LOGIN'ถึงไหนแล้วแก้ว'
เสียงตะโกนจากปลายสายดังเล็ดลอดออกมาระหว่างที่คนตัวเล็กก้าวลงจากรถแท็กซี่ลงมาพอดี ก้านแก้วกวาดสายตามองป้ายไฟซึ่งถูกดัดเป็นชื่อร้านที่รุ่นพี่นัดหมายเล็กน้อย ส่องสายตามองเข้าไปด้านในโดยมีชายร่างใหญ่สองคนยืนเฝ้าหน้าประตูรับอยู่ด้านหน้า ใบหน้าเข้มดุดันไม่น่าเข้าใกล้พลอยทำให้ใจดวงเล็กบางลง เต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง
"ถะ.. ถึงแล้ว"
'อยู่ข้างหน้าเหรอเดี๋ยวเราออกไปหา'
"อืม" เธอขานรับเพื่อนเสียงเบาก่อนจะลดมือจับโทรศัพท์ลง หย่อนกลับเข้าไปในกระเป๋าสะพาย
หลังจากวันที่ได้รับข้อความว่ารุ่นพี่รหัสนัดเลี้ยงกัน เธอก็ไม่ได้สนใจโทรศัพท์อีกเลย เพราะอยากใช้เวลาอยู่กับผู้อุปการะมากกว่า จนวันนี้หลังจากไปส่งมาดามโอลิเวียขึ้นเครื่องเรียบร้อยแล้ว เธอถึงได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูและได้เห็นข้อความที่ค้างไว้จากเพื่อนบอกถึงนัดที่เลื่อนเวลามาเป็นวันอาทิตย์แทน
ด้วยความเร่งรีบและไม่อยากให้คนอื่นรอนานเธอจึงไม่ได้ขออนุญาตผู้ปกครองชั่วคราวของเธออย่างคาร์เตอร์ก่อน คิดว่าหากเข้ามายังจุดที่นัดหมายแล้วค่อยส่งข้อความบอกลูกน้องของเขาจะได้ไม่โดนต่อว่าทีหลัง แต่หากคิดอีกมุมแล้ว... เขาอาจจะไม่ได้สนใจอะไรเธอเลยด้วยซ้ำก็ได้ แต่ไม่ว่ายังไงก็คงต้องแจ้งเขาไว้ดีที่สุดแล้ว
"แก้ว!"
"พิไล"
"เข้าไปด้านในกันเถอะรุ่นพี่เขารอนานแล้ว"
"ขอโทษนะ เราไม่ได้ดูโทรศัพท์เลยอะ"
"ไม่เป็นไร เข้าไปกัน"
พิไลจับจูงมือบางเดินเข้าไปด้านในผับหรูพร้อมกัน คนตัวเล็กแสดงบัตรเพื่อจะได้เข้าไปด้านในได้เมื่อมาถึงจุดตรวจด้านหน้า กระชับจับมือเพื่อนแน่นขึ้นเมื่อสายตาคมกริบจ้องมองใบหน้าจิ้มลิ้มแล้วผูกคิ้วชนกัน
"เกินสิบแปดแน่นะ"
"หนูสิบแปดแล้วค่ะ"
"..."
ชายร่างใหญ่หันไปขอความเห็นจากเพื่อน ก่อนจะพยักพเยิดหน้าให้เธอกับเพื่อนเข้าไปได้ ก้านแก้วพ่นลมหายใจอย่างโล่งอกออกทางกลีบปากอวบอิ่ม ยิ้มได้หลังจากที่เข้ามาด้านในคลับหรูได้แล้ว
แต่เพียงแค่ครู่เดียวเท่านั้นรอยยิ้มบนใบหน้าก็เจื่อนลงเมื่อไอเย็นปะทะเข้ากับใบหน้าจิ้มลิ้ม กลิ่นสิ่งเสพติดทั้งแอลกอฮอล์และบุหรี่ปะปนจนแทบจะหายใจไม่ออก เสียงเพลงดังกระหึ่มพร้อมกับแสงไฟหลากสีที่สาดเข้าหาอย่างบ้าคลั่ง
เด็กสาวยืนนิ่งอยู่กับที่ ใจดวงเล็กเต้นแรงแต่แทบจะไม่ได้ยินเสียงเต้นของมันเลย มันถูกกลบด้วยเสียงเพลงจนหมด
"เสียงดังมากเลย เราว่าจะอยู่แค่แป๊บเดียวจะกลับแล้ว"
"ทะ.. ที่นี่เขาเรียกว่าอะไรเหรอ"
"คลับ ที่ที่คนชอบออกมาปลดปล่อยน่ะ เธอไม่เคยมาเหรอ"
"...อืม"
ร่างเล็กหดตัวลงก้มใบหน้าลงต่ำในขณะที่พิไลจูงมือเดินเบียดผู้คนไปยังโต๊ะที่จองไว้ เสียงหวานเบามากจนเจ้าตัวยังไม่ได้ยินเสียงตัวเองด้วยซ้ำ สัมผัสรับรู้บอกให้รู้ว่ามีสายตาหลายคู่มากที่จับจ้องมองมาแต่เธอกลับไม่กล้าแม้แต่จะเงยใบหน้าขึ้นสบสายตาเหล่านั้นเลยด้วยซ้ำ
"มาแล้วเหรอ"
"..."
เสียงทุ้มของรุ่นพี่หนุ่มเอ่ยถามน้องรหัส กวาดสายตามองใบหน้าจิ้มลิ้มที่ยังคงก้มหน้าอยู่ ก่อนที่เธอจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นยิ้มให้พี่รหัสตัวเองบางๆ
"สวัสดีพี่พีระ"
"อืม.. ชื่อแก้วใช่ไหมเรา"
"ค่ะ หนูชื่อแก้วค่ะ"
"มานั่งข้างพี่สิ"
ก้านแก้วกระชับมือเพื่อนเข้าหาตัวทำให้คนด้านข้างรู้สึกได้ พิไลหันกลับมามองด้านหลังเล็กน้อยก่อนจะลูบหลังมือเชิงปลอบเบาๆ พยักหน้าส่งให้เพื่อเป็นคำตอบว่าไม่เป็นไร
คนตัวเล็กดูกังวลใจอย่างเห็นได้ชัด เธอไม่เคยเข้าใกล้ผู้ชายคนไหนได้มากเท่ากับคาร์เตอร์มาก่อนเลย และยังรู้สึกแปลกๆ กับสายตาของพี่รหัสชวนให้ไม่น่าเข้าใกล้ด้วย
"หนู... นั่งกับพิไลก็ได้ค่ะ"
"ตามใจ"
พีระกดเสียงต่ำลง ปรายสายตาออกจากร่างเล็กของรุ่นน้อง หันมองไปยังด้านหน้าดันลิ้นดุนแก้มด้วยความไม่สบอารมณ์ ปรายหางตามองการเคลื่อนไหวของน้องรหัสที่กำลังไปนั่งลงตรงข้ามไกลกันมากพอควรแล้วยกแก้วเหล้าในมือขึ้นกระดกลงคอ
ปึก! กระแทกก้นแก้วลงบนโต๊ะอย่างอารมณ์เสียที่ทุกอย่างไม่ได้อย่างใจ ดันตัวลุกขึ้นยืนใช้ขาแกร่งสะกิดเพื่อนให้ขยับออกเพื่อที่ตัวเองจะได้เดินออกได้
"ไปไหนวะ"
"หาของ จะไปไหมล่ะ"
"หึ เผื่อกูด้วยนะเว้ย"
"...."
รุ่นพี่หนุ่มปรายตามองใบหน้าจิ้มลิ้มที่ส่งยิ้มหวานให้เพื่อนเธอด้านข้าง เหยียดยิ้มมุมปากขึ้นสูงก่อนจะเดินออกจากโต๊ะไป
เวลาเดินผ่านไปราวหนึ่งชั่วโมง คนที่เคยบางตากว่าเวลานี้ เริ่มหนาตาขึ้นมากจนแทบจะเบียดแน่นกัน ทุกคนในโต๊ะเริ่มออกไปเต้นกลางแสงไฟกันหมดแล้วเหลือเพียงแค่เธอกับพิไล และพีระพี่รหัสของเธอที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม
พิไลถอนหายใจเบื่อหน่ายออกมาเป็นครั้งที่ล้านได้ เธอจะกลับตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแรกแล้วแต่เพราะพี่รหัสสาวเบรกไว้จึงจำใจอยู่ต่อจนเวลาเดินมาถึงตอนนี้ มือบางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเห็นเวลาบนข้อมือแล้วถอนหายใจหนักๆ อีกครั้ง
"พี่อ้อบอกว่าอีกชั่วโมงเดียวก็กลับได้ นี่เราต้องมานั่งนิ่งเพื่ออะไรเนี่ย"
"ช่างเถอะพิไล แค่ชั่วโมงเดียวเอง"
"เฮ้อ! เราจะไปห้องน้ำจะไปด้วยกันไหม"
"ไม่ล่ะ เรานั่งอยู่ดีๆ ดีกว่าไม่อยากไปเบียดกับคนอื่น"
"อืม.. งั้นอย่าไปไหนนะ เดี๋ยวหลง"
"อื้อ"
เสียงหวานตอบกลับเพื่อน ยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นดื่มเพื่อดับกระหาย กวาดตามองผู้คนที่กำลังเต้นแข่งกันอยู่กลางแสงไฟเงียบๆ โดยไม่รู้ตัวเลยว่ามีคนแอบมองเธอแทบจะทุกอิริยาบถ
"อ๊ะ!" ก้านแก้วสะดุ้งตัวในจังหวะที่หันกลับมาแล้วแก้วน้ำสีหวานแตะเข้ากับใบหน้า ความเย็นของน้ำแข็งด้านในทำให้ขนกายลุกชันเย็นวาบลงไปตามร่างกาย ก่อนจะกลับมาอยู่ในอุณหภูมิปกติในเวลาต่อมา
"มาคลับเอาแต่ดื่มน้ำเปล่าเนี่ยนะ"
"..."
"รับไปสิ"
"หนูดื่มไม่เป็นค่ะ"
"ไม่ลองแล้วจะเป็นได้ยังไง แก้วเดียวแล้วจะให้กลับ"
"...."
ฟันคมกัดลงบนกลีบปากล่างอย่างชั่งใจ เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคมสันหล่อเหลาของพี่รหัสในแสงสลัวก่อนจะยื่นมือไปรับแก้วในมือหนามาถือไว้ หันสายตามองออกไปยังทางที่เพื่อนเพิ่งจะเดินออกไป กวาดสายตามองหาคนรู้จักที่พอจะช่วยคิดได้แต่กลับต้องหยุดชะงักเมื่อสบเข้ากับสายตาคมกริบของใครบางคนในความสลัวของแสงไฟ
เขากำลังจะเดินขึ้นด้านบนของชั้นสอง โดยมีลูกน้องเดินตามหลังสามคน
ก้านแก้วยิ้มขึ้นมาได้ เธอดันตัวลุกขึ้นจากโซฟาเมื่อเห็นคาร์เตอร์ยืนมองมาทางเธออยู่ ยกมือขึ้นโบกเพื่อให้เขามองเห็นชัดเจนมากขึ้นแต่เขากลับ... มองเลยเธอไป แล้วเดินขึ้นไปด้านบนเหมือนไม่เห็นเธอ
ในความรู้สึกเธอบอกว่าเขาเห็นเธอ มาเฟียหนุ่มมองเห็นเธอแน่ไม่ผิด แม้แต่ฟีลิกซ์ก็ยังคงมองเธอด้วย แต่ทำไม... ถึงได้แกล้งทำเป็นมองไม่เห็นล่ะ
"รู้จักเหรอ"
"คะ.."
"คนเมื่อกี้ รู้จักเหรอ"
"...."
เสียงเย็นก้มลงกระซิบข้างใบหูเล็กจนขนกายลุกซู่ คนตัวเล็กขยับออกห่างเล็กน้อยจับแก้วเครื่องดื่มในมือยกขึ้นจิบอย่างลืม ด้วยรสหวานนำตามด้วยความเย็นรั้งท้ายและรสชาติที่บอกความรู้สึกไม่ได้อีกสองรสตามหลังทำให้เธอเผลอดื่มมันไปกว่าครึ่งแก้ว
ก้านแก้ววางแก้วสวยลงบนโต๊ะ ปรายดวงตาหยาดเยิ้มมองมือตัวเองที่ยังจับลูบแก้วบางไว้ด้วยสติที่เริ่มเลือนราง
"อร่อยใช่ไหมหื้ม?"
"หวานเหมือนขนมค่ะ แล้วก็... อืม..."
ริมฝีปากอิ่มเผยอระบายความร้อนในกายออก กัดลงบนกลีบปากล่างเริ่มหอบหายใจหนักขึ้น ท่าทางที่เด็กสาวแสดงออกมันช่างยั่วยวนคนมองมากจนพีระอดที่จะเลื่อนมือเข้าไปลูบต้นคอขาวไม่ได้
"แล้วก็อะไรครับ"
"อื้อ... หนูร้อนแปลกๆ ค่ะ มันรู้สึก..."
"รู้สึกอะไรครับไหนบอกพี่สิ"
"อือ... หนูอยากไปหาพี่คาร์... พี่คาร์อยู่บนโน้น"
"..."
สติถูกดึงกลับในเวลาไม่ช้า ดวงตาคมเข้มปรายตาขึ้นมองตามนิ้วเรียวที่ชี้ขึ้นไปยังชั้นวีไอพีของคลับหรู ครุ่นคิดถึงคำพูดของรุ่นน้องสาวก่อนจะหันกลับมามองอีกที คนตัวเล็กก็เดินเบียดผู้คนไปยังจุดที่ชี้ไปแล้ว
พีระดันตัวลุกขึ้นด้วยความรวดเร็ว เดินตามหลังคนตัวเล็กไปแต่ด้วยความที่คนที่แน่นขนาดมากทำให้การเดินเกิดการติดขัด รุ่นพี่หนุ่มหัวเสียถึงขั้นผลักคนที่เข้ามาใกล้ออกถลาไปไกลแต่ก็ยังคงตามรั้งคนตัวเล็กไม่ทันอยู่ดี
ก้านแก้วเดินขึ้นมายังชั้นวีไอพีด้วยใบหน้าแดงก่ำ เธอกวาดสายตามองหน้าห้องแต่ละห้องแล้วต้องหรี่ตาลงเมื่อเห็นเงารางๆ ที่กำลังเดินเข้ามาหา
"คุณมาทำอะไรตรงนี้ครับ"
"...พี่ฟีลิกซ์เหรอคะ?"
"..."
"หนูอยากกลับบ้านแล้วค่ะ รู้สึกไม่ดีด้วยอยากกลับไปอาบน้ำร้อนไปหมดเลย จับตัวหนูดูสิคะ~"
"..."
ฟีลิกซ์ก้าวถอยหลังออกห่างจากคนตัวเล็ก เขายังคงมองใบหน้าจิ้มลิ้มด้วยแววตาราบเรียบไม่แสดงความรู้สึกจนเป็นคนตัวเล็กเองที่เกิดรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา
เธอตวัดสายตามองกลับไปยังด้านในก่อนจะก้าวเดินดุ่มไปยังห้องที่คนด้านหลังเพิ่งออกห่างมา
"คุณเข้าไปไม่ได้ครับ"
"หนูอยากกลับบ้าน จะไปหาพี่คาร์หนูร้อน"
"..."
มือขวาได้แต่ปล่อยให้เธอเดินไปเองโดยไม่รั้งตัวไว้ รู้อยู่แล้วว่าที่เจ้านายหนุ่มมาปรากฏตัวที่นี่เพราะมาตามเด็กสาวกลับตามคำของมาดาม แต่อาการเธอมันแน่ชัดว่าเป็นอะไร ถึงจะมีความเดียงสางอแงแต่ท่าทีอาการเหล่านั้นมันบ่งบอกอะไรๆ ได้ชัดเจนทีเดียว
กรามหนากัดแน่นดันปลายลิ้นแตะมุมปาก ภาวนาขอให้เจ้านายไม่ทำอะไรที่จะนำพาปัญหาตามมาในภายหลังเป็นพอ
ฟีลิกซ์หมุนตัวเดินลงจากชั้นวีไอพี ปรายดวงตาคมกริบมองไปยังโต๊ะที่เห็นคนตัวเล็กนั่งอยู่ก่อนหน้าด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ตอนนี้มีเพียงเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกันนั่งอยู่คนเดียวเท่านั้น ผู้ชายที่นั่งอยู่ก่อนหน้านี้หายไปแล้ว
มือหนายกขึ้นเท้าเอวก้มใบหน้าลงมองพื้น แล้วลดมือลงกลับมายืนนิ่งอยู่ตรงทางขึ้นชั้นบน ดึงใบหน้ากลับมาเรียบตึงอีกครั้ง
.
.
.
วันต่อมาร่างบางในชุดเดรสสีขาวสั้นเหนือเข่าขึ้นมาเล็กน้อยกับร่างสูงในชุดไปรเวทเสื้อยืดกางเกงยีนส์ก้าวเข้ามาด้านในตัวบ้านหลังใหญ่ โดยที่มือหนาจับตะกร้าผลไม้หลากหลายชนิดอยู่ พิไลสอดส่องสายตามองหาบุพการีที่ได้โทรแจ้งล่วงหน้าหลายวันว่าจะมาเยี่ยม แต่ยังคงมีเพียงความเงียบที่ปกคลุมรอบบ้าน รวมถึงเด็กรับใช้ที่ไม่มีออกมาเดินให้เห็น"มีอะไรหรือเปล่า""ไม่รู้สิคะ หนูโทรบอกคุณพ่อกับแม่ใหญ่แล้วนะคะว่าวันนี้จะมาหา"ริมฝีปากอิ่มยู่เล็กน้อยกวาดสายตามองเข้ามาด้านใน ก่อนจะได้ยินเสียงพูดคุยเสียงเบาจากด้านหลังบ้านค่อยๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ จนมาหยุดอยู่ตรงหน้า พลันทำให้คนตัวเล็กยิ้มรับบนใบหน้าสวยหวานยกมือไหว้แม่ใหญ่ที่อุ้มน้องสาวตัวเล็กไว้ในอ้อมแขนมาพร้อมกับ...."คุณป้าสร?""อ้าวพิไลลูกมาแล้วเหรอ มาๆ มานั่งในห้องนั่งเล่นดีกว่า"สรยิ้มรับในขณะที่คนตัวเล็กข้างกายลูกชายยกมือไหว้อย่างอึ้งๆ นึกเอ็นดูความตกใจที่ปิดไม่มิดของเธอ แล้วเดินตามเจ้าบ้านเข้ามายังห้องรับแขกที่อยู่เยื้องออกไปทางด้านซ้ายมือ"คุณป้ารู้จักแม่ใหญ่ได้ยังไงคะ แล้วมาที่นี่ได้ยังไง""ไม่รู้สิ เข้าไปกันปล่อยให้ผู้ใหญ่รอนานไม่ดีนะ"มือหนาดันหลังบางให้เด
"ตั้งแต่.... ครั้งแรกของเรามั้ง"คนตัวสูงโน้มลงมากระซิบเสียงกระเส่าแหบพร่าข้างหูเล็กเล่นเอากายสาวเสียววาบท้องน้อยใจเต้นสั่นรัว พิไลหันหลบสายตาวางแนบพวงแก้มลงบนอกแกร่งลอบยิ้มเขินอาย มือเรียวถูกยกขึ้นมาวางบนหน้าท้องแกร่งขยุ้มเสื้อเชิ้ตสีเข้มเบาๆ "พิไล~...""คะ?""...."ร่างสูงดันตัวขึ้นพลิกกลับมาคร่อมร่างเล็กไว้อย่างนุ่มนวลเบามือ มือหนาสอดประสานกลุ่มผมนุ่มดกดำเบาๆ ใบหน้ากระชั้นชิดดวงหน้าเล็กห่างเพียงหนึ่งนิ้ว ลมหายใจร้อนเป่ารดแก้มนวลถี่ๆ ลอบกลืนน้ำลายเหนียวอึกใหญ่ลงคอ ลูกกระเดือกหนาขยับตัวตามจังหวะการเคลื่อนไหวช้าๆพีระหลุบตาลงจากดวงตากลมใสมองกลีบปากอวบอิ่มนุ่มนิ่มหอมหวานที่เขาชื่นชอบ โน้มตัวลงกดจูบละมุนสอดแทรกเรียวลิ้นเข้าหาความหอมหวานเกินห้ามใจมือหนาเลื่อนขึ้นมาสอดประสานกับมือเล็กไว้มั่นในขณะที่ยกตัวเองขึ้นเหนือร่างเล็กบดเบียดหน้าอกแข็งแรงเสียดสีกับหน้าอกอวบใหญ่ของคนใต้ร่างความนุ่มนวลเริ่มเร่าร้อนหนักหน่วงขึ้นตามอารมณ์กระสันที่จุดติดโหมกระหน่ำเข้าหา ชุดนอนตัวบางบนเรือนร่างเล็กถูกถลกขึ้นเหนือเอวคอด มือหนาสอดลูบไล้วนหน้าท้องแบนราบ ละริมฝีปากออกจากลีบปากอิ่มสีชมพูระเรื่อถูกบดจูบจนบวมเ
'ฮัล..'"แก้วชะ... กรี๊ด!!!"เคร้ง!!!เสียงหวานกรีดร้องออกมาสุดเสียงด้วยความตกใจหลังจากถูกกระชากเครื่องมือสื่อสารในมือออกด้วยความแรงจนลอยขึ้นไปอยู่ในมืออีกคน แจกันในมือเล็กหล่นลงบนพื้นห้องแตกละเอียดเศษเล็กเศษน้อยกระจายเต็มพื้นพีระจ้องมองรายชื่อบนหน้าจอนิ่งๆ ก่อนจะกดวางสายแล้วปรายตาลงมองคนตัวเล็กที่ทรุดตัวลงนั่งบนพื้นยกมือขึ้นปิดหูทั้งสองข้างไว้ ก้มหน้าเนื้อตัวสั่นเทา"ยะ... อย่าทำอะไรหนูเลยค่ะหนูฮึก.. หนูไม่มีอะไรจะให้ทั้งนั้น ไม่มีเงิน ไม่มีอะไรเลย ฮือ... ปล่อยหนูไปเถอะ"มือบางยกขึ้นมาพนมไหว้น้ำตาไหลพร่าอาบแก้มนวลด้วยความหวาดกลัวอาการของคนตัวเล็กทำให้ร่างสูงชะงักนิ่ง ก่อนจะพ่นลมหายใจเจือกลิ่นบุหรี่และแอลกอฮอล์ออกมาทางจมูกโด่ง หย่อนโทรศัพท์ลงในกระเป๋ากางเกงตัวเองแล้วเอื้อมมือกดเปิดไฟดวงใหญ่กลางห้อง ทำให้เกิดแสงสว่างขึ้นทั่วห้องคนตัวสูงหลุบตาลงมองคนบนพื้นอีกครั้งในขณะที่เธอก็ค่อยๆ แหงนหน้าขึ้นมาเช่นกันดวงตากลมพร่ามัวไปด้วยหยาดน้ำตาที่เกาะแพรวพราวขอบตาจนบดบังการมองเห็นทั้งหมด แต่เมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเป็นคนคุ้นเคยที่เคยเข้าออกห้องเธอบ่อยครั้งมากราวกับเป็นห้องตัวเองก็ไม่ปานเ
"พิไล"เสียงทุ้มคุ้นเคยตะโกนเรียกฉันจากทางด้านหลัง ทำให้ฉันต้องเอี้ยวหันกลับไปมองพร้อมกับเผยรอยยิ้มปกติบนใบหน้าอธีปเดินเข้ามาใกล้ในมือหนาถือเอกสารอะไรบางอย่าง ทำดวงตากลมโตต้องหลุบลงมองตามมือหนาแล้วดึงกลับขึ้นมองยังใบหน้าหล่อเหลาของเพื่อนชาย"เรามีเรื่องจะให้ช่วยหน่อยน่ะ ว่างใช่ป่ะ""ออ.. ได้สิ เรามีเรียนสิบโมงตอนนี้.... ครึ่งชั่วโมงได้ไหมอ่ะ""ได้ๆ เออ.. นั่งโต๊ะเดิมนะ""อืม" เสียงหวานตอบกลับก่อนจะเดินไปยังโต๊ะหินอ่อนโต๊ะเดิมที่ฉันชอบนั่งกับแก้ว แต่พอแก้วไม่อยู่ฉันเลยต้องไปรอบนห้องแทนนานๆ ครั้งถึงจะมานั่งครั้งหนึ่งร่างสูงของเพื่อนร่วมชั้นปีหย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้อีกตัว คลี่เอกสารในมือเลื่อนมาตรงหน้าฉันแล้วยกมือขึ้นเท้าคาง "เราไม่ค่อยเข้าใจตรงนี้อธิบายให้ฟังหน่อยสิ""อธีป... ลืมไปหรือเปล่าว่าเราเรียนกันคนละสาขานะ""เรารู้ว่าพิไลเก่ง อีกอย่างอาจารย์บอกว่าบริหารการบัญชีเรียนไปแล้ว ลองดูก่อนดิ"ฉันพยักหน้าน้อยๆ ก่อนจะก้มลงหยิบเอกสารบนโต๊ะขึ้นมาจับไว้ ยกขึ้นในระดับสายตากวาดสายตาอ่านตัวอักษรในแผ่นกระดาษสีขาว มันใช่แบบที่อธีปบอกนั่นแหละ ถึงจะไม่ตรงล็อกทุกอย่างแต่ฉันเรียนเนื้อหาส่วนนี้ไปแ
หลายเดือนต่อมา-- พิไล --วันนี้เป็นวันที่ทั้งวุ่นวายและตื่นเต้นไปพร้อมๆ กัน เพราะอะไรนะเหรอ หึหึ! ก็เพราะวันนี้เป็นวันที่หลานคนแรกของฉันจะลืมตามาดูโลกแล้วไงล่ะ แต่ก็นะ... ในความสุขก็ยังคงมีความทุกข์ซ่อนอยู่ฉันต้องส่งรายงานที่ร่วมทำกับเพื่อนในสาขาอีกสองคน พร้อมกับพรีเซ็นต์หน้าคลาสเรียนจนต้องวุ่นวายเตรียมโน่นนี่เดินเท้าพันกันไปหมด ส่วนแก้วคุณสามีเธอให้ดรอปเรียนไปก่อนเพราะอยากให้พักผ่อนมากๆ ไม่ต้องเครียดเรื่องเรียนในขณะที่ยังคงท้องอยู่ ซึ่งฉันก็เห็นด้วยมากๆ ในข้อนี้นะเท้าเล็กก้าวเข้ามาใต้ตึกของโรงพยาบาลเอกชนสากลชื่อดังอันดับต้นๆ ของโลก กวาดสายตามองตัวอักษรบนหน้าจอเพื่อจะขึ้นไปยังชั้นที่คนตัวเล็กพักอยู่"ลิฟต์สีดำชั้นวีไอพี... " เอ่ยเสียงเบาเงยหน้าขึ้นมองตรงไปยังช่องลิฟต์ที่อยู่ติดกันสามช่อง ก่อนจะมีช่องแยกห่างออกมาอีกหนึ่งช่อง มันเป็นลิฟต์สีดำก็จริงแต่ทำไมถึงมีผู้ชายร่างสูงยืนคุมอยู่หน้าลิฟต์ล่ะ แล้วฉันจะเข้าไปได้ไหมเนี่ยฉันสูดหายใจเข้าปอดเพื่อเรียกขวัญกำลังใจกลับมา หย่อนโทรศัพท์ลงกระเป๋าสะพายแล้วเผยรอยยิ้มเล็กน้อยบนใบหน้าก้าวเดินไปยังลิฟต์วีไอพีสีดำที่แก้วส่งบอกเข้ามาทันที"สวัสดีค่
"ว่างๆ มาเที่ยวเล่นอีกนะลูก""ค่ะคุณป้าสร"เสียงหวานตอบกลับผู้อาวุโสด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า มือบางพนมมือขึ้นไหว้อย่างนอบน้อมก่อนจะหมุนตัวหันหลังไปยังรถสปอร์ตของรุ่นพี่หนุ่มที่จอดรออยู่ โดยมีเจ้าของรถทำหน้าที่เปิดประตูให้พิไลก้าวขึ้นหย่อนตัวลงนั่งบนเบาะข้างคนขับ เผลอถอนหายใจออกมาเบาๆ เหมือนรู้สึกค่อยหายใจโล่งอกขึ้นมาหน่อย เธอไม่คุ้นชินกับที่ต้องเข้าหาผู้คนใหม่ๆ ก่อน ครั้งแรกคงจะเป็นตอนที่พบกับเพื่อนสนิทวันแรกและครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง แต่สถานการณ์มันต่างกันมาก มากจนเหมือนตัวเองจะเผลอกลั้นหายใจอยู่เป็นพักๆรุ่นพี่หนุ่มปิดประตูลงอย่างเบามือ ก้าวเดินเข้าไปหาร่างบางของผู้เป็นแม่ ปรายหางตากลับมามองด้านหลังเล็กน้อยทำทุกอย่างเป็นปกติแต่ที่ไม่ปกติคงจะเป็นอาการที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่ามีเรื่องไม่สบายใจเอามากๆ ในตอนนี้"มีอะไรหรือเปล่าทำหน้าเหมือนอมทุกข์ไว้เลย""แม่ครับ... ผู้หญิงเวลางอนต้องง้อยังไง ผมไม่เคย""หึหึ ลูกชายคนเก่งของสส. พิทักษ์จะมาตกม้าตายเพราะต้องง้อผู้หญิงเหรอเนี่ย เป็นบุญหูซะจริง""เอาจริงๆ ครับไม่เล่น"สรพ่นถอนหายใจพ้นริมฝีปากบาง ก้าวขึ้นมาด้านหน้าหนึ่งก้าวยกมือบางขึ้นปัดบ่าหนาเบาๆ