Masukวันต่อมาร่างบางในชุดเดรสสีขาวสั้นเหนือเข่าขึ้นมาเล็กน้อยกับร่างสูงในชุดไปรเวทเสื้อยืดกางเกงยีนส์ก้าวเข้ามาด้านในตัวบ้านหลังใหญ่ โดยที่มือหนาจับตะกร้าผลไม้หลากหลายชนิดอยู่ พิไลสอดส่องสายตามองหาบุพการีที่ได้โทรแจ้งล่วงหน้าหลายวันว่าจะมาเยี่ยม แต่ยังคงมีเพียงความเงียบที่ปกคลุมรอบบ้าน รวมถึงเด็กรับใช้ที่ไม่มีออกมาเดินให้เห็น"มีอะไรหรือเปล่า""ไม่รู้สิคะ หนูโทรบอกคุณพ่อกับแม่ใหญ่แล้วนะคะว่าวันนี้จะมาหา"ริมฝีปากอิ่มยู่เล็กน้อยกวาดสายตามองเข้ามาด้านใน ก่อนจะได้ยินเสียงพูดคุยเสียงเบาจากด้านหลังบ้านค่อยๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ จนมาหยุดอยู่ตรงหน้า พลันทำให้คนตัวเล็กยิ้มรับบนใบหน้าสวยหวานยกมือไหว้แม่ใหญ่ที่อุ้มน้องสาวตัวเล็กไว้ในอ้อมแขนมาพร้อมกับ...."คุณป้าสร?""อ้าวพิไลลูกมาแล้วเหรอ มาๆ มานั่งในห้องนั่งเล่นดีกว่า"สรยิ้มรับในขณะที่คนตัวเล็กข้างกายลูกชายยกมือไหว้อย่างอึ้งๆ นึกเอ็นดูความตกใจที่ปิดไม่มิดของเธอ แล้วเดินตามเจ้าบ้านเข้ามายังห้องรับแขกที่อยู่เยื้องออกไปทางด้านซ้ายมือ"คุณป้ารู้จักแม่ใหญ่ได้ยังไงคะ แล้วมาที่นี่ได้ยังไง""ไม่รู้สิ เข้าไปกันปล่อยให้ผู้ใหญ่รอนานไม่ดีนะ"มือหนาดันหลังบางให้เด
"ตั้งแต่.... ครั้งแรกของเรามั้ง"คนตัวสูงโน้มลงมากระซิบเสียงกระเส่าแหบพร่าข้างหูเล็กเล่นเอากายสาวเสียววาบท้องน้อยใจเต้นสั่นรัว พิไลหันหลบสายตาวางแนบพวงแก้มลงบนอกแกร่งลอบยิ้มเขินอาย มือเรียวถูกยกขึ้นมาวางบนหน้าท้องแกร่งขยุ้มเสื้อเชิ้ตสีเข้มเบาๆ "พิไล~...""คะ?""...."ร่างสูงดันตัวขึ้นพลิกกลับมาคร่อมร่างเล็กไว้อย่างนุ่มนวลเบามือ มือหนาสอดประสานกลุ่มผมนุ่มดกดำเบาๆ ใบหน้ากระชั้นชิดดวงหน้าเล็กห่างเพียงหนึ่งนิ้ว ลมหายใจร้อนเป่ารดแก้มนวลถี่ๆ ลอบกลืนน้ำลายเหนียวอึกใหญ่ลงคอ ลูกกระเดือกหนาขยับตัวตามจังหวะการเคลื่อนไหวช้าๆพีระหลุบตาลงจากดวงตากลมใสมองกลีบปากอวบอิ่มนุ่มนิ่มหอมหวานที่เขาชื่นชอบ โน้มตัวลงกดจูบละมุนสอดแทรกเรียวลิ้นเข้าหาความหอมหวานเกินห้ามใจมือหนาเลื่อนขึ้นมาสอดประสานกับมือเล็กไว้มั่นในขณะที่ยกตัวเองขึ้นเหนือร่างเล็กบดเบียดหน้าอกแข็งแรงเสียดสีกับหน้าอกอวบใหญ่ของคนใต้ร่างความนุ่มนวลเริ่มเร่าร้อนหนักหน่วงขึ้นตามอารมณ์กระสันที่จุดติดโหมกระหน่ำเข้าหา ชุดนอนตัวบางบนเรือนร่างเล็กถูกถลกขึ้นเหนือเอวคอด มือหนาสอดลูบไล้วนหน้าท้องแบนราบ ละริมฝีปากออกจากลีบปากอิ่มสีชมพูระเรื่อถูกบดจูบจนบวมเ
'ฮัล..'"แก้วชะ... กรี๊ด!!!"เคร้ง!!!เสียงหวานกรีดร้องออกมาสุดเสียงด้วยความตกใจหลังจากถูกกระชากเครื่องมือสื่อสารในมือออกด้วยความแรงจนลอยขึ้นไปอยู่ในมืออีกคน แจกันในมือเล็กหล่นลงบนพื้นห้องแตกละเอียดเศษเล็กเศษน้อยกระจายเต็มพื้นพีระจ้องมองรายชื่อบนหน้าจอนิ่งๆ ก่อนจะกดวางสายแล้วปรายตาลงมองคนตัวเล็กที่ทรุดตัวลงนั่งบนพื้นยกมือขึ้นปิดหูทั้งสองข้างไว้ ก้มหน้าเนื้อตัวสั่นเทา"ยะ... อย่าทำอะไรหนูเลยค่ะหนูฮึก.. หนูไม่มีอะไรจะให้ทั้งนั้น ไม่มีเงิน ไม่มีอะไรเลย ฮือ... ปล่อยหนูไปเถอะ"มือบางยกขึ้นมาพนมไหว้น้ำตาไหลพร่าอาบแก้มนวลด้วยความหวาดกลัวอาการของคนตัวเล็กทำให้ร่างสูงชะงักนิ่ง ก่อนจะพ่นลมหายใจเจือกลิ่นบุหรี่และแอลกอฮอล์ออกมาทางจมูกโด่ง หย่อนโทรศัพท์ลงในกระเป๋ากางเกงตัวเองแล้วเอื้อมมือกดเปิดไฟดวงใหญ่กลางห้อง ทำให้เกิดแสงสว่างขึ้นทั่วห้องคนตัวสูงหลุบตาลงมองคนบนพื้นอีกครั้งในขณะที่เธอก็ค่อยๆ แหงนหน้าขึ้นมาเช่นกันดวงตากลมพร่ามัวไปด้วยหยาดน้ำตาที่เกาะแพรวพราวขอบตาจนบดบังการมองเห็นทั้งหมด แต่เมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเป็นคนคุ้นเคยที่เคยเข้าออกห้องเธอบ่อยครั้งมากราวกับเป็นห้องตัวเองก็ไม่ปานเ
"พิไล"เสียงทุ้มคุ้นเคยตะโกนเรียกฉันจากทางด้านหลัง ทำให้ฉันต้องเอี้ยวหันกลับไปมองพร้อมกับเผยรอยยิ้มปกติบนใบหน้าอธีปเดินเข้ามาใกล้ในมือหนาถือเอกสารอะไรบางอย่าง ทำดวงตากลมโตต้องหลุบลงมองตามมือหนาแล้วดึงกลับขึ้นมองยังใบหน้าหล่อเหลาของเพื่อนชาย"เรามีเรื่องจะให้ช่วยหน่อยน่ะ ว่างใช่ป่ะ""ออ.. ได้สิ เรามีเรียนสิบโมงตอนนี้.... ครึ่งชั่วโมงได้ไหมอ่ะ""ได้ๆ เออ.. นั่งโต๊ะเดิมนะ""อืม" เสียงหวานตอบกลับก่อนจะเดินไปยังโต๊ะหินอ่อนโต๊ะเดิมที่ฉันชอบนั่งกับแก้ว แต่พอแก้วไม่อยู่ฉันเลยต้องไปรอบนห้องแทนนานๆ ครั้งถึงจะมานั่งครั้งหนึ่งร่างสูงของเพื่อนร่วมชั้นปีหย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้อีกตัว คลี่เอกสารในมือเลื่อนมาตรงหน้าฉันแล้วยกมือขึ้นเท้าคาง "เราไม่ค่อยเข้าใจตรงนี้อธิบายให้ฟังหน่อยสิ""อธีป... ลืมไปหรือเปล่าว่าเราเรียนกันคนละสาขานะ""เรารู้ว่าพิไลเก่ง อีกอย่างอาจารย์บอกว่าบริหารการบัญชีเรียนไปแล้ว ลองดูก่อนดิ"ฉันพยักหน้าน้อยๆ ก่อนจะก้มลงหยิบเอกสารบนโต๊ะขึ้นมาจับไว้ ยกขึ้นในระดับสายตากวาดสายตาอ่านตัวอักษรในแผ่นกระดาษสีขาว มันใช่แบบที่อธีปบอกนั่นแหละ ถึงจะไม่ตรงล็อกทุกอย่างแต่ฉันเรียนเนื้อหาส่วนนี้ไปแ
หลายเดือนต่อมา-- พิไล --วันนี้เป็นวันที่ทั้งวุ่นวายและตื่นเต้นไปพร้อมๆ กัน เพราะอะไรนะเหรอ หึหึ! ก็เพราะวันนี้เป็นวันที่หลานคนแรกของฉันจะลืมตามาดูโลกแล้วไงล่ะ แต่ก็นะ... ในความสุขก็ยังคงมีความทุกข์ซ่อนอยู่ฉันต้องส่งรายงานที่ร่วมทำกับเพื่อนในสาขาอีกสองคน พร้อมกับพรีเซ็นต์หน้าคลาสเรียนจนต้องวุ่นวายเตรียมโน่นนี่เดินเท้าพันกันไปหมด ส่วนแก้วคุณสามีเธอให้ดรอปเรียนไปก่อนเพราะอยากให้พักผ่อนมากๆ ไม่ต้องเครียดเรื่องเรียนในขณะที่ยังคงท้องอยู่ ซึ่งฉันก็เห็นด้วยมากๆ ในข้อนี้นะเท้าเล็กก้าวเข้ามาใต้ตึกของโรงพยาบาลเอกชนสากลชื่อดังอันดับต้นๆ ของโลก กวาดสายตามองตัวอักษรบนหน้าจอเพื่อจะขึ้นไปยังชั้นที่คนตัวเล็กพักอยู่"ลิฟต์สีดำชั้นวีไอพี... " เอ่ยเสียงเบาเงยหน้าขึ้นมองตรงไปยังช่องลิฟต์ที่อยู่ติดกันสามช่อง ก่อนจะมีช่องแยกห่างออกมาอีกหนึ่งช่อง มันเป็นลิฟต์สีดำก็จริงแต่ทำไมถึงมีผู้ชายร่างสูงยืนคุมอยู่หน้าลิฟต์ล่ะ แล้วฉันจะเข้าไปได้ไหมเนี่ยฉันสูดหายใจเข้าปอดเพื่อเรียกขวัญกำลังใจกลับมา หย่อนโทรศัพท์ลงกระเป๋าสะพายแล้วเผยรอยยิ้มเล็กน้อยบนใบหน้าก้าวเดินไปยังลิฟต์วีไอพีสีดำที่แก้วส่งบอกเข้ามาทันที"สวัสดีค่
"ว่างๆ มาเที่ยวเล่นอีกนะลูก""ค่ะคุณป้าสร"เสียงหวานตอบกลับผู้อาวุโสด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า มือบางพนมมือขึ้นไหว้อย่างนอบน้อมก่อนจะหมุนตัวหันหลังไปยังรถสปอร์ตของรุ่นพี่หนุ่มที่จอดรออยู่ โดยมีเจ้าของรถทำหน้าที่เปิดประตูให้พิไลก้าวขึ้นหย่อนตัวลงนั่งบนเบาะข้างคนขับ เผลอถอนหายใจออกมาเบาๆ เหมือนรู้สึกค่อยหายใจโล่งอกขึ้นมาหน่อย เธอไม่คุ้นชินกับที่ต้องเข้าหาผู้คนใหม่ๆ ก่อน ครั้งแรกคงจะเป็นตอนที่พบกับเพื่อนสนิทวันแรกและครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง แต่สถานการณ์มันต่างกันมาก มากจนเหมือนตัวเองจะเผลอกลั้นหายใจอยู่เป็นพักๆรุ่นพี่หนุ่มปิดประตูลงอย่างเบามือ ก้าวเดินเข้าไปหาร่างบางของผู้เป็นแม่ ปรายหางตากลับมามองด้านหลังเล็กน้อยทำทุกอย่างเป็นปกติแต่ที่ไม่ปกติคงจะเป็นอาการที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่ามีเรื่องไม่สบายใจเอามากๆ ในตอนนี้"มีอะไรหรือเปล่าทำหน้าเหมือนอมทุกข์ไว้เลย""แม่ครับ... ผู้หญิงเวลางอนต้องง้อยังไง ผมไม่เคย""หึหึ ลูกชายคนเก่งของสส. พิทักษ์จะมาตกม้าตายเพราะต้องง้อผู้หญิงเหรอเนี่ย เป็นบุญหูซะจริง""เอาจริงๆ ครับไม่เล่น"สรพ่นถอนหายใจพ้นริมฝีปากบาง ก้าวขึ้นมาด้านหน้าหนึ่งก้าวยกมือบางขึ้นปัดบ่าหนาเบาๆ







