เข้าสู่ระบบ"ผะ... ผู้หญิงเหรอ"
เสียงหวานพึมพำเสียงเบา เป็นจังหวะเวลาเดียวกับที่มือด้านข้างกระจกกำลังลากทางลงราวกับหมดเรี่ยวแรงจะพยุงร่างให้ไหวต่อ
สายบัวดึงสติให้กลับมาอีกครั้ง มือเล็กยื่นออกไปปลดล็อกประตู ปลดสายคาดเอวออกก้าวลงจากรถเพื่อดูหญิงสาวที่เหมือนจะได้รับบาดเจ็บ
"คุณ! คุณคะ!"
มือเล็กตบใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเต็มยศแต่กลับซีดราวไก่ต้มให้ประคองสติอย่าได้หลับใหล ดวงตากลมกวาดมองร่างกายว่าเธอได้รับบาดเจ็บตรงไหนและดูจากผิวเผินด้านนอกแล้วเหมือนเธอจะไม่ได้รับบาดเจ็บจากการชนกระแทกเมื่อกี้ แต่เหมือนจะได้รับบาดเจ็บมาก่อนหน้านี้แล้ว
สายบัวมองตามสายธารน้ำสีข้นที่หลั่งไหลไม่หยุด ก่อนจะเห็นบาดแผลจากหน้าท้องที่มีแผลถูกแทงกดลึกเข้าไป
สัญชาตญาณแพทย์ในกายสั่งให้เธอรีบหาผ้าเพื่อมาห้ามเลือดที่ไหลมาอย่างไม่ขาดสายก่อนเลือดจะหมดตัว มือเล็กดึงเสื้อคลุมผืนบางที่มีติดอยู่ในรถออกมากดทับบาดแผลบนหน้าท้องเล็กไว้ ควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายข้างในรถเพื่อต่อสายขอความช่วยเหลือโดยไม่ได้นึกถึงเลยว่าตัวเธอและรถรวมถึงของใช้ส่วนตัวจะเปรอะเปื้อนหรือไม่
ตู๊ด~ ตู๊ด~
"รับสายสักทีสิ"
ใจดวงน้อยจดจ่ออยู่กับปลายสายหมายเลขฉุกเฉิน โดยดวงตาคอยหันกลับมามองผู้บาดเจ็บที่ปล่อยวางนอนราบบนพื้นด้วยใจเต้นถี่แรง
ด้วยแรงอันน้อยนิดจึงยากต่อการเคลื่อนย้ายอีกคนได้ เธอจึงปล่อยให้ร่างของผู้บาดเจ็บนอนราบบนพื้น โดยมีแสงไฟจากไฟหน้ารถคอยให้ความสว่างแก่ทั้งสอง
รอนานนับนาทีก่อนปลายสายจะกดรับพร้อมกรอกเสียงตามสายมา สายบัวรีบแจ้งเหตุประสงค์ที่ประสบมาและสถานที่ให้เจ้าหน้าที่ปลายสายได้รับรู้ ก่อนอีกฝ่ายจะกดวางสายพร้อมกล่าวว่าจะส่งรถฉุกเฉินมาโดยเร็วที่สุด
"ใจแข็งไว้ก่อนนะคะคุณ เดี๋ยวก็มีคนมาช่วยแล้วค่ะ"
"..."
หญิงสาวผู้รับบาดเจ็บปรายตามองเธอด้วยความอ่อนแรงจากการสูญเสียเลือดเป็นจำนวนมาก โดยมีเธอคอยกดห้ามเลือดและช่วยเหลืออย่างสุดกำลังรอจนกว่ารถฉุกเฉินจะมาถึง
เสียงไซเรนดังเข้ามาใกล้พร้อมกับเจ้าหน้าที่ที่วิ่งเข้ามาหา มือเล็กกดทับบาดแผลบนหน้าท้องไว้ด้วยเสื้อคลุมผืนบางที่เปียกชุ่มไปด้วยเลือดจนสองมือเล็กเปรอะเปื้อน กลิ่นคาวเลือดลอยคละคลุ้งไปทั่วชวนน่าอาเจียน
สายบัวปล่อยให้เจ้าหน้าที่ได้จัดการทำหน้าที่ต่อ โดยที่เธอเองก็ลุกขึ้นมาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ที่ตำรวจโดยเริ่มจากการมายังที่แห่งนี้เพราะเหตุผลอะไร จนมาถึงการเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น
ดวงตากลมโตจ้องมองตามทะเบียนรถฉุกเฉินที่วิ่งออกห่างไปด้วยรอยยิ้มในหน้า เธอดีใจที่ครั้งนี้เธอสามารถช่วยเหลือชีวิตของคนอีกคนได้ อยากขอให้การช่วยเหลือครั้งนี้จะเป็นการไถ่ความผิดบาปที่ไม่อาจช่วยเหลือชายเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาได้ แม้ช่วยอีกชีวิตไม่ได้ก็ขอช่วยอีกชีวิตแทนก็ยังดี
สายบัวกลับมาถึงห้องพักเวลาก็เดินมาถึงสามทุ่มครึ่งแล้ว ความอ่อนเพลียจากการนั่งกดทับขามาเป็นเวลากว่ายี่สิบนาทีทำให้เธอเกือบจะขับรถกลับไม่ถึงคอนโดเพราะเหน็บชา
สองมือเปื้อนเลือดถูกชะล้างออกจนสะอาดแล้ว แต่ชุดที่สวมใส่ยังคงเปรอะเปื้อนหยาดเลือดจนเกิดเป็นวงสีเข้ม ดวงตากลมก้มลงมองชายกระโปรงบานก่อนจะถอนหายใจดังออกมา
"สงสัยชุดนี้คงจะใส่ไม่ได้แล้ว"
เสียงหวานพึมพำกับตัวเอง เท้าเล็กก้าวเข้ามายังห้องนอนที่ไฟยังคงปิดสนิท มีเพียงแสงสว่างสลัวจากด้านนอกโถงนั่งเล่นเข้ามาด้านในพอให้เห็นรางๆ
พรึบ! มือเล็กเอื้อมเปิดสวิตช์ไฟกลางห้องนอนเล็กจนสว่างวาบ โดยที่ยังคงยืนหันหลังให้กับเตียงขนาดหกฟุต กระเป๋าสะพายสายโซ่ถูกวางลงบนชั้นที่วางก่อนร่างเล็กจะหันหลังกลับมาเพื่อจะก้าวเดินไปหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำที่แขวนอยู่ด้านในตู้เปิดโชว์
ดวงตากลมหยุดนิ่งมองด้านหน้าด้วยใบหน้าค้างเติ่ง ใจดวงน้อยพลันเต้นแรงจนเลือดสูบฉีดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายไม่ทัน มือเล็กตกลงข้างลำกายเย็นวาบเพียงเพราะเห็นใครอีกคนที่นั่งอยู่บนขอบเตียงของเธอ
ในมือเขามีมีดสั้นด้ามเล็กซึ่งกำลังถูกควงเล่นอย่างชำนาญ แต่กลับกันกับใบหน้าและแววตาเจ้าของการกระทำกลับนิ่งเย็นชาจนแผ่รังสีความน่ากลัวเข้าปกคลุมทั่วห้อง
"คะ... คุณเป็นใคร"
"...."
"เข้ามาได้ยังไง"
เสียงหวานดูสั่นเทาอย่างยากจะควบคุม ดวงตาเริ่มสั่นระริกหยาดน้ำคลออยู่ด้านในด้วยความหวาดกลัว
พรึ่บ!!
"จำไม่ได้?"
มีดในมือถูกเก็บลง ดวงตาคมเย็นชาปรายขึ้นมองหญิงสาวร่างเล็กที่ยืนเนื้อตัวสั่นเทาด้วยใบหน้านิ่ง
สายบัวจ้องมองสบแววตาเย็นชาคู่นั้นนิ่ง ก่อนหยาดน้ำในดวงตาจะหลั่งรินลงเป็นทางอาบแก้มเมื่อนึกได้ว่าเคยเห็นแววตาคู่นั้นที่ไหน และแน่นอนว่าเธอหวาดกลัวเขาเพียงแค่นึกถึงน้ำเสียงเข้มและแววตาที่จ้องมองมายังเธอเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา
เป็นเขาคนนั้น คนเดียวกับเจ้าของเสียงมัจจุราชที่เกือบจะคร่าชีวิตเธอ
"คะ... คุณ.."
"จำได้... หรือไม่ได้"
เสียงทุ้มนิ่ง ดวงตาคมจ้องมองมาด้วยความเย็นชา เท้าหนายันตัวขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาหาร่างเล็กที่กำลังสั่นเทาหวาดกลัวช้าๆ
มุมปากหยักกดยิ้มอย่างเย้ยหยัน มีดในมือชี้ตั้งมายังร่างเล็กโดยไม่หันหลบ
"ตัวสั่นอย่างนี้คงจะจำได้สินะ"
"คุณเป็นใคร เราไม่เคยรู้จักกัน ทำไม.. อ๊ะ!!"
ร่างหนาประชิดร่างเล็ก มือหนาคว้าหมับลำคอบางดันจนร่างเล็กแนบชิดติดผนัง ใบหน้าคมคายโน้มลงใกล้จนได้กลิ่นลมหายใจเฉพาะตัวของเขาเจือปนกลิ่นบุหรี่สั่งทำพิเศษขึ้นมา
ดวงตากลมทำหน้าที่ขับปล่อยหยดน้ำไหลรินลงอาบแก้มอีกครั้ง ปากอิ่มเม้มแน่นจนเป็นเส้นตรงเธอหวาดกลัวเกินกว่าจะกล้ากล่าววาจาคำใดออกไปอีก
"คนที่แส่เข้ามายุ่งเรื่องฉันถึงสองครั้ง ฉันควรจะจัดการยังไงดี"
"อึก!"
ปลายมีดคมวาบถูกยกขึ้นมาแนบไล้ตามแก้มนวลเปรอะเปื้อนหยาดน้ำตาจนคนตัวเล็กหลับตาแน่น สองมือกำแน่นไหล่บางสั่นเทาอย่างหวาดกลัว
"จะให้ตายก็ง่ายเกินไป จะปล่อยไปมันก็ไม่ใช่วิถีของฉัน"
จมูกโด่งโน้มลงใกล้สัมผัสพวงแก้มเนียนซีดเผือด ไล้มือลงกดน้ำหนักลงบนลำคอระหงเล็กน้อยจนเกิดรอยบาดทางยาว น้ำสีข้นซึมออกตามรอยมีดยาวจนเจ้าของการกระทำยกยิ้มอย่างพึงพอใจ
"เก็บไว้เป็นของเล่นก็ไม่เลว"
สิ้นเสียงมัจจุราชปลายลิ้นหนาก็ตวัดเลียหยาดเลือดบนลำคอระหงเข้าสู่อุ้งปากจนคนตัวเล็กสะดุ้งเฮือก หันหลบโดยสัญชาตญาณ มือเล็กยกขึ้นผลักดันอกแกร่งไว้ทั้งที่ลำคอยังคงถูกยืดไว้ด้วยมือหนา
"ปะ... ปล่อยนะ"
"ดิ้นไปก็เท่านั้นคิดว่าจะหนีพ้นหรือไง ไม่มีทาง"
.
. .ดวงตากลมโตกลอกสายตามองฉากหน้าสวยงามของพิธีมงคลที่มีชื่อเธอกับแฟนหนุ่มโชว์หราอยู่หน้างานด้วยใบหน้างุนงง ดอกไม้หลากหลายถูกจัดแต่งตามเสาบ้านและทางเดินจนแทบจะจำไม่ได้ว่าสถานที่นี้คือบ้านที่เธออยู่มาแต่กำเนิดด้านหน้ามีสายธารกับจันทร์เจ้าพี่ชายกับพี่สะใภ้ยืนยิ้มรับอยู่ ถัดมาด้วยพี่เลี้ยงของหลานชายที่กำลังจับมือเล็กๆ ของก้อนแป้งอ้วนไว้ เด็กน้อยสวมชุดสูทสีขาวไว้ประดับด้วยช่อดอกไม้สีสดใสอยู่บนอกสายบัวเหลือบสายตากลับมามองคนด้านข้างที่จับกุมมือเล็กของเธอไว้ในอุ้งมือใหญ่ เธอไม่สังเกตเลยสักนิดว่าวันนี้เขาใส่สูทมา ถึงจะไม่ได้เต็มยศจนเหมือนกำลังออกงานแต่มันก็ผิดวิสัยของเขาที่ปกติจะใส่เพียงเสื้อเชิ้ตเท่านั้น หันกลับลงมามองชุดกระโปรงยาวของตัวเองแล้วแทบอยากจะกุมขมับ เธอไม่เคยเอะใจเลยสักนิดว่าเขาจะเล่นแบบนี้"ลีโอคุณเล่นอะไรคะ""...""หนูบัวมากันแล้วเหรอ"ยังไม่ทันที่คนตัวโตจะได้ตอบกลับแฟนสาว แขนเล็กก็ถูกฉุดรั้งเบาๆ จากเจ้าของเสียงแหลมเล็ก ใบหน้าสวยของนาตาลียิ้มแย้มก้มมองเรือนร่างเล็กที่ถูกสวมทับด้วยเดรสกระโปรงยาวสีกะปิ เลื่อนตากลับขึ้นมามองใบหน้าหวานอย่างชื่นชมอีกครั้ง"หนูบัวสวยที่สุดเลยลูก""ขอบคุ
"อืม~" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังในลำคอหนา กวาดมือหาคนข้างกายที่คอยกอดหลับใหลอยู่ด้วยกันเมื่อก่อนหน้านี้แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า พร้อมกับความเย็นของพื้นที่ด้านข้าง ลีโอยกมือขึ้นป้องแสงแดดอ่อนยามเย็นที่ลอดผ่านระเบียงห้องเข้ามาตกกระทบพื้นขึ้นแยงตา ปรับโฟกัสระดับสายตาให้เข้ากับแสงสว่างก่อนจะกวาดสายตามองหาคนตัวเล็กจนทั่วห้องห้องน้ำ ห้องแต่งตัวและโซฟาตัวยาวมีเพียงความว่างเปล่า ไร้ร่างและแม้แต่เงาของคนตัวเล็กมันทำใจแกร่งกระตุกคิดไปในทางลบจนรู้สึกหายใจอ่อนแรงลง แต่พอคิดได้ว่าเธอเป็นคนให้โอกาสตัวเขาเองแล้วคงไม่คิดหนีไปไหนใจก็กลับฟื้นมามีแรงขึ้นอีกครั้ง ร่างสูงหมุนตัวเดินออกจากห้องส่วนตัวก้าวขาเรียวยาวไปตามทางลงสู่ชั้นล่างของตัวคฤหาสน์ ในขณะที่สายตาก็คอยสอดส่องมองหาคนตัวเล็กแต่ก็ต้องผิดหวัง กลับพบแต่ความว่างเปล่าเช่นเดิม"มัมครับ บัวอยู่ไหน""กกอยู่คนเดียวมัมจะรู้ไหมหื้ม ลีโอ""มัมผมไม่เล่น"นาตาลีกลอกตามองร่างสูงของบุตรชายย่นคิ้วเข้าหากันแล้วเหยียดยิ้มมุมปาก หันความสนใจกลับมายังขนมไทยที่กำลังฝึกจากแม่ครัวคนไทยด้านหน้า ปล่อยให้บุตรชายยืนหน้าบึ้งอยู่กลางห้องครัวกว้างเพียงลำพัง"มัม!""...""ม
"อ๊ะ! พี่ลีโอ"ใบหน้าจิ้มลิ้มของลลินดูตกใจเล็กน้อย เมื่อหมุนตัวหันกลับมาแล้วเจอกับร่างสูงใหญ่ของมาเฟียหนุ่มยืนจังก้าอยู่กลางห้อง หันหน้ากลับไปมองประตูห้องแต่งตัวกลัวคนด้านในนั้นจะเดินออกมา"พะ... พี่คงไม่คิดจะคิดบัญชีกับลลินตอนนี้ใช่ไหมคะ""...""ทะ.. ที่ลลินทำไปเพราะอยากช่วยนะคะ ไม่ได้เจตนาคิดร้ายหรือ..""ฉันยกโทษให้ ออกไปได้แล้ว""คะ?"ดวงตากลมเอียงใบหน้ามองเขาอย่างงุนงง แต่กลับต้องชะงักดึงใบหน้ากลับมายิ้มหน้าแป้นเมื่อเจอกับสายตาเรียบเฉยตวัดกลับมาจ้องหน้าคนตัวเล็กโค้งศีรษะลงเล็กน้อยถอยเดินออกจากห้อง พอจะเข้าใจสถานการณ์ดีว่าเขาทั้งสองคงอยากอยู่ด้วยกันตามลำพังมากกว่าลีโอปรายหางตามองบานประตูหนาที่ปิดลงด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปยังห้องแต่งตัวที่มีคนตัวเล็กอยู่ด้านในร่างสูงยืนพิงขอบประตูมองดูเรือนร่างเล็กในชุดเดรสสีหวานลายดอกเดซีสีขาวเล็กๆ เต็มกระโปรงทรงเจ้าหญิงยาวเลยเข่าสวยเล็กน้อย มือเล็กยกขึ้นไขว้หลังพยายามรูดซิปยาวจากกลางหลังขึ้นมายังต้นคอหลังอย่างทุลักทุเล"เฮ้อ! ยากจัง"สายบัวแหงนเงยใบหน้าขึ้นเป่าลมออกปาก ยืดแขนออกข้างเล็กน้อยเพื่อคลายความคดงอของเส้นเอ็นก่อนจะพยายา
ร่างสูงก้าวพรวดพราดเข้ามายังด้านในตัวคฤหาสน์ทันทีโดยไม่รั้งรอให้รถจอดสนิท ใบหน้าคมคายดุดันจนลูกน้องที่ยืนเฝ้าประจำจุดไม่มีใครกล้าเข้ามาขวางหรือทักทายเลยสักคนลีโอตวัดสายตาคมกวาดสายตามองหาคนที่ต้องการเจอแต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า ยกมือขึ้นเท้าเอวดันลิ้นเข้ากระพุ้งแก้มด้วยความไม่สบอารมณ์ ดวงตาร้อนระอุแทบจะเผาไหม้ทุกอย่างที่ขวางหน้าได้"ไงไอ้ลูกชายไม่เจอกันนานเชียว""แด๊ด"นาธานเปิดแขนอ้ารับต้องการกลั่นแกล้ง แต่กลับได้รับเพียงสายตาดุดันตอบกลับมาจากบุตรชาย"บัวอยู่ไหน""มานั่งคุยกันก่อนดีกว่า เจอหน้าพ่อบังเกิดเกล้าก็ถามหาหญิงทันที แกนี่ไม่ไหวจริงๆ""ผมถามว่าสายบัวอยู่ไหน"ลีโอกดเสียงต่ำอย่างสุดจะทน เขาพยายามนิ่งไม่แสดงอารมณ์ร้อนใส่บิดาแต่เหมือนความพยายามนั้นจะมีแค่เขาที่กำลังทำ เพราะผู้เป็นบิดายังคงเอ่ยน้ำเสียงกวนจนอารมณ์ร้อนพลุกพล่าน"เสียงดังเอะอะอะไรกันลีโอ ถึงแกจะเป็นมาเฟียแต่ก็ควรจะมีความสัมมาคารวะคนที่เลี้ยงดูมาบ้าง ไม่ใช่เอาแต่อารมณ์ไม่ร้อนก็เย็นชาแบบนี้มาสาดใส่""มัมเอาเมียผมไปไว้ไหน"ร่างสูงละสายตาออกจากบิดาหลังได้ยินเสียงแหลมคุ้นเคยของมารดาดังแทรกเข้ามา ก่อนร่างเล็กจะก้าวเดินออ
ภายในห้องพักกว้างตกอยู่ในความสงบ มีเพียงเสียงเพลงคลอเบาๆ ดังออกมาจากด้านในโซนครัวให้พอได้ยินดวงตากลมเฉียวกวาดสายตามองสำรวจห้องพักของบุตรชายด้วยแววตานิ่งไร้อารมณ์บ่งบอก ใบหน้าสวยแต้มด้วยเครื่องสำอางแบรนด์ดังราคาแพงประดับใบหน้านาตาลีมองลึกเข้าไปด้านในของโซนครัวเล็กก่อนจะก้าวเดินตามเสียงเพลงคลอเบาๆ ไป มีความประสงค์ต้องการเห็นใบหน้าของหญิงสาวที่ครองปักดวงใจของบุตรชาย แม้จะเคยเห็นจากรูปถ่ายที่คนของเธอส่งมาให้ดูแล้ว แต่ก็อยากจะสัมผัสนิสัยใจคอเธอดูด้วยตัวเองตึก ตึก ตึกเสียงน้ำหนักลงเท้าทำให้คนตัวเล็กเอียงใบหูฟังเสียง ได้ยินเสียงการก้าวเดินมาหยุดลงด้านหลังรอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้า"กลับมาแล้วเหรอคะ หนูกำลังคั้นน้ำส้มอยู่เลยค่ะคุณไปนั่งรอก่อนเดี๋ยวเสร็จแล้วหนูเอาไปเสิร์ฟค่ะ""..."เสียงหวานไร้การตอบกลับ และยังไร้การเดินจากไป เหมือนเธอคุยอยู่กับตัวเองคนเดียว ความแปลกใจทำให้สายบัวเอี้ยวใบหน้ากลับมาด้านหลังก่อนดวงตากลมจะเบิกกว้าง ชะงักค้างมือทั้งสองข้างที่กำลังแกะเปลือกส้มสีสวยในมือนิ่ง"คุณเป็นใครคะ""หึ คิดว่าไงล่ะ"นานอยู่หลายนาทีก่อนจะเค้นหาเสียงเจอ เธอเปล่งเสียงแผ่วลอดริมฝีปากอิ่ม จ้องมองห
"อือ~" เสียงหวานครางในลำคออย่างหงุดหงิด เมื่อมีบางสิ่งบางอย่างมารบกวนเวลานอนฉันปรือตาขึ้นมองความหนักที่ทับอยู่ด้านบนร่างด้วยความสงสัย ก่อนความสงสัยทั้งหมดจะถูกคลายลงด้วยริมฝีปากร้อนชื้นที่กดแนบลงมาบนเนินอกอวบ"ตื่นแล้วเหรอ""..."ฉันเมินคำพูดเขาด้วยการหลับตาลงอีกครั้ง แต่เหมือนเขาจะไม่ได้สนใจท่าทีฉันเลย ตวัดลิ้นดันเม็ดบัวสีชมพูบนยอดอกเข้าปากก่อนจะดูดดุนสลับกับขย้ำอีกข้างเล่นแรงๆ กลีบปากอิ่มเม้มเข้าหากันกลั้นเสียงครางจากด้านใน มันทั้งเจ็บและเสียวในเวลาเดียวกันจนแยกประสาทไม่ออกว่าอะไรที่มีมากกว่ากันแน่เล็บสวยจิกลงบนผ้าปูที่นอน ยกมือขึ้นก่ายหน้าผากปกปิดหัวคิ้วเรียวที่แสดงอารมณ์แทนใบหน้า"อ๊า!""หึ! ไม่เท่าไหร่นี่"พรึ่บ! อ๊ะ! มึนหัวชะมัดฉันดันร่างสูงออกจากตัวก่อนจะรีบดันตัวลุกขึ้นนั่ง แต่เหมือนมันจะกะทันหันและเร็วไปหน่อยจึงทำให้เกิดหน้ามืด มึนหัวหมุนไปหมด"อยากตายหรือไงบัว ทำอะไรหัดใช้หัวคิดบ้างเรียนหมอมาได้ไง""อื้อ"คุณลีโอรีบขยับเข้ามาใกล้ฉัน มือหนาคว้าร่างเล็กเข้ากอดแต่ก็ยังคงเปล่งเสียงดุต่อว่าออกมา ฉันแนบหน้าผากมนลงบนอกแกร่งหลับตาลงเพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพร่างกายโดยที่มีเขาลู
พรึ่บ!ตฤณภพตรงปรี่เข้าหาร่างสูงใหญ่ของมาเฟียหนุ่มด้วยความรวดเร็วไม่ให้ตั้งตัว ทำให้ลูกน้องที่ยืนเฝ้าประจำจุดเตรียมจะเข้ามาหาเจ้านายแต่กลับถูกเบรกไว้เสียก่อนใบหน้าชายวัยกลางคนแดงก่ำบ่งบอกถึงอารมณ์ขุ่นเคืองในตัวที่มีมากจนยากจะเก็บกลั้น สองมือจับปกคอเสื้อเชิ้ตสีดำแน่นจนเส้นเลือดใหญ่ปูดนูน สันกรามถูก
ก๊อก~ก๊อกเสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นมาก่อนบานประตูจะเปิดออก ปรากฏร่างบางของนักศึกษาแพทย์ที่ถูกตามตัวเรียกให้ขึ้นมาหาก่อนหน้าเพียงไม่กี่นาที ก่อนจะเลิกงานกลับบ้าน ใบหน้านวลบึ้งตึงเดินกระแทกเท้ามายืนด้านหน้าเจ้าของห้องที่ยังคงนั่งก้มหน้าก้มตาสนใจกับเอกสารด้านหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่เหอะ! สายบัวถอนหาย
"หื้ม~ ขอทุ่มเงินล้านซื้อรอยยิ้มนี้กลับมาเก็บไว้ดูคนเดียวที่บ้านได้ไหมอ่ะ""....""แกดูดิ หื้ม~ คนอะไรไม่รู้น่ารักน่าชังมาก!!"ยัยเดียยื่นโทรศัพท์มาตรงหน้าฉันให้ดูรอยยิ้มของคาเรนที่ส่งผ่านกล้องมา ฉันเอี้ยวคอหันไปมองรอยยิ้มบนใบหน้าคมสันนั้นด้วยความรู้สึกแปลกๆ แม้หน้าจะยิ้มแต่แววตาเย็นชาซะจนไม่กล้าคิ
ฉันใช้เวลาอยู่กับตัวเองคนเดียวเงียบๆ ในคอนโดหนึ่งอาทิตย์เต็ม ช่วงเวลาที่เก็บตัวเงียบมันทำให้ฉันคิดได้ว่าเราไม่ควรจะยึดติดกับสิ่งของหรืออะไรนานๆ แม้มันจะเป็นความเจ็บปวดและเป็นบาดแผลฉกรรจ์ในใจ แต่หากเราเลือกที่จะเก็บมันไว้ในส่วนที่ลึกที่สุด อย่าได้เผยรอยแผลออกมาให้เขาได้เห็น ให้เขาได้เหยียบย่ำเราซ้ำ







