Mag-log in"เก็บกดอะไรเนี่ย ค่อยๆ กินเดี๋ยวก็เย็นคอขึ้นสมองหรอก"
ฉันเอ่ยปรามยัยเดียที่นั่งยัดไอติมรสหวานสตรอว์เบอร์รีเข้าปากแบบไม่ยั้งตั้งแต่พนักงานนำมาเสิร์ฟ ดูคล้ายคนเก็บกดอะไรสักอย่างแล้วต้องการหาที่ลงยังไงยังงั้น
"แกก็รู้ใช่ป่ะว่าฉันน่ะชอบคาเรน ฉันติ่งเกาหลีอปป้าเลยนะ"
"อืม.. ฉันรู้ แล้วมันเกี่ยวอะไรล่ะ"
"ก็ป๊าน่ะสิ เกิดเป็นอะไรไม่รู้ อยู่ๆ จะให้ฉันเลิกตามอปป้าทั้งที่ฉันอุตส่าห์สู้ยอมเรียนหมอตามที่ป๊าต้องการโดยไม่ปริปากบ่นสักคำ ขอแค่ให้ฉันได้ตามติดอปป้าในฝันแค่นั้น"
"แต่ก่อนรับปากมั่นเหมาะจะไม่กีดกันอะไรสักอย่างหากฉันยอมเรียนหมอ แต่พอมาตอนนี้กลับบอกให้หางานทำที่จริงๆ จังๆ หยุดทำตัวไร้สาระไปวันๆ ถามจริงเหอะ! ฉันตามสามีในฝันนี่มันเป็นเรื่องไร้สาระขนาดนั้นเลยเหรอห๊ะ! ฉันไม่เห็นว่ามันจะไร้สาระตรงไหนเลยนะ"
ฉันก้มใบหน้าลงหลบสายตาที่จ้องมองมา ช้อนคันเล็กในมือตักไอติมสีหวานขึ้นมาละเมียดช้าๆ ก่อนจะปรายตาขึ้นมองใบหน้าบูดบึ้งด้วยรอยยิ้มแห้งๆ
"ไม่... แกไม่ได้ไร้สาระเลย"
"ใช่ไหมล่ะ ป๊านั่นแหละที่บังคับกันเกินเหตุ"
ยัยเดียวางช้อนในมือเล็กลงบนแก้วคริสตัลทรงสูง กอดอกพิงพนักหลังกับเบาะด้านหลัง ใบหน้ายังคงบูดบึ้ง คิ้วผูกขมวดเป็นปม
"แต่ฉันเข้าใจป๊าแกนะเดีย ท่านแค่อยากให้แกตั้งใจหาประสบการณ์ใจอย่าว่อกแว่ก และเว้นระยะจากอปป้าของแกสักระยะ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะให้แกเลิกตามติดอปป้าแกสักหน่อย แค่ห่างสักพักแค่นั้นเอง"
"เหอะ! แกก็พูดได้สิแกไม่ใช่ติ่งแบบฉันนี่ นี่ขนาดแค่ไม่ได้ส่องไอจีเขาแค่วันเดียวฉันยังนอนไม่หลับเลย จะให้เว้นระยะสักพักฉันไม่อดหลับอดนอนจนเป็นซอมบี้เลยรึไง"
อืม... ฉันไม่เข้าใจพวกติ่งเลยจริงๆ นั่นแหละ ตามติดชีวิตเขายิ่งกว่าตำราเรียนที่อาจารย์ให้มา นี่ฉันยังงงอยู่เลยว่ายัยเดียเรียนมาถึงปีสี่ได้ยังไง ทั้งที่ตำราเรียนแทบจะเทียบกับไอจีอปป้าของเธอไม่ติด แต่ก็นะยัยเดียมันเก่งอยู่แล้ว ถึงได้แยกแยะสมองสั่งการให้ทำให้จำอะไรต่อมิอะไรได้เยอะขนาดนี้
"แกใจเย็นๆ ก่อน เดี๋ยววันนี้ฉันจะเดินเล่นช็อปเป็นเพื่อนแกเอง เอาให้บัตรเครดิตที่ป๊าแกให้มาเงินช็อตไปเลยดีไหม"
"พูดเป็นเล่นไป แต่ก็เอาเถอะถึงป๊าจะห้ามยังไงก็ห้ามฉันไม่ได้หรอก คนไม่ใช่ติ่งไม่มีวันเข้าใจหรอก"
ยัยเดียพูดด้วยน้ำเสียงกระแทกอย่างต้องการเหน็บฉันก่อนจะก้มลงสนใจไอติมในแก้วต่อ ฉันได้แต่นั่งปลงตกกับความรั้นบวกกับความเป็นเด็กของเพื่อนสนิท
"เจอกันอีกทีอาทิตย์หน้าเลยนะ ฉันจะเอาเวลาไปตามอปป้าต่อ"
"อืม.. อย่าหักโหมจนไปโรงพยาบาลไม่ไหวล่ะ"
ฉันยืนโบกมือให้คนตัวเล็กที่พยักหน้าส่งมาให้ก่อนจะเลื่อนปิดกระจกรถขับออกไปจากหน้าคอนโด ถอนหายใจเบาๆ ด้วยความปวดเมื่อยตามลำขาเรียวและแขนเล็ก นานๆ ทีได้ออกไปเดินเล่นช็อปปิ้งแบบนี้มันก็เหนื่อยเหมือนกันนะ ดีนะที่วันนี้ฉันเลือกใส่รองเท้าแตะรัดส้น เพราะหากขืนใส่ส้นสูงไปมีหวังขาแข็งเดินไม่ได้แน่ เท้าเล็กหันหลังเดินกลับเข้ามาด้านในคอนโดเพื่อจะขึ้นไปยังด้านบน แต่ถูกขัดจากเสียงดังจากด้านในกระเป๋าสะพายข้างซะก่อน
ตู๊ด~ ตู๊ด~
เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ดังขึ้นจากกระเป๋าสะพายข้างที่คล้องบ่าเล็กอยู่ ทำให้ฉันต้องสลับของในมืออีกข้างเพื่อมาถือไว้ในมือข้างเดียว ควานหาเจ้าของเสียงดังในจังหวะที่เข้ามายืนอยู่ด้านในลิฟต์พอดี
หน้าจอปรากฏเบอร์แปลกที่ไม่ได้บันทึกชื่อไว้ ทำให้คิ้วเรียวต้องขมวดยุ่งด้วยความสงสัยก่อนจะตัดสินใจกดรับ
"สวัสดีค่ะ"
'บัว นี่พี่นะไทม์'
"พี่ไทม์เหรอคะ"
ปลายสายกรอกดังตามมาเป็นเสียงที่คุ้นเคย แต่ฉันจำได้ว่าฉันบันทึกเบอร์พี่ไทม์ไว้แล้วนี่ แล้วทำไม... ถึงไม่มีชื่อปรากฏล่ะ
'พี่เอง พอดีโทรศัพท์พี่ตกน้ำน่ะเลยยืมของเพื่อนพี่โทรมา'
"อ๋อ.. ค่ะ แล้วพี่ไทม์มีอะไรรึเปล่าคะถึงได้โทรหาหนู"
'เมื่อคืนพี่เผลอลืมกุญแจรถไว้ในรถเราน่ะ วันนี้ว่าจะมาเอารถแต่เพิ่งนึกได้ ยังไงถ้าจะรบกวนให้เราเอามาให้พี่หน่อยได้ไหม'
"อ๋อ.. ได้ค่ะ แล้วตอนนี้พี่ไทม์อยู่ไหนคะ"
พี่ไทม์บอกสถานที่ที่อยู่ในตอนนี้ให้ฉัน พร้อมกับแอดไลน์ส่งโลเคชั่นเข้ามาในไลน์ให้ด้วยเผื่อฉันไม่รู้ทาง
โลเคชั่นบอกว่าพี่ไทม์อยู่ท่าเรือทางนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ แล้วพี่ไทม์ไปทำอะไรที่นั่นแล้วไปได้ยังไง ฉันสงสัยแต่เพียงแค่ครู่เดียวเท่านั้น หลังนึกได้ว่าครอบครัวพี่ไทม์ทำธุรกิจขนส่งทางน้ำ เขาจึงอาจจะไปทำงานโดยติดรถใครสักคนไปก็ได้ เมื่อหาข้อสรุปให้ตัวเองได้ ฉันก็จัดการเก็บข้าวของที่เพิ่งได้มาไว้บนโต๊ะกลางโถงกว้างก่อนจะหยิบกุญแจรถในห้องนอนเดินลงมาชั้นจอดรถของคอนโด
ฉันใช้เวลาในการเดินทางมายังท่าเรือขนส่งหนึ่งชั่วโมงครึ่ง จนตอนนี้ก็เป็นเวลาเย็นมากแล้ว ดวงอาทิตย์เริ่มที่จะลับขอบฟ้าจนเห็นแสงสีส้มทองบนขอบฟ้าไกลแทนความสว่างไสวเมื่อกลางวัน
เท้าเล็กเหวี่ยงลงจากรถเก๋งคันเล็กก้าวออกมายืนรับลมทะเลยามเย็น สายลมที่พัดเข้าชายฝั่งด้วยความแรงทำให้ผมเผ้าที่ถูกปล่อยยาวกระจายตัวลอยตามจนฉันต้องยกมือขึ้นมาเสยผมปรกหน้าออกเล็กน้อย
มือเล็กคว้าโทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายข้างขึ้นมาต่อสายหาเบอร์ที่โทรมาก่อนหน้านี้บอกให้รุ่นพี่หนุ่มรู้ว่าฉันมาถึงแล้ว
"พี่ไทม์หนูอยู่หน้าท่าเรือแล้วนะ"
รอไม่นานปลายสายก็กดรับ ฉันจึงกรอกเสียงลงไป พร้อมกับพยายามมองว่าตอนนี้ฉันอยู่ตรงไหนแล้วเพื่อที่จะได้บอกเขาไปถูก
'เค เดี๋ยวพี่ไปหา'
พี่ไทม์ตอบกลับมาก่อนสายจะถูกตัดไป ฉันวางโทรศัพท์ลงในกระเป๋าดังเดิม ก้าวออกมานั่งลงบนม้านั่งที่อยู่เยื้องออกไปเล็กน้อยเพื่อตอนที่พี่ไทม์มาจะได้เห็นฉันได้
รอไม่ถึงสิบนาทีเจ้าของเรือนร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนกับกางเกงสแล็คสีมืดก็เดินตรงมาหาฉันพร้อมด้วยใบหน้านิ่ง
"กุญแจค่ะ"
"อืมขอบใจ กินข้าวยังเดี๋ยวพี่เลี้ยง"
"ไม่เป็นไรค่ะ หนูทานมากับยัยเดียแล้ว"
พี่ไทม์พยักหน้าเข้าใจ เขาดูเหมือนจะหงุดหงิดกับอะไรสักอย่างนะ และเลยพลอยทำให้ฉันไม่อยากอยู่ใกล้เขาสักเท่าไหร่
"งั้นหนูกลับก่อนนะคะ พี่ไทม์จะได้ทำงานต่อ"
"โทษที งานมีปัญหานิดหน่อย"
"ไม่เป็นไรค่ะ พี่ไทม์กลับไปทำงานเถอะค่ะ เดี๋ยวไว้วันหลังค่อยคุยกันใหม่"
"อืม.. ขับรถดีๆ ล่ะ"
"ค่ะ"
ฉันโบกมือส่งให้เขาด้วยรอยยิ้ม เพื่อบอกให้เขารู้ว่าฉันไม่ได้เป็นอะไร ไม่ได้คิดอะไรซึ่งมันก็มาจากใจจริงฉันนะแหละ แต่พี่ไทม์ชอบคิดไปเองว่าฉันจะลำบากที่ขับรถมาไกลเพื่อเอากุญแจมาให้ แต่ที่จริงไม่เป็นไรเลย เรื่องเล็กน้อยแค่นี้เอง
ฉันขับรถกลับมาตามทางเดิมที่ดูเหมือนจะเปลี่ยวขึ้นจากเมื่อตอนมามาก เพราะความมืดที่เข้ามาปกคลุมและร้างบ้านเรือนคนที่นานๆ จะเจอสักหลังจนฉันรู้สึกเสียวสันหลังยังไงชอบกล
"อย่าไปคิดมากยัยบัว ไม่มีอะไรหรอก กรี๊ด!!! "
ฉันพร่ำบอกตัวเองในใจและอาจเพราะไม่ได้ดูให้ถี่ถ้วนทำให้บางสิ่งบางอย่างที่วิ่งเข้ามาขวางทางด้านหน้าชนเข้ากับกระโปรงหน้ารถฉันอย่างจังจนเสียงดังลั่น
ปึก!!! เอี๊ยด!!!
ฉันสะดุ้งตกใจเหยียบเบรกไว้ด้วยใจสั่นเทา สองมือเย็นวาบสั่นจนสังเกตเห็นได้
"ชน... ชนอะไร"
ปึก!!! กรี๊ด!!!
ฉันกรีดร้องเสียงดังลั่นอีกครั้ง หลังมีมือเปื้อนเลือดเข้ามาเกาะกระจกด้านที่ฉันนั่งอยู่จนเปรอะเปื้อนเป็นรอยยาวตามนิ้วเรียว เขาคนนั้นพยายามลุกขึ้นมาขอความช่วยเหลือจากฉัน
ฉันเผลอลอบกลืนน้ำลายเหนียวลงคออย่างยากเย็น มองไปที่คนผู้นั้นด้วยแววตาสั่นระริก
"ผะ... ผู้หญิงเหรอ"
.
.
.ดวงตากลมโตกลอกสายตามองฉากหน้าสวยงามของพิธีมงคลที่มีชื่อเธอกับแฟนหนุ่มโชว์หราอยู่หน้างานด้วยใบหน้างุนงง ดอกไม้หลากหลายถูกจัดแต่งตามเสาบ้านและทางเดินจนแทบจะจำไม่ได้ว่าสถานที่นี้คือบ้านที่เธออยู่มาแต่กำเนิดด้านหน้ามีสายธารกับจันทร์เจ้าพี่ชายกับพี่สะใภ้ยืนยิ้มรับอยู่ ถัดมาด้วยพี่เลี้ยงของหลานชายที่กำลังจับมือเล็กๆ ของก้อนแป้งอ้วนไว้ เด็กน้อยสวมชุดสูทสีขาวไว้ประดับด้วยช่อดอกไม้สีสดใสอยู่บนอกสายบัวเหลือบสายตากลับมามองคนด้านข้างที่จับกุมมือเล็กของเธอไว้ในอุ้งมือใหญ่ เธอไม่สังเกตเลยสักนิดว่าวันนี้เขาใส่สูทมา ถึงจะไม่ได้เต็มยศจนเหมือนกำลังออกงานแต่มันก็ผิดวิสัยของเขาที่ปกติจะใส่เพียงเสื้อเชิ้ตเท่านั้น หันกลับลงมามองชุดกระโปรงยาวของตัวเองแล้วแทบอยากจะกุมขมับ เธอไม่เคยเอะใจเลยสักนิดว่าเขาจะเล่นแบบนี้"ลีโอคุณเล่นอะไรคะ""...""หนูบัวมากันแล้วเหรอ"ยังไม่ทันที่คนตัวโตจะได้ตอบกลับแฟนสาว แขนเล็กก็ถูกฉุดรั้งเบาๆ จากเจ้าของเสียงแหลมเล็ก ใบหน้าสวยของนาตาลียิ้มแย้มก้มมองเรือนร่างเล็กที่ถูกสวมทับด้วยเดรสกระโปรงยาวสีกะปิ เลื่อนตากลับขึ้นมามองใบหน้าหวานอย่างชื่นชมอีกครั้ง"หนูบัวสวยที่สุดเลยลูก""ขอบคุ
"อืม~" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังในลำคอหนา กวาดมือหาคนข้างกายที่คอยกอดหลับใหลอยู่ด้วยกันเมื่อก่อนหน้านี้แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า พร้อมกับความเย็นของพื้นที่ด้านข้าง ลีโอยกมือขึ้นป้องแสงแดดอ่อนยามเย็นที่ลอดผ่านระเบียงห้องเข้ามาตกกระทบพื้นขึ้นแยงตา ปรับโฟกัสระดับสายตาให้เข้ากับแสงสว่างก่อนจะกวาดสายตามองหาคนตัวเล็กจนทั่วห้องห้องน้ำ ห้องแต่งตัวและโซฟาตัวยาวมีเพียงความว่างเปล่า ไร้ร่างและแม้แต่เงาของคนตัวเล็กมันทำใจแกร่งกระตุกคิดไปในทางลบจนรู้สึกหายใจอ่อนแรงลง แต่พอคิดได้ว่าเธอเป็นคนให้โอกาสตัวเขาเองแล้วคงไม่คิดหนีไปไหนใจก็กลับฟื้นมามีแรงขึ้นอีกครั้ง ร่างสูงหมุนตัวเดินออกจากห้องส่วนตัวก้าวขาเรียวยาวไปตามทางลงสู่ชั้นล่างของตัวคฤหาสน์ ในขณะที่สายตาก็คอยสอดส่องมองหาคนตัวเล็กแต่ก็ต้องผิดหวัง กลับพบแต่ความว่างเปล่าเช่นเดิม"มัมครับ บัวอยู่ไหน""กกอยู่คนเดียวมัมจะรู้ไหมหื้ม ลีโอ""มัมผมไม่เล่น"นาตาลีกลอกตามองร่างสูงของบุตรชายย่นคิ้วเข้าหากันแล้วเหยียดยิ้มมุมปาก หันความสนใจกลับมายังขนมไทยที่กำลังฝึกจากแม่ครัวคนไทยด้านหน้า ปล่อยให้บุตรชายยืนหน้าบึ้งอยู่กลางห้องครัวกว้างเพียงลำพัง"มัม!""...""ม
"อ๊ะ! พี่ลีโอ"ใบหน้าจิ้มลิ้มของลลินดูตกใจเล็กน้อย เมื่อหมุนตัวหันกลับมาแล้วเจอกับร่างสูงใหญ่ของมาเฟียหนุ่มยืนจังก้าอยู่กลางห้อง หันหน้ากลับไปมองประตูห้องแต่งตัวกลัวคนด้านในนั้นจะเดินออกมา"พะ... พี่คงไม่คิดจะคิดบัญชีกับลลินตอนนี้ใช่ไหมคะ""...""ทะ.. ที่ลลินทำไปเพราะอยากช่วยนะคะ ไม่ได้เจตนาคิดร้ายหรือ..""ฉันยกโทษให้ ออกไปได้แล้ว""คะ?"ดวงตากลมเอียงใบหน้ามองเขาอย่างงุนงง แต่กลับต้องชะงักดึงใบหน้ากลับมายิ้มหน้าแป้นเมื่อเจอกับสายตาเรียบเฉยตวัดกลับมาจ้องหน้าคนตัวเล็กโค้งศีรษะลงเล็กน้อยถอยเดินออกจากห้อง พอจะเข้าใจสถานการณ์ดีว่าเขาทั้งสองคงอยากอยู่ด้วยกันตามลำพังมากกว่าลีโอปรายหางตามองบานประตูหนาที่ปิดลงด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปยังห้องแต่งตัวที่มีคนตัวเล็กอยู่ด้านในร่างสูงยืนพิงขอบประตูมองดูเรือนร่างเล็กในชุดเดรสสีหวานลายดอกเดซีสีขาวเล็กๆ เต็มกระโปรงทรงเจ้าหญิงยาวเลยเข่าสวยเล็กน้อย มือเล็กยกขึ้นไขว้หลังพยายามรูดซิปยาวจากกลางหลังขึ้นมายังต้นคอหลังอย่างทุลักทุเล"เฮ้อ! ยากจัง"สายบัวแหงนเงยใบหน้าขึ้นเป่าลมออกปาก ยืดแขนออกข้างเล็กน้อยเพื่อคลายความคดงอของเส้นเอ็นก่อนจะพยายา
ร่างสูงก้าวพรวดพราดเข้ามายังด้านในตัวคฤหาสน์ทันทีโดยไม่รั้งรอให้รถจอดสนิท ใบหน้าคมคายดุดันจนลูกน้องที่ยืนเฝ้าประจำจุดไม่มีใครกล้าเข้ามาขวางหรือทักทายเลยสักคนลีโอตวัดสายตาคมกวาดสายตามองหาคนที่ต้องการเจอแต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า ยกมือขึ้นเท้าเอวดันลิ้นเข้ากระพุ้งแก้มด้วยความไม่สบอารมณ์ ดวงตาร้อนระอุแทบจะเผาไหม้ทุกอย่างที่ขวางหน้าได้"ไงไอ้ลูกชายไม่เจอกันนานเชียว""แด๊ด"นาธานเปิดแขนอ้ารับต้องการกลั่นแกล้ง แต่กลับได้รับเพียงสายตาดุดันตอบกลับมาจากบุตรชาย"บัวอยู่ไหน""มานั่งคุยกันก่อนดีกว่า เจอหน้าพ่อบังเกิดเกล้าก็ถามหาหญิงทันที แกนี่ไม่ไหวจริงๆ""ผมถามว่าสายบัวอยู่ไหน"ลีโอกดเสียงต่ำอย่างสุดจะทน เขาพยายามนิ่งไม่แสดงอารมณ์ร้อนใส่บิดาแต่เหมือนความพยายามนั้นจะมีแค่เขาที่กำลังทำ เพราะผู้เป็นบิดายังคงเอ่ยน้ำเสียงกวนจนอารมณ์ร้อนพลุกพล่าน"เสียงดังเอะอะอะไรกันลีโอ ถึงแกจะเป็นมาเฟียแต่ก็ควรจะมีความสัมมาคารวะคนที่เลี้ยงดูมาบ้าง ไม่ใช่เอาแต่อารมณ์ไม่ร้อนก็เย็นชาแบบนี้มาสาดใส่""มัมเอาเมียผมไปไว้ไหน"ร่างสูงละสายตาออกจากบิดาหลังได้ยินเสียงแหลมคุ้นเคยของมารดาดังแทรกเข้ามา ก่อนร่างเล็กจะก้าวเดินออ
ภายในห้องพักกว้างตกอยู่ในความสงบ มีเพียงเสียงเพลงคลอเบาๆ ดังออกมาจากด้านในโซนครัวให้พอได้ยินดวงตากลมเฉียวกวาดสายตามองสำรวจห้องพักของบุตรชายด้วยแววตานิ่งไร้อารมณ์บ่งบอก ใบหน้าสวยแต้มด้วยเครื่องสำอางแบรนด์ดังราคาแพงประดับใบหน้านาตาลีมองลึกเข้าไปด้านในของโซนครัวเล็กก่อนจะก้าวเดินตามเสียงเพลงคลอเบาๆ ไป มีความประสงค์ต้องการเห็นใบหน้าของหญิงสาวที่ครองปักดวงใจของบุตรชาย แม้จะเคยเห็นจากรูปถ่ายที่คนของเธอส่งมาให้ดูแล้ว แต่ก็อยากจะสัมผัสนิสัยใจคอเธอดูด้วยตัวเองตึก ตึก ตึกเสียงน้ำหนักลงเท้าทำให้คนตัวเล็กเอียงใบหูฟังเสียง ได้ยินเสียงการก้าวเดินมาหยุดลงด้านหลังรอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้า"กลับมาแล้วเหรอคะ หนูกำลังคั้นน้ำส้มอยู่เลยค่ะคุณไปนั่งรอก่อนเดี๋ยวเสร็จแล้วหนูเอาไปเสิร์ฟค่ะ""..."เสียงหวานไร้การตอบกลับ และยังไร้การเดินจากไป เหมือนเธอคุยอยู่กับตัวเองคนเดียว ความแปลกใจทำให้สายบัวเอี้ยวใบหน้ากลับมาด้านหลังก่อนดวงตากลมจะเบิกกว้าง ชะงักค้างมือทั้งสองข้างที่กำลังแกะเปลือกส้มสีสวยในมือนิ่ง"คุณเป็นใครคะ""หึ คิดว่าไงล่ะ"นานอยู่หลายนาทีก่อนจะเค้นหาเสียงเจอ เธอเปล่งเสียงแผ่วลอดริมฝีปากอิ่ม จ้องมองห
"อือ~" เสียงหวานครางในลำคออย่างหงุดหงิด เมื่อมีบางสิ่งบางอย่างมารบกวนเวลานอนฉันปรือตาขึ้นมองความหนักที่ทับอยู่ด้านบนร่างด้วยความสงสัย ก่อนความสงสัยทั้งหมดจะถูกคลายลงด้วยริมฝีปากร้อนชื้นที่กดแนบลงมาบนเนินอกอวบ"ตื่นแล้วเหรอ""..."ฉันเมินคำพูดเขาด้วยการหลับตาลงอีกครั้ง แต่เหมือนเขาจะไม่ได้สนใจท่าทีฉันเลย ตวัดลิ้นดันเม็ดบัวสีชมพูบนยอดอกเข้าปากก่อนจะดูดดุนสลับกับขย้ำอีกข้างเล่นแรงๆ กลีบปากอิ่มเม้มเข้าหากันกลั้นเสียงครางจากด้านใน มันทั้งเจ็บและเสียวในเวลาเดียวกันจนแยกประสาทไม่ออกว่าอะไรที่มีมากกว่ากันแน่เล็บสวยจิกลงบนผ้าปูที่นอน ยกมือขึ้นก่ายหน้าผากปกปิดหัวคิ้วเรียวที่แสดงอารมณ์แทนใบหน้า"อ๊า!""หึ! ไม่เท่าไหร่นี่"พรึ่บ! อ๊ะ! มึนหัวชะมัดฉันดันร่างสูงออกจากตัวก่อนจะรีบดันตัวลุกขึ้นนั่ง แต่เหมือนมันจะกะทันหันและเร็วไปหน่อยจึงทำให้เกิดหน้ามืด มึนหัวหมุนไปหมด"อยากตายหรือไงบัว ทำอะไรหัดใช้หัวคิดบ้างเรียนหมอมาได้ไง""อื้อ"คุณลีโอรีบขยับเข้ามาใกล้ฉัน มือหนาคว้าร่างเล็กเข้ากอดแต่ก็ยังคงเปล่งเสียงดุต่อว่าออกมา ฉันแนบหน้าผากมนลงบนอกแกร่งหลับตาลงเพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพร่างกายโดยที่มีเขาลู
"ปู่อยู่โซนไหนคะเนี่ย"'ถึงแล้วเหรอ เดี๋ยวพี่ออกไปรับตอนนี้อยู่ไหน'"หนู.. อยู่หน้าบาร์เทนเดอร์โซนบีค่ะ"'โอเค เดี๋ยวพี่ไปรับรออยู่นั่นแหละ'มือเล็กจัดการเก็บเครื่องมือสื่อสารกลับลงในกระเป๋าสะพายข้าง สายบัว มองเหล่านักท่องราตรีที่กำลังโยกย้ายส่ายสะโพกกลางฟลอร์อย่างไม่มีใครยอมใครด้วยแววตานิ่ง แสงไฟ
พรึ่บ!ตฤณภพตรงปรี่เข้าหาร่างสูงใหญ่ของมาเฟียหนุ่มด้วยความรวดเร็วไม่ให้ตั้งตัว ทำให้ลูกน้องที่ยืนเฝ้าประจำจุดเตรียมจะเข้ามาหาเจ้านายแต่กลับถูกเบรกไว้เสียก่อนใบหน้าชายวัยกลางคนแดงก่ำบ่งบอกถึงอารมณ์ขุ่นเคืองในตัวที่มีมากจนยากจะเก็บกลั้น สองมือจับปกคอเสื้อเชิ้ตสีดำแน่นจนเส้นเลือดใหญ่ปูดนูน สันกรามถูก
ก๊อก~ก๊อกเสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นมาก่อนบานประตูจะเปิดออก ปรากฏร่างบางของนักศึกษาแพทย์ที่ถูกตามตัวเรียกให้ขึ้นมาหาก่อนหน้าเพียงไม่กี่นาที ก่อนจะเลิกงานกลับบ้าน ใบหน้านวลบึ้งตึงเดินกระแทกเท้ามายืนด้านหน้าเจ้าของห้องที่ยังคงนั่งก้มหน้าก้มตาสนใจกับเอกสารด้านหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่เหอะ! สายบัวถอนหาย
"หื้ม~ ขอทุ่มเงินล้านซื้อรอยยิ้มนี้กลับมาเก็บไว้ดูคนเดียวที่บ้านได้ไหมอ่ะ""....""แกดูดิ หื้ม~ คนอะไรไม่รู้น่ารักน่าชังมาก!!"ยัยเดียยื่นโทรศัพท์มาตรงหน้าฉันให้ดูรอยยิ้มของคาเรนที่ส่งผ่านกล้องมา ฉันเอี้ยวคอหันไปมองรอยยิ้มบนใบหน้าคมสันนั้นด้วยความรู้สึกแปลกๆ แม้หน้าจะยิ้มแต่แววตาเย็นชาซะจนไม่กล้าคิ


![นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




