล่น้ำตาให้ไหลย้อนกลับก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง'อยู่ไหนคะ''ถึงไทยหรือยัง...''เดียรออยู่นะ'ติ้ง ติ้ง ติ้ง~ทันทีที่ฉันกดส่งข้อความไปหาคาเรน เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันทันที มันทำให้ฉันต้องขมวดคิ้วสงสัยแล้วมองหาเจ้าของเสียงดังนั้นเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์ตัวเองลงก็ไม่ได้มีความเคลื่อนไหวอะไร ไม่ข้อความเข้าหรืออะไรเลยแล้วมันดังมาจากไห
คนตัวเล็กเดินตามแผ่นหลังกว้างเข้ามายังพื้นที่ส่วนตัว ย่านเศรษฐีพื้นที่ที่ราคาแพงที่สุดในเมืองหลวงใบหน้าหวานบูดบึ้งส่งสายตามองเจ้าของแผ่นหลังกว้างอย่างขุ่นเคือง เมื่อขัดอะไรไม่ได้จะว่าด้วยพละกำลังหรืออำนาจอะไรตามแต่ทำให้เธอจำใจต้องมาอยู่ตรงนี้"คุณจะให้เดียทำอะไรคะ""มานั่งนี่""..."คาเรนหย่อนกายน
หญิงสาวรูปร่างสูงสมส่วนใบหน้ารูปไข่ผิวพรรณขาวผ่องใสกวาดสายตามองห้องพักที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับตัวเองด้วยสีหน้าเรียบ ผมดำถูกปล่อยลงสยายกลางหลังตัดผมม้าทำให้ใบหน้าเธอดูเด็กกว่าวัยย่างเข้าเลขยี่สิบปลายๆ ซานะก้มลงหยิบกลีบดอกโบตั๋นในแจกันขึ้นมาดูด้วยแววตาราบเรียบ ดวงตากลมใสมีแววตาของความทุกข์อยู่ด้านใน
"ซี๊ด~"ความเจ็บปวดจากกลางกายแล่นเข้าเล่นงานเป็นความรู้สึกแรกของวัน เมื่อแสงจากด้านนอกลอดเข้ามาปลุกคนที่ยังคงนอนขดตัวอยู่บนเตียงกว้างให้ตื่นขึ้นมารับวันใหม่ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวด้วยความแสบจากด้านใน มือเล็กเลื่อนลงไปสัมผัสกลีบกุหลาบอวบอูมบวมเป่งเบาๆ ดวงตากลมปรือขึ้นรับเช้าวันใหม่ด้วยความรู้สึกร้อนทั
ปึก! อ๊ะ!"อื้อ!"เสียงหวานถูกกลืนหายหลังจากถูกผลักเข้ามาด้านในรถอย่างแรงจนเกิดอาการหน้าเบี้ยวเพราะความจุก ร่างเล็กนอนราบไปกับเบาะนั่ง มือเล็กถูกจับตรึงไว้แน่นเหนือศีรษะขณะที่ร่างกายถูกรุกรานอย่างอุกอาจ"แม่งเอ๊ย!"เสียงสบถดังขึ้นอีกครั้งเพราะเสื้อที่รัดแน่นเกิดการติดขัดถอดออกไม่ถนัดคาเรนออกแรงกระ







