Mag-log inฉันใช้เวลาอยู่กับตัวเองคนเดียวเงียบๆ ในคอนโดหนึ่งอาทิตย์เต็ม ช่วงเวลาที่เก็บตัวเงียบมันทำให้ฉันคิดได้ว่าเราไม่ควรจะยึดติดกับสิ่งของหรืออะไรนานๆ แม้มันจะเป็นความเจ็บปวดและเป็นบาดแผลฉกรรจ์ในใจ แต่หากเราเลือกที่จะเก็บมันไว้ในส่วนที่ลึกที่สุด อย่าได้เผยรอยแผลออกมาให้เขาได้เห็น ให้เขาได้เหยียบย่ำเราซ้ำ ขอเพียงเข้มแข็งที่จะก้าวต่อไป เราจะได้รู้ว่าทุกอย่างมันไม่ได้จบลงเพียงแค่เราสูญเสียของสิ่งนั้นและมันไม่ได้วนซ้ำกลับมาที่เดิมทุกวัน
ฉันใช้เวลานั่งอ่านทฤษฎีและหาความรู้เพิ่มเติมจากในตำราและในห้องเรียน ไม่อยากปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยสูญเปล่า ฉันมีฝัน มีครอบครัว และมีคนที่รักรอดูความสำเร็จนี้อยู่ข้างหลัง นั่นคือชีวิตและกำลังใจที่ดีที่จะก้าวเดินต่อไป
หลังจากแยกจากกันวันนั้นฉันและยัยเดียก็ไม่ได้เจอกันอีก มีบ้างที่ยัยนั่นโทรมาเม้าท์เรื่องอปป้าเกาหลีของมันให้ฟัง ฉันก็เออออตามนะแต่ก็นะ... มันไม่ใช่แนวฉันเลย จะว่าฉันเป็นพวกเด็กเนิร์ดไม่สนใจคนรอบข้างนอกจากตำราก็ไม่ใช่นะ ฉันเคยมีแฟนแต่ด้วยทัศนคติและเวลาที่ไม่ตรงกันทำให้เกิดปัญหาหลายๆ อย่างตามมาทำให้คู่เราไปกันไม่รอด สุดท้ายก็เลิกกันไปและอีกอย่างตอนนี้ฉันอยากโฟกัสที่งานตรงหน้าก่อนมากกว่าจะว่าไม่มีคนมาจีบฉันก็ไม่ใช่ แต่เพราะอนาคตฉันต้องเลือกงานตรงหน้าไว้ก่อนเรื่องแฟน ค่อยว่ากันอีกทีแล้วกัน
รถเก๋งคันเล็กเลี้ยวเข้ามาจอดในพื้นที่จอดรถของบุคลากรก่อนฉันจะก้าวเท้าหย่อนลงมาเหยียบพื้นโรงพยาบาลเอกชนนานาชาติชื่อดังอันดับต้นๆ ของยุโรปและแยกสาขามายังไทย ฉันกวาดสายตามองรอบพื้นที่จอดรถด้วยความตื่นเต้น กระชับเสื้อกาวน์นักศึกษาแพทย์ที่สวมคู่กระโปรงทรงเอสั้นเหนือเข่าขึ้นมาเล็กน้อย ยังไม่ทันก้าวขาไปไหนเสียงรถคุ้นเคยก็เลี้ยวเข้ามาจอดไม่ไกลมากนัก
"ว่าไงคะคุณเพื่อนสุดที่รัก ไม่เจอกันนานคิดถึงกันบ้างป่าว"
เสียงเล็กดังมาพร้อมกับร่างเล็กของยัยเดียที่เดินมาหา มือเล็กกระชับสายกระเป๋าสะพายข้างแนบกาย รอยยิ้มบนใบหน้าแสดงถึงความอารมณ์ดีที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเกิดจากอะไร ก็ยัยนี่บินไปไกลถึงเกาหลีเมื่อหลายวันก่อนเพื่อดูคอนเสิร์ตของคาเรนอปป้าเกาหลีของมันโดยเฉพาะ ทั้งๆ ที่อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าทัวร์คอนเสิร์ตของอปป้ามันก็จะมาถึงไทยแล้ว แต่เพราะรอไม่ไหวไงเลยต้องบินไปหาตั้งแต่ตอนนี้ ไม่รู้บุญบาปอะไรถึงทำให้ยัยคุณหนูไม่รู้จักโตไปติดคาเรนแจขนาดนั้น
"ก็ดี สบายหูตั้งหลายวัน"
"แกว่าฉันพูดมากเหรอห๊ะ"
"ความหมายก็ตามนั้น"
ฉันไหวไหล่ไม่สนใจก่อนจะเดินนำออกมาก่อน โดยที่มีเสียงเล็กดังตามหลังบ่นมาติดๆ แต่พอก้าวเข้ามาในอาคารเสียงเล็กๆ ด้านหลังก็เงียบลงโดยอัตโนมัติเหมือนมีสวิตช์มากดปิดไว้
การเริ่มต้นเรียนรู้ด้านการปฏิบัติในโรงพยาบาลดำเนินการไปจนถึงเวลาพักเที่ยง และยัยเดียที่ยืนทำหน้าจริงจังเมื่อหลายชั่วโมงก่อนก็เกิดการงอแงเพราะความหิวจนต้องลากแขนฉันมาถึงโรงอาหารของโรงพยาบาล
ดวงตากลมกวาดสายตามองหาร้านอาหารที่ถูกตาต้องใจอยู่สักพักก็ตัดสินใจกันว่าจะทานข้าวมันไก่ที่ซึ่งแม้ลูกค้าจะเยอะไปนิด แต่หากการันตีจากการต่อคิวแล้วน่าจะอร่อยอยู่นะ
"โต๊ะนั้นไม่มีคน"
ฉันมองตามนิ้วเรียวของยัยเดียก่อนจะเห็นโต๊ะที่ยังคงว่างอยู่ และเดินตามหลังคนตัวเล็กกว่าไปยังที่หมาย
หลังจากต่อแถวซื้ออาหารอยู่นานหลายนาที ท้องที่เริ่มร้องประท้วงความหิวก็ไม่ปรานีร้องเสียงดังจนฉันต้องก้มหน้ายิ้มอย่างอายๆ กับสายตาหลายคู่ที่มองจ้องมา โดยมียัยเดียยืนอมยิ้มอยู่ข้างๆ กัน
ยัยเดียเดินมานั่งลงก่อนจะตามมาด้วยฉันที่ตามมาทีหลัง ขวดน้ำดื่มถูกวางลงบนโต๊ะตามมาด้วยจานอาหารและขนมอีกสองสามอย่างที่หยิบติดมือมา
"แกฉันได้ยินมาว่าวันนี้คุณหมอเข้ามาด้วยนะ เห็นว่าจะลงมาดูนักศึกษาแพทย์ด้วยตัวเองเลย"
"จริงดิ อิจฉานักศึกษาแพทย์ศัลย์ปีนี้เนอะที่คุณหมอสนใจอยากลงมาดูด้วยตัวเอง ทั้งๆ ที่ปีก่อนไม่เห็นสนใจเลย"
"แต่ก็นะ ถือว่าเป็นบุญตาได้มองหน้าหล่อๆ ของคุณหมอ แค่ปีละครั้งก็ถือว่าดีแล้ว แล้วนี่ไม่รู้ว่าจะเห็นอีกกี่ครั้งกัน ถือว่าดีมากแล้วที่ได้มาทำงานที่นี่เงินดีไม่พอยังได้เห็นหมอหล่อเป็นบุญตาอาหารตาด้วย"
เสียงซุบซิบที่เหมือนจะดังหน่อยๆ ด้านหลังทำให้ยัยเดียต้องหูตั้ง ตั้งใจฟัง แถมยังยิ้มกริ่มเหมือนได้เห็นภาพตามที่พยาบาลสองนางพูดด้วย
ฉันมองหน้ายัยเดียนิ่งๆ ก่อนจะก้มลงสนใจอาหารด้านหน้า แต่ยังถูกสะกิดจากคำพูดจนต้องเงยหน้าขึ้นมอง พร้อมกับเคี้ยวอาหารไว้ในปากตุ้ย
"แกเคยได้ยินกิตติมศักดิ์ของคุณหมอที่พยาบาลเขาพูดกันป่ะ"
"อือ .." ฉันสะบัดหน้าแทนคำตอบ ก่อนจะกลืนอาหารลงคอแล้วตักช้อนใหม่เข้ามาแทน
"อะไรอะ สนใจแต่ท่องตำราจนไม่สนใจเจ้าของโรงพยาบาลเลยรึไงห๊ะ"
"...."
"นี่ขนาดฉันตามอปป้าแจขนาดนี้ยังมีเวลาเงยหน้าขึ้นมาหาข้อมูลเลย"
"แกเลิกสนใจอปป้าแกแล้วมาสนใจหมอแล้วเหรอ"
ฉันถามออกมาเสียงนิ่งทำให้ยัยเดียต้องสะบัดหน้าหันมามองด้วยสายตาเขียวจนฉันอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้
"โนค่ะ แต่แค่เห็นเขาว่าหล่อเลยลองหาข้อมูลดู แกจะดูไหมล่ะ"
"ไม่อ่ะ จะหล่อหรือไม่หล่อเขาก็คือหมอเหมือนกันนั่นแหละ รอถึงเวลาค่อยดูทีเดียวดีกว่า"
"ตามใจ แล้วจะมาว่าฉันทีหลังไม่ได้นะ"
ยัยเดียพูดอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะก้มหน้าจิ้มหน้าจอมือถือเล่น ฉันได้แต่มองเงียบๆ โดยไม่พูดอะไร แต่ในใจคิดแค่ว่า นี่นะเหรอคนที่บอกว่าหิวเมื่อกี้นี้ ไม่รู้หิวข้าวจริงหรือเพราะหิวคาเรนอปป้ากันแน่ก็ไม่รู้
ฉันละความสนใจจากยัยเดียเป็นมาสนใจอาหารด้านหน้าต่อ หลังข้าวมันไก่ในจานหมดก็กลับมาสนใจขนมที่หยิบติดมาเพราะต้องใช้กำลังกายและสมองอีกเยอะฉันจึงต้องกักตุนความอิ่มไว้ก่อน หากไม่อย่างนั้นคงได้เสียสมาธิกับความหิวทีหลังแน่
ส่วนหมอที่พยาบาลและยัยเดียพูดถึง ฉันคิดเพียงแค่ว่าไม่ว่าจะช้าหรือเร็วยังไงๆ ก็ต้องเจออยู่แล้วจะตอนไหนมันก็เหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องศึกษาข้อมูลเขาไว้ก่อนเลย แต่ใจลึกๆ ก็อยากรู้นะว่าหมอคนนั้นหน้าตาจะเป็นยังไงทำไมถึงได้ใจพยาบาลและหมอสาวๆ ทั้งโรงพยาบาล แต่แค่ส่วนลึกอันน้อยนิดเท่านั้นนะมันไม่ได้ถึงขั้นต้องตามสืบดูข้อมูลดูประวัติขนาดนั้น
.
. .ดวงตากลมโตกลอกสายตามองฉากหน้าสวยงามของพิธีมงคลที่มีชื่อเธอกับแฟนหนุ่มโชว์หราอยู่หน้างานด้วยใบหน้างุนงง ดอกไม้หลากหลายถูกจัดแต่งตามเสาบ้านและทางเดินจนแทบจะจำไม่ได้ว่าสถานที่นี้คือบ้านที่เธออยู่มาแต่กำเนิดด้านหน้ามีสายธารกับจันทร์เจ้าพี่ชายกับพี่สะใภ้ยืนยิ้มรับอยู่ ถัดมาด้วยพี่เลี้ยงของหลานชายที่กำลังจับมือเล็กๆ ของก้อนแป้งอ้วนไว้ เด็กน้อยสวมชุดสูทสีขาวไว้ประดับด้วยช่อดอกไม้สีสดใสอยู่บนอกสายบัวเหลือบสายตากลับมามองคนด้านข้างที่จับกุมมือเล็กของเธอไว้ในอุ้งมือใหญ่ เธอไม่สังเกตเลยสักนิดว่าวันนี้เขาใส่สูทมา ถึงจะไม่ได้เต็มยศจนเหมือนกำลังออกงานแต่มันก็ผิดวิสัยของเขาที่ปกติจะใส่เพียงเสื้อเชิ้ตเท่านั้น หันกลับลงมามองชุดกระโปรงยาวของตัวเองแล้วแทบอยากจะกุมขมับ เธอไม่เคยเอะใจเลยสักนิดว่าเขาจะเล่นแบบนี้"ลีโอคุณเล่นอะไรคะ""...""หนูบัวมากันแล้วเหรอ"ยังไม่ทันที่คนตัวโตจะได้ตอบกลับแฟนสาว แขนเล็กก็ถูกฉุดรั้งเบาๆ จากเจ้าของเสียงแหลมเล็ก ใบหน้าสวยของนาตาลียิ้มแย้มก้มมองเรือนร่างเล็กที่ถูกสวมทับด้วยเดรสกระโปรงยาวสีกะปิ เลื่อนตากลับขึ้นมามองใบหน้าหวานอย่างชื่นชมอีกครั้ง"หนูบัวสวยที่สุดเลยลูก""ขอบคุ
"อืม~" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังในลำคอหนา กวาดมือหาคนข้างกายที่คอยกอดหลับใหลอยู่ด้วยกันเมื่อก่อนหน้านี้แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า พร้อมกับความเย็นของพื้นที่ด้านข้าง ลีโอยกมือขึ้นป้องแสงแดดอ่อนยามเย็นที่ลอดผ่านระเบียงห้องเข้ามาตกกระทบพื้นขึ้นแยงตา ปรับโฟกัสระดับสายตาให้เข้ากับแสงสว่างก่อนจะกวาดสายตามองหาคนตัวเล็กจนทั่วห้องห้องน้ำ ห้องแต่งตัวและโซฟาตัวยาวมีเพียงความว่างเปล่า ไร้ร่างและแม้แต่เงาของคนตัวเล็กมันทำใจแกร่งกระตุกคิดไปในทางลบจนรู้สึกหายใจอ่อนแรงลง แต่พอคิดได้ว่าเธอเป็นคนให้โอกาสตัวเขาเองแล้วคงไม่คิดหนีไปไหนใจก็กลับฟื้นมามีแรงขึ้นอีกครั้ง ร่างสูงหมุนตัวเดินออกจากห้องส่วนตัวก้าวขาเรียวยาวไปตามทางลงสู่ชั้นล่างของตัวคฤหาสน์ ในขณะที่สายตาก็คอยสอดส่องมองหาคนตัวเล็กแต่ก็ต้องผิดหวัง กลับพบแต่ความว่างเปล่าเช่นเดิม"มัมครับ บัวอยู่ไหน""กกอยู่คนเดียวมัมจะรู้ไหมหื้ม ลีโอ""มัมผมไม่เล่น"นาตาลีกลอกตามองร่างสูงของบุตรชายย่นคิ้วเข้าหากันแล้วเหยียดยิ้มมุมปาก หันความสนใจกลับมายังขนมไทยที่กำลังฝึกจากแม่ครัวคนไทยด้านหน้า ปล่อยให้บุตรชายยืนหน้าบึ้งอยู่กลางห้องครัวกว้างเพียงลำพัง"มัม!""...""ม
"อ๊ะ! พี่ลีโอ"ใบหน้าจิ้มลิ้มของลลินดูตกใจเล็กน้อย เมื่อหมุนตัวหันกลับมาแล้วเจอกับร่างสูงใหญ่ของมาเฟียหนุ่มยืนจังก้าอยู่กลางห้อง หันหน้ากลับไปมองประตูห้องแต่งตัวกลัวคนด้านในนั้นจะเดินออกมา"พะ... พี่คงไม่คิดจะคิดบัญชีกับลลินตอนนี้ใช่ไหมคะ""...""ทะ.. ที่ลลินทำไปเพราะอยากช่วยนะคะ ไม่ได้เจตนาคิดร้ายหรือ..""ฉันยกโทษให้ ออกไปได้แล้ว""คะ?"ดวงตากลมเอียงใบหน้ามองเขาอย่างงุนงง แต่กลับต้องชะงักดึงใบหน้ากลับมายิ้มหน้าแป้นเมื่อเจอกับสายตาเรียบเฉยตวัดกลับมาจ้องหน้าคนตัวเล็กโค้งศีรษะลงเล็กน้อยถอยเดินออกจากห้อง พอจะเข้าใจสถานการณ์ดีว่าเขาทั้งสองคงอยากอยู่ด้วยกันตามลำพังมากกว่าลีโอปรายหางตามองบานประตูหนาที่ปิดลงด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปยังห้องแต่งตัวที่มีคนตัวเล็กอยู่ด้านในร่างสูงยืนพิงขอบประตูมองดูเรือนร่างเล็กในชุดเดรสสีหวานลายดอกเดซีสีขาวเล็กๆ เต็มกระโปรงทรงเจ้าหญิงยาวเลยเข่าสวยเล็กน้อย มือเล็กยกขึ้นไขว้หลังพยายามรูดซิปยาวจากกลางหลังขึ้นมายังต้นคอหลังอย่างทุลักทุเล"เฮ้อ! ยากจัง"สายบัวแหงนเงยใบหน้าขึ้นเป่าลมออกปาก ยืดแขนออกข้างเล็กน้อยเพื่อคลายความคดงอของเส้นเอ็นก่อนจะพยายา
ร่างสูงก้าวพรวดพราดเข้ามายังด้านในตัวคฤหาสน์ทันทีโดยไม่รั้งรอให้รถจอดสนิท ใบหน้าคมคายดุดันจนลูกน้องที่ยืนเฝ้าประจำจุดไม่มีใครกล้าเข้ามาขวางหรือทักทายเลยสักคนลีโอตวัดสายตาคมกวาดสายตามองหาคนที่ต้องการเจอแต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า ยกมือขึ้นเท้าเอวดันลิ้นเข้ากระพุ้งแก้มด้วยความไม่สบอารมณ์ ดวงตาร้อนระอุแทบจะเผาไหม้ทุกอย่างที่ขวางหน้าได้"ไงไอ้ลูกชายไม่เจอกันนานเชียว""แด๊ด"นาธานเปิดแขนอ้ารับต้องการกลั่นแกล้ง แต่กลับได้รับเพียงสายตาดุดันตอบกลับมาจากบุตรชาย"บัวอยู่ไหน""มานั่งคุยกันก่อนดีกว่า เจอหน้าพ่อบังเกิดเกล้าก็ถามหาหญิงทันที แกนี่ไม่ไหวจริงๆ""ผมถามว่าสายบัวอยู่ไหน"ลีโอกดเสียงต่ำอย่างสุดจะทน เขาพยายามนิ่งไม่แสดงอารมณ์ร้อนใส่บิดาแต่เหมือนความพยายามนั้นจะมีแค่เขาที่กำลังทำ เพราะผู้เป็นบิดายังคงเอ่ยน้ำเสียงกวนจนอารมณ์ร้อนพลุกพล่าน"เสียงดังเอะอะอะไรกันลีโอ ถึงแกจะเป็นมาเฟียแต่ก็ควรจะมีความสัมมาคารวะคนที่เลี้ยงดูมาบ้าง ไม่ใช่เอาแต่อารมณ์ไม่ร้อนก็เย็นชาแบบนี้มาสาดใส่""มัมเอาเมียผมไปไว้ไหน"ร่างสูงละสายตาออกจากบิดาหลังได้ยินเสียงแหลมคุ้นเคยของมารดาดังแทรกเข้ามา ก่อนร่างเล็กจะก้าวเดินออ
ภายในห้องพักกว้างตกอยู่ในความสงบ มีเพียงเสียงเพลงคลอเบาๆ ดังออกมาจากด้านในโซนครัวให้พอได้ยินดวงตากลมเฉียวกวาดสายตามองสำรวจห้องพักของบุตรชายด้วยแววตานิ่งไร้อารมณ์บ่งบอก ใบหน้าสวยแต้มด้วยเครื่องสำอางแบรนด์ดังราคาแพงประดับใบหน้านาตาลีมองลึกเข้าไปด้านในของโซนครัวเล็กก่อนจะก้าวเดินตามเสียงเพลงคลอเบาๆ ไป มีความประสงค์ต้องการเห็นใบหน้าของหญิงสาวที่ครองปักดวงใจของบุตรชาย แม้จะเคยเห็นจากรูปถ่ายที่คนของเธอส่งมาให้ดูแล้ว แต่ก็อยากจะสัมผัสนิสัยใจคอเธอดูด้วยตัวเองตึก ตึก ตึกเสียงน้ำหนักลงเท้าทำให้คนตัวเล็กเอียงใบหูฟังเสียง ได้ยินเสียงการก้าวเดินมาหยุดลงด้านหลังรอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้า"กลับมาแล้วเหรอคะ หนูกำลังคั้นน้ำส้มอยู่เลยค่ะคุณไปนั่งรอก่อนเดี๋ยวเสร็จแล้วหนูเอาไปเสิร์ฟค่ะ""..."เสียงหวานไร้การตอบกลับ และยังไร้การเดินจากไป เหมือนเธอคุยอยู่กับตัวเองคนเดียว ความแปลกใจทำให้สายบัวเอี้ยวใบหน้ากลับมาด้านหลังก่อนดวงตากลมจะเบิกกว้าง ชะงักค้างมือทั้งสองข้างที่กำลังแกะเปลือกส้มสีสวยในมือนิ่ง"คุณเป็นใครคะ""หึ คิดว่าไงล่ะ"นานอยู่หลายนาทีก่อนจะเค้นหาเสียงเจอ เธอเปล่งเสียงแผ่วลอดริมฝีปากอิ่ม จ้องมองห
"อือ~" เสียงหวานครางในลำคออย่างหงุดหงิด เมื่อมีบางสิ่งบางอย่างมารบกวนเวลานอนฉันปรือตาขึ้นมองความหนักที่ทับอยู่ด้านบนร่างด้วยความสงสัย ก่อนความสงสัยทั้งหมดจะถูกคลายลงด้วยริมฝีปากร้อนชื้นที่กดแนบลงมาบนเนินอกอวบ"ตื่นแล้วเหรอ""..."ฉันเมินคำพูดเขาด้วยการหลับตาลงอีกครั้ง แต่เหมือนเขาจะไม่ได้สนใจท่าทีฉันเลย ตวัดลิ้นดันเม็ดบัวสีชมพูบนยอดอกเข้าปากก่อนจะดูดดุนสลับกับขย้ำอีกข้างเล่นแรงๆ กลีบปากอิ่มเม้มเข้าหากันกลั้นเสียงครางจากด้านใน มันทั้งเจ็บและเสียวในเวลาเดียวกันจนแยกประสาทไม่ออกว่าอะไรที่มีมากกว่ากันแน่เล็บสวยจิกลงบนผ้าปูที่นอน ยกมือขึ้นก่ายหน้าผากปกปิดหัวคิ้วเรียวที่แสดงอารมณ์แทนใบหน้า"อ๊า!""หึ! ไม่เท่าไหร่นี่"พรึ่บ! อ๊ะ! มึนหัวชะมัดฉันดันร่างสูงออกจากตัวก่อนจะรีบดันตัวลุกขึ้นนั่ง แต่เหมือนมันจะกะทันหันและเร็วไปหน่อยจึงทำให้เกิดหน้ามืด มึนหัวหมุนไปหมด"อยากตายหรือไงบัว ทำอะไรหัดใช้หัวคิดบ้างเรียนหมอมาได้ไง""อื้อ"คุณลีโอรีบขยับเข้ามาใกล้ฉัน มือหนาคว้าร่างเล็กเข้ากอดแต่ก็ยังคงเปล่งเสียงดุต่อว่าออกมา ฉันแนบหน้าผากมนลงบนอกแกร่งหลับตาลงเพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพร่างกายโดยที่มีเขาลู
(saibua talk)ฉันปรายตาขึ้นมองเจ้าของคำพูดก่อนหน้าด้วยความเกลียดชัง รู้สึกขยะแขยงร่างกายตัวเองทุกครั้งยามขยับตัว ความปวดรวดร้าวไปทั้งกายโดยเฉพาะบริเวณจุดอ่อนไหวที่ถูกรุกรานอย่างทารุณโหดร้ายเป็นตัวบ่งบอกว่าฉันได้สูญเสียสิ่งที่หวงแหนที่สุดให้กับผู้ชายคนนี้ไปแล้ว มันไม่ใช่แค่ฝันแต่มันคือความจริง ความจ
กรี๊ด!!!เสียงกรีดร้องดังลั่นพร้อมกับร่างเล็กที่ถูกสะบัดขึ้นมาบนเตียงขนาดหกฟุต ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวด้วยความจุก มือเล็กยกขึ้นมาจับกุมหน้าท้องแบนราบไว้ ยังไม่ทันที่เธอจะได้ตั้งตัวแรงกดยุบด้านข้างตามมาด้วยร่างสูงของเจ้าของใบหน้านิ่งก็ขึ้นมาคร่อมร่างเธอไว้ กักขังด้วยแขนแกร่งที่ยันลงฟูกหนา"ปละ.. ปล่อยฉั
"ผะ... ผู้หญิงเหรอ"เสียงหวานพึมพำเสียงเบา เป็นจังหวะเวลาเดียวกับที่มือด้านข้างกระจกกำลังลากทางลงราวกับหมดเรี่ยวแรงจะพยุงร่างให้ไหวต่อสายบัวดึงสติให้กลับมาอีกครั้ง มือเล็กยื่นออกไปปลดล็อกประตู ปลดสายคาดเอวออกก้าวลงจากรถเพื่อดูหญิงสาวที่เหมือนจะได้รับบาดเจ็บ"คุณ! คุณคะ!"มือเล็กตบใบหน้าแต่งแต้มด้ว
"เก็บกดอะไรเนี่ย ค่อยๆ กินเดี๋ยวก็เย็นคอขึ้นสมองหรอก"ฉันเอ่ยปรามยัยเดียที่นั่งยัดไอติมรสหวานสตรอว์เบอร์รีเข้าปากแบบไม่ยั้งตั้งแต่พนักงานนำมาเสิร์ฟ ดูคล้ายคนเก็บกดอะไรสักอย่างแล้วต้องการหาที่ลงยังไงยังงั้น"แกก็รู้ใช่ป่ะว่าฉันน่ะชอบคาเรน ฉันติ่งเกาหลีอปป้าเลยนะ""อืม.. ฉันรู้ แล้วมันเกี่ยวอะไรล่ะ"







