INICIAR SESIÓNเธอ…เป็นเพียงเด็กสาวกำพร้าที่บังเอิญถูกขายให้ชายแปลกหน้า ส่วนเขา…คือผู้ชายวัยสี่สิบ ผู้ทรงอิทธิพลและไม่เคยคิดจะจริงจังกับผู้หญิงคนไหน ในคืนที่ม่านฟ้ากำลังจะสูญเสียอิสรภาพ อิศรากลับพังประตูเข้ามาช่วยเธอเอาไว้เขาจ่ายเงินเพื่อพาเธอออกมา แต่ย้ำชัดว่าไม่ได้ซื้อเธอ “ฉันไม่ได้ซื้อเธอ…ฉันซื้อสิทธิ์ในการพาเธอออกมาจากที่นั่น” จากคนแปลกหน้า กลายเป็นคนที่ต้องอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน จากความหวาดกลัว ค่อย ๆ กลายเป็นความไว้ใจ และจากความไว้ใจ…กลับกลายเป็นความรู้สึกที่ไม่มีใครกล้าพูดออกมา ทว่าเมื่อหัวใจเริ่มหวั่นไหว เขากลับเป็นฝ่ายถอยหนี เพราะกลัวว่าตัวเองจะทำร้ายเธอ ในขณะที่เธอเพิ่งค้นพบว่า…คนที่เธอไม่ควรรักที่สุด กลับกลายเป็นคนเดียวที่หัวใจเรียกร้อง เมื่อเขาคือคนที่ช่วยเธอออกจากขุมนรก แล้วใครกัน…จะช่วยเขาออกจากกำแพงในหัวใจตัวเอง
Ver másบทที่ 1
แขกที่ไม่ได้รับเชิญ กลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ ผสมกับน้ำหอมราคาแพงลอยอบอวลอยู่ในห้อง ทว่าม่านฟ้ากลับไม่ได้รู้สึกผ่อนคลายไปกับมันแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่เธอรับรู้ได้ในตอนนี้คือความตึงเครียดที่เกาะแน่นอยู่กลางอก ไล่ลามจากปลายนิ้วเย็นเฉียบขึ้นมาถึงต้นคอ ดวงตากลมโตภายใต้แพขนตางอนกะพริบถี่เพื่อปรับสายตา เมื่อประตูไม้บานหนาหุ้มหนังสีดำสนิทถูกพนักงานชายที่พาเธอขึ้นมาผลักปิดลงเบา ๆ ตอนแรกม่านฟ้าคิดว่าคงเป็นเรื่องงานตามปกติ อาจมีลูกค้ากลุ่มใหญ่ต้องการพนักงานเพิ่ม หรือไม่ก็เป็นออเดอร์พิเศษที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เธอเพิ่งเลิกกะหลังจากวิ่งวุ่นรับออร์เดอร์และเสิร์ฟเครื่องดื่มจนแทบหมดแรง ร่างกายเมื่อยล้าจนอยากกลับไปทิ้งตัวลงนอนเต็มที แต่เพราะปากท้องยังต้องพึ่งงาน เธอจึงทำได้เพียงพยักหน้ารับคำสั่งโดยไม่คิดอะไรมาก จนกระทั่งก้าวเข้ามาในห้องนี้บรรยากาศทุกอย่างก็เปลี่ยนไปในทันที ห้องรับรอง VIP กว้างขวางและหรูหราเกินกว่าจะเป็นพื้นที่บริการทั่วไป แสงไฟถูกหรี่ลงจนบรรยากาศดูอึมครึมชวนอึดอัด บนโซฟาหนังตัวยาวกลางห้อง มีชายสูงวัยคนหนึ่งนั่งไขว่ห้างรออยู่ก่อนแล้ว เขาสวมสูทตัดเย็บอย่างประณีต บ่งบอกฐานะได้เป็นอย่างดี ทว่ารอยยิ้มบนใบหน้ากลับทำให้ม่านฟ้ารู้สึกไม่สบายใจตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็น หญิงสาวชะงักฝีเท้าโดยไม่รู้ตัสัญชาตญาณบางอย่างกำลังร้องเตือนว่าเธอไม่ควรอยู่ที่นี่ “เชิญนั่งก่อนสิ แม่หนู” เสียงแหบพร่าดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ สายตาของชายสูงวัยไล่สำรวจเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างเปิดเผย จนม่านฟ้ารู้สึกอยากหันหลังกลับไปคว้าลูกบิดประตูเสียเดี๋ยวนั้น “ขอโทษค่ะ…” เธอพยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น “ฉันคิดว่าผู้จัดการเรียกมาเสิร์ฟเครื่องดื่มค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ” ม่านฟ้ายังไม่ทันหมุนตัว เสียงหัวเราะต่ำ ๆ ก็ดังขึ้นด้านหลัง “เสิร์ฟเหรอ?” ชายสูงวัยยิ้มเยาะ ก่อนเอนหลังพิงโซฟาอย่างสบายอารมณ์ “เธอไม่ต้องเสิร์ฟอะไรที่นี่หรอก เพราะงานของเธอในคืนนี้ถูกจัดการไว้หมดแล้ว” คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันหัวใจเริ่มเต้นผิดจังหวะ “หมายความว่ายังไงคะ? หนูเป็นแค่พนักงานเสิร์ฟของบาร์ ไม่ได้รับงานอื่นค่ะ” “เด็กดื้อเอ๊ย…” เขาหัวเราะเบา ๆ “เธอคิดว่าหน้าตาแบบนี้ ผิวพรรณแบบนี้ จะเหมาะกับการถือถาดเสิร์ฟไปวัน ๆ หรือไง?” ชายสูงวัยหยุดเล็กน้อย ก่อนเอ่ยประโยคต่อมาด้วยน้ำเสียงราวกับกำลังพูดถึงเรื่องธรรมดา “ทางบาร์ตกลงราคากับฉันเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป เธอคือคนของฉัน” ใบหน้าของม่านฟ้าซีดลงทันที “อะไรนะคะ?” “ค่าตัวของเธอถูกโอนเข้าบัญชีผู้จัดการเรียบร้อยแล้ว” ความหนาวเย็นแล่นวาบไปทั่วร่าง “หนูไม่ไปไหนทั้งนั้น!” ม่านฟ้าหันกลับไปยังประตูทันที มือเล็กคว้าลูกบิดแล้วบิดสุดแรง ไม่ขยับเพราะประตูถูกล็อกจากด้านนอก “ปล่อยหนูออกไปเดี๋ยวนี้!” เธอหันกลับมา น้ำเสียงสั่นด้วยความโกรธและหวาดกลัวชายสูงวัยเพียงยิ้ม “อย่าดิ้นรนเลยหนู คิดว่าตัวเองมีทางเลือกมากนักหรือไง?” เขาพูดต่ออย่างใจเย็น “เธอเป็นเด็กกำพร้า ไม่มีครอบครัว ไม่มีใครคอยปกป้อง ถ้าไม่ได้ฉัน เธอจะไปอยู่ที่ไหน?” คำว่าเด็กกำพร้ากระแทกเข้าใส่ความรู้สึกของม่านฟ้าอย่างรุนแรง ใช่…เธอไม่มีใคร เติบโตมาในสถานสงเคราะห์ เมื่อถึงวัยต้องออกมาใช้ชีวิตด้วยตัวเอง เธอทำทุกอย่างเท่าที่หาได้เพื่อส่งตัวเองเรียนและประคับประคองชีวิตไปวัน ๆ ไม่มีเงินเก็บมากพอจะรับมือกับเรื่องไม่คาดคิดไม่มีพ่อแม่ให้โทรหา ไม่มีพี่น้องให้ขอความช่วยเหลือ และในคืนนี้ เธอกำลังติดอยู่ในห้องที่ไม่มีใครรู้ว่าเธออยู่ที่ไหน มือสั่นเทาของม่านฟ้าล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกั๊ก หวังหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาผู้จัดการแต่กระเป๋ากลับว่างเปล่า “หาอันนี้อยู่หรือเปล่า?” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากมุมห้องพนักงานชายคนที่พาเธอขึ้นมาค่อย ๆ ก้าวออกมาจากเงามืด พร้อมชูโทรศัพท์เครื่องเก่าของเธอขึ้น ม่านฟ้าเบิกตากว้างเธอพุ่งเข้าไปหมายจะแย่งคืน แต่ชายคนนั้นกลับผลักไหล่เธออย่างแรงร่างบางเซถลาไปด้านข้าง โชคดีที่มือคว้าขอบโต๊ะไว้ทัน “อย่าทำตัวมีปัญหาเลยน้อง” น้ำเสียงของเขาเย็นชา “คุณท่านเขาเมตตาแล้ว รับ ๆ ไปซะเถอะ” ความสิ้นหวังเข้าครอบคลุมหัวใจของม่านฟ้า ไม่มีโทรศัพท์ไร้หนทางหนีไม่มีใครรู้ว่าเธออยู่ที่นี่ ชายสูงวัยลุกขึ้นจากโซฟาแล้วก้าวเข้ามาอย่างช้า ๆ ม่านฟ้าถอยหลังจนแผ่นหลังชนประตู “มาเถอะ…เด็กน้อย” มือของเขายื่นออกมาหญิงสาวหลับตาแน่น ยกแขนขึ้นป้องกันตัวตามสัญชาตญาณเธอไม่มีทางหนีแล้วจริง ๆ ด้านนอกห้องรับรอง VIP อิศรากำลังเดินผ่านโถงทางเดินพร้อมลูกน้อง หลังจากแวะมาที่บาร์เพื่อตามหาหลานสาววัยสิบเจ็ดปีที่แอบออกมาเที่ยวโดยไม่บอกเขา ชายหนุ่มตั้งใจจะพาตัวเด็กเจ้าปัญหากลับบ้านทันทีที่พบ แต่ยังไม่ทันได้ถามหาหลานสาว เสียงบางอย่างจากห้องรับรองด้านในก็ทำให้ฝีเท้าของเขาหยุดลง “ช่วยด้วยค่ะ ฮึกก ใครก็ได้ช่วยหนูด้วย!” เสียงผู้หญิงดังลอดออกมาจากหลังประตูอิศราชะงักเพียงเสี้ยววินาที สมองของเขาก็คิดถึงหลานสาวขึ้นมาเป็นคนแรก หรือว่าเด็กนั่นจะอยู่ในห้องนี้… “เสียงมาจากห้องนี้ครับ” ลูกน้องที่เดินตามหลังเอ่ยขึ้นอิศราไม่ตอบ เขาก้าวตรงไปยังประตูทันที “เปิดประตู” ลูกน้องลองจับลูกบิด แต่ประตูกลับถูกล็อกจากด้านในเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ชัดเจนกว่าเดิม อิศราไม่รออีกต่อไปชายหนุ่มถอยหลังหนึ่งก้าว ก่อนพุ่งเข้าใส่ประตูเต็มแรง ปัง! เสียงประตูกระแทกเปิดออกอย่างแรงจนบานไม้แทบหลุดจากวงกบทุกคนในห้องชะงัก และภาพแรกที่อิศราเห็นกลับไม่ใช่หลานสาวของเขา…แต่เป็นหญิงสาวในชุดพนักงานบาร์ที่กำลังถูกชายสูงวัยไล่ต้อนจนมุมอยู่ข้างประตู แววตาของเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอิศรานิ่งไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนความเข้าใจจะชัดเจนขึ้นในทันที เขาเข้ามาผิดคนแต่เมื่อเห็นสถานการณ์ตรงหน้าแล้ว เขาก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะเดินจากไปเฉย ๆ “ปล่อยเธอ” น้ำเสียงเย็นเยียบดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงที่ก้าวเข้าไปในห้องเพียงแค่เขาปรากฏตัว…บรรยากาศทั้งห้องก็เปลี่ยนไปในทันทีบทที่ 5คนที่หัวใจเรียกร้องคืนนั้นอิศราแทบไม่ได้นอนภาพใบหน้าตกใจของม่านฟ้าวนเวียนอยู่ในหัวไม่หยุด เขาไม่ควรแตะต้องเธอไม่ควรปล่อยให้ความเมาและอารมณ์ชั่ววูบทำให้เส้นแบ่งที่ตัวเองวางไว้พังลงโดยเฉพาะเมื่อเธออายุน้อยกว่าเขามาก และเป็นผู้หญิงที่เขาเพิ่งยื่นมือช่วยออกมาจากสถานการณ์ที่ไม่เต็มใจอิศราบอกตัวเองว่าเขาจะไม่เรียกร้องอะไรจากเธอ แต่เมื่อคืนเขากลับเป็นฝ่ายผิดคำพูดเสียเองเช้าวันรุ่งขึ้น ชายหนุ่มจึงออกจากบ้านตั้งแต่เช้าและไม่ได้กลับมาอีกเลยหนึ่งวัน…สามวัน…จนผ่านไปเกือบหนึ่งสัปดาห์บ้านทั้งหลังเงียบเหงาลงอย่างเห็นได้ชัด“คุณอิศราไม่กลับมาหลายวันแล้วนะคะ”แม่บ้านเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้ากังวล ขณะจัดอาหารใส่กล่อง“ปกติถึงจะงานยุ่งแค่ไหน คุณท่านก็ยังกลับมานอนที่บ้าน”ม่านฟ้านิ่งไปเธอรู้เหตุผลดีตั้งแต่คืนนั้น อิศราก็แทบไม่ยอมกลับมาให้เธอเห็นหน้าในตอนแรกเธอคิดว่าเขาอาจโกรธแต่เมื่อเวลาผ่านไป เธอกลับเข้าใจว่าเขาน่าจะกำลังหลบหน้าเธอมากกว่า“ป้ากำลังจะเอาอาหารไปให้คุณอิศราที่บริษัทเหรอคะ?”“ค่ะ”แม่บ้านถอนหายใจ“คุณท่านทำงานหนักจนแทบไม่ยอมกินข้าวเป็นเวลา ป้าก็เป็นห่วง”ม่านฟ้ามองกล่องอาหารในมืออี
บทที่ 4คืนที่หัวใจเริ่มไม่เชื่อฟังภายในคืนนั้น ม่านฟ้านอนพลิกตัวไปมาบนเตียงอยู่นาน เธอพยายามข่มตาหลับ แต่เสียงรถที่แล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านเมื่อครู่กลับทำให้ความคิดฟุ้งซ่านขึ้นมาอีกครั้งเขากลับมาแล้ว…และเขาคงไม่ได้กลับมาเพียงลำพังม่านฟ้าดึงผ้าห่มขึ้นคลุมตัว ก่อนพยายามหลับตาอีกครั้งแต่ผ่านไปเกือบชั่วโมง ความกระหายน้ำกลับทำให้เธอต้องลุกจากเตียง หญิงสาวเปิดประตูห้องอย่างระมัดระวัง แล้วเดินลงบันไดไปยังชั้นล่างบ้านทั้งหลังเงียบผิดปกติเธอกำลังจะเดินเข้าไปในห้องครัว ทว่าเสียงบางอย่างจากห้องรับแขกกลับทำให้ฝีเท้าชะงักเสียงหัวเราะของผู้หญิงดังแว่วมาม่านฟ้านิ่งค้าง หัวใจเต้นแรงขึ้นโดยไม่มีเหตุผลเธอไม่ควรดูรู้ทั้งรู้ว่าไม่ควร…แต่สุดท้ายสายตาก็เผลอเหลือบไปทางห้องรับแขกภาพตรงหน้าทำให้เธอหยุดหายใจไปชั่วขณะอิศรานั่งอยู่บนโซฟา เสื้อเชิ้ตถูกปลดกระดุมออกเล็กน้อย ใบหน้าคมดูผ่อนคลายกว่าปกติ และเห็นได้ชัดว่าเขาดื่มมาไม่น้อยข้างกายเขามีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ระยะห่างระหว่างทั้งคู่แทบไม่มี อิศรากำลังจูบเธอม่านฟ้าตัวแข็งทื่อความรู้สึกบางอย่างแล่นวาบขึ้นกลางอกเธอควรเดินกลับขึ้นห้องไปเงียบ ๆ ควรทำเหมือนไม่
บทที่ 3กำแพงในใจห้องพักส่วนตัวของอิศราเงียบสงบและโอ่อ่า แตกต่างจากบาร์ที่เพิ่งจากมาราวกับเป็นคนละโลกแสงไฟสีอุ่นจากโคมดีไซน์โมเดิร์นทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลาย แต่ม่านฟ้ายังคงยืนเกร็งอยู่ข้างโซฟา มือทั้งสองข้างประสานกันแน่นเธอยังสวมชุดพนักงานตัวเดิมความทรงจำจากเหตุการณ์เมื่อครู่ยังวนเวียนอยู่ในหัวไม่หยุดทางด้านอิศรา เขาถอดนาฬิกาวางลงบนโต๊ะ ก่อนปลดกระดุมข้อมือเสื้ออย่างไม่รีบร้อน เสียงโลหะกระทบพื้นไม้เบา ๆ ทำให้ม่านฟ้าสะดุ้งเธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนตัดสินใจถามสิ่งที่ค้างคาใจ“คุณจ่ายเงินให้พวกเขาแล้ว”เสียงของเธอแผ่วลง“แล้วหนูต้องทำอะไรตอบแทนคะ?”อิศราหยุดมือเขาหันกลับมามองหญิงสาว“ไม่ต้องทำอะไร”ม่านฟ้าขมวดคิ้ว“แต่คุณจ่ายเงินไปตั้งสองแสน…”“เงินนั่นซื้ออะไรไม่ได้ทั้งนั้น”คำตอบทำให้เธอนิ่งอิศราเดินเข้ามาใกล้เพียงเล็กน้อย แต่ยังรักษาระยะห่างเอาไว้“ฉันไม่ได้ซื้อเธอ”เขาพูดชัดเจน“ฉันจ่ายเงินเพื่อให้ข้อตกลงบ้า ๆ นั่นจบลง และพาเธอออกมาจากที่นั่น”ม่านฟ้ากะพริบตาช้า ๆเธอไม่เคยได้ยินคำพูดแบบนี้มาก่อน ในโลกที่เธอเติบโตมา ความช่วยเหลือมักมีราคาของมันเสมอ“ทำไมคะ?”อิศราเงียบไปครู่หนึ่ง
บทที่ 2ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์ในตัวเธอชายสูงวัยชะงักมือค้างอยู่กลางอากาศ สีหน้าที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจซีดเผือดลงทันที เมื่อร่างสูงโปร่งของชายผู้มาใหม่ก้าวเข้ามาในห้องอิศรา เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขนถึงข้อศอก เผยท่อนแขนแข็งแรงกับนาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือ ไม่มีเครื่องแต่งกายหวือหวา ไม่มีท่าทีข่มขู่ใด ๆแต่เพียงแค่ยืนอยู่ตรงนั้น ก็เพียงพอที่จะทำให้คนทั้งห้องไม่กล้าขยับ พนักงานชายที่ถือโทรศัพท์ของม่านฟ้าถึงกับถอยหลังโดยไม่รู้ตัว“คุณ…คุณอิศรา”ชายสูงวัยรีบชักมือกลับ ฝืนยิ้มอย่างประหม่า“ไม่นึกว่าจะเจอท่านที่นี่ครับ คือเรื่องนี้…”อิศราเพียงปรายตามองแววตาคมนิ่งจนอีกฝ่ายพูดต่อไม่ออก เขาไม่ได้เสียเวลาอยู่กับคำแก้ตัว ก่อนสายตาจะเลื่อนไปหยุดที่หญิงสาวตรงประตูม่านฟ้ายังคงตัวสั่น มือทั้งสองข้างกำแน่นอยู่ด้านหลัง พยายามซ่อนอาการหวาดกลัวที่ปิดไม่มิด อิศราเดินเข้าไปหยุดห่างจากเธอหลายก้าว“เกิดอะไรขึ้น?”ชายสูงวัยรีบเอ่ย“คือเป็นความเข้าใจผิดนิดหน่อยครับ พอดีผมตกลงกับทางผู้จัดการบาร์เรื่อง—”“ผมไม่ได้ถามคุณ”เสียงเรียบ ๆ ตัดบทขึ้นทันทีดวงตาของอิศรากลับมาหยุดที่ม่านฟ้าน้ำเสียงของเขาอ่อนลงเล็กน้