Masukหลายวันต่อมา
"เธอ"
"หื้ม? เรียกเราเหรอ"
ดวงตากลมโตกลอกกลิ้งมองใบหน้าของเจ้าของเสียงเรียกเมื่อครู่ ก้านแก้วเอี้ยวตัวหมุนกลับมาเผชิญหน้ากับเพื่อนใหม่ในห้อง เธอส่งยิ้มหวานบนใบหน้าไปให้พร้อมกับตั้งตารอฟังอีกคนพูด
"เธอ... มีคู่หรือยังอะ พอดีเราไม่มีเพื่อนเลยยังไม่ได้จับคู่เลย"
"เราก็ไม่มีเพื่อนไม่รู้จักใครด้วยยังไม่มีคู่เหมือนกัน"
"งั้นเรามาจับคู่อยู่ด้วยกันไหม เราชื่อพิไลนะ"
"เราก้านแก้ว แต่ส่วนใหญ่แล้วคนอื่นจะเรียกเราว่าแก้วน่ะ มันสั้นแล้วเรียกง่ายกว่าด้วย"
"อื้ม"
พิไลมองใบหน้าจิ้มลิ้มของเพื่อนครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือออกไปจิ้มแก้มเนียนใสเบาๆ สองสามครั้ง แล้วดึงมือกลับอมยิ้มบนหน้า
"ชื่อแก้วดูเปราะบางดีนะ แถมตัวยังนุ่มนิ่มเหมือนตุ๊กตาด้วย"
"ตุ๊กตาเหรอ"
"ใช่ เนี่ยดูสิใครๆ ก็บอกว่าแก้วเหมือนตุ๊กตาเลยเห็นไหม"
"..." คนตัวเล็กชะโงกหน้าเข้าไปดูหน้าจอโทรศัพท์ของเพื่อนที่ยื่นรูปตัวเองมาให้ดู
มันเป็นรูปถ่ายตอนเผลอของเธอ ดูจากลักษณะห้องและหนังสือที่วางเรียงรายกันเดาว่าน่าจะเป็นห้องสมุดของมหาลัย เพราะเธอเพิ่งจะไปมาเมื่อสองวันก่อน
ก้านแก้วคว้าโทรศัพท์เพื่อนมาถือไว้ เลื่อนรูปตัวเองขึ้นไปด้านบน มันไม่ได้มีแค่รูปเดียวแต่มันมีอยู่หลายรูปมาก หัวคิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความไม่เข้าใจว่าทำไมถึงได้แอบถ่ายเธอแบบนี้
"ทำไมต้องแอบถ่ายเราด้วยเหรอแล้วนี่... เฟสใครเหรอ"
"ไม่มีเฟสใครหรอก มันเป็นเพจหนุ่มหล่อสาวสวยของมหาลัยน่ะ ได้ยินว่าพี่แอดมินจะสุ่มนักศึกษาใหม่แต่ละคณะทุกปีว่ามีคนถูกชะตาจะได้ขึ้นเพจหรือเปล่า ปีนี้มีแก้วเป็นคนแรกเลยนะ ดูนี่สิ..."
"..."
"พี่แอดมินบอกว่าเจอแก้วพอดีตอนที่กำลังจะไปหาหนังสือในห้องสมุดเลยแอบถ่ายมาให้ดู แฮ็กแท็กว่าสาวสวยคนใหม่ของคณะบริหาร"
"สาวสวย?"
"เผลอๆ นะรุ่นพี่อาจจะมาทาบทามให้แก้วไปประกวดดาวคณะด้วยก็ได้"
ก้านแก้วส่ายหน้าเบาๆ เธอไม่ได้ให้ความสนใจกับเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว แต่หากเป็นแบบที่พิไลพูดจริงแล้วเธอจะทำยังไงได้ล่ะนอกจากทำตามที่รุ่นพี่บอก
เท้าเล็กก้าวเข้ามาด้านในคฤหาสน์หลังใหญ่ กวาดสายตามองเข้าไปด้านในก่อนจะหมุนตัวหันกลับมาเปลี่ยนใส่รองเท้าสลิปเปอร์สีเทาอ่อน เดินเข้าไปยังห้องนั่งเล่นซึ่งเดาว่ามาดามโอลิเวียคงจะกำลังนั่งพักผ่อนอยู่ และมันก็เป็นดังที่คาดการณ์ไว้
ก้านแก้วเผยรอยยิ้มบนใบหน้าเดินเข้าไปหย่อนตัวนั่งลงข้างผู้อุปการะ
"สวัสดีค่ะมัม"
"อ้าว หนูแก้วกลับมาแล้วหรือลูก"
"ค่ะ มัมกำลังทำอะไรคะ"
"มัมกำลังอ่านรายงานการประชุมจากทางโน้นน่ะลูก เอ้อ.. หนูแก้วอีกสองวันมัมต้องกลับแล้วนะ หนูอยู่ได้ใช่ไหมลูก"
รอยยิ้มบนใบหน้าจิ้มลิ้มชะงักลงเล็กน้อย ก่อนจะกลับมายิ้มตาหยีดังเดิม คนตัวเล็กเข้าสวมกอดเอวบางของผู้อุปการะไว้ วางปลายคางข้างแขนเรียวเงยใบหน้าขึ้นมองใบหน้าสวย
"หนูอยู่ได้ค่ะ แต่คงจะคิดถึงมัมมากแน่เลยค่ะ"
"หืม... ปากหวานเชียว น่ารักแบบนี้มัมจับกลับไปอังกฤษด้วยเลยดีไหม"
"หนูยังเรียนไม่จบเลยค่ะ อีกอย่างหนูอยากอยู่เมืองไทยค่ะ"
"ไม่คิดถึงมัมเหรอหื้ม?"
"คิดถึงค่ะ แต่... อืม ช่วงปิดเทอมหนูไปเที่ยวหามัมได้ค่ะ ปีหนึ่งคงไม่น่าจะมีอะไรมากในช่วงปิดเทอม มัมรอหนูนะคะ"
มาดามโอลิเวียวางแล็ปท็อปในมือลงบนโต๊ะด้านหน้า หมุนตัวกลับมากอดเด็กสาวใบหน้าจิ้มลิ้มไว้ในอ้อมแขน กดจมูกลงบนหน้าผากมนเบาๆ อย่างเอ็นดู
"ขี้อ้อนจริงเชียว แบบนี้จะไม่ให้มัมรอไหวเหรอ หื้ม?"
"กอดมัมอุ่นจังเลยค่ะ"
"เด็กน้อย.."
ร่างบางกอดรัดเอวบางของผู้อุปการะไว้แน่น วางพวงแก้มใสแนบลงไปบนตักบางโดยมีเจ้าของตักคอยลูบเรือนผมสวยปล่อยสยายยาวกลางหลังเบาๆ
ก้านแก้วขยับตัวเล็กน้อยเพื่อให้นั่งถนัดขึ้น ดวงตากลมปิดเปลือกตาลง เธอคงจะคิดถึงท่านไม่น้อยหากต้องห่างกันคราวนี้
เนื่องด้วยตลอดระยะเวลาหลายวันที่เข้ามาอยู่ในบ้านหลังใหม่ เธอแทบจะอยู่ติดกับมาดามโอลิเวียทั้งวันหากตัดวันแรกออกไป หลังจากโดนมาเฟียหนุ่มแกล้งปล่อยให้กลับมาบ้านคนเดียว แล้ววันรุ่งขึ้นท่านเกิดรู้เรื่องขึ้นมาท่านเรียกตัวมาเฟียหนุ่มกลับมาแทบจะทันที เขาถูกบ่นอยู่นานมากนับชั่วโมงได้ จำได้ว่าเขานั่งใบหน้าแดงก่ำอยู่ในห้องนี้ ตวัดสายตาคาดโทษส่งมาให้เธอแทบจะตลอดเวลา ขณะที่บุพการีต่อว่าเสียงดัง
คาร์เตอร์แทบจะไม่ได้กลับเข้ามาเหยียบในอาณาเขตรั้วเลยด้วยซ้ำหลังจากวันนั้น เธอยังจำได้ดีว่าสายดุดันในวันนั้นเป็นยังไง กรามหนาบดแน่นจนเส้นเอ็นข้างลำคอปูดนูนน่ากลัวเพียงใด แล้วหากว่า... ผู้อุปการะของเธอกลับไปแล้ว เกิดเขากลับมาเธอจะเจอกับการกลั่นแกล้งอะไรอีก แค่คิดถึงก็ขนลุกแล้ว
"ขึ้นไปอาบน้ำอาบท่าก่อนลูก เดี๋ยวป้าหวายคงจะเตรียมอาหารเย็นเสร็จแล้ว"
"ค่ะ งั้นหนูขึ้นไปอาบน้ำครู่หนึ่งนะคะ "
"จ้า"
เด็กสาวดันตัวลุกขึ้นจากตักบาง พยายามไม่แสดงสีหน้ากังวลให้ท่านรู้เพราะไม่อยากให้ท่านไม่สบายใจ
ก้านแก้วเดินขึ้นมาด้านบนกระชับสายกระเป๋าแน่น พยายามไม่คิดถึงมาเฟียหนุ่ม สายตาดุดันของเขา และใบหน้าแดงก่ำเพราะความโกรธของเขา เธอพยายามอย่างเต็มที่แล้วที่จะอธิบายให้เขาฟังว่าเธอไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องเป็นแบบนี้ แต่เขาก็ไม่ยอมฟังเธอเลย
ติ้ง~
เสียงข้อความเข้าทำให้การเคลื่อนไหวหยุดชะงักหลังจากเข้ามาด้านในห้องนอนส่วนตัวแล้ว มือบางควานหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าขึ้นมาเปิดหน้าจอดู เห็นเป็นข้อความจากพิไล เพื่อนใหม่ที่ทั้งสองเพิ่งแลกไลน์กัน จึงได้เปิดเข้าไปดู
'อีกสองวันรุ่นพี่นัดเลี้ยงน้องรหัส อย่าสายล่ะ'
"เลี้ยงน้องรหัสเหรอ"
ดวงตากลมโตกวาดสายตาอ่านตัวอักษรที่ถูกส่งมา พร้อมกับสถานที่ที่นัดหมายในอีกสองวัน เนื่องด้วยวันนี้เป็นวันศุกร์ทำให้เธอต้องหยุดเรียนในช่วงสุดสัปดาห์ ทำให้ไม่ได้เจอเพื่อนอีกสองวัน พิไลจึงได้ส่งข้อความมาบอกแทนที่จะรอบอกกันตอนเจอหน้า
ก้านแก้ววางโทรศัพท์ในมือลงคว่ำหน้าบนเตียง หมุนตัวเดินกลับไปคว้าผ้าขนหนูมาพาดบ่าเดินเข้าห้องน้ำเพื่อชำระตัว จะได้ลงไปร่วมทานอาหารกับผู้อุปการะ
ติ้ง~
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นอีกครั้ง หลังเด็กสาวเดินเข้าห้องน้ำไปได้ไม่ถึงห้านาที แสงสว่างหายจมลงไปกับฟูกหนาทำให้เห็นเพียงแสงรำไรก่อนจะเงียบลงอีกครั้ง
.
.
.
วันต่อมาร่างบางในชุดเดรสสีขาวสั้นเหนือเข่าขึ้นมาเล็กน้อยกับร่างสูงในชุดไปรเวทเสื้อยืดกางเกงยีนส์ก้าวเข้ามาด้านในตัวบ้านหลังใหญ่ โดยที่มือหนาจับตะกร้าผลไม้หลากหลายชนิดอยู่ พิไลสอดส่องสายตามองหาบุพการีที่ได้โทรแจ้งล่วงหน้าหลายวันว่าจะมาเยี่ยม แต่ยังคงมีเพียงความเงียบที่ปกคลุมรอบบ้าน รวมถึงเด็กรับใช้ที่ไม่มีออกมาเดินให้เห็น"มีอะไรหรือเปล่า""ไม่รู้สิคะ หนูโทรบอกคุณพ่อกับแม่ใหญ่แล้วนะคะว่าวันนี้จะมาหา"ริมฝีปากอิ่มยู่เล็กน้อยกวาดสายตามองเข้ามาด้านใน ก่อนจะได้ยินเสียงพูดคุยเสียงเบาจากด้านหลังบ้านค่อยๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ จนมาหยุดอยู่ตรงหน้า พลันทำให้คนตัวเล็กยิ้มรับบนใบหน้าสวยหวานยกมือไหว้แม่ใหญ่ที่อุ้มน้องสาวตัวเล็กไว้ในอ้อมแขนมาพร้อมกับ...."คุณป้าสร?""อ้าวพิไลลูกมาแล้วเหรอ มาๆ มานั่งในห้องนั่งเล่นดีกว่า"สรยิ้มรับในขณะที่คนตัวเล็กข้างกายลูกชายยกมือไหว้อย่างอึ้งๆ นึกเอ็นดูความตกใจที่ปิดไม่มิดของเธอ แล้วเดินตามเจ้าบ้านเข้ามายังห้องรับแขกที่อยู่เยื้องออกไปทางด้านซ้ายมือ"คุณป้ารู้จักแม่ใหญ่ได้ยังไงคะ แล้วมาที่นี่ได้ยังไง""ไม่รู้สิ เข้าไปกันปล่อยให้ผู้ใหญ่รอนานไม่ดีนะ"มือหนาดันหลังบางให้เด
"ตั้งแต่.... ครั้งแรกของเรามั้ง"คนตัวสูงโน้มลงมากระซิบเสียงกระเส่าแหบพร่าข้างหูเล็กเล่นเอากายสาวเสียววาบท้องน้อยใจเต้นสั่นรัว พิไลหันหลบสายตาวางแนบพวงแก้มลงบนอกแกร่งลอบยิ้มเขินอาย มือเรียวถูกยกขึ้นมาวางบนหน้าท้องแกร่งขยุ้มเสื้อเชิ้ตสีเข้มเบาๆ "พิไล~...""คะ?""...."ร่างสูงดันตัวขึ้นพลิกกลับมาคร่อมร่างเล็กไว้อย่างนุ่มนวลเบามือ มือหนาสอดประสานกลุ่มผมนุ่มดกดำเบาๆ ใบหน้ากระชั้นชิดดวงหน้าเล็กห่างเพียงหนึ่งนิ้ว ลมหายใจร้อนเป่ารดแก้มนวลถี่ๆ ลอบกลืนน้ำลายเหนียวอึกใหญ่ลงคอ ลูกกระเดือกหนาขยับตัวตามจังหวะการเคลื่อนไหวช้าๆพีระหลุบตาลงจากดวงตากลมใสมองกลีบปากอวบอิ่มนุ่มนิ่มหอมหวานที่เขาชื่นชอบ โน้มตัวลงกดจูบละมุนสอดแทรกเรียวลิ้นเข้าหาความหอมหวานเกินห้ามใจมือหนาเลื่อนขึ้นมาสอดประสานกับมือเล็กไว้มั่นในขณะที่ยกตัวเองขึ้นเหนือร่างเล็กบดเบียดหน้าอกแข็งแรงเสียดสีกับหน้าอกอวบใหญ่ของคนใต้ร่างความนุ่มนวลเริ่มเร่าร้อนหนักหน่วงขึ้นตามอารมณ์กระสันที่จุดติดโหมกระหน่ำเข้าหา ชุดนอนตัวบางบนเรือนร่างเล็กถูกถลกขึ้นเหนือเอวคอด มือหนาสอดลูบไล้วนหน้าท้องแบนราบ ละริมฝีปากออกจากลีบปากอิ่มสีชมพูระเรื่อถูกบดจูบจนบวมเ
'ฮัล..'"แก้วชะ... กรี๊ด!!!"เคร้ง!!!เสียงหวานกรีดร้องออกมาสุดเสียงด้วยความตกใจหลังจากถูกกระชากเครื่องมือสื่อสารในมือออกด้วยความแรงจนลอยขึ้นไปอยู่ในมืออีกคน แจกันในมือเล็กหล่นลงบนพื้นห้องแตกละเอียดเศษเล็กเศษน้อยกระจายเต็มพื้นพีระจ้องมองรายชื่อบนหน้าจอนิ่งๆ ก่อนจะกดวางสายแล้วปรายตาลงมองคนตัวเล็กที่ทรุดตัวลงนั่งบนพื้นยกมือขึ้นปิดหูทั้งสองข้างไว้ ก้มหน้าเนื้อตัวสั่นเทา"ยะ... อย่าทำอะไรหนูเลยค่ะหนูฮึก.. หนูไม่มีอะไรจะให้ทั้งนั้น ไม่มีเงิน ไม่มีอะไรเลย ฮือ... ปล่อยหนูไปเถอะ"มือบางยกขึ้นมาพนมไหว้น้ำตาไหลพร่าอาบแก้มนวลด้วยความหวาดกลัวอาการของคนตัวเล็กทำให้ร่างสูงชะงักนิ่ง ก่อนจะพ่นลมหายใจเจือกลิ่นบุหรี่และแอลกอฮอล์ออกมาทางจมูกโด่ง หย่อนโทรศัพท์ลงในกระเป๋ากางเกงตัวเองแล้วเอื้อมมือกดเปิดไฟดวงใหญ่กลางห้อง ทำให้เกิดแสงสว่างขึ้นทั่วห้องคนตัวสูงหลุบตาลงมองคนบนพื้นอีกครั้งในขณะที่เธอก็ค่อยๆ แหงนหน้าขึ้นมาเช่นกันดวงตากลมพร่ามัวไปด้วยหยาดน้ำตาที่เกาะแพรวพราวขอบตาจนบดบังการมองเห็นทั้งหมด แต่เมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเป็นคนคุ้นเคยที่เคยเข้าออกห้องเธอบ่อยครั้งมากราวกับเป็นห้องตัวเองก็ไม่ปานเ
"พิไล"เสียงทุ้มคุ้นเคยตะโกนเรียกฉันจากทางด้านหลัง ทำให้ฉันต้องเอี้ยวหันกลับไปมองพร้อมกับเผยรอยยิ้มปกติบนใบหน้าอธีปเดินเข้ามาใกล้ในมือหนาถือเอกสารอะไรบางอย่าง ทำดวงตากลมโตต้องหลุบลงมองตามมือหนาแล้วดึงกลับขึ้นมองยังใบหน้าหล่อเหลาของเพื่อนชาย"เรามีเรื่องจะให้ช่วยหน่อยน่ะ ว่างใช่ป่ะ""ออ.. ได้สิ เรามีเรียนสิบโมงตอนนี้.... ครึ่งชั่วโมงได้ไหมอ่ะ""ได้ๆ เออ.. นั่งโต๊ะเดิมนะ""อืม" เสียงหวานตอบกลับก่อนจะเดินไปยังโต๊ะหินอ่อนโต๊ะเดิมที่ฉันชอบนั่งกับแก้ว แต่พอแก้วไม่อยู่ฉันเลยต้องไปรอบนห้องแทนนานๆ ครั้งถึงจะมานั่งครั้งหนึ่งร่างสูงของเพื่อนร่วมชั้นปีหย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้อีกตัว คลี่เอกสารในมือเลื่อนมาตรงหน้าฉันแล้วยกมือขึ้นเท้าคาง "เราไม่ค่อยเข้าใจตรงนี้อธิบายให้ฟังหน่อยสิ""อธีป... ลืมไปหรือเปล่าว่าเราเรียนกันคนละสาขานะ""เรารู้ว่าพิไลเก่ง อีกอย่างอาจารย์บอกว่าบริหารการบัญชีเรียนไปแล้ว ลองดูก่อนดิ"ฉันพยักหน้าน้อยๆ ก่อนจะก้มลงหยิบเอกสารบนโต๊ะขึ้นมาจับไว้ ยกขึ้นในระดับสายตากวาดสายตาอ่านตัวอักษรในแผ่นกระดาษสีขาว มันใช่แบบที่อธีปบอกนั่นแหละ ถึงจะไม่ตรงล็อกทุกอย่างแต่ฉันเรียนเนื้อหาส่วนนี้ไปแ
หลายเดือนต่อมา-- พิไล --วันนี้เป็นวันที่ทั้งวุ่นวายและตื่นเต้นไปพร้อมๆ กัน เพราะอะไรนะเหรอ หึหึ! ก็เพราะวันนี้เป็นวันที่หลานคนแรกของฉันจะลืมตามาดูโลกแล้วไงล่ะ แต่ก็นะ... ในความสุขก็ยังคงมีความทุกข์ซ่อนอยู่ฉันต้องส่งรายงานที่ร่วมทำกับเพื่อนในสาขาอีกสองคน พร้อมกับพรีเซ็นต์หน้าคลาสเรียนจนต้องวุ่นวายเตรียมโน่นนี่เดินเท้าพันกันไปหมด ส่วนแก้วคุณสามีเธอให้ดรอปเรียนไปก่อนเพราะอยากให้พักผ่อนมากๆ ไม่ต้องเครียดเรื่องเรียนในขณะที่ยังคงท้องอยู่ ซึ่งฉันก็เห็นด้วยมากๆ ในข้อนี้นะเท้าเล็กก้าวเข้ามาใต้ตึกของโรงพยาบาลเอกชนสากลชื่อดังอันดับต้นๆ ของโลก กวาดสายตามองตัวอักษรบนหน้าจอเพื่อจะขึ้นไปยังชั้นที่คนตัวเล็กพักอยู่"ลิฟต์สีดำชั้นวีไอพี... " เอ่ยเสียงเบาเงยหน้าขึ้นมองตรงไปยังช่องลิฟต์ที่อยู่ติดกันสามช่อง ก่อนจะมีช่องแยกห่างออกมาอีกหนึ่งช่อง มันเป็นลิฟต์สีดำก็จริงแต่ทำไมถึงมีผู้ชายร่างสูงยืนคุมอยู่หน้าลิฟต์ล่ะ แล้วฉันจะเข้าไปได้ไหมเนี่ยฉันสูดหายใจเข้าปอดเพื่อเรียกขวัญกำลังใจกลับมา หย่อนโทรศัพท์ลงกระเป๋าสะพายแล้วเผยรอยยิ้มเล็กน้อยบนใบหน้าก้าวเดินไปยังลิฟต์วีไอพีสีดำที่แก้วส่งบอกเข้ามาทันที"สวัสดีค่
"ว่างๆ มาเที่ยวเล่นอีกนะลูก""ค่ะคุณป้าสร"เสียงหวานตอบกลับผู้อาวุโสด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า มือบางพนมมือขึ้นไหว้อย่างนอบน้อมก่อนจะหมุนตัวหันหลังไปยังรถสปอร์ตของรุ่นพี่หนุ่มที่จอดรออยู่ โดยมีเจ้าของรถทำหน้าที่เปิดประตูให้พิไลก้าวขึ้นหย่อนตัวลงนั่งบนเบาะข้างคนขับ เผลอถอนหายใจออกมาเบาๆ เหมือนรู้สึกค่อยหายใจโล่งอกขึ้นมาหน่อย เธอไม่คุ้นชินกับที่ต้องเข้าหาผู้คนใหม่ๆ ก่อน ครั้งแรกคงจะเป็นตอนที่พบกับเพื่อนสนิทวันแรกและครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง แต่สถานการณ์มันต่างกันมาก มากจนเหมือนตัวเองจะเผลอกลั้นหายใจอยู่เป็นพักๆรุ่นพี่หนุ่มปิดประตูลงอย่างเบามือ ก้าวเดินเข้าไปหาร่างบางของผู้เป็นแม่ ปรายหางตากลับมามองด้านหลังเล็กน้อยทำทุกอย่างเป็นปกติแต่ที่ไม่ปกติคงจะเป็นอาการที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่ามีเรื่องไม่สบายใจเอามากๆ ในตอนนี้"มีอะไรหรือเปล่าทำหน้าเหมือนอมทุกข์ไว้เลย""แม่ครับ... ผู้หญิงเวลางอนต้องง้อยังไง ผมไม่เคย""หึหึ ลูกชายคนเก่งของสส. พิทักษ์จะมาตกม้าตายเพราะต้องง้อผู้หญิงเหรอเนี่ย เป็นบุญหูซะจริง""เอาจริงๆ ครับไม่เล่น"สรพ่นถอนหายใจพ้นริมฝีปากบาง ก้าวขึ้นมาด้านหน้าหนึ่งก้าวยกมือบางขึ้นปัดบ่าหนาเบาๆ
ภายในห้องวีไอพีของคลับหรูคาร์เตอร์นั่งมองหญิงสาวรูปร่างอวบอัดด้วยแววตาราบเรียบ ยกแก้วเหล้าสีอำพันขึ้นจิบพลันสำรวจใบหน้าสวยไปด้วย"เป็นยังไงบ้างครับคุณคาร์เตอร์ เธอพอจะใช้ได้ไหมครับ""อืม ของแบบนี้มองด้วยตาเปล่าคงจะพูดยาก ต้องตรวจเช็กดูว่าผ่านหรือเปล่า""ได้เลยครับ ไม่ทราบว่าคุณคาร์เตอร์จะเช็กของเอ
'ถึงไหนแล้วแก้ว'เสียงตะโกนจากปลายสายดังเล็ดลอดออกมาระหว่างที่คนตัวเล็กก้าวลงจากรถแท็กซี่ลงมาพอดี ก้านแก้วกวาดสายตามองป้ายไฟซึ่งถูกดัดเป็นชื่อร้านที่รุ่นพี่นัดหมายเล็กน้อย ส่องสายตามองเข้าไปด้านในโดยมีชายร่างใหญ่สองคนยืนเฝ้าหน้าประตูรับอยู่ด้านหน้า ใบหน้าเข้มดุดันไม่น่าเข้าใกล้พลอยทำให้ใจดวงเล็กบาง
ฉันไม่ได้พูดอะไรตอบกลับไป เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ป้าหวายเดินเข้ามาพอดี ทำให้ฉันหันความสนใจออกจากพี่คาร์มาหาป้าหวายแทนกลิ่นหอมของข้าวต้มหมูลอยโชยมาชวนน่าทาน ทำให้นึกถึงเวลาตอนที่ยังอยู่โรงเรียนขึ้นมาเลย"ทานให้อร่อยนะคะ""ขอบคุณค่ะ"ป้าหวายยิ้มให้ฉันอย่างเอ็นดูก่อนจะเดินออกไปจากห้องนั่งเล่น โดยที่
"อือ~" เสียงแหบครางเบาๆ ในยามเช้าของวันใหม่ เปลือกตาบางลืมตาขึ้นมามองความสว่างภายในห้องนอนที่ไม่คุ้นเคย พลันนึกคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนกระทั่ง...."ตายแล้วก้านแก้ว! ทำไมตื่นสายขนาดนี้เนี่ย"ฉันกุลีกุจอรีบลุกขึ้นจากที่นอนหลงลืมมารยาทความเรียบร้อยที่เรียนมาจนหมดสิ้น เมื่อเหลียวตามองนาฬิกาบนผนังแล้วบอก







