Se connecterกรี๊ด!!!
เสียงกรีดร้องดังลั่นพร้อมกับร่างเล็กที่ถูกสะบัดขึ้นมาบนเตียงขนาดหกฟุต ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวด้วยความจุก มือเล็กยกขึ้นมาจับกุมหน้าท้องแบนราบไว้ ยังไม่ทันที่เธอจะได้ตั้งตัวแรงกดยุบด้านข้างตามมาด้วยร่างสูงของเจ้าของใบหน้านิ่งก็ขึ้นมาคร่อมร่างเธอไว้ กักขังด้วยแขนแกร่งที่ยันลงฟูกหนา
"ปละ.. ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันกลัวแล้ว"
"..."
สองมือพนมขึ้นอ้อนวอนขอร้องสะอื้นไห้จนตัวโยน หยาดน้ำหลั่งรินไหลอาบสองข้างแก้มอีกครั้ง ดวงตากลมจ้องมองใบหน้าคมคายผ่านม่านน้ำตาด้วยความหวาดกลัว
"กลัว แต่ยังมีหน้าแส่หาเรื่องให้ตัวเองได้ เธอน่าจะหลับจำตั้งแต่ครั้งแรกแล้ว"
"อึก! ฉันกะ..."
"รำคาญ! เก็บเสียงไว้ครางเวลาโดนฉันกระแทกดีกว่า"
แควก!!! กรี๊ด!!!
การกระทำอุกอาจทำให้เธอกรีดร้องขึ้นมาอีกครั้ง ชุดมินิเดรสผืนงามพร้อมกับเสื้อในตัวจิ๋วถูกกระชากขาดวิ่นติดมือหนา เขาโยนมันทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ โดยที่ยังคงจ้องมองหน้าอีกคนนิ่ง
"ฉะ... ฉันไปทำอะไรให้คุณนักหนาคุณถึง...อึก! "
สายบัวเบ้หน้าด้วยความเจ็บหลังคนด้านบนโน้มกดน้ำหนักตัวลงมาทั้งหมดจนเนินสามเหลี่ยมแนบชิดกับหน้าท้องแกร่ง
มือหนาจับตรึงข้อมือเล็กไว้เหนือศีรษะด้วยมือข้างเดียว ออกแรงกระชากชุดส่วนที่เหลือให้หลุดออกจากเรือนร่างจนตอนนี้เหลือเพียงกางเกงในตัวเล็กติดกายเพียงตัวเดียว
คนตัวเล็กด้านล่างออกแรงดิ้นอีกครั้ง พยายามสลัดมือหนาให้หลุดออกจนเกิดริ้วแดงรอบข้อมือแต่เธอก็ไม่ได้สนใจ คิดเพียงอย่างเดียวคือเธอต้องออกจากพันธนาการนี้ให้ได้
"น่ารำคาญ"
เสียงเข้มเอ่ยลอดริมฝีปากเรียวบาง ดวงตาจ้องมองเธอด้วยความหงุดหงิดก่อนจะดันตัวลุกขึ้นนั่งเหนือท้องแบนราบโดยที่คนด้านล่างก็ไม่ได้ฟังในคำพูดเขา เธอเอาแต่พยายามดึงมือตัวเองออกจนเขาต้องกระชับฝ่ามือให้แน่นกว่าเดิม
เคว้ง! เสียงบางสิ่งบางอย่างกระทบพื้นด้านล่างจนเกิดเสียงดังดึงความสนใจของคนตัวเล็กให้หันมามอง ดวงตากลมจ้องมองเข็มขัดหนังในมือหนาด้วยความตกใจกลัวว่าเขาจะทำร้ายเธอ
"จะ.. จะทำอะไร อย่านะ! "
เขารวบข้อมือเล็กไว้เหนือศีรษะโดยมีเข็มขัดหนังพันธนาการรัดไว้แน่น ยันตัวลุกขึ้นนั่งหลังตรงปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกช้าๆ ด้วยใบหน้านิ่งจนขอบเสื้อทั้งสองหลุดออกจากกัน ตะขอกางเกงถูกปลดลงด้วยมือข้างเดียวจนเห็นขอบกางเกงในสีมืดด้านใน ไรขนอ่อนไล่ตั้งแต่อกแกร่งลงมาหลุบหายเข้าไปด้านในขอบกางเกง ทำคนที่มองหายใจติดขัดหวาดกลัว
สายบัวจ้องมองความตุงของเป้ากางเกงที่ตั้งเด่นด้วยความหวาดกลัว หยาดน้ำตาหลั่งรินไหลอาบแก้ม สองมือพยายามสลัดออกจากพันธนาการจนเกิดการบาดเสียดสีกับขอบเข็มขัดหนังจนเกิดรอยแผล
"อื้อ! อย่า..."
กางเกงในตัวเล็กถูกกระชากออกเผยให้เห็นจุดอ่อนไหวของสตรีออกมาสู่สายตา กลุ่มแพรไหมบางเบาถูกขาเรียวยกขึ้นบดบังบิดร่างกายหันใบหน้าแดงซ่านอย่างกระดากอาย
เขาไม่ได้สนใจการกระทำของเธอ ใบหน้าคมคายยังคงนิ่งจนคาดเดาอะไรไม่ได้ เขายันตัวขึ้นถอดกางเกงแบรนด์หรูออกจากปลายเท้าด้วยแววตาว่างเปล่า ก่อนจะตามมาด้วยกางเกงในสีมืด ท่อนเอ็นแข็งขึงขนาดมาตรฐานยุโรปได้ปรากฏแก่สายตาทำให้ความหวาดกลัวที่มีอยู่ยิ่งเพิ่มทวีคูณจนต้องกระเถิบสะโพกหนี
"อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ฉันกลัวแล้ว อึก! "
น้ำเสียงสะอื้นอ้อนวอนขอ ในขณะที่ร่างกายกระเถิบตัวหนีด้วยความหวาดกลัว เธอในเวลานี้ไม่มีทางหนีพ้นเงื้อมมือเขาเลย ได้แต่วอนขอเผื่อคนด้านหน้าจะเมตตาเธอสักครั้งยอมปล่อยเธอไป
"..."
เขาไม่ได้พูดอะไรออกมานอกจากมองเธอด้วยสายตาว่างเปล่า มือหนาคว้าหมับกระชากข้อเท้าเล็กดึงลงมาจนขาเรียวแนบชิดความเป็นชาย
สองขาถูกดันขึ้นพาดเหนือขาแกร่ง มือหนาจับแก่นกายใหญ่เข้าไปจ่อกลางกายช่องทางรักปิดสนิทก่อนจะกระแทกความใหญ่โตเข้าไปแหวกกลีบเนื้ออวบอูม
"กรี๊ด!!!! "
เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดร่างแทบแหลกสลาย หน้าท้องแบนราบหดตัวเกร็ง ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด
"ซิงซะด้วย"
ดวงตาคมลดลงมองจุดเชื่อมระหว่างกันก่อนจะยกยิ้มกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน มือหนาจับล็อกเอวบางไว้มั่นกระแทกตัวตนเข้าไปทีเดียวจนสุดทาง
ช่องทางรักคับแคบถูกรุกล้ำจนเกิดการฉีกขาด หยดเลือดบริสุทธิ์ไหลรินชโลมอาบแก่นกายใหญ่จนเปียกชุ่ม เอวสอบขยับเข้าออกเนิบนาบสองสามครั้งเพื่อเบิกทางก่อนจะกระแทกกระทั้นความกระสันใส่อย่างไม่คิดยั้ง
"อ๊ะ! อึก! เบา... เบา.. เจ็บ! "
เสียงหวานดังกระแทกกระทั้นตามแรงส่งของคนด้านบน ความจุกและเจ็บวิ่งพล่านจนร่างกายแทบจะทนไม่ไหว หน้าอกขนาดกลางกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการกระแทก
ฟันขมเล็กขบกัดกลีบปากอิ่มล่างไว้แน่นจนห้อเลือด จังหวะการหายใจติดขาดสูดอากาศไม่ทัน
"อึก! " ใบหน้าบิดเบี้ยวยามศีรษะหนาโน้มลงมาขบกัดเหนือเนินอกจนเกิดรอยฟันฝังลึก กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งจนเริ่มไม่แน่ใจว่าเกิดจากเลือดบริสุทธิ์หรือเลือดจากการถูกขบกัดอย่างซาดิสม์ของเขา
ร่างกายถูกรุกรานอย่างหนักหน่วงและโหดร้ายในเวลาเดียวกัน ใบหน้าคมคายยังคงนิ่งเรียบราวกับไม่รู้ร้อนหนาวกับสิ่งที่เกิดขึ้นจนเป็นเธอเองที่ต้องหลับตาลงหลบสายตาแทน
ความฝืดเคืองเริ่มลื่นไหลขึ้นเมื่อร่างกายผลิตน้ำหล่อลื่นออกมาชโลมแก่นกายใหญ่โดยอัตโนมัติ แต่ในขณะเดียวกันความเจ็บปวดก็ยังไม่ลดลงและยังเพิ่มความหนักหน่วงที่เริ่มมีมากขึ้นเข้าอีกจนร่างเล็กแทบจะรับไม่ไหว
ปึก! ปึก! ปึก!
เสียงเนื้อกระทบกันจนเกิดเสียงน่าอายดังลั่นห้อง เสียงครางสะอื้นจากคนตัวเล็กยังคงมีไม่ขาดสาย มีเพียงคนด้านบนที่ใบหน้ายังคงไร้ความรู้สึก แววตาว่างเปล่าจะมีเพียงเสียงครางต่ำในลำคอเป็นระยะให้ได้ยิน แต่เขาก็ยังเหมือนรูปปั้นซาตานที่กำลังขืนใจทำร้ายร่างกายผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างโหดร้ายอยู่ดี
"มะ.. ไม่ไหวแล้ว หยุดที"
นานหลายนาทีหลังจากเงียบหายไปกว่าเสียงหวานหอบจะดังขึ้น ทำให้เจ้าของใบหน้านิ่งยกยิ้มอย่างพึงพอใจ มือหนาจับกางอ้าขาเรียวที่เริ่มหุบลงเพราะเรี่ยวแรงที่เริ่มหมดให้ออกกว้าง ยันกายขึ้นเล็กน้อยกระแทกแก่นกายใหญ่อย่างหนักหน่วงรุนแรง
"อืม~" เสียงครางต่ำหลุดออกจากลำคอหนา เมื่อความกระสันเริ่มจะสิ้นสุดลง สะโพกหนาเร่งจังหวะความเร็วและความรุนแรงให้เพิ่มมากขึ้น กดน้ำหนักลงเน้นย้ำเข้าลึกจนร่างเล็กสะดุ้งเฮือกทุกครั้ง
"ยะ... อย่า... เข้ามาลึก จุก! "
"อ่าส์~" เร่งจังหวะการกระแทกเน้นๆ สองสามทีก่อนแก่นกายใหญ่จะฉีดพ่นน้ำข้นขุ่นเข้าไปในช่องทางรักนุ่ม สะโพกหนาหดตัวลงเกร็งหน้าท้องกระตุกปลดปล่อยหยาดน้ำเข้าไปในตัวเธอทุกหยด
มือหนายกขึ้นเสยผมปรกหน้าเปียกชุ่มขึ้น เรือนร่างชุ่มเปียกไปด้วยเหงื่อไคลจนเสื้อเชิ้ตสีดำแนบลู่ไปตามลำกายหนา ดวงตาคมก้มลงมองจุดเชื่อมระหว่างกันเพียงนิดก่อนจะถอนตัวตนที่สอดประสานกันออกมา ทำให้น้ำรักและเลือดบริสุทธิ์ด้านในไหลรินตามออกมาจนเปรอะเปื้อนผ้าปูที่นอนสีหวาน
เขาเดินลงจากเตียงหนาหยิบกระดาษทิชชูที่เยื้องออกไปเล็กน้อยขึ้นมาเช็ดคราบคาวออกจากแก่นกายใหญ่ลวกๆ พร้อมกับเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบด้วยน้ำเสียงนิ่ง
"ฉันชื่อลีโอนาร์โด เผื่อเธออยากรู้ชื่อผู้ชายคนแรกของเธอ"
.
. .ดวงตากลมโตกลอกสายตามองฉากหน้าสวยงามของพิธีมงคลที่มีชื่อเธอกับแฟนหนุ่มโชว์หราอยู่หน้างานด้วยใบหน้างุนงง ดอกไม้หลากหลายถูกจัดแต่งตามเสาบ้านและทางเดินจนแทบจะจำไม่ได้ว่าสถานที่นี้คือบ้านที่เธออยู่มาแต่กำเนิดด้านหน้ามีสายธารกับจันทร์เจ้าพี่ชายกับพี่สะใภ้ยืนยิ้มรับอยู่ ถัดมาด้วยพี่เลี้ยงของหลานชายที่กำลังจับมือเล็กๆ ของก้อนแป้งอ้วนไว้ เด็กน้อยสวมชุดสูทสีขาวไว้ประดับด้วยช่อดอกไม้สีสดใสอยู่บนอกสายบัวเหลือบสายตากลับมามองคนด้านข้างที่จับกุมมือเล็กของเธอไว้ในอุ้งมือใหญ่ เธอไม่สังเกตเลยสักนิดว่าวันนี้เขาใส่สูทมา ถึงจะไม่ได้เต็มยศจนเหมือนกำลังออกงานแต่มันก็ผิดวิสัยของเขาที่ปกติจะใส่เพียงเสื้อเชิ้ตเท่านั้น หันกลับลงมามองชุดกระโปรงยาวของตัวเองแล้วแทบอยากจะกุมขมับ เธอไม่เคยเอะใจเลยสักนิดว่าเขาจะเล่นแบบนี้"ลีโอคุณเล่นอะไรคะ""...""หนูบัวมากันแล้วเหรอ"ยังไม่ทันที่คนตัวโตจะได้ตอบกลับแฟนสาว แขนเล็กก็ถูกฉุดรั้งเบาๆ จากเจ้าของเสียงแหลมเล็ก ใบหน้าสวยของนาตาลียิ้มแย้มก้มมองเรือนร่างเล็กที่ถูกสวมทับด้วยเดรสกระโปรงยาวสีกะปิ เลื่อนตากลับขึ้นมามองใบหน้าหวานอย่างชื่นชมอีกครั้ง"หนูบัวสวยที่สุดเลยลูก""ขอบคุ
"อืม~" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังในลำคอหนา กวาดมือหาคนข้างกายที่คอยกอดหลับใหลอยู่ด้วยกันเมื่อก่อนหน้านี้แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า พร้อมกับความเย็นของพื้นที่ด้านข้าง ลีโอยกมือขึ้นป้องแสงแดดอ่อนยามเย็นที่ลอดผ่านระเบียงห้องเข้ามาตกกระทบพื้นขึ้นแยงตา ปรับโฟกัสระดับสายตาให้เข้ากับแสงสว่างก่อนจะกวาดสายตามองหาคนตัวเล็กจนทั่วห้องห้องน้ำ ห้องแต่งตัวและโซฟาตัวยาวมีเพียงความว่างเปล่า ไร้ร่างและแม้แต่เงาของคนตัวเล็กมันทำใจแกร่งกระตุกคิดไปในทางลบจนรู้สึกหายใจอ่อนแรงลง แต่พอคิดได้ว่าเธอเป็นคนให้โอกาสตัวเขาเองแล้วคงไม่คิดหนีไปไหนใจก็กลับฟื้นมามีแรงขึ้นอีกครั้ง ร่างสูงหมุนตัวเดินออกจากห้องส่วนตัวก้าวขาเรียวยาวไปตามทางลงสู่ชั้นล่างของตัวคฤหาสน์ ในขณะที่สายตาก็คอยสอดส่องมองหาคนตัวเล็กแต่ก็ต้องผิดหวัง กลับพบแต่ความว่างเปล่าเช่นเดิม"มัมครับ บัวอยู่ไหน""กกอยู่คนเดียวมัมจะรู้ไหมหื้ม ลีโอ""มัมผมไม่เล่น"นาตาลีกลอกตามองร่างสูงของบุตรชายย่นคิ้วเข้าหากันแล้วเหยียดยิ้มมุมปาก หันความสนใจกลับมายังขนมไทยที่กำลังฝึกจากแม่ครัวคนไทยด้านหน้า ปล่อยให้บุตรชายยืนหน้าบึ้งอยู่กลางห้องครัวกว้างเพียงลำพัง"มัม!""...""ม
"อ๊ะ! พี่ลีโอ"ใบหน้าจิ้มลิ้มของลลินดูตกใจเล็กน้อย เมื่อหมุนตัวหันกลับมาแล้วเจอกับร่างสูงใหญ่ของมาเฟียหนุ่มยืนจังก้าอยู่กลางห้อง หันหน้ากลับไปมองประตูห้องแต่งตัวกลัวคนด้านในนั้นจะเดินออกมา"พะ... พี่คงไม่คิดจะคิดบัญชีกับลลินตอนนี้ใช่ไหมคะ""...""ทะ.. ที่ลลินทำไปเพราะอยากช่วยนะคะ ไม่ได้เจตนาคิดร้ายหรือ..""ฉันยกโทษให้ ออกไปได้แล้ว""คะ?"ดวงตากลมเอียงใบหน้ามองเขาอย่างงุนงง แต่กลับต้องชะงักดึงใบหน้ากลับมายิ้มหน้าแป้นเมื่อเจอกับสายตาเรียบเฉยตวัดกลับมาจ้องหน้าคนตัวเล็กโค้งศีรษะลงเล็กน้อยถอยเดินออกจากห้อง พอจะเข้าใจสถานการณ์ดีว่าเขาทั้งสองคงอยากอยู่ด้วยกันตามลำพังมากกว่าลีโอปรายหางตามองบานประตูหนาที่ปิดลงด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปยังห้องแต่งตัวที่มีคนตัวเล็กอยู่ด้านในร่างสูงยืนพิงขอบประตูมองดูเรือนร่างเล็กในชุดเดรสสีหวานลายดอกเดซีสีขาวเล็กๆ เต็มกระโปรงทรงเจ้าหญิงยาวเลยเข่าสวยเล็กน้อย มือเล็กยกขึ้นไขว้หลังพยายามรูดซิปยาวจากกลางหลังขึ้นมายังต้นคอหลังอย่างทุลักทุเล"เฮ้อ! ยากจัง"สายบัวแหงนเงยใบหน้าขึ้นเป่าลมออกปาก ยืดแขนออกข้างเล็กน้อยเพื่อคลายความคดงอของเส้นเอ็นก่อนจะพยายา
ร่างสูงก้าวพรวดพราดเข้ามายังด้านในตัวคฤหาสน์ทันทีโดยไม่รั้งรอให้รถจอดสนิท ใบหน้าคมคายดุดันจนลูกน้องที่ยืนเฝ้าประจำจุดไม่มีใครกล้าเข้ามาขวางหรือทักทายเลยสักคนลีโอตวัดสายตาคมกวาดสายตามองหาคนที่ต้องการเจอแต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า ยกมือขึ้นเท้าเอวดันลิ้นเข้ากระพุ้งแก้มด้วยความไม่สบอารมณ์ ดวงตาร้อนระอุแทบจะเผาไหม้ทุกอย่างที่ขวางหน้าได้"ไงไอ้ลูกชายไม่เจอกันนานเชียว""แด๊ด"นาธานเปิดแขนอ้ารับต้องการกลั่นแกล้ง แต่กลับได้รับเพียงสายตาดุดันตอบกลับมาจากบุตรชาย"บัวอยู่ไหน""มานั่งคุยกันก่อนดีกว่า เจอหน้าพ่อบังเกิดเกล้าก็ถามหาหญิงทันที แกนี่ไม่ไหวจริงๆ""ผมถามว่าสายบัวอยู่ไหน"ลีโอกดเสียงต่ำอย่างสุดจะทน เขาพยายามนิ่งไม่แสดงอารมณ์ร้อนใส่บิดาแต่เหมือนความพยายามนั้นจะมีแค่เขาที่กำลังทำ เพราะผู้เป็นบิดายังคงเอ่ยน้ำเสียงกวนจนอารมณ์ร้อนพลุกพล่าน"เสียงดังเอะอะอะไรกันลีโอ ถึงแกจะเป็นมาเฟียแต่ก็ควรจะมีความสัมมาคารวะคนที่เลี้ยงดูมาบ้าง ไม่ใช่เอาแต่อารมณ์ไม่ร้อนก็เย็นชาแบบนี้มาสาดใส่""มัมเอาเมียผมไปไว้ไหน"ร่างสูงละสายตาออกจากบิดาหลังได้ยินเสียงแหลมคุ้นเคยของมารดาดังแทรกเข้ามา ก่อนร่างเล็กจะก้าวเดินออ
ภายในห้องพักกว้างตกอยู่ในความสงบ มีเพียงเสียงเพลงคลอเบาๆ ดังออกมาจากด้านในโซนครัวให้พอได้ยินดวงตากลมเฉียวกวาดสายตามองสำรวจห้องพักของบุตรชายด้วยแววตานิ่งไร้อารมณ์บ่งบอก ใบหน้าสวยแต้มด้วยเครื่องสำอางแบรนด์ดังราคาแพงประดับใบหน้านาตาลีมองลึกเข้าไปด้านในของโซนครัวเล็กก่อนจะก้าวเดินตามเสียงเพลงคลอเบาๆ ไป มีความประสงค์ต้องการเห็นใบหน้าของหญิงสาวที่ครองปักดวงใจของบุตรชาย แม้จะเคยเห็นจากรูปถ่ายที่คนของเธอส่งมาให้ดูแล้ว แต่ก็อยากจะสัมผัสนิสัยใจคอเธอดูด้วยตัวเองตึก ตึก ตึกเสียงน้ำหนักลงเท้าทำให้คนตัวเล็กเอียงใบหูฟังเสียง ได้ยินเสียงการก้าวเดินมาหยุดลงด้านหลังรอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้า"กลับมาแล้วเหรอคะ หนูกำลังคั้นน้ำส้มอยู่เลยค่ะคุณไปนั่งรอก่อนเดี๋ยวเสร็จแล้วหนูเอาไปเสิร์ฟค่ะ""..."เสียงหวานไร้การตอบกลับ และยังไร้การเดินจากไป เหมือนเธอคุยอยู่กับตัวเองคนเดียว ความแปลกใจทำให้สายบัวเอี้ยวใบหน้ากลับมาด้านหลังก่อนดวงตากลมจะเบิกกว้าง ชะงักค้างมือทั้งสองข้างที่กำลังแกะเปลือกส้มสีสวยในมือนิ่ง"คุณเป็นใครคะ""หึ คิดว่าไงล่ะ"นานอยู่หลายนาทีก่อนจะเค้นหาเสียงเจอ เธอเปล่งเสียงแผ่วลอดริมฝีปากอิ่ม จ้องมองห
"อือ~" เสียงหวานครางในลำคออย่างหงุดหงิด เมื่อมีบางสิ่งบางอย่างมารบกวนเวลานอนฉันปรือตาขึ้นมองความหนักที่ทับอยู่ด้านบนร่างด้วยความสงสัย ก่อนความสงสัยทั้งหมดจะถูกคลายลงด้วยริมฝีปากร้อนชื้นที่กดแนบลงมาบนเนินอกอวบ"ตื่นแล้วเหรอ""..."ฉันเมินคำพูดเขาด้วยการหลับตาลงอีกครั้ง แต่เหมือนเขาจะไม่ได้สนใจท่าทีฉันเลย ตวัดลิ้นดันเม็ดบัวสีชมพูบนยอดอกเข้าปากก่อนจะดูดดุนสลับกับขย้ำอีกข้างเล่นแรงๆ กลีบปากอิ่มเม้มเข้าหากันกลั้นเสียงครางจากด้านใน มันทั้งเจ็บและเสียวในเวลาเดียวกันจนแยกประสาทไม่ออกว่าอะไรที่มีมากกว่ากันแน่เล็บสวยจิกลงบนผ้าปูที่นอน ยกมือขึ้นก่ายหน้าผากปกปิดหัวคิ้วเรียวที่แสดงอารมณ์แทนใบหน้า"อ๊า!""หึ! ไม่เท่าไหร่นี่"พรึ่บ! อ๊ะ! มึนหัวชะมัดฉันดันร่างสูงออกจากตัวก่อนจะรีบดันตัวลุกขึ้นนั่ง แต่เหมือนมันจะกะทันหันและเร็วไปหน่อยจึงทำให้เกิดหน้ามืด มึนหัวหมุนไปหมด"อยากตายหรือไงบัว ทำอะไรหัดใช้หัวคิดบ้างเรียนหมอมาได้ไง""อื้อ"คุณลีโอรีบขยับเข้ามาใกล้ฉัน มือหนาคว้าร่างเล็กเข้ากอดแต่ก็ยังคงเปล่งเสียงดุต่อว่าออกมา ฉันแนบหน้าผากมนลงบนอกแกร่งหลับตาลงเพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพร่างกายโดยที่มีเขาลู
"หื้ม~ ขอทุ่มเงินล้านซื้อรอยยิ้มนี้กลับมาเก็บไว้ดูคนเดียวที่บ้านได้ไหมอ่ะ""....""แกดูดิ หื้ม~ คนอะไรไม่รู้น่ารักน่าชังมาก!!"ยัยเดียยื่นโทรศัพท์มาตรงหน้าฉันให้ดูรอยยิ้มของคาเรนที่ส่งผ่านกล้องมา ฉันเอี้ยวคอหันไปมองรอยยิ้มบนใบหน้าคมสันนั้นด้วยความรู้สึกแปลกๆ แม้หน้าจะยิ้มแต่แววตาเย็นชาซะจนไม่กล้าคิ
ฉันใช้เวลาอยู่กับตัวเองคนเดียวเงียบๆ ในคอนโดหนึ่งอาทิตย์เต็ม ช่วงเวลาที่เก็บตัวเงียบมันทำให้ฉันคิดได้ว่าเราไม่ควรจะยึดติดกับสิ่งของหรืออะไรนานๆ แม้มันจะเป็นความเจ็บปวดและเป็นบาดแผลฉกรรจ์ในใจ แต่หากเราเลือกที่จะเก็บมันไว้ในส่วนที่ลึกที่สุด อย่าได้เผยรอยแผลออกมาให้เขาได้เห็น ให้เขาได้เหยียบย่ำเราซ้ำ
(saibua talk)ฉันปรายตาขึ้นมองเจ้าของคำพูดก่อนหน้าด้วยความเกลียดชัง รู้สึกขยะแขยงร่างกายตัวเองทุกครั้งยามขยับตัว ความปวดรวดร้าวไปทั้งกายโดยเฉพาะบริเวณจุดอ่อนไหวที่ถูกรุกรานอย่างทารุณโหดร้ายเป็นตัวบ่งบอกว่าฉันได้สูญเสียสิ่งที่หวงแหนที่สุดให้กับผู้ชายคนนี้ไปแล้ว มันไม่ใช่แค่ฝันแต่มันคือความจริง ความจ
"ผะ... ผู้หญิงเหรอ"เสียงหวานพึมพำเสียงเบา เป็นจังหวะเวลาเดียวกับที่มือด้านข้างกระจกกำลังลากทางลงราวกับหมดเรี่ยวแรงจะพยุงร่างให้ไหวต่อสายบัวดึงสติให้กลับมาอีกครั้ง มือเล็กยื่นออกไปปลดล็อกประตู ปลดสายคาดเอวออกก้าวลงจากรถเพื่อดูหญิงสาวที่เหมือนจะได้รับบาดเจ็บ"คุณ! คุณคะ!"มือเล็กตบใบหน้าแต่งแต้มด้ว







