Masukพอเข้ามาถึงในห้องพักของพนักงานก็พบกับสาวๆ กลุ่มหนึ่งจากแผนกไหนสักแผนกกำลังจับกลุ่มเมาท์มอยกันโดยไม่รู้ว่าพวกเรากำลังยืนอยู่ด้านหลังของพวกเธอ พี่อารินเดินแยกออกไปหยิบเอาขนมและเครื่องดื่มซึ่งเป็นสวัสดิการของพนักงานออกมา เหลือเพียงฉันกับคุณเกล้าและพี่วิเวียนที่กำลังมองหาโต๊ะนั่งกันอยู่
“กูเจอคุณเจเดน เพื่อนสนิทของท่านประธานค่ะ!” ชื่อของบุคคลที่หายหน้าหายตาไปเป็นอาทิตย์ถูกพูดถึงโดยบุคคลที่สาม แม้จะไม่ได้ตั้งใจแอบฟังแต่ทว่าเสียงนั้นกลับเข้ามาในโสตประสาทของฉันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“ว๊าย! แต้มบุญเยอะมากแม่ แล้วมึงได้เข้าไปทักเขาป่ะ?” เสียงของพนักงานสาวอีกคนเอ่ยถามคนเล่าเรื่องอย่างออกรสออกชาติ
“ไม่อ่ะ กูเห็นเขาเดินมากับผู้หญิงที่ไหนไม่รู้” หัวใจของฉันกระตุกวูบเมื่อได้ยินว่าคนเป็นแฟนหนุ่มของฉันนั้นเดินควงแขนกับคนอื่นในระหว่างที่เรายังมึนตึงกันอยู่จริงๆ
“แต่คุณเจเดนคบกันคุณมิลาน เลขาฯ ท่านประธานไม่ใช่เหรอวะ?” นั่นสิ ฉันเองก็สงสัยแบบที่ผู้หญิงคนนั้นถามออกมา เขาคบอยู่กับฉันไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมถึงได้ไปเดินควงแขนกับคนอื่น
“โอ๊ย! กูจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ เห็นช่วงนี้เพื่อนสนิทท่านประธานก็ไม่ได้คอยมารับมาส่งคุณมิลานแบบเมื่อก่อนแล้วนะ อาจจะเลิกกันไปแล้วก็ได้” คนไม่รู้ก็ได้แต่คาดเดากันไปต่าง ๆ นานา ไม่แปลกที่พวกเธอจะคิดแบบนั้น ฉันกับเขานับวันก็ยิ่งห่างเหินกันไปเรื่อย ๆ จนเหมือนกับคนเลิกกันไปแล้วจริงๆ นั่นแหละ
“น้ำส้มสำหรับนางเอกคนสวยของพี่อารินมาแล้วจ้า! ถ้าผู้ชายมันไม่รู้จักพอก็อย่าไปง้อมันค่ะ!” สาวร่างเล็กที่ทำหน้าที่ไปหยิบของว่างเดินกลับมาพร้อมกับพูดเสียงดังลั่น คาดว่าเธอเองก็คงจะได้ยินเรื่องราวทั้งหมดเช่นกันถึงได้แสดงกิริยาท่าทางแบบนี้ออกมาเป็นการบอกทางอ้อมให้กลุ่มที่กำลังนินทาเรื่องของฉันกับเขาอยู่รู้ตัวว่าฉันนั่งอยู่ข้างหลัง
“ได้ยินชัดเจนขนาดนี้แล้วพอจะเป็นการช่วยตัดสินใจได้บ้างไหมล่ะ?” คนสวยเฉี่ยวแสนเข้มแข็งแสร้งโยนหินถามทางเพื่อดูทิศทางการตัดสินใจของฉัน
“มิรู้ว่ามิควรทำอะไรต่อไป แต่มิไม่แน่ใจว่าจะทำได้ไหม” ฉันบอกกับรุ่นพี่ทั้งสามที่คอยอยู่ข้างๆ กัน ฉันรู้ว่าโดยสามัญสำนึกของคนปกติแล้วหากถูกนอกใจก็ควรจะตัดจบ แต่ฉันกลับไม่แน่ใจว่าจะสามารถทนได้หากต้องปล่อยเขาไปจากชีวิตของฉัน หากว่าเขาต้องพบเจอกับความเสียใจแบบเมื่อสี่ปีก่อนอีกจะทำยังไงถ้าไม่มีฉัน
“พี่เข้าใจความรู้สึกคุณมิลานนะคะ ถ้ายังอยากอยู่ข้างๆ เขาก็อยู่ไปจนกว่าจะรู้สึกว่าตัวเองไม่ไหว ถึงตอนนั้นค่อยเอาตัวเองออกมาแล้วหันกลับมารักตัวเองก็ยังไม่สายค่ะ” คนอาบน้ำร้อนมาก่อนแนะนำทางออกที่สุดโต่งให้กับฉัน
“แล้วทำไมคุณเกล้าถึงตัดสินใจเลิกกับท่านประธานล่ะคะ?” ฉันถามถึงเหตุผลประกอบการตัดสินใจของเธอเพื่อฟังแนวทางที่อีกฝ่ายเลือกในฐานะของคนที่เจอปัญหาเดียวกัน
“ตอนแรกก็ไม่ได้อยากจะเลิกหรอกค่ะ รู้ว่าเขามีคนอื่นแต่ก็ทนมาตลอด... อดทนจนไม่ไหว” ริมฝีปากบางขยับพูดด้วยความเรียบนิ่งแต่ทว่ากลับดูเลื่อนลอย แววตาของเธอล่องลอยกลับเข้าสู่วังวนแสนคุ้นเคยในอดีตจนฉายแววความเจ็บปวดผ่านดวงตาคู่สวยอย่างชัดเจน
“...” ฉันนั่งนิ่งรอฟังต่อว่าเธอกำลังจะพูดอะไรอีก
“แต่แล้วฟางเส้นสุดท้ายมันก็ขาดลงจึงจำใจต้องเดินจากมาทั้งที่ยังรักอยู่” ใบหน้าสวยก้มลงเล็กหน่อยก่อนจะทำสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติ
“คงทรมานแย่เลยนะคะ ต้องจากมาทั้งที่ยังรักอยู่” ฉันพูดพร้อมกับระบายยิ้มเศร้าๆ ให้กับเรื่องราวของเธอ
“เรียกว่าคิดถูกแล้วที่จากมาน่าจะดีกว่าค่ะ พอเลิกกันแล้วถึงได้รู้... ว่าที่ผ่านมามันไม่ใช่ความรัก” เธอพูดพลางแค่นยิ้มออกมาด้วยความสมเพชเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีต
“คะ?” ฉันเอียงคอสงสัยด้วยความงุนงง คนเราจะไม่รู้ได้ยังไงกันว่าสรุปแล้วรักหรือไม่รัก ยิ่งมารู้ตัวว่าที่ผ่านมาไม่ใช่ความรักเอาตอนเลิกกันแล้วเนี่ยนะ... ความรักแบบผู้ใหญ่นี่ซับซ้อนดีจริง
“มันเป็นความเห็นแก่ตัวของคนสองคนที่ใช้คำว่ารักเป็นข้ออ้างในการฉุดรั้งกันและกันเอาไว้มากกว่าค่ะ” เธอไขข้อสงสัยให้กับฉัน แต่ว่าก็ยังรู้สึกงงๆ อยู่ดีกับคำอธิบาย
“อารมณ์ประมาณว่าหลอกใช้อีกฝ่ายด้วยคำว่ารักงี้ป่ะ?” ดูเหมือนจะไม่ใช่แค่ฉันคนเดียวที่ไม่เข้าใจในสิ่งที่คนตรงหน้าเล่ามา
“บทจะโง่ก็โง่จนเขางอกเลยนะมึง! กูแปลเองค่ะ!” หญิงสาวผู้ดูแล้วน่าจะฉลาดกว่าใครในกลุ่มนี้รับหน้าที่เป็นคนไขข้อกระจ่างเอง
“อ่ะ! แม่คนฉลาด บอกให้คนโง่แบบกูรู้ด้วยค่ะ” พี่วิเวียนพูดจาประชดประชันเพื่อนสาวคนสนิทของตัวเองไปหนึ่งทีก่อนจะกลับเข้าเรื่องอีกครั้ง
“คืองี้นะคะ คนสองคนที่ใช้คำว่ารักเป็นข้ออ้างในการฉุดรั้งกันและกันที่เกล้ามันหมายถึงก็คือตัวมันเองกับไอ้คุณประธานน่ะ!” พี่อารินพูดก่อนจะเว้นวรรคประโยคเอาไว้
“อ๋อ! กูพอจะเก็ทละ มึงอธิบายต่อเลยๆ” หญิงสาวอีกคนพยักหน้าเข้าใจรัวๆ พร้อมกับคะยั้นคะยอให้เพื่อนสนิทของตัวเองพูดต่อ
“อารมณ์แบบเกล้ามันใช้คำว่ารักเป็นข้ออ้างให้ตัวเองอดทนอยู่ต่อทั้งที่รู้ว่าพี่เหมนอกใจ พอมาตอนนี้ไอ้คุณพี่เหมของมันก็ยังจะใช้คำว่ารักรั้งมันให้กลับไปอีกอะไรแบบนี้อ่ะค่ะ!” ฉันได้แต่อึ้งทึ่งกับความฉลาดของรุ่นพี่สาวตัวเล็กคนนี้ ไม่รู้ว่าเพราะทั้งสามคนเป็นเพื่อนสนิทกันมานานจึงสามารถสื่อการกันได้เข้าใจโดยง่ายหรือว่าพี่อารินนั้นฉลาดเกินกว่ามันสมองของคนธรรมดาอย่างฉันกันแน่
“กรณีของเกล้ากับไอ้พี่เหมของมันกูเข้าใจนะ แต่กรณีของน้องมิลานกับพี่เจย์มันไปเหมือนกันยังไงวะ” แพขนคิ้วสวยที่ถูกตัดแต่งมาอย่างดีของพี่วิเวียนขมวดเข้าหากันแน่นราวกับกำลังระดมความคิดแก้ไขปัญหาระดับชาติ
“มึงนี่โง่แล้ว โง่อยู่ โง่ต่อ โง่แบบยกปลามาให้กินทั้งบ่อก็ไม่ช่วยให้ฉลาดเลยจริงๆ!” ไม่วายมันสมองของกลุ่มก็เริ่มต้นด่าเพื่อนสาวคนสนิทของตัวเองอีกครั้งก่อนจะเข้าสู่ประเด็นหลัก
“ฉลาดนักมึงก็อธิบายค่ะ กูยอมให้มึงด่าแต่ขออธิบายให้กูเข้าใจก่อนได้ป่ะ?!” คนถูกเพื่อนด่าเองก็เริ่มจะวีนขึ้นมาแล้วเช่นเดียวกัน
“กรณีของเกล้าอ่ะมันเป็นฟีลจะตัดก็ไม่ขาด จะต่อก็ไม่ติด แต่แบบของน้องมิลานมันเหมือนการเล่นกับความรู้สึก พี่เจย์มันจะรักก็ไม่รัก จะทิ้งก็ไม่ทิ้ง ถ้าน้องมิลานจะไปก็ไม่รู้ว่าจะยอมปล่อยง่ายๆ ไหม” ฉันเผลอคิดตามที่พี่อารินพูดก่อนจะส่ายศีรษะไปมา พยายามไม่เข้าข้างตัวเองจนเกินไป
“จากที่ดูเขาก็ไม่ได้ละเลยน้องมิขนาดนั้นนะ ถึงจะไม่เอาตัวเองมาเจอแต่ก็โอนเงินมาแทน” พี่วิเวียนกอดอกพูดพร้อมกับวิเคราะห์ในแบบของตัวเอง
“แบบนี้แหละหนักเลย ดูท่าไม่ปล่อยง่ายๆ หรอก” พี่ร่มเกล้าเองก็ร่วมวิเคราะห์ด้วย
“แต่ถ้าเขามีคนอื่นก็ไม่ควรรั้งกันไว้หรือเปล่าคะ อีกคนของเขาจะคิดยังไง” ฉันพูดออกมาด้วยความหวั่นใจ
“ผู้ชายแบบนี้มันไม่คิดถึงใจใครหรอกค่ะ มันก็จะปล่อยให้คาราคาซังต่อไปตราบใดที่มันได้คาทุกรูอ่ะนะ!” ใบหน้าจิ้มลิ้มหวานแหววนั่นช่างขัดกับคำพูดของเธอเสียจริงๆ
“งั้นคุณมิลานลองใช้วิธีพี่ดูไหมคะ?” คนที่ดูแล้วเหมือนจะเป็นแม่พระที่สุดในกลุ่มพูดพลางส่งยิ้มอย่างมีเลศนัย
“วิธีไหนคะ?” ฉันถามด้วยความสนอกสนใจในความคิดเห็นที่เธอเสนอมา
“ให้ความเงียบเป็นคำตอบค่ะ” ร่มเกล้า
“แต่แบบนั้นมันจะค้างคานะ” วิเวียน
“เลิกก็เลิกให้มันชัดเจนไปเลยไม่ต้องค้างคา” อาริน
“...”
“ค้างคืนไม่ว่า ค้างคาไม่ชอบ!”
(Jayden’ s Part)มิลานกำลังตั้งท้อง...ผมกำลังจะเป็นพ่อคนแล้ว....หลายคนคงจะไม่เชื่อว่าครั้งหนึ่งผมเคยกลายเป็นไอ้ผู้ชายเฮงซวยที่คิดจะใช้ลูกเป็นข้ออ้างในการฉุดรั้งไม่ให้แฟนสาวคนสวยเลิกรากับผมไป ยอมรับเลยว่าผมในตอนนั้นสารเลวจนไม่น่าให้อภัยเลยจริงๆ ทั้งนอกกายเธอไปหาแฟนเก่าแถมยังไม่ยอมปล่อยเธอไปอีกถ้าหากว่าย้อนเวลากลับไปได้ผมจะไม่ทำแบบนั้น...อยากจะเสยหมัดเข้าหน้าตัวเองในอดีตจริงๆ ที่กล้าทำร้ายจิตใจมิลานได้ถึงขนาดนั้น ดีแต่ทำให้เธอต้องมาร้องไห้เสียใจเจ็บปวดผิดหวังกับความไม่รู้จักพอของผมเอง สาบานเลยว่าไม่มีวันไหนที่ผมอยากจะปล่อยให้ความสัมพันธ์ของเราต้องจบลง ยิ่งหลังจากกลับมาปรับความเข้าใจกัน ผมยิ่งรู้สึกผิดทุกครั้งที่มองหน้าเธอ ได้แต่สาบานกับตัวเองในใจว่าจะไม่มีวันทำร้ายเธออีกตอนที่ผลตรวจการตั้งครรภ์ออกมาว่าคนรักของผมกำลังท้องอยู่ ผมดีใจมากจนกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ทั้งที่ปกติแล้วผมไม่ใช่คนอ่อนไหวอะไร ออกจะไปทางผู้ชายแมนๆ ไม่แสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นเลยด้วยซ้ำไป แต่ว่าพอเป็นเรื่องลูกแล้วผมกลับอ่อนไหวแล้วปล่อยให้น้ำตารินไหลออกมาอย่างห้ามไม่อ
ฉันอาเจียนใส่เขา...ของเหลวสีใสเหนียวหนืดพวยพุ่งออกมาจากปากของฉันกระเด็นโดนเสื้อผ้าของร่างหนาและไหลลงสู่โซฟาหรูก่อนจะลงสู่พรมขนสัตว์บนพื้นห้อง เจเดนไม่ได้มีท่าทีรังเกียจหรือขยะแขยงอะไรอย่างที่ฉันคิดเอาไว้ เขาเพียงถอดเสื้อเชิ้ตที่เปื้อนไปด้วยอ้วกออกแล้วจัดการทำความสะอาดโซฟากับพรมจนกลับมาเหมือนใหม่หลังจากจัดการกับกองอ้วกของฉันเสร็จคนตัวใหญ่ก็เดินเข้าห้องน้ำไปจัดการกับร่างกายของเขาโดยใช้เวลาเพียงไม่นานก็ออกมาพร้อมกับเสื้อผ้าชุดใหม่ เสื้อแจ็คเก็ตตัวใหญ่ของเขาถูกใช้ห่อหุ้มร่างกายของฉันก่อนจะถูกยกร่างบางขึ้นโดยแขนเต็มไปด้วยมัดกล้าม“จะพาไปไหนคะ?” ฉันถามขึ้นเมื่อถูกอุ้มขึ้นในท่าเจ้าสาวโดยที่ไม่รู้จุดหมายปลายทาง“ไปโรงพยาบาล ไปตรวจกันว่าเป็นอย่างที่เราคิดไหม” ร่างหนาตอบกลับด้วยใบหน้าเรียบนิ่งทว่าดวงตาของเขากลับวูบไหวเต็มไปด้วยประกายความหวังอย่างปิดไม่มิด“อาจจะเป็นแค่โรคกระเพาะก็ได้...” ฉันพยายามพูดกลางๆ ไม่อยากให้เขาคิดไปเองแล้วตั้งความหวังเอาไว้สูงจนเกินไป หากคาดหวังแล้วเกิดว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดขึ้นมาคงจะเสีย
หลายวันต่อมา....สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับเจเดนดีขึ้นมากกว่าที่เคยเป็นก่อนหน้านี้ เขาได้จัดการเคลียร์ตัวเองโดยที่ฉันไม่ต้องเป็นฝ่ายออกปากพูดอีกต่อไป อะไรที่เขาสามารถคิดเองได้ว่าหากทำลงไปแล้วจะทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายใจเขาก็จะเลี่ยงมันด้วยตัวเองทว่าพักนี้ฉันกลับรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างของร่างกายตัวเองขึ้นมาได้แม้จะยังไม่ชัดเจนมากนักก็ตาม ฉันเริ่มรู้สึกอ่อนเพลียง่าย ง่วงนอนตลอดเวลา ร่างกายโหยหาการพักผ่อนมากกว่าปกติ มีอาการเวียนศีรษะอยู่บ่อยครั้งและรู้สึกคลื่นไส้จนบางทีอยากจะอาเจียนขึ้นมา อาหารที่เคยชอบกลับรู้สึกไม่อยากจะกินมันเสียอย่างนั้น จะบอกว่าเป็นเพราะความเครียดก็คงไม่ใช่ ช่วงนี้ฉันไม่ได้มีเรื่องให้ต้องคิดมากอะไร ออกจะสบายกายสบายใจเสียด้วยซ้ำจะว่าไปแล้วรอบเดือนของฉันก็ยังไม่มาเลยนี่...เนื่องจากในช่วงก่อนหน้านี้ชีวิตของฉันเพิ่งจะผ่านมรสุมความรักครั้งใหญ่มา ทำให้มีอาการเครียดจนระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายเกิดอาการแปรปรวนรวมไปถึงมีเรื่องให้ต้องคิดและจัดการมากมายจึงไม่ค่อยได้ดูแลตัวเองเท่าที่ควรมากนักฉันพยายามคิดในแง่ดีไม่กังวลไปก่อนที่จะเก
หลายวันต่อมา.... สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับเจเดนดีขึ้นมากกว่าที่เคยเป็นก่อนหน้านี้ เขาได้จัดการเคลียร์ตัวเองโดยที่ฉันไม่ต้องเป็นฝ่ายออกปากพูดอีกต่อไป อะไรที่เขาสามารถคิดเองได้ว่าหากทำลงไปแล้วจะทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายใจเขาก็จะเลี่ยงมันด้วยตัวเอง ทว่าพักนี้ฉันกลับรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างของร่างกายตัวเองขึ้นมาได้แม้จะยังไม่ชัดเจนมากนักก็ตาม ฉันเริ่มรู้สึกอ่อนเพลียง่าย ง่วงนอนตลอดเวลา ร่างกายโหยหาการพักผ่อนมากกว่าปกติ มีอาการเวียนศีรษะอยู่บ่อยครั้งและรู้สึกคลื่นไส้จนบางทีอยากจะอาเจียนขึ้นมา อาหารที่เคยชอบกลับรู้สึกไม่อยากจะกินมันเสียอย่างนั้น จะบอกว่าเป็นเพราะความเครียดก็คงไม่ใช่ ช่วงนี้ฉันไม่ได้มีเรื่องให้ต้องคิดมากอะไร ออกจะสบายกายสบายใจเสียด้วยซ้ำ จะว่าไปแล้วรอบเดือนของฉันก็ยังไม่มาเลยนี่...&nb
“เจ็บมือไหมเนี่ย คราวหลังไม่ต้องตบนะ พี่ตบแทนเธอเอง” ทว่าทุกอย่างกลับผิดคาดเมื่อคนตัวใหญ่กว่าดึงมือเรียวของฉันที่ขึ้นสีแดงเล็กน้อยไปสำรวจพร้อมกับบ่นอุบอิบ“พูดอะไรของพี่” ฉันทำหน้างงพร้อมกับมองการกระทำของเขาด้วยความสงสัย“มือเธอแดงหมดแล้วเห็นไหม บ้าเอ๊ย! ต้องประคบเย็นไหมวะ” ร่างหนาพูดพลางทำหน้าครุ่นคิดอย่างจริงจัง เรียวคิ้วหนาสีอ่อนเรียงตัวเป็นเส้นตรงขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นโบว์อยู่แล้ว“พี่อย่าเวอร์ มือแดงนิดหน่อยเอง เดี๋ยวก็หาย” ฉันรีบห้ามปรามเมื่อเห็นท่าทีแปลกไปของคนตัวโต ปกติเขาเคยเป็นแบบนี้เสียที่ไหน ขนาดเมื่อก่อนผลักฉันล้มลงจนเข่าแตกยังไม่คิดจะหันกลับมาสนใจกันเลยด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าตอนนี้เกิดบ้าอะไรขึ้นมาถึงได้ใส่ใจกันจนเกินขอบเขต“เธอเป็นแฟนพี่นะเว้ย ก็ต้องดูแลให้ดีหน่อยสิ” ร่างหนาเถียงกลับพลางเดินไปหาน้ำแข็งจากในตู้เย็นมาห่อในผ้าขนหนูผืนเล็กแล้วนำมาประคบมือของฉันโดยไม่ฟังเสียงคัดค้านบ้างเลย“...” ฉันเงียบได้แต่ถอนหายใจกับแฟนคนเดิมในเวอร์ชั่นใหม่ที่ชอบทำอะไรโอเวอร์จนเกิน
เพล้ง!แก้วน้ำเปล่าที่น้ำภายในถูกราดลงไปบนตัวหญิงสาวตรงหน้าไปแล้วเนื่องจากไม่รู้จักวางตัวให้เหมาะสมตอนนี้มันได้แปรสภาพเป็นเศษแก้วชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปเรียบร้อยแล้วจากการปาลงบนโต๊ะกาแฟโดยฉันเอง“ทะ...ทำบ้าอะไรของเธอ?!” เลขาฯสาวของเจเดนที่ปากดีใส่ฉันเริ่มมีอาการสั่นกลัวเมื่อเห็นว่าฉันเริ่มลงไม้ลงมือหึ! เก่งแต่ปาก...ฉันไม่ได้ตอบอะไรหล่อน เพียงก้าวเดินไปแนบชิดกับคนตรงหน้าอย่างรวดเร็ว ส่วนตัวต้นเหตุอย่างเจเดนนั้นกำลังบรรจุธนบัตรสีน้ำตาลเทาจำนวนหลายใบใส่เข้าไปด้านในซองกระดาษสีขาวอยู่ในห้องครัว“ยะ...อย่าเข้ามานะ ฉันเป็นคนโปรดของคุณเจเดน ถ้าแกกล้าทำอะไรฉันล่ะก็เขาต้องมาจัดการแกแน่” แม้จะยังส่วนกลัวการกระทำของฉันแต่ผู้หญิงคนนี้ก็ยังปากดีใส่ฉันไม่เลิก อาจเป็นเพราะคิดว่าตัวเองเป็นหนึ่งในคนที่เขาเรียกขึ้นเตียงบ่อยๆ ถึงได้กล้ามาวางท่าใส่ฉันแบบนี้ แต่หารู้ไม่ว่าคนที่เธอคาดหวังจะให้ปกป้องนั้นกำลังเตรียมค่าทำขวัญให้กับเธออยู่“อ๋อ เพราะว่าเป็นคู่นอนคนโปรดที่เขาเรียกให้ไปอ้าขาให้เอาบ่อยๆ ก็เลยกล้ามาปากดีกับคนเป็นแฟนที่มีสถานะชัด







