LOGINผมได้หลบสายตาหนีจากมันเดินตามน้องจอยไปนั่งที่เก้าอี้ ทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว จะเดินหนีออกจากร้านก็ไม่ได้เพราะมันเห็นผมแล้ว
ทำได้เพียงนั่งเงียบไม่กระโตกกระตาก“พี่พฤกษ์กินอะไรดีคะ” เสียงหวานของน้องจอยเอ่ยถามดันเมนูขนมมาที่ผมพร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาใกล้ มันมีแวบนึงที่ผมสังเกตได้ว่าน้องจอยหันไปมองไอ้ขวัญข้าว
น้องแม่งรู้ว่าขวัญข้าวอยู่ที่นี่
“แล้วแต่น้องจอยเลยครับ” ผมตอบนิ่ง ๆ หางตาเหลือบเห็นว่ามีพนักงานเดินมา คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเพื่อนรักที่เดินมารับออเดอร์เงียบ ๆ
…ภาวนาอย่าให้ทั้งคู่มีเรื่องกันเลย
“เอาบลูเบอรี่ชีสเค้ก เอสเพลสโซ่ร้อน โกโก้ร้อน แล้วก็อันนี้สองที่” น้องจอยจีบปากจีบคอบอก ส่วนผมเองก็เงยหน้าไปมองขวัญข้าวที่กำลังยืนรับออเดอร์ สีหน้ามันนิ่งไม่ได้บอกความรู้สึกอะไร ใจหนึ่งก็โล่งอกที่มันไม่คิดจะมีเรื่อง แต่อีกใจก็รู้ว่ามันกำลังระงับอารมณ์ของตัวเองอยู่
ระงับอารมณ์ไม่ให้กินหัวผม
เมื่อน้องจอยสั่งอาหารเสร็จก่อนข้าวก็เดินกลับไปยังหลังเคาน์เตอร์ แอบสงสัยอยู่เหมือนกันว่าที่นี่ไม่มีพนักงานคนอื่นนอกจากมันเลยหรือไง
เห็นมันง่วนทำงานอยู่คนเดียวและในวินาทีต่อมาก็ทำให้ผมรู้ว่า ขวัญข้าวมันไม่ได้อยู่คนเดียวภายในร้าน เพราะมีผู้ชายที่ผมจำได้แม่นว่ามันไปกินข้าวกันเมื่อคืนออกมาจากห้องห้องหนึ่งที่คาดว่าน่าจะเป็นครัว
สายตาของผมไม่ยอมละออกจากทั้งคู่ เวลาขวัญข้าวอยู่ใกล้ผู้ชายคนนี้มันฉีกยิ้มกว้างคล้ายกับโลกทั้งใบมีกันอยู่แค่สองคน
…อย่างที่ผมบอกผมมองออกว่าผู้ชายคนนี้เจ้าชู้ กลัวว่ามันจะน้ำตาเช็ดหัวเข่า
ไม่นานของหวานที่น้องจอยสั่งไปก็ถูกนำมาเสิร์ฟโดยเพื่อนสนิท จากที่คิดว่าทั้งคู่จะไม่มีเรื่องกัน แต่ในขณะที่ขวัญข้าวกำลังจะเดินออกไปมันสะดุดจนล้มลงไปกองกับพื้น ตอนที่มันล้มลงไปผมกำลังจะพุ่งตัวไปช่วยมัน แต่ก็ไม่ทันเพราะมันลุกขึ้นมาเองได้อย่างรวดเร็ว แต่ก่อนที่มันจะเดินออกไปจากตรงนี้มันหันมามองน้องจอยอย่างเอาเรื่อง
เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น ทำไมมันมองน้องแบบนั้นวะ
จากนั้นเพื่อนของผมมันก็เดินกลับเข้าไปหลังเคาน์เตอร์ ผู้ชายคนนั้นถามบางอย่าง แต่มันก็ส่ายหัวพร้อมกับเดินไปถึงทำกาแฟอีกรอบ
ความบันเทิงกำลังจะเกิดขึ้นนับจากนี้ ข้าวเดินมาถึงโต๊ะที่ผมกับ
น้องจอยนั่งอยู่ ถาดแก้วกาแฟที่มันถืออยู่ในมือดันเทโครมลงมาบนตัวน้องจอย เสียอย่างนั้นเสียงกรีดร้องของน้องทำผมตกใจ แค่มองด้วยตาคิดว่ามันน่าจะร้อนมากๆ ตอนนี้ขวัญข้าวไม่เหมือนเพื่อนคนเดิมที่ใจดีคะขากับน้องจอยแล้ว
“ขวัญข้าวทำอะไร มึงเป็นบ้าอะไรเนี่ย”
“ก็มันขัดขากู” ดวงตาแข็งทื่อของมันที่มองน้องจอย ผมรู้ทันทีว่ามันกำลังโกรธจัด แต่ตอนนี้ผมไม่มีเวลาที่จะพูดอะไรกับมันต่อได้รีบพุ่งตัวไปดูน้องจอยทันที
“จอยเปล่านะคะ” น้องมันร้องไห้ รีบกอดผมแน่น “จอยร้อน”
“แสดง”
“ข้าว กูไม่คิดว่ามึงจะเป็นคนอารมณ์ร้อนแบบนี้” ผมตะคอกใส่
ขวัญข้าวเสียงดัง เห็นว่าตอนนี้มันกำลังกำมือแน่นตั้งท่าจะด่าผมกลับ แต่ผู้ชายคนนั้นก็รีบดึงตัวมันเข้าไปหลังร้าน ก่อนจะรีบออกมาขอโทษขอโพยน้องจอยยกใหญ่ผมไม่ติดใจเอาเรื่องอะไรเพราะนั่นก็เพื่อนรัก และต้นเหตุทั้งหมดที่ทำให้สองคนทะเลาะกันแล้วก็มาจากผมเอง
ผมรีบพาน้องจอยไปล้างเนื้อล้างตัว คนที่บอกว่าร้อนกลับไม่มี
รอยแดงอะไรสักนิด หรือน้องมาแสดงละครวะ แต่เอาเถอะอย่างน้อยน้องก็เป็นคนโดนกระทำส่วนเรื่องขวัญข้าวค่อยเคลียร์กันพรุ่งนี้
พาร์ตขวัญข้าว
พี่ภีมดึงฉันเข้ามาเพื่อสงบสติอารมณ์อยู่ในห้องครัว ตอนนี้ฉันกำลังอดกลั้นบอกตรง ๆ ว่ารู้สึกโกรธยัยเด็กจอยนั่น แต่อีกใจกับโกรธไอ้ตัว
ต้นเรื่องมากกว่า ฉันโดนตบหน้าช้ำขนาดนั้น มันยังกล้าที่จะกลับไปคบกับน้องหรือตอนแรกมันไม่ได้อยากเลิกกับน้องจริง ๆ ใช้ฉันเป็นเครื่องมือในการประชดประชันน้องมันก็เท่านั้น
คิดก็รู้สึกโมโห มันเสียงดังใส่ฉันแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน ตั้งแต่รู้จักกัน เป็นเพื่อนมาตั้งแต่ปี 1 มันไม่เคยทำแบบนี้กับฉันเลย แค่คิดก็น่าน้อยใจซ้ำ ๆ เด็กนั่นมันคบด้วยไม่กี่เดือนด้วยซ้ำ
แฟนกับเพื่อนความสำคัญมันต่างกัน แบบนี้สินะ
ไม่รู้แหละไม่ว่ายังไงพรุ่งนี้ฉันจะต้องเคลียร์กับมันให้รู้เรื่องให้ได้
ฉันไม่ได้หวังให้มันเลิกกับน้องจอย แต่ฉันแค่อยากได้คำอธิบายว่ามันกลับไปคบกันตอนไหน ทำไมฉันถึงไม่รู้เรื่อง ฉันไม่ได้อยากโง่เป็นควาย อีกอย่างพรุ่งนี้ฉันกะว่าจะบอกไอ้แก๊งสองเสือหนึ่งโบ้ว่ามาทำงานพาสไทม์อยู่แล้วถึงแบบนั้นต่อให้มันยืนกรานจะหยิบยื่นเงินมาช่วย ฉันก็จะไม่มีทางรับเงินพวกมัน ฉันจะต้องทำได้ด้วยความพยายามของตัวเองแม้ว่ามันจะต้องทำงานหนักมากแค่ไหนก็ตาม
พี่ภีมเดินออกไปเคลียร์เรื่องข้างนอกสักพักก็กลับเข้ามา ยอมรับตามตรงว่าฉันกลัวโดนไล่ออก ถึงแม้ว่าพี่เขาจะบอกว่าจีบฉันอยู่ แต่ก็ไม่คิดว่าจะมีอภิสิทธิ์อะไร ก่อเรื่องขนาดนี้เขาคงเอาฉันไว้หรอก
“ข้าวขอโทษนะคะที่ไม่ระงับอารมณ์ตัวเอง”
“น้องกิ่งก็อยากทำเค้กค่ะ” วางตัวเด็กทั้งคู่ลงจากนั้นกวินและ น้องกิ่งก็วิ่งนำไปที่ครัวที่มีแม่ของฉันอยู่“แล้วปะป๊าอยากไปทำเค้กด้วยไหมคะ”“เดี๋ยวพฤกษ์ช่วยข้าวนะ”“น่ารักที่สุด” ฉันบีบจมูกของเขาไปหนึ่งที“แล้ววันนี้วันเกิดข้าว ข้าวอยากไปไหนไหม” แต่งงานกันมาก็หกปีแล้ว การออกไปนอกบ้านทุกเทศกาลสำคัญมันก็ดูไม่น่าตื่นเต้นมากเท่าไหร่“ไม่เอาอะทำกับข้าวกินที่บ้านดีกว่า ชวนป๊ากับแม่ด้วยสิ”“แล้วก็เถ้าแก่เฮงด้วยดีไหม” เถ้าแก่เฮงที่บอกว่าตัวเองป่วยบ่อยกลัวว่าจะไม่เห็นหน้าหลาน ตอนนี้ก็ยังคงแข็งแรงดี พูดไปเพราะอยากจะเร่งรัดให้ฉันมีหลานเร็ว ๆ แค่นั้นแหละ“ได้” ฉันฉีกยิ้ม“พฤกษ์โทรชวนป๊ากับแม่มาก่อนนะ แล้วก็เถ้าแก่เฮงจะโทรบอกแล้วให้คนขับรถไปรับ” ฉันรู้ดีว่าต่อให้พฤกษ์บอกว่าจะให้คนขับรถไปรับเถ้าแก่ เดี๋ยวท่านก็ปฏิเสธอยู่ดีรายนั้นมาที่นี่ทีไรก็มักจะให้คนขับรถที่บ้านตัวเองพามาตลอด บอกว่าไม่อยากรบกวน“ปะเดี๋ยวเราไปทำขนมกัน” ฉันบอกพฤกษ์แต่คนตัวโตก็เดินเข้ามาหาพร้อมกับประคอง“ข้าวจะไม่เหนื่อยใช่ไหม”“แค่ทำขนมเองจะเหนื่อยได้ยังไง”“พฤกษ์ไม่อยากให้ข้าวเหนื่อย เป็นห่วงเจ้าตัวเล็กด้วย” ตอนนี้ฉันตั้งท้องลูก
“ฮะ อย่าบอกนะว่า…”“เออ ตอนนี้กูกำลังจะเป็นพ่อแล้ว”“เฮ้ย ใครจะไปคิดว่าคนแบบมึงก็มีน้ำยา”“นี่มึงหมายความว่าอะไรไอ้เลโอ”“ก็เปล่า แล้วบอกไอ้คีย์หรือยัง”“กำลังจะโทร”“เออ ๆ รีบโทรเลย อยู่ไหนก็ส่งโลเคชันมาด้วยเดี๋ยวกูรีบไปหา กูจะมีหลานแล้วว่ะ” ตอนนี้น้ำเสียงของไอ้เลโอก็ดูตื่นเต้นไม่ต่างกันวางสายจากมันก็รีบโทรหาไอ้คีย์ทันที“มึงว่างหรือไงโทรหากู” ไอ้คีย์ก็ไม่ต่างกับไอ้เลโอมากเท่าไหร่การทักทายของมันจะพูดดี ๆ สักครั้งก็ไม่มี“ว่าง ว่างมากพอที่จะได้ปาร์ตี้กันคืนนี้ด้วย” ปาร์ตี้ที่ว่าผมไม่ได้ กะจะปาร์ตี้ให้เมามายอะไรก็แค่อยากจะฉลองให้กับหนูน้อยที่เกิดมา หนูน้อยที่เป็นความสุขของผมและข้าว “อารมณ์ไหนของมึงปาร์ตี้อะไร”“ก็ปาร์ตี้ปาร์ตี้แบบไม่มีแอลกอฮอล์ เพราะตอนนี้กูจะเปลี่ยนเป็นคนใหม่”“มึงเป็นบ้าอะไรของมึงเนี่ย”“กูกำลังจะเป็นพ่อคน”“ฮะ มึงว่าอะไรนะ”“กูบอกว่ากูกำลังจะเป็นพ่อคน”“ไม่ตลก”“กูพูดจริง ๆ กูไม่ได้ตลกเว้ย” ทำไมผมพูดความจริงมันเหมือนโกหกขนาดนั้นเลยเหรอไอ้คีย์มันถึงไม่เชื่อ “ปลื้มเป็นคนพาข้าวมาโรงพยาบาล”“เมียกูอยู่กับเมียมึง”“ไปทำอะไรให้เมียมึงงอนน่ะ”“กูเปล่า”“มึงก็รีบ ๆ
“น่าจะประมาณสิบโมงค่ะ”“ห่วงข้าว” ผมบอกออกไปตามความจริง เวลาเมียตัวเองไม่สบายใครกันจะอยากห่าง “ไม่ไปได้ไหม อยากอยู่ด้วย”“วันนี้มีประชุมไม่ใช่เหรอคะ ไปเถอะข้าวอยู่ได้ ไม่เป็นไร” คนดื้อ รีบพยายามทำตัวเองให้สดใสไม่ให้ผมเป็นห่วง“โอเคครับ” ผมผละตัวออกจากคนตัวเล็กไปแต่งตัว “ถ้าเข้าไม่ไหวอย่าฝืนนะ” ผมบอกข้าวก่อนออกจากบ้าน แต่ก็ก่อนจะออกได้ก็ทำใจอยู่นาน ผมไม่อยากให้เข้าอยู่คนเดียว ต่อให้รู้ว่าน้องปลื้มจะมาหาผมก็ยังเป็นห่วงอยู่ดีเมื่อมาถึงบริษัทผมก็รีบตรงเข้าห้องทำงานจัดการเคลียร์งานที่มีอยู่ แต่ยิ่งพยายามทำมากเท่าไหร่มันก็ไม่ลดลงเลยเพราะหัวของผมก็มีแต่ เป็นห่วงขวัญข้าว ขืนเป็นแบบนี้ผมได้กลับไปหาขวัญข้าวช้าแน่ ๆ“ท่านรองเป็นอะไรหรือเปล่าคะ” เลขาของผมเข้ามาในห้อง“เปล่าครับ ผมมีประชุมเลิกกี่โมงนะ”“มีประชุมประมาณบ่ายโมงค่ะ เลิกประชุมประมาณบ่ายสาม” ผมพยักหน้าเข้าใจ หากผมจัดการเอกสารกองนี้เสร็จผมจะได้กลับบ้านประมาณนั้นผมใช้เวลาว่างอยู่กับเอกสารจนเสร็จสิ้นกะว่าจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูเวลา แต่เราก็ต้องตกใจเมื่อพบว่ามีสายเรียกเข้าโทรเข้ามาเกือบ สิบสาย เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนโทรเข้ามาผม
“พฤกษ์เป็นขวัญข้าวนะครับ” แต่ละคำพูดที่บอกเธอก็กระแทกเข้าไปย้ำเหมือนกับว่าให้เธอสนใจ “จะรักแค่เมียและเอาเมียคนเดียว”“ข้าวก็จะรักพฤกษ์คนเดียว” ผมยิ้มพอใจ เวลาเสียงสั่น ๆ ของข้าวพูดบอกรักโคตรได้อารมณ์ เลื่อนมือไปจับสะโพกรั้งตัวเธอเข้ามากระแทกเข้าเร็ว ๆ จนเราทั้งคู่ขึ้นสวรรค์ไปพร้อม ๆ กันผมรับรู้ได้ว่าน้ำสีขาวขุ่นของตัวเองเอ่อนองอยู่ในตัวข้าวมากแค่ไหน คืนนี้ตั้งใจที่จะไม่ป้องกัน เพราะอยากได้โซ่ทองมาคล้องใจ อีกทั้งยังอยากสัมผัสข้าวให้แนบแน่นอย่างที่ไม่เคยจะทำ“เอาอีกไหม” ผมถามได้ขณะที่เราทั้งคู่ย้ายตัวเข้ามานั่งแช่อยู่ในอ่าง“เดี๋ยวค่อยไปต่อที่เตียง”“ไม่ชอบตรงนี้เหรอ”“ก็ชอบแต่รู้สึกมากเกินไป”“รู้สึกมากเกินไป มากเกินไปยังไง” หอมไปที่ผมกระชับกอดอย่าง รักใคร่“ข้าวไม่ชิน พฤกษ์ร้อนแรงจนข้าวยืนแทบไม่อยู่”“งั้นเราอาบน้ำกันก่อนเดี๋ยวไปต่อที่เตียงกันนะ” บอกไปอย่างนั้นสรุปสุดท้ายเพียงแค่ลูบไล้ไปบนเนื้อตัวของขวัญข้าวไฟก็ติดขึ้นมาเสียดื้อ ๆ อีกรอบจากนั้นเราทั้งคู่ในมอบความรักในห้องน้ำให้แก่กันก่อนคืนนี้จะจบที่เตียงอย่างที่บอกเอาไว้ ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่ผมจะอดใจไหวไม่ให้รัก ขวัญข้าวทั้งคืนไ
“ขอบคุณพฤกษ์เหมือนกัน” เธอหันหน้ามาหาลูบไล้ที่แผงอก ค่อย ๆ ไต่นิ้วลงไปเรื่อย ๆ จนถึงหน้าท้องลงไปเรื่อย ๆ จนถึงกึ่งกลางลำตัวขวัญข้าวจงใจใช้มือ สัมผัสตัวตนของผมที่ในตอนนี้มันตั้งชูชันพร้อมจะออกรบเต็มที่“ข้าว” เสียงของผมเริ่มไม่เหมือนเดิม สาเหตุก็มาจากคนน่ารักตรงหน้ากำลังยั่วโดยการใช้นิ้วลูบไล้ส่วนหัวคุณเบา ๆ เพียงแค่มือนิ่มกับทำให้ผมรู้สึกมากขนาดนี้ อย่างอื่นไม่อยากจะคิดกลัวทนไม่ไหวเสียก่อนขวัญข้าวไม่ได้พูดอะไร แกล้งบดเบียดหน้าอกเข้าหาจากนั้นก็หยิบไปที่ไวน์ขึ้นมากระดกมันเข้าปาก เอามาแบ่งให้ผมด้วยการจูบ ไวน์รสดีบรรจงถูกส่งเข้ามา จากนั้นเราก็แลกลิ้นสัมผัสกันแนบชิดตอนแรกขวัญข้าวในวันนี้ทำเอาตกใจอยู่เหมือนกัน ใครจะคิดก็คนซื้อ ๆ ที่ไม่ประสีประสาในตอนแรกตอนนี้กลับดูมีประสบการณ์ เพียงเพราะศึกษาเพื่ออยากเอาใจผม รู้ก็เพราะเคยถามมาซึ่งขวัญข้าวก็สารภาพว่าแอบเสิร์ชหาข้อมูลเยอะอยู่เหมือนกันที่จะทำให้ผมรู้สึกดีอย่างนี้“ขี้ยั่วจังเลยนะ”“แล้วชอบไหม”“ชอบครับ ชอบที่สุด” จูบซับไปที่หน้าผับนวลจากนั้นก็ใช้มือช้อนตัวขวัญข้าวพร้อมกับลุกขึ้น“จะทำอะไร”“ล้างตัวแป๊บนึง อยากไปเล่นตรงนั้น” บอกพร้อมกับหัน
“ชมแต่ขวัญข้าว น้องปลื้มไม่ชมพี่เลโอบ้างเหรอ เนี่ยพี่ก็จีบน้องพระพายตั้งหลายปีเลยนะ” ตอนนี้ไอ้เลโอกับน้องปลื้มดูจะเป็นคู่ซี้พี่น้องที่สนิทกันมาก ๆ สาเหตุก็มาจากน้องปลื้มช่วยให้มันได้คบกับน้องพระพายนั่นแหละ“เรื่องนี้ก็ยกนิ้วให้พี่เลโอเหมือนกัน เก่งมาก ๆ เลยค่ะ” “ให้มันจริงเถอะ ไม่ใช่ว่าคนอื่นไม่เอาพี่เลโอหรอกเหรอ” พระพายพูดทำเอาผมกับขวัญข้าวแทบจะกั้นขำไม่อยู่พอ“น้องพระพาย น้องพระพายก็เห็นว่ามีคนเข้าหาพี่เยอะมากแค่ไหน” ก็จริงอย่างที่มันว่าเห็นแปลก ๆ แบบนี้มันก็มีสาว ๆ เยอะเหมือนกันอีกคนหนึ่งที่ในวันงานไม่ได้มาก็คือเจ้านายเก่าของขวัญข้าว รายนั้นฝากน้องปลื้มมาแสดงความยินดี ไม่ใช่ว่าเสียใจที่ผมกับขวัญข้าวแต่งงานกันเลยไม่มา ทว่าเขานั้นมีลูกน้อยฝาแฝดที่พึ่งคลอดเลยไม่สามารถมาได้จากที่ได้คุยกับข้าวก็พึ่งมารู้ว่า เขาไม่ได้คิดที่จะจีบข้าวจริงจังตั้งแต่แรก แต่มองในมุมน้องสาวมากกว่า“แล้ววันนี้เล็งไว้หรือยังว่าจะเอาแฝดสองหรือแฝดสาม” ไอ้เลโอก็ยังพูดจาทะลึ่งเหมือนเดิม“แฝดสี่ไปเลยดีไหม” ส่วนคนที่ทะลึ่งมากกว่าก็น่าจะเป็นผมเนี่ยแหละ“พฤกษ์”กิจกรรมล่วงเลยมาถึงช่วงดึก ในที่สุดก็ถึงเวลาเข้าหอสักที







