LOGIN3 เดือนผ่านไป...
ชีวิตของผมโดยไม่มีเธอนั้นช่างน่าแปลกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ผมตื่นแต่เช้าไป
@Penthouse R1ภายในห้องกว้างขวางชั้นสูงสุดของตึกระฟ้า โดยรอบปรากฏวิวทิวทัศน์ภายในเมืองใหญ่อวดโฉมดวงตะวันใกล้ลับขอบฟ้า ท้องฟ้าสีส้มแดงฉานกำลังบอกลาขอบฟ้าสิ้นสุดความยาวนานของวันนี้ก่อนยามวิกาลจะเข้ามาเยือน ห้องครัว ห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร และห้องนอน ถูกแยกส่วนกันอย่างเป็นระบบระเบียบชัดเจนอาหารหลากหลายถูกจัดใส่จานอย่างสวยงาม หน้าตาดูน่ารับประทานหมดทุกเมนูวางเรียงรายกันบนโต๊ะอาหารสำหรับแปดคน ทว่าอาหารมื้อนี้กลับมีคนนั่งทานกันอยู่แค่สองคนเท่านั้น ขณะนั่งรับประทานอาหารกัน ร่างสูงเจ้าของห้องก็ดูแลฉันเป็นอย่างดีโดยการตักนั่นตักนี่เต็มจานไปหมด ฉันจึงต้องเอ่ยห้ามปรามให้อีกฝ่ายดูแลตัวเองบ้างมื้ออาหารผ่านไปอย่างเรียบง่ายแต่กลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข นึกขอบคุณไคอัสที่คอยช่วยคลายความเศร้าโศกภายในจิตใจของฉันตลอดสามเดือนที่ผ่านมา หากไม่มีเขาเข้ามาการกลับมาอยู่เพียงลำพังของฉันอาจจะเป็นเรื่องยากมากกว่านี้ก็เป็นได้ หากย้อนกลับไปเมื่อตอนที่หนีออกมาจากคอนโดของเหมราชปราศจากความช่วยเหลือ ฉันอาจจะต้องวนกลับไปจุดเดิมก็ได้“เดี๋ยวผมเก็บจานไปล้างเองครับ เกล้าไ
เวลาพลบค่ำเป็นสัญญาณบอกเวลาเลิกงานมาถึงอีกครา ฉันบอกลาเพื่อนสาวทั้งสองคนหลังจากเก็บข้าวของทุกอย่างเข้าที่ก่อนแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อน ใครบางคนที่เพิ่งจะได้รับการขีดเส้นสถานะเป็นแค่พี่น้องไปเมื่อตอนกลางวันกำลังนั่งรอรับฉันกลับโดยมีมาเฟียหนุ่มที่กำลังตามง้ออารินนั่งทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ข้างๆ เพราะตัวของเขานั้นถูกเพื่อนสาวคนสวยอย่างอารินเมินโดยสมบูรณ์เลยยังไงล่ะ!“กลับกันเลยไหมครับ?” ชายหนุ่มที่อายุอ่อนกว่าฉันถึงสามปีเอ่ยถามทันทีที่เห็นฉันเดินมาพร้อมกับกระเป๋าสะพาย“ค่ะ กลับกันเถอะ” ฉันตอบ“จะแวะทานข้าวก่อนไหม หรือว่าเกล้าอยากกลับไปพักแล้ว” เขาถามความเห็นจากฉัน ท่าทางเป็นห่วงเป็นใยของเขามันทำให้รู้สึกว่าผู้ชายเด็กกว่าคนนี้ช่างเอาใจใส่เก่งเสียเหลือเกิน“แวะซื้อเข้าไปทานที่ห้องก็ได้ค่ะ วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว” ฉันพูดพร้อมกับส่งยิ้มบางๆ วันที่แสนยาวนานและวุ่นวายนี้ผลาญเอาพลังงานของฉันจนแทบหมดสิ้น หัวสมองว่างเปล่าตื้อไปหมดอยากจะเอนลงหมอนแล้วหลับตานอนให้เร็วที่สุด“ได้ครับ เดี๋ยวผมแวะให้นะ” ไคอ
ฉันหันหลังเดินจากมาทั้งน้ำตา ไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองร่างหนาของเหมราชที่ถูกเพื่อนของตัวเองขวางเอาไว้ อย่างน้อยก็ต้องขอบคุณพวกเขาที่เคารพการตัดสินใจของฉัน ฉันเองก็เจ็บที่มันต้องจบลงแบบนี้ แต่การปิดโอกาสเริ่มต้นใหม่ของตัวเองด้วยการกลับไปอ่านหนังสือเล่มเก่ามันก็ทำให้ฉันเสียเวลามามากพอแล้วเหมือนกัน สี่ปีกับความสัมพันธ์ที่ค้างคาอันแสนยาวนานนี้ได้เวลาจบมันลงตลอดกาลเสียที อย่าได้กลับมาวนเวียนในชีวิตของกันและกันกันอีกเลย...“เธอโอเคไหม?” ไคอัสที่เดินออกมาพร้อมกันกับฉันเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“ไม่... ไม่เลย ฮึก!” ฉันปล่อยโฮออกมาทันทีเมื่อเดินจากมาจนลับตาจนถึงลานกว้างที่มีรถหรูของไคอัสจอดอยู่“ยังรักมันขนาดนั้นทำไมไม่กลับไปหามันล่ะ” ชายหนุ่มข้างๆ เอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ“ฉันไม่อยากเสียใจอีกแล้ว” ฉันตอบกลับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ“ที่เป็นอยู่นี่ไม่เรียกว่าเสียใจหรือไงครับ” คนตัวสูงส่ายหัวเบาๆ กับสภาพของฉันที่ปล่อยอารมณ์เศร้าโศกออกมาจนลืมรักษาภาพลักษณ์“ฉันแค่เสียใจที่ความรักของฉันได
ผลัวะ!หมัดแรกจากเหมราชประเคนเข้าที่ใบหน้าของไคอัสอย่างจัง ก่อนจะเกิดการแลกหมัดต่อๆ มา ผู้คนที่เข้ามารับประทานอาหารด้านในร้านเริ่มยกมือถือขึ้นมาถ่ายคลิปวิดีโอไปอัพลงโซเชียลตามวิถีคนยุคสมัยใหม่ ในขณะที่บางคนเริ่มลุกออกจากโต๊ะของตัวเองมายืนดูเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทระหว่างสองหนุ่มอยู่ไม่ไกลนัก เพื่อนๆ ของเขาที่มาด้วยก็ไม่มีทีท่าว่าจะเดินเข้ามาห้ามแต่อย่างใด ทุกคนเพียงยืนมองนิ่งๆ ปล่อยให้เกิดการปะทะกันไปอย่างต่อเนื่องผลัวะ!“อย่ามายุ่งกับร่มเกล้าอีก!” กำปั้นแกร่งของเหมราชต่อยเข้าที่หน้าของไคอัสอย่างต่อเนื่องจนอีกฝ่ายเริ่มมีอาการมึนเบลอไปบ้างแล้ว“ผู้หญิงเขาไม่เอาแล้ว มึงยังจะตามหาเขาทำไมอีก” ไคอัสเองก็ไม่น้อยหน้า แม้จะรับหมัดหนักๆ มาจนแทบยืนไม่ตรงแต่ก็ยังพยายามที่จะต่อยสวนกลับไป“ไม่ใช่เรื่องที่คนนอกอย่างมึงต้องเข้ามาเสือก” ประโยคหยาบคายออกมาจากปากคนรักเก่าของฉันไม่หยุดในระหว่างการวิวาท“แล้วมึงแน่ใจได้ไงว่ากูเป็นคนนอก” วัยรุ่นเลือดร้อนอย่างไคอัสตอบกลับเหมราช“พูดเหี้xอะไรของมึง?!”
‘Penthouse R1 Mall’นี่มัน... เพนท์เฮาส์ใจกลางกรุงชั้นบนสุดของห้างสรรพสินค้า R1 สีหน้าของผมตึงเครียดขึ้นมาทันที ทำไมร่มเกล้าถึงไปอยู่ที่นั่นได้ ตามข้อมูลที่ได้มาจากวงการนักธุรกิจ เพนท์เฮาส์นั้นเป็นของผู้มีอิทธิพลบางกลุ่มที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของกฎหมาย ในเวลานั้นเองผมก็ไม่ได้สนใจเพราะไม่คิดว่าเกี่ยวข้องกับตัวเอง“R1 Mall” หัสดินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“ห้างสรรพสินค้าของกลุ่มนักลงทุนยุโรป” เจเดนเสริม“ครอบครัวของคุณออสติน แฟนของพี่วิเวียนเป็นเจ้าของที่นี่ค่ะ” มิลานให้ข้อมูลที่เธอรู้มา“เธอรู้ได้ยังไง?” ผมถาม“เคยไปกินข้าวกับพวกพี่ๆ เขาแล้วบังเอิญเจอกับคุณออสตินมาหาพี่วิเวียนพอดีค่ะ แต่ว่า...”“???”“เพนท์เฮาส์ด้านบนเหมือนจะเป็นของน้องชายคุณออสตินนะคะ” มิลานพูดต่อจนจบผมพยักหน้าเข้าใจนิส่งที่เธอพูด ถ้าการที่มาเฟียออสตินคนนั้นให้ความช่วยเหลือร่มเกล้าตามคำขอร้องของวิเวียนจริงๆ ก็พอจะเข้าใจได้ว่าทำไมเขาถึงให้ร่มเกล้าพักอยู่เพนเฮาส
3 เดือนผ่านไป...ชีวิตของผมโดยไม่มีเธอนั้นช่างน่าแปลกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ผมตื่นแต่เช้าไปทำงาน เลิกงานตรงดิ่งกลับมาที่ห้อง เลิกเที่ยวกลางคืน เลิกเรื่องผู้หญิง ทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองกลายเป็นคนแบบที่เธอเคยต้องการมาตลอด ผมเชื่อมาโดยตลอดว่าผมไม่สามารถมีแค่เธอคนเดียวได้ แต่วันนี้ที่ไม่มีเธออีกแล้ว ผมกลับไม่ต้องการผู้หญิงคนไหน ไม่แม้แต่จะมองหรือคิดจะเอาใครมาแทนที่เธอมีบ้างที่พวกเพื่อนๆ ของผมสลับกันมาอยู่เป็นเพื่อนเพราะเป็นห่วง จากวันนั้นก็ผ่านมาร่วมสามเดือนได้แล้วที่ร่มเกล้าไปจากผม แม้จะพยายามแทบตายก็ยังหาเธอไม่เจอ เธอไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับว่าไม่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตของผม มีเพียงภาพของเธอที่ติดอยู่ในหัวของผมเป็นเครื่องยืนยันเท่านั้นว่าเธอเคยอยู่ตรงนี้ด้วยกัน“นักสืบที่กูให้ไปตามสืบเรื่องของร่มเกล้า เกือบโดนคนของมาเฟียออสตินเก็บ” เพลิงกัลป์พูดพร้อมกับส่ายหน้าช้าๆ อย่างคนปลงตก ตลอดเวลาสามเดือนที่ผ่านมาผมและเพื่อนๆ ส่งคนไปตามสืบเรื่องของร่มเกล้าและคนรอบตัวเธอ และจบด้วยการถูกมาเฟียอย่างออสตินและเวคินทร์จับได้ทุกครั้ง“ตามจากครอบครัวที่อยู่ต่าง







