LOGIN(saibua talk)
ฉันปรายตาขึ้นมองเจ้าของคำพูดก่อนหน้าด้วยความเกลียดชัง รู้สึกขยะแขยงร่างกายตัวเองทุกครั้งยามขยับตัว ความปวดรวดร้าวไปทั้งกายโดยเฉพาะบริเวณจุดอ่อนไหวที่ถูกรุกรานอย่างทารุณโหดร้ายเป็นตัวบ่งบอกว่าฉันได้สูญเสียสิ่งที่หวงแหนที่สุดให้กับผู้ชายคนนี้ไปแล้ว มันไม่ใช่แค่ฝันแต่มันคือความจริง ความจริงที่โหดร้ายที่สุดเท่าที่เคยเจอมา
เขาเมินหน้าหนีด้วยแววตาว่างเปล่าไม่สะทกสะท้านต่อสายตารังเกียจเกลียดชังที่ฉันมองไปเลย เขายังคงสนใจสวมใส่เสื้อผ้าจนเสร็จเรียบร้อยก่อนจะคว้าอะไรบางอย่างในกระเป๋ากางเกงขึ้นมา
มือหนากดต่อสายหาใครบางคนด้วยใบหน้านิ่งเรียบ จ้องมองมาทางฉันด้วยสายตาเย็นชาไร้ความรู้สึกใดๆ เขาพูดกับปลายสายครู่หนึ่งก่อนจะวางสายไปโดยที่ฉันไม่ได้ใส่ใจว่าเขาจะพูดอะไรกับใคร พยายามมองหาลู่ทางที่จะหลุดจากพันธนาการนี้
"อ๊ะ!" ในจังหวะที่ฉันกำลังเค้นหาลู่ทางเอาตัวรอด เขาคนนั้นก็ชันเข่าขึ้นมาบนเตียงอีกครั้งโดยที่ร่างเขานั้นคร่อมร่างฉันไว้ มือหนากระชากเข็มขัดที่รัดข้อมือฉันด้วยความแรงทำให้แผลสดๆ บนข้อมือเล็กเกิดการเสียดสีทำให้ฉันรู้สึกเจ็บขึ้นมาจนอดที่จะร้องออกมาไม่ได้
จมูกโด่งโน้มลงมาจนปลายจมูกเล็กของฉันชนกับปลายจมูกเขา ฉันได้กลิ่นลมหายใจน่าสะอิดสะเอียนจากเขาจนต้องหันหน้าหลบ ข่มความเกลียดชังไว้ในใจส่วนลึกคิดไว้เพียงขอครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่จะเจอกับผู้ชายคนนี้สักที
"ถ้าไม่อยากได้ผัวเพิ่มก็ปิดไว้"
เขาโยนผ้าห่มผืนหนาที่ถูกสะบัดลงบนพื้นจากสมรภูมิรบเร่าร้อนและน่ารังเกียจเมื่อก่อนหน้านี้ขึ้นมาใส่หน้าฉัน ฉันจึงตวัดสายตามองเขาด้วยความเกลียดชังอีกครั้งแต่ก็ต้องยอมคว้าผ้าห่มผืนหนามาคลุมร่างไว้เพราะตอนนี้ฉันยังคงเปลือยกายต่อหน้าเขา คิดๆ แล้วก็รู้สึกกระดากอายขึ้นมา
ก๊อก~ ก๊อก~
หลังจากผ่านไปได้ไม่กี่นาทีเสียงเคาะประตูหน้าห้องนอนก็ดังขึ้นมาก่อนจะตามด้วยชายยุโรปร่างสูงอีกคนที่เปิดประตูเข้ามา จนฉันต้องรีบดึงผ้าห่มให้ขึ้นมาคลุมไหล่บางทั้งสองข้างไว้ โดยเหลือให้เห็นแค่ใบหน้าที่ยังคงก้มหน้าอยู่
"ของที่นายสั่งครับ"
"..."
"เรื่องที่โรงพยาบาลจัดการเรียบร้อยแล้วครับ ไม่เหลือรอดแม้แต่เงา"
"...."
อึก! ฉันเผลอกลืนน้ำลายก้อนใหญ่ลงคอหลังสิ้นคำพูดนั้น คำว่าไม่เหลือรอดนี่ฉันคิดดีไม่ได้เลย แล้วเรื่องที่โรงพยาบาลพวกเขาคงไม่ใช่พูดถึงผู้หญิงคนนั้นหรอกใช่ไหม
"จัดการให้เรียบร้อย" เขาพูดก่อนจะมองมาที่ฉันนิ่งๆ ซึ่งคำพูดนั้นทำให้ฉันต้องเงยหน้าขึ้นมามองเขา ก่อนจะเลื่อนสายตามองไปยังลูกน้องของเขาที่หันมองมาทางฉันนิ่งๆ เหมือนกัน
เมื่อสั่งเสร็จเขาก็ก้าวเดินออกไปจากห้องนอนของฉันทันทีทำให้ฉันต้องกระชับผ้าห่มผืนหนาไว้แน่น กัดสันในกลีบปากด้วยความหวาดกลัว
"อย่า... อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ฉะ... ฉันกลัวแล้ว"
"..."
"พวกคุณต้องการอะไร หรือไม่อยากให้ใครรู้เรื่องนี้ ฉันจะไม่บอกใคร ขอแค่อย่าทำอะไรฉันเลยนะ"
"..." ชายคนนั้นยืนอยู่นิ่งๆ ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ จนฉันเริ่มใจตก ฝ่ามือเล็กเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อแม้จะมองไม่เห็นหน้าตัวเองในตอนนี้ แต่ฉันก็เดาได้ว่าหน้าฉันคงจะซีดจนเหมือนคนที่ไม่มีเลือดไปหล่อเลี้ยงใบหน้าแล้ว
เขาไม่พูดอะไรแต่เดินเข้ามาช้าๆ ก่อนจะวางถุงที่ถือติดมือมาด้วยลงบนโต๊ะเล็กเยื้องห่างออกไปจากฉันเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาจ้องสบตากัน
"รู้ใช่ไหมต้องจัดการตัวเองยังไง"
"...."
"นายไม่ชอบความวุ่นวาย"
เขาพูดเพียงไม่กี่คำก่อนร่างสูงจะหันหลังกลับออกไปจากห้อง
ฉันได้ยินเสียงประตูหน้าห้องปิดลง ความอัดอั้นในใจเมื่อก่อนหน้าถูกปล่อยออกมาเป็นสายน้ำตาที่หลั่งรินลงอาบแก้มทั้งสอง มือเล็กถูกยกขึ้นมาปิดปากแน่นเพื่อข่มกลั้นเสียงสะอื้น
ฉันคว้าถุงบนโต๊ะมาถือไว้ก่อนจะตัดสินใจเปิดถุงออกก็เห็นแผงยาคุมฉุกเฉินแบบเม็ดเดียวอยู่ด้านในนั้น ฉันแกะเม็ดยาออกจากแผงอย่างไม่ลังเล โยนมันเข้าปากก่อนจะตามมาด้วยเทน้ำในเหยือกลงแก้วดื่มตาม
แม้จะทำใจยอมรับความโชคร้ายนี้ไม่ได้ แต่ก็ต้องข่มใจให้เข้มแข็งลืมมันไป หวังไว้เพียงขอให้เรื่องทุกอย่างจบลงแค่นี้ ขออย่าได้เจอะเจอกันอีก
"อ๊ะ! บ้าจริง!" ฉันข่มใจพยายามยันตัวลุกขึ้นจากเตียงเพื่อที่จะไปล้างเนื้อตัว ขจัดความน่ารังเกียจออกไปจากร่างกาย แต่ก็ต้องร้องสบถออกมาอย่างห้ามไม่ได้ เพราะเพียงแค่ขยับตัวนิดเดียวทำให้เกิดการเสียดสีเจ็บแปลบด้านในจนต้องสูดปากด้วยความแสบ
สูดอากาศเข้าลึกข่มใจพยายามอีกครั้งด้วยขาที่สั่นเทา แต่คราวนี้ฉันทำสำเร็จ ฉันสามารถยืนบนพื้นได้แต่ก็ยังไม่เหมือนปกติเท่าไหร่ ต้องอ้าขาออกกว้างเพื่อที่จะได้ไม่เกิดการเสียดสีมากกว่าเดิม ค่อยๆ พยุงร่างบอบช้ำให้เดินไปยังห้องน้ำด้วยความยากเย็น
ฉันเปิดน้ำลงอ่างผสมเป็นน้ำอุ่น ก่อนจะหย่อนปลายเท้าลงในอ่าง อยากนอนแช่น้ำอุ่นสักพักเผื่อจะได้ช่วยผ่อนคลายร่างกายให้ความระบมรวดร้าวลดน้อยลง
"อื้อ~" เสียงแหบพร่าครางในลำคอ ความแสบสันตีตื้นขึ้นมาจนฉันต้องเบ้หน้าด้วยความเจ็บ
ลำคอปวดร้าวไม่ต่างจากร่างกายที่แทบจะขยับไม่ได้ มือเล็กยกขึ้นมากุมขมับข้าง พยายามข่มตาให้ลืมขึ้นมามองอิริยาบถรอบกาย
ความสว่างจากด้านนอกบวกกับความอุ่นที่เริ่มร้อนของแสงแดดบ่งบอกว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาเช้าตรู่แล้ว แต่เป็นเวลาสายที่เกือบจะเที่ยงแล้ว
ฉันจำได้ว่าเมื่อคืนหลังจากนอนแช่น้ำอุ่นอยู่เป็นเวลานานและด้วยความกลัวไข้จะจับเอา จึงต้องข่มใจลุกขึ้นล้างตัวลวกๆ ก่อนจะเดินกลับมาหายาแก้ไข้ทานกันเหนี่ยวไว้ก่อนจะล้มตัวลงนอน แต่สุดท้ายยาที่กินไปเมื่อคืนก็ไร้ฤทธิ์ ฉันยังต้องนอนจมอยู่กับพิษไข้อยู่ดี
ฉันลุกขึ้นเหลียวมองนาฬิกาตั้งโต๊ะซึ่งบ่งบอกเวลาเดียวกับที่นึกคิดไว้พอดี อยากจะนอนต่ออีกสักหน่อยแต่ความปวดร้าวของร่างกายก็ทำให้ฉันต้องหายากินก่อน แต่ก่อนจะกินยาได้ต้องกินข้าวที่ไม่เช้า และไม่เที่ยงก่อนแค่คิดก็เหนื่อยแล้ว
"สั่งขึ้นมาแล้วกัน สภาพนี้คงทำอะไรไม่ได้หรอก"
พึมพำกับตัวเองคนเดียวก่อนจะคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายโทรสั่งอาหารเดลิเวอรี่ขึ้นมาแทนการเข้าไปทำเองในครัว เพราะเห็นสภาพตัวเองแล้วหากยังฝืนต่อคงได้ไปโรงพยาบาลก่อนจะได้กินข้าวแน่
.
. .ดวงตากลมโตกลอกสายตามองฉากหน้าสวยงามของพิธีมงคลที่มีชื่อเธอกับแฟนหนุ่มโชว์หราอยู่หน้างานด้วยใบหน้างุนงง ดอกไม้หลากหลายถูกจัดแต่งตามเสาบ้านและทางเดินจนแทบจะจำไม่ได้ว่าสถานที่นี้คือบ้านที่เธออยู่มาแต่กำเนิดด้านหน้ามีสายธารกับจันทร์เจ้าพี่ชายกับพี่สะใภ้ยืนยิ้มรับอยู่ ถัดมาด้วยพี่เลี้ยงของหลานชายที่กำลังจับมือเล็กๆ ของก้อนแป้งอ้วนไว้ เด็กน้อยสวมชุดสูทสีขาวไว้ประดับด้วยช่อดอกไม้สีสดใสอยู่บนอกสายบัวเหลือบสายตากลับมามองคนด้านข้างที่จับกุมมือเล็กของเธอไว้ในอุ้งมือใหญ่ เธอไม่สังเกตเลยสักนิดว่าวันนี้เขาใส่สูทมา ถึงจะไม่ได้เต็มยศจนเหมือนกำลังออกงานแต่มันก็ผิดวิสัยของเขาที่ปกติจะใส่เพียงเสื้อเชิ้ตเท่านั้น หันกลับลงมามองชุดกระโปรงยาวของตัวเองแล้วแทบอยากจะกุมขมับ เธอไม่เคยเอะใจเลยสักนิดว่าเขาจะเล่นแบบนี้"ลีโอคุณเล่นอะไรคะ""...""หนูบัวมากันแล้วเหรอ"ยังไม่ทันที่คนตัวโตจะได้ตอบกลับแฟนสาว แขนเล็กก็ถูกฉุดรั้งเบาๆ จากเจ้าของเสียงแหลมเล็ก ใบหน้าสวยของนาตาลียิ้มแย้มก้มมองเรือนร่างเล็กที่ถูกสวมทับด้วยเดรสกระโปรงยาวสีกะปิ เลื่อนตากลับขึ้นมามองใบหน้าหวานอย่างชื่นชมอีกครั้ง"หนูบัวสวยที่สุดเลยลูก""ขอบคุ
"อืม~" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังในลำคอหนา กวาดมือหาคนข้างกายที่คอยกอดหลับใหลอยู่ด้วยกันเมื่อก่อนหน้านี้แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า พร้อมกับความเย็นของพื้นที่ด้านข้าง ลีโอยกมือขึ้นป้องแสงแดดอ่อนยามเย็นที่ลอดผ่านระเบียงห้องเข้ามาตกกระทบพื้นขึ้นแยงตา ปรับโฟกัสระดับสายตาให้เข้ากับแสงสว่างก่อนจะกวาดสายตามองหาคนตัวเล็กจนทั่วห้องห้องน้ำ ห้องแต่งตัวและโซฟาตัวยาวมีเพียงความว่างเปล่า ไร้ร่างและแม้แต่เงาของคนตัวเล็กมันทำใจแกร่งกระตุกคิดไปในทางลบจนรู้สึกหายใจอ่อนแรงลง แต่พอคิดได้ว่าเธอเป็นคนให้โอกาสตัวเขาเองแล้วคงไม่คิดหนีไปไหนใจก็กลับฟื้นมามีแรงขึ้นอีกครั้ง ร่างสูงหมุนตัวเดินออกจากห้องส่วนตัวก้าวขาเรียวยาวไปตามทางลงสู่ชั้นล่างของตัวคฤหาสน์ ในขณะที่สายตาก็คอยสอดส่องมองหาคนตัวเล็กแต่ก็ต้องผิดหวัง กลับพบแต่ความว่างเปล่าเช่นเดิม"มัมครับ บัวอยู่ไหน""กกอยู่คนเดียวมัมจะรู้ไหมหื้ม ลีโอ""มัมผมไม่เล่น"นาตาลีกลอกตามองร่างสูงของบุตรชายย่นคิ้วเข้าหากันแล้วเหยียดยิ้มมุมปาก หันความสนใจกลับมายังขนมไทยที่กำลังฝึกจากแม่ครัวคนไทยด้านหน้า ปล่อยให้บุตรชายยืนหน้าบึ้งอยู่กลางห้องครัวกว้างเพียงลำพัง"มัม!""...""ม
"อ๊ะ! พี่ลีโอ"ใบหน้าจิ้มลิ้มของลลินดูตกใจเล็กน้อย เมื่อหมุนตัวหันกลับมาแล้วเจอกับร่างสูงใหญ่ของมาเฟียหนุ่มยืนจังก้าอยู่กลางห้อง หันหน้ากลับไปมองประตูห้องแต่งตัวกลัวคนด้านในนั้นจะเดินออกมา"พะ... พี่คงไม่คิดจะคิดบัญชีกับลลินตอนนี้ใช่ไหมคะ""...""ทะ.. ที่ลลินทำไปเพราะอยากช่วยนะคะ ไม่ได้เจตนาคิดร้ายหรือ..""ฉันยกโทษให้ ออกไปได้แล้ว""คะ?"ดวงตากลมเอียงใบหน้ามองเขาอย่างงุนงง แต่กลับต้องชะงักดึงใบหน้ากลับมายิ้มหน้าแป้นเมื่อเจอกับสายตาเรียบเฉยตวัดกลับมาจ้องหน้าคนตัวเล็กโค้งศีรษะลงเล็กน้อยถอยเดินออกจากห้อง พอจะเข้าใจสถานการณ์ดีว่าเขาทั้งสองคงอยากอยู่ด้วยกันตามลำพังมากกว่าลีโอปรายหางตามองบานประตูหนาที่ปิดลงด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปยังห้องแต่งตัวที่มีคนตัวเล็กอยู่ด้านในร่างสูงยืนพิงขอบประตูมองดูเรือนร่างเล็กในชุดเดรสสีหวานลายดอกเดซีสีขาวเล็กๆ เต็มกระโปรงทรงเจ้าหญิงยาวเลยเข่าสวยเล็กน้อย มือเล็กยกขึ้นไขว้หลังพยายามรูดซิปยาวจากกลางหลังขึ้นมายังต้นคอหลังอย่างทุลักทุเล"เฮ้อ! ยากจัง"สายบัวแหงนเงยใบหน้าขึ้นเป่าลมออกปาก ยืดแขนออกข้างเล็กน้อยเพื่อคลายความคดงอของเส้นเอ็นก่อนจะพยายา
ร่างสูงก้าวพรวดพราดเข้ามายังด้านในตัวคฤหาสน์ทันทีโดยไม่รั้งรอให้รถจอดสนิท ใบหน้าคมคายดุดันจนลูกน้องที่ยืนเฝ้าประจำจุดไม่มีใครกล้าเข้ามาขวางหรือทักทายเลยสักคนลีโอตวัดสายตาคมกวาดสายตามองหาคนที่ต้องการเจอแต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า ยกมือขึ้นเท้าเอวดันลิ้นเข้ากระพุ้งแก้มด้วยความไม่สบอารมณ์ ดวงตาร้อนระอุแทบจะเผาไหม้ทุกอย่างที่ขวางหน้าได้"ไงไอ้ลูกชายไม่เจอกันนานเชียว""แด๊ด"นาธานเปิดแขนอ้ารับต้องการกลั่นแกล้ง แต่กลับได้รับเพียงสายตาดุดันตอบกลับมาจากบุตรชาย"บัวอยู่ไหน""มานั่งคุยกันก่อนดีกว่า เจอหน้าพ่อบังเกิดเกล้าก็ถามหาหญิงทันที แกนี่ไม่ไหวจริงๆ""ผมถามว่าสายบัวอยู่ไหน"ลีโอกดเสียงต่ำอย่างสุดจะทน เขาพยายามนิ่งไม่แสดงอารมณ์ร้อนใส่บิดาแต่เหมือนความพยายามนั้นจะมีแค่เขาที่กำลังทำ เพราะผู้เป็นบิดายังคงเอ่ยน้ำเสียงกวนจนอารมณ์ร้อนพลุกพล่าน"เสียงดังเอะอะอะไรกันลีโอ ถึงแกจะเป็นมาเฟียแต่ก็ควรจะมีความสัมมาคารวะคนที่เลี้ยงดูมาบ้าง ไม่ใช่เอาแต่อารมณ์ไม่ร้อนก็เย็นชาแบบนี้มาสาดใส่""มัมเอาเมียผมไปไว้ไหน"ร่างสูงละสายตาออกจากบิดาหลังได้ยินเสียงแหลมคุ้นเคยของมารดาดังแทรกเข้ามา ก่อนร่างเล็กจะก้าวเดินออ
ภายในห้องพักกว้างตกอยู่ในความสงบ มีเพียงเสียงเพลงคลอเบาๆ ดังออกมาจากด้านในโซนครัวให้พอได้ยินดวงตากลมเฉียวกวาดสายตามองสำรวจห้องพักของบุตรชายด้วยแววตานิ่งไร้อารมณ์บ่งบอก ใบหน้าสวยแต้มด้วยเครื่องสำอางแบรนด์ดังราคาแพงประดับใบหน้านาตาลีมองลึกเข้าไปด้านในของโซนครัวเล็กก่อนจะก้าวเดินตามเสียงเพลงคลอเบาๆ ไป มีความประสงค์ต้องการเห็นใบหน้าของหญิงสาวที่ครองปักดวงใจของบุตรชาย แม้จะเคยเห็นจากรูปถ่ายที่คนของเธอส่งมาให้ดูแล้ว แต่ก็อยากจะสัมผัสนิสัยใจคอเธอดูด้วยตัวเองตึก ตึก ตึกเสียงน้ำหนักลงเท้าทำให้คนตัวเล็กเอียงใบหูฟังเสียง ได้ยินเสียงการก้าวเดินมาหยุดลงด้านหลังรอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้า"กลับมาแล้วเหรอคะ หนูกำลังคั้นน้ำส้มอยู่เลยค่ะคุณไปนั่งรอก่อนเดี๋ยวเสร็จแล้วหนูเอาไปเสิร์ฟค่ะ""..."เสียงหวานไร้การตอบกลับ และยังไร้การเดินจากไป เหมือนเธอคุยอยู่กับตัวเองคนเดียว ความแปลกใจทำให้สายบัวเอี้ยวใบหน้ากลับมาด้านหลังก่อนดวงตากลมจะเบิกกว้าง ชะงักค้างมือทั้งสองข้างที่กำลังแกะเปลือกส้มสีสวยในมือนิ่ง"คุณเป็นใครคะ""หึ คิดว่าไงล่ะ"นานอยู่หลายนาทีก่อนจะเค้นหาเสียงเจอ เธอเปล่งเสียงแผ่วลอดริมฝีปากอิ่ม จ้องมองห
"อือ~" เสียงหวานครางในลำคออย่างหงุดหงิด เมื่อมีบางสิ่งบางอย่างมารบกวนเวลานอนฉันปรือตาขึ้นมองความหนักที่ทับอยู่ด้านบนร่างด้วยความสงสัย ก่อนความสงสัยทั้งหมดจะถูกคลายลงด้วยริมฝีปากร้อนชื้นที่กดแนบลงมาบนเนินอกอวบ"ตื่นแล้วเหรอ""..."ฉันเมินคำพูดเขาด้วยการหลับตาลงอีกครั้ง แต่เหมือนเขาจะไม่ได้สนใจท่าทีฉันเลย ตวัดลิ้นดันเม็ดบัวสีชมพูบนยอดอกเข้าปากก่อนจะดูดดุนสลับกับขย้ำอีกข้างเล่นแรงๆ กลีบปากอิ่มเม้มเข้าหากันกลั้นเสียงครางจากด้านใน มันทั้งเจ็บและเสียวในเวลาเดียวกันจนแยกประสาทไม่ออกว่าอะไรที่มีมากกว่ากันแน่เล็บสวยจิกลงบนผ้าปูที่นอน ยกมือขึ้นก่ายหน้าผากปกปิดหัวคิ้วเรียวที่แสดงอารมณ์แทนใบหน้า"อ๊า!""หึ! ไม่เท่าไหร่นี่"พรึ่บ! อ๊ะ! มึนหัวชะมัดฉันดันร่างสูงออกจากตัวก่อนจะรีบดันตัวลุกขึ้นนั่ง แต่เหมือนมันจะกะทันหันและเร็วไปหน่อยจึงทำให้เกิดหน้ามืด มึนหัวหมุนไปหมด"อยากตายหรือไงบัว ทำอะไรหัดใช้หัวคิดบ้างเรียนหมอมาได้ไง""อื้อ"คุณลีโอรีบขยับเข้ามาใกล้ฉัน มือหนาคว้าร่างเล็กเข้ากอดแต่ก็ยังคงเปล่งเสียงดุต่อว่าออกมา ฉันแนบหน้าผากมนลงบนอกแกร่งหลับตาลงเพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพร่างกายโดยที่มีเขาลู
พรึ่บ!ตฤณภพตรงปรี่เข้าหาร่างสูงใหญ่ของมาเฟียหนุ่มด้วยความรวดเร็วไม่ให้ตั้งตัว ทำให้ลูกน้องที่ยืนเฝ้าประจำจุดเตรียมจะเข้ามาหาเจ้านายแต่กลับถูกเบรกไว้เสียก่อนใบหน้าชายวัยกลางคนแดงก่ำบ่งบอกถึงอารมณ์ขุ่นเคืองในตัวที่มีมากจนยากจะเก็บกลั้น สองมือจับปกคอเสื้อเชิ้ตสีดำแน่นจนเส้นเลือดใหญ่ปูดนูน สันกรามถูก
"หื้ม~ ขอทุ่มเงินล้านซื้อรอยยิ้มนี้กลับมาเก็บไว้ดูคนเดียวที่บ้านได้ไหมอ่ะ""....""แกดูดิ หื้ม~ คนอะไรไม่รู้น่ารักน่าชังมาก!!"ยัยเดียยื่นโทรศัพท์มาตรงหน้าฉันให้ดูรอยยิ้มของคาเรนที่ส่งผ่านกล้องมา ฉันเอี้ยวคอหันไปมองรอยยิ้มบนใบหน้าคมสันนั้นด้วยความรู้สึกแปลกๆ แม้หน้าจะยิ้มแต่แววตาเย็นชาซะจนไม่กล้าคิ
ฉันใช้เวลาอยู่กับตัวเองคนเดียวเงียบๆ ในคอนโดหนึ่งอาทิตย์เต็ม ช่วงเวลาที่เก็บตัวเงียบมันทำให้ฉันคิดได้ว่าเราไม่ควรจะยึดติดกับสิ่งของหรืออะไรนานๆ แม้มันจะเป็นความเจ็บปวดและเป็นบาดแผลฉกรรจ์ในใจ แต่หากเราเลือกที่จะเก็บมันไว้ในส่วนที่ลึกที่สุด อย่าได้เผยรอยแผลออกมาให้เขาได้เห็น ให้เขาได้เหยียบย่ำเราซ้ำ
กรี๊ด!!!เสียงกรีดร้องดังลั่นพร้อมกับร่างเล็กที่ถูกสะบัดขึ้นมาบนเตียงขนาดหกฟุต ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวด้วยความจุก มือเล็กยกขึ้นมาจับกุมหน้าท้องแบนราบไว้ ยังไม่ทันที่เธอจะได้ตั้งตัวแรงกดยุบด้านข้างตามมาด้วยร่างสูงของเจ้าของใบหน้านิ่งก็ขึ้นมาคร่อมร่างเธอไว้ กักขังด้วยแขนแกร่งที่ยันลงฟูกหนา"ปละ.. ปล่อยฉั







