Masuk"ทำไมไปนานจังเราหื้ม"
เสียงทุ้มอบอุ่นของปู่รหัสดังขึ้นหลังร่างเล็กก้าวเดินมาหย่อนตัวนั่งลงที่เดิม สายบัวหันมองเพื่อนสนิทที่มองมาด้วยความสงสัยเหมือนกันก่อนจะละสายตากลับไปมองใบหน้าหล่อคมของปู่รหัส
"หนู... หลงทางค่ะ"
"หลงทาง!"
ทั้งหมดพร้อมใจประสานเสียงกันดังขึ้น รวมไปถึงเพื่อนสนิทของเธอด้วย มีเพียงไทม์ที่นั่งลงข้างๆ ยกแก้วคริสตัลขึ้นดื่มอย่างไม่ใส่ใจในคำตอบของเธอนัก
"อืม.. ค่ะ หลังจากออกมาจากห้องน้ำยัยเดียก็หายไปแล้ว หนูเลยจำทางกลับมาไม่ได้ ดีที่พี่ไทม์มาเจอซะก่อนเลยพากลับมาค่ะ"
เธอก้มหน้าลงหันมองเพื่อนสนิทอย่างต้องการโยนความผิดและความสนใจไปยังเพื่อน
"ฉันรอแกอยู่หน้าห้องน้ำจริงนะ แต่ฉันลืมไปว่ายังไม่ได้โทรบอกป๊าให้มารับเลย ฉันเลยกลับมาเอาโทรศัพท์ก่อน คิดว่าพอเอาเสร็จจะกลับไปรอแกแต่พี่ไทม์เดินไปพอดีและอาสารอแกแทน ฉันเลยไม่ได้กลับไป แกอย่าโกรธนะ"
นาเดียยื่นมือไปจับแขนเล็กของเพื่อนสนิทไว้ ออดอ้อนเสียงเล็ก ทำตาปริบๆ จนสายบัวหัวเราะคิกในลำคอ
"เอาเถอะฉันโกรธเด็กน้อยอย่างแกไม่ลงหรอก กลัวต้องเป็นฝ่ายง้อทีหลังอีก"
"หืม.. ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะ"
เสียงเล็กเขียวขึ้น สองมือเท้าเอวใบหน้ายู่ราวกับกระต่ายกำลังขู่ราชสีห์จนทุกคนต่างระเบิดเสียงหัวเราะออกมาจนคนถูกหัวเราะเยาะต้องส่งสายตาดุให้
"ให้พี่ไปส่งไหม"
"ไม่เป็นไรค่ะหนูขับรถมา อีกอย่างขืนให้พี่ไทม์ไปส่งหนูว่าคงได้ไปนอนโรงพักสักคืนก่อนกลับคอนโดแน่"
สายบัวหันกลับมาพูดเสียงใสให้รุ่นพี่หนุ่มที่เดินตามหลังมา เธอรู้ว่ารุ่นพี่เป็นห่วง เธอก็เลยทำเป็นว่าไม่รู้ไม่เห็นอะไรจริงตามที่เคยพูดออกไป ทำตัวเข้มแข็งแม้ใจกำลังหวั่นวิตกกับอะไรบางสิ่งอยู่ก็ตาม
"เพราะงี้ไง งั้นเราไปส่งพี่ที่คอนโดแล้วกัน"
"พี่ไทม์จะบังคับหนูให้ได้เลยใช่ไหมเนี่ย"
"อืม... สรุป?"
"ก็ได้ค่ะ แล้วรถพี่ล่ะคะทำไง"
สุดท้ายเธอก็ต้องยอมตามใจเขา คิดเสียว่าตอบแทนบุญคุณที่ช่วยเหลือหลายครั้งซ้ำแล้วซ้ำเล่าในวันนี้ แม้ที่ผ่านมาจะช่วยเหลือมาตลอดก็เถอะ
"ไว้นี่แหละพรุ่งนี้ค่อยมาเอา"
"แล้วผับไม่ว่าเหรอคะ"
"ไม่หรอกมันไม่มีปากว่าอะไรพี่ไม่ได้หรอก"
"พี่ไทม์!"
ไทม์แค่นหัวเราะในลำคอที่สามารถทำให้รุ่นน้องหน้างอได้ มือหนายกขึ้นยีศีรษะเล็กจนผมรวบยุ่งก่อนจะดันแผ่นหลังบางให้เดินไปยังฝั่งคนขับ
"จะติดรถเขากลับแต่ยังสร้างความหงุดหงิดให้เขาอีก"
"บ่นไร ไปเร็ว"
"เจ้าค่ะท่านพี่"
"หึ" เสียงหวานเอ่ยกระแนะกระแหนทำหน้าล้อเลียนใส่รุ่นพี่หนุ่มจนเขาอดขำไม่ได้ แต่เธอก็ไม่ใส่ใจปลดล็อกรถก่อนจะเข้าไปนั่งยังด้านคนขับไม่ลืมปลดล็อกประตูอีกฝั่งให้รุ่นพี่หนุ่มได้เข้ามานั่งด้วย
(saibua talk)
กว่าจะกลับมาถึงคอนโดก็เกือบจะตีสองแล้ว ฉันหย่อนกายนั่งลงข้างขอบเตียง ภายในหัวยังคงนึกถึงเหตุการณ์ที่พบเจอมาก่อนหน้า แม้จะมีพี่ไทม์ที่คอยพูดคุยด้วยเพื่อให้ฉันคลายความรู้สึกให้ออกจากเหตุการณ์นั้น แต่... ฉันเพิ่งผ่านความเป็นความตายของคนมานะ จะให้ฉันทำใจลืมมันไปได้ยังไง อีกอย่างฉันถูกเรียนมาเพื่อช่วยคนแต่พอเห็นคนกำลังจะ... ต่อหน้าต่อตาแต่ฉันกลับช่วยอะไรไม่ได้เลยแล้วจะให้ฉันลืมมันไปได้ยังไง
"เฮ้อ! ขอเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายทีเถอะ ไม่อยากเจออะไรแบบนี้อีกแล้ว"
ฉันล้มตัวลงแนบแผ่นหลังบางลงบนฟูกหนา ภาวนาเสียงเบา ฉันคิดว่าฉันคงต้องไปทำบุญสะเดาะเคราะห์แล้วล่ะเผื่อจะเจออะไรที่มันดีๆ บ้าง
ฉันสะบัดใบหน้าไล่ความคิดทั้งหลายที่ประเดประดังเข้ามาในหัวออก ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นเก็บกระเป๋าสะพายข้างไปวางลงบนโต๊ะเล็กข้างหัวเตียง หยิบเสื้อคลุมสีขาวเดินไปยังห้องน้ำเพื่อชำระกาย
ออกมาอีกทีก็ตีสองครึ่งเกือบจะตีสามแล้ว ฉันเลือกที่จะไม่สระผมเพราะกลัวจะแห้งไม่ทันหลับเสียก่อน ถึงจะมีไดร์เป่าผมตั้งอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง แต่ก็นั่นแหละเหมือนซื้อมาประดับโต๊ะเฉยๆ ฉันไม่ค่อยชอบเป่าสักเท่าไหร่รอให้มันแห้งเองตามธรรมชาติดีกว่า
ฉันล้มตัวลงนอนหลังจากผลัดเปลี่ยนเสื้อคลุมสีขาวเป็นชุดนอนสายเดี่ยวลายเชอรี่ตัวโปรด และด้วยความเหนื่อยและง่วงทำให้ฉันหลับไปเลยเมื่อหัวถึงหมอน จากที่คิดว่าคงจะนอนไม่หลับแต่ไม่เลยมันกลับหลับเป็นตายจนฉันคิดว่าหากโจรขึ้นห้องฉันคงจะไม่ได้ยินจริงๆ
"อื้อ~" เสียงแหบแห้งครางในลำคอพร้อมกับตัวฉันที่ยันตัวลุกขึ้นจากฟูกหนาบิดตัว แสงสว่างส่องลอดผ่านม่านผืนหนาเข้ามายังด้านในทำให้ฉันต้องหันมองนาฬิกาตั้งโต๊ะที่อยู่เยื้องออกไปเล็กน้อย
นาฬิกาบ่งบอกเวลาเที่ยงครึ่งแล้ว มิน่าล่ะถึงได้สว่างขนาดนี้ ดีนะที่วันนี้ไม่มีเรียนเหลือเวลาไว้ให้นักศึกษาหาที่ฝึกหาประสบการณ์สองอาทิตย์เต็ม จะมีก็คงแค่เข้าไปส่งใบตอบรับจากโรงพยาบาลเท่านั้น ซึ่งฉันและยัยเดียส่งเรียบร้อยแล้วตอนนี้ก็เหลือแค่รอเวลาเข้าไปหาประสบการณ์จริงเท่านั้น
ตื้ด~ ตื้ด~
เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ที่ชาร์จอยู่บนโต๊ะเล็กดังขึ้นทำให้ฉันต้องหันกลับไปมองยังหน้าจอที่กำลังโชว์รายชื่อของยัยเดียที่เปิดออกมา แหม~นึกถึงก็โทรมาเลย สงสัยคงจะตายยาก
"ว่าไงคะ"
'บัวไปกินไอติมกันไหม ห้างเปิดใหม่ใกล้คอนโดแก'
"เช้ามาก็กินไอติมเลยเหรอห๊ะ"
'เช้าบ้าเช้าบออะไรกันห๊ะ! นี่มันเที่ยงแล้วย่ะ'
เสียงปลายสายกระแทกมาจนฉันต้องยกโทรศัพท์ออกห่างใบหู รอยยิ้มเผยบนใบหน้าอย่างช่วยไม่ได้ กรอกเสียงหวานลงไปเพื่อที่เพื่อนสนิทยังเด็กจะได้ไม่งอนมากนัก
"โทษทีลืมน่ะ แล้วนี่แกอยู่ไหนให้ไปรับไหม"
'ไม่ต้อง ฉันกำลังจะออกไปครึ่งชั่วโมงเจอกันหน้าคอนโดแก'
"โอเค งั้นแค่นี้แหละเจอกัน"
'อืม..'
ปลายสายตอบกลับมาก่อนจะกดวางสายไปก่อน ฉันวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะดังเดิม ยกมือขึ้นบิดกายซ้ายขวาก่อนจะหย่อนปลายเท้าลงบนพื้น เดินเข้าไปยังห้องน้ำอาบน้ำแต่งตัวไปรอรับยัยเพื่อนสนิทอยู่ด้านล่าง
สามสิบนาทีต่อมา ฉันแต่งตัวเรียบร้อยอยู่ในชุดมินิเดรสแขนตุ๊กตาลายเชอรี่สีฟ้าน้ำทะเลสั้นเหนือเข่าขึ้นมาคืบหนึ่ง สวมรองเท้าแตะรัดส้นสีฟ้าน้ำทะเลเข้าคู่ ช่วยขับผิวขาวใสอมชมพูให้ดูเด่นขึ้น
ผมดำดัดลอนใหญ่ปล่อยแผ่ยาวตามแผ่นหลังบาง ควบกับกระเป๋าสะพายข้างสายโซ่คล้องไหล่สีเข้าคู่กับชุด
ฉันมานั่งรอยัยเดียด้านล่างเคาน์เตอร์เผื่อเธอมาแล้วจะได้ไปกันเลย ไม่ต้องเสียเวลาขึ้นไปด้านบนอีก
"บัว!"
เสียงเล็กตะโกนเรียกชื่อมาจากประตูที่กำลังเปิดออก เชื่อเถอะยัยนี่น่ะไม่ได้แค่ไปกินไอติมเฉยๆ แบบที่พูดก่อนหน้าซะหรอก ดูแต่งตัวเข้าสิ เกาะอกเอวลอยกระโปรงสั้นจนจะเห็นขอบกางเกงซับในอยู่แล้ว
"นี่แกไม่ได้จะแค่ไปกินไอติมใช่ไหม"
"เอาน่า ยังไงฉันก็เลี้ยงอยู่แล้วป่ะ แค่เดินเล่นด้วยหน่อยจะเป็นไรไป"
แล้วยัยเดียก็ลากแขนฉันให้เดินตามไปติดๆ โดยที่ฉันทำได้เพียงแค่สะบัดหน้าให้อย่างไม่รู้จะพูดคำไหนอีก
.
. .ดวงตากลมโตกลอกสายตามองฉากหน้าสวยงามของพิธีมงคลที่มีชื่อเธอกับแฟนหนุ่มโชว์หราอยู่หน้างานด้วยใบหน้างุนงง ดอกไม้หลากหลายถูกจัดแต่งตามเสาบ้านและทางเดินจนแทบจะจำไม่ได้ว่าสถานที่นี้คือบ้านที่เธออยู่มาแต่กำเนิดด้านหน้ามีสายธารกับจันทร์เจ้าพี่ชายกับพี่สะใภ้ยืนยิ้มรับอยู่ ถัดมาด้วยพี่เลี้ยงของหลานชายที่กำลังจับมือเล็กๆ ของก้อนแป้งอ้วนไว้ เด็กน้อยสวมชุดสูทสีขาวไว้ประดับด้วยช่อดอกไม้สีสดใสอยู่บนอกสายบัวเหลือบสายตากลับมามองคนด้านข้างที่จับกุมมือเล็กของเธอไว้ในอุ้งมือใหญ่ เธอไม่สังเกตเลยสักนิดว่าวันนี้เขาใส่สูทมา ถึงจะไม่ได้เต็มยศจนเหมือนกำลังออกงานแต่มันก็ผิดวิสัยของเขาที่ปกติจะใส่เพียงเสื้อเชิ้ตเท่านั้น หันกลับลงมามองชุดกระโปรงยาวของตัวเองแล้วแทบอยากจะกุมขมับ เธอไม่เคยเอะใจเลยสักนิดว่าเขาจะเล่นแบบนี้"ลีโอคุณเล่นอะไรคะ""...""หนูบัวมากันแล้วเหรอ"ยังไม่ทันที่คนตัวโตจะได้ตอบกลับแฟนสาว แขนเล็กก็ถูกฉุดรั้งเบาๆ จากเจ้าของเสียงแหลมเล็ก ใบหน้าสวยของนาตาลียิ้มแย้มก้มมองเรือนร่างเล็กที่ถูกสวมทับด้วยเดรสกระโปรงยาวสีกะปิ เลื่อนตากลับขึ้นมามองใบหน้าหวานอย่างชื่นชมอีกครั้ง"หนูบัวสวยที่สุดเลยลูก""ขอบคุ
"อืม~" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังในลำคอหนา กวาดมือหาคนข้างกายที่คอยกอดหลับใหลอยู่ด้วยกันเมื่อก่อนหน้านี้แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า พร้อมกับความเย็นของพื้นที่ด้านข้าง ลีโอยกมือขึ้นป้องแสงแดดอ่อนยามเย็นที่ลอดผ่านระเบียงห้องเข้ามาตกกระทบพื้นขึ้นแยงตา ปรับโฟกัสระดับสายตาให้เข้ากับแสงสว่างก่อนจะกวาดสายตามองหาคนตัวเล็กจนทั่วห้องห้องน้ำ ห้องแต่งตัวและโซฟาตัวยาวมีเพียงความว่างเปล่า ไร้ร่างและแม้แต่เงาของคนตัวเล็กมันทำใจแกร่งกระตุกคิดไปในทางลบจนรู้สึกหายใจอ่อนแรงลง แต่พอคิดได้ว่าเธอเป็นคนให้โอกาสตัวเขาเองแล้วคงไม่คิดหนีไปไหนใจก็กลับฟื้นมามีแรงขึ้นอีกครั้ง ร่างสูงหมุนตัวเดินออกจากห้องส่วนตัวก้าวขาเรียวยาวไปตามทางลงสู่ชั้นล่างของตัวคฤหาสน์ ในขณะที่สายตาก็คอยสอดส่องมองหาคนตัวเล็กแต่ก็ต้องผิดหวัง กลับพบแต่ความว่างเปล่าเช่นเดิม"มัมครับ บัวอยู่ไหน""กกอยู่คนเดียวมัมจะรู้ไหมหื้ม ลีโอ""มัมผมไม่เล่น"นาตาลีกลอกตามองร่างสูงของบุตรชายย่นคิ้วเข้าหากันแล้วเหยียดยิ้มมุมปาก หันความสนใจกลับมายังขนมไทยที่กำลังฝึกจากแม่ครัวคนไทยด้านหน้า ปล่อยให้บุตรชายยืนหน้าบึ้งอยู่กลางห้องครัวกว้างเพียงลำพัง"มัม!""...""ม
"อ๊ะ! พี่ลีโอ"ใบหน้าจิ้มลิ้มของลลินดูตกใจเล็กน้อย เมื่อหมุนตัวหันกลับมาแล้วเจอกับร่างสูงใหญ่ของมาเฟียหนุ่มยืนจังก้าอยู่กลางห้อง หันหน้ากลับไปมองประตูห้องแต่งตัวกลัวคนด้านในนั้นจะเดินออกมา"พะ... พี่คงไม่คิดจะคิดบัญชีกับลลินตอนนี้ใช่ไหมคะ""...""ทะ.. ที่ลลินทำไปเพราะอยากช่วยนะคะ ไม่ได้เจตนาคิดร้ายหรือ..""ฉันยกโทษให้ ออกไปได้แล้ว""คะ?"ดวงตากลมเอียงใบหน้ามองเขาอย่างงุนงง แต่กลับต้องชะงักดึงใบหน้ากลับมายิ้มหน้าแป้นเมื่อเจอกับสายตาเรียบเฉยตวัดกลับมาจ้องหน้าคนตัวเล็กโค้งศีรษะลงเล็กน้อยถอยเดินออกจากห้อง พอจะเข้าใจสถานการณ์ดีว่าเขาทั้งสองคงอยากอยู่ด้วยกันตามลำพังมากกว่าลีโอปรายหางตามองบานประตูหนาที่ปิดลงด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปยังห้องแต่งตัวที่มีคนตัวเล็กอยู่ด้านในร่างสูงยืนพิงขอบประตูมองดูเรือนร่างเล็กในชุดเดรสสีหวานลายดอกเดซีสีขาวเล็กๆ เต็มกระโปรงทรงเจ้าหญิงยาวเลยเข่าสวยเล็กน้อย มือเล็กยกขึ้นไขว้หลังพยายามรูดซิปยาวจากกลางหลังขึ้นมายังต้นคอหลังอย่างทุลักทุเล"เฮ้อ! ยากจัง"สายบัวแหงนเงยใบหน้าขึ้นเป่าลมออกปาก ยืดแขนออกข้างเล็กน้อยเพื่อคลายความคดงอของเส้นเอ็นก่อนจะพยายา
ร่างสูงก้าวพรวดพราดเข้ามายังด้านในตัวคฤหาสน์ทันทีโดยไม่รั้งรอให้รถจอดสนิท ใบหน้าคมคายดุดันจนลูกน้องที่ยืนเฝ้าประจำจุดไม่มีใครกล้าเข้ามาขวางหรือทักทายเลยสักคนลีโอตวัดสายตาคมกวาดสายตามองหาคนที่ต้องการเจอแต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า ยกมือขึ้นเท้าเอวดันลิ้นเข้ากระพุ้งแก้มด้วยความไม่สบอารมณ์ ดวงตาร้อนระอุแทบจะเผาไหม้ทุกอย่างที่ขวางหน้าได้"ไงไอ้ลูกชายไม่เจอกันนานเชียว""แด๊ด"นาธานเปิดแขนอ้ารับต้องการกลั่นแกล้ง แต่กลับได้รับเพียงสายตาดุดันตอบกลับมาจากบุตรชาย"บัวอยู่ไหน""มานั่งคุยกันก่อนดีกว่า เจอหน้าพ่อบังเกิดเกล้าก็ถามหาหญิงทันที แกนี่ไม่ไหวจริงๆ""ผมถามว่าสายบัวอยู่ไหน"ลีโอกดเสียงต่ำอย่างสุดจะทน เขาพยายามนิ่งไม่แสดงอารมณ์ร้อนใส่บิดาแต่เหมือนความพยายามนั้นจะมีแค่เขาที่กำลังทำ เพราะผู้เป็นบิดายังคงเอ่ยน้ำเสียงกวนจนอารมณ์ร้อนพลุกพล่าน"เสียงดังเอะอะอะไรกันลีโอ ถึงแกจะเป็นมาเฟียแต่ก็ควรจะมีความสัมมาคารวะคนที่เลี้ยงดูมาบ้าง ไม่ใช่เอาแต่อารมณ์ไม่ร้อนก็เย็นชาแบบนี้มาสาดใส่""มัมเอาเมียผมไปไว้ไหน"ร่างสูงละสายตาออกจากบิดาหลังได้ยินเสียงแหลมคุ้นเคยของมารดาดังแทรกเข้ามา ก่อนร่างเล็กจะก้าวเดินออ
ภายในห้องพักกว้างตกอยู่ในความสงบ มีเพียงเสียงเพลงคลอเบาๆ ดังออกมาจากด้านในโซนครัวให้พอได้ยินดวงตากลมเฉียวกวาดสายตามองสำรวจห้องพักของบุตรชายด้วยแววตานิ่งไร้อารมณ์บ่งบอก ใบหน้าสวยแต้มด้วยเครื่องสำอางแบรนด์ดังราคาแพงประดับใบหน้านาตาลีมองลึกเข้าไปด้านในของโซนครัวเล็กก่อนจะก้าวเดินตามเสียงเพลงคลอเบาๆ ไป มีความประสงค์ต้องการเห็นใบหน้าของหญิงสาวที่ครองปักดวงใจของบุตรชาย แม้จะเคยเห็นจากรูปถ่ายที่คนของเธอส่งมาให้ดูแล้ว แต่ก็อยากจะสัมผัสนิสัยใจคอเธอดูด้วยตัวเองตึก ตึก ตึกเสียงน้ำหนักลงเท้าทำให้คนตัวเล็กเอียงใบหูฟังเสียง ได้ยินเสียงการก้าวเดินมาหยุดลงด้านหลังรอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้า"กลับมาแล้วเหรอคะ หนูกำลังคั้นน้ำส้มอยู่เลยค่ะคุณไปนั่งรอก่อนเดี๋ยวเสร็จแล้วหนูเอาไปเสิร์ฟค่ะ""..."เสียงหวานไร้การตอบกลับ และยังไร้การเดินจากไป เหมือนเธอคุยอยู่กับตัวเองคนเดียว ความแปลกใจทำให้สายบัวเอี้ยวใบหน้ากลับมาด้านหลังก่อนดวงตากลมจะเบิกกว้าง ชะงักค้างมือทั้งสองข้างที่กำลังแกะเปลือกส้มสีสวยในมือนิ่ง"คุณเป็นใครคะ""หึ คิดว่าไงล่ะ"นานอยู่หลายนาทีก่อนจะเค้นหาเสียงเจอ เธอเปล่งเสียงแผ่วลอดริมฝีปากอิ่ม จ้องมองห
"อือ~" เสียงหวานครางในลำคออย่างหงุดหงิด เมื่อมีบางสิ่งบางอย่างมารบกวนเวลานอนฉันปรือตาขึ้นมองความหนักที่ทับอยู่ด้านบนร่างด้วยความสงสัย ก่อนความสงสัยทั้งหมดจะถูกคลายลงด้วยริมฝีปากร้อนชื้นที่กดแนบลงมาบนเนินอกอวบ"ตื่นแล้วเหรอ""..."ฉันเมินคำพูดเขาด้วยการหลับตาลงอีกครั้ง แต่เหมือนเขาจะไม่ได้สนใจท่าทีฉันเลย ตวัดลิ้นดันเม็ดบัวสีชมพูบนยอดอกเข้าปากก่อนจะดูดดุนสลับกับขย้ำอีกข้างเล่นแรงๆ กลีบปากอิ่มเม้มเข้าหากันกลั้นเสียงครางจากด้านใน มันทั้งเจ็บและเสียวในเวลาเดียวกันจนแยกประสาทไม่ออกว่าอะไรที่มีมากกว่ากันแน่เล็บสวยจิกลงบนผ้าปูที่นอน ยกมือขึ้นก่ายหน้าผากปกปิดหัวคิ้วเรียวที่แสดงอารมณ์แทนใบหน้า"อ๊า!""หึ! ไม่เท่าไหร่นี่"พรึ่บ! อ๊ะ! มึนหัวชะมัดฉันดันร่างสูงออกจากตัวก่อนจะรีบดันตัวลุกขึ้นนั่ง แต่เหมือนมันจะกะทันหันและเร็วไปหน่อยจึงทำให้เกิดหน้ามืด มึนหัวหมุนไปหมด"อยากตายหรือไงบัว ทำอะไรหัดใช้หัวคิดบ้างเรียนหมอมาได้ไง""อื้อ"คุณลีโอรีบขยับเข้ามาใกล้ฉัน มือหนาคว้าร่างเล็กเข้ากอดแต่ก็ยังคงเปล่งเสียงดุต่อว่าออกมา ฉันแนบหน้าผากมนลงบนอกแกร่งหลับตาลงเพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพร่างกายโดยที่มีเขาลู
"หื้ม~ ขอทุ่มเงินล้านซื้อรอยยิ้มนี้กลับมาเก็บไว้ดูคนเดียวที่บ้านได้ไหมอ่ะ""....""แกดูดิ หื้ม~ คนอะไรไม่รู้น่ารักน่าชังมาก!!"ยัยเดียยื่นโทรศัพท์มาตรงหน้าฉันให้ดูรอยยิ้มของคาเรนที่ส่งผ่านกล้องมา ฉันเอี้ยวคอหันไปมองรอยยิ้มบนใบหน้าคมสันนั้นด้วยความรู้สึกแปลกๆ แม้หน้าจะยิ้มแต่แววตาเย็นชาซะจนไม่กล้าคิ
ฉันใช้เวลาอยู่กับตัวเองคนเดียวเงียบๆ ในคอนโดหนึ่งอาทิตย์เต็ม ช่วงเวลาที่เก็บตัวเงียบมันทำให้ฉันคิดได้ว่าเราไม่ควรจะยึดติดกับสิ่งของหรืออะไรนานๆ แม้มันจะเป็นความเจ็บปวดและเป็นบาดแผลฉกรรจ์ในใจ แต่หากเราเลือกที่จะเก็บมันไว้ในส่วนที่ลึกที่สุด อย่าได้เผยรอยแผลออกมาให้เขาได้เห็น ให้เขาได้เหยียบย่ำเราซ้ำ
(saibua talk)ฉันปรายตาขึ้นมองเจ้าของคำพูดก่อนหน้าด้วยความเกลียดชัง รู้สึกขยะแขยงร่างกายตัวเองทุกครั้งยามขยับตัว ความปวดรวดร้าวไปทั้งกายโดยเฉพาะบริเวณจุดอ่อนไหวที่ถูกรุกรานอย่างทารุณโหดร้ายเป็นตัวบ่งบอกว่าฉันได้สูญเสียสิ่งที่หวงแหนที่สุดให้กับผู้ชายคนนี้ไปแล้ว มันไม่ใช่แค่ฝันแต่มันคือความจริง ความจ
กรี๊ด!!!เสียงกรีดร้องดังลั่นพร้อมกับร่างเล็กที่ถูกสะบัดขึ้นมาบนเตียงขนาดหกฟุต ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวด้วยความจุก มือเล็กยกขึ้นมาจับกุมหน้าท้องแบนราบไว้ ยังไม่ทันที่เธอจะได้ตั้งตัวแรงกดยุบด้านข้างตามมาด้วยร่างสูงของเจ้าของใบหน้านิ่งก็ขึ้นมาคร่อมร่างเธอไว้ กักขังด้วยแขนแกร่งที่ยันลงฟูกหนา"ปละ.. ปล่อยฉั







