เดิมพันรักครั้งที่ 6
1/3
“ใจดีแบบนี้กับทุกคนไหมนะ” เกียร์นี่น๊า....
“มินนี่ก็เหมือนเกียร์” เขามุ่นคิ้ว อาจจะจำคำพูดของตัวเองไม่ได้ใช่ไหมล่ะ เกียร์เคยบอกฉันนี่นาว่าเขาพูดจ่าน่ารักกับคนที่ชอบ ฉันเองก็ทำตัวใจดีเรื่องนี้กับคนที่ชอบเหมือนกัน “กินขนมไห“มินนี่ เปลี่ยนเรื่องเก่งที่หนึ่งเลย” เกียร์พูดแล้วก็ฉวยโอกาสจุ๊บแก้มฉันหนึ่งที
“มาเร็ว ติวหนังสือก่อนนะ” ฉันบอกเกียร์เพราะว่าถ้ามัวแต่เล่นกันแบบนี้ก็คงจะไม่ได้ติวพอดี เราสองคนนั่งที่พื้นแล้วก็เอาโต๊ะเล็กมาวาง ตอนที่ฉันเอาไอแพดกับชีทออกมาเกียร์เดินไปเข้าห้องน้ำก่อน ประมาณสามนาทีเขาก็เดินกลับมา “เกียร์ มานั่งตรงนี้ทำไม”
ฉันว่าเขาเพราะเกียร์ไม่ยอมไปนั่งตรงข้ามแถมยังมานั่งซ้อนหลังฉันอีก
“อยากนั่งใกล้มินนี่จะได้มีกำลังใจอ่านหนังสือ” เขานี่มันจริง ๆ เลยน๊า ตอนนี้ฉันเหมือนนั่งอยู่บนตักเกียร์แต่ก็ไม่เชิงหรอก เขาซ้อนหลังฉันคล้ายกับการกอดแล้วก็เกยคางอยู่บนไหล่ ทุกลมหายใจของเขาเป่าลดต้นคอฉันจนขนลุกไปหมดเลย
“มินนี่ไม่ถนัดนะคะ” ฉันเอียงหน้าไปบอกแต่ตอนนั้นก็ยิ่งทำให้เราอยู่ในท่าทางที่หมิ่นเหม่ขึ้นไปอีก เกียร์ทำฉันเขินจนจะระเบิดเลยก็ว่าได้นะ ฮือ...มินนี่ต้องตายแน่ ๆ
“เดี๋ยวก็ชินค่ะ” เขาบอกเสียงเบา ฉันกระพริบตาถี่ ๆ ก่อนจะหันกลับมาทางตรงแล้วนับหนึ่งถึงสิบในใจ “มาสิ มินนี่จะติววิชาไหนให้ก่อน”
“เรามีGen Ed สองตัวที่เหมือนกัน แต่ว่าของอาจารย์สิริรัตน์มินนี่เคยเรียนกับเขาสองครั้งแล้วในวิชาเอก พอจะจับทางได้แล้วว่าเขาออกข้อสอบแบบไหนก็เลยเกร็งข้อสอบมาให้” ฉันกดเข้าแอพฯ จดแล้วก็เปิดหน้าเกร็งข้อสอบขึ้นมา “ตัดเกรดอิงเกณฑ์นะ แต่เอฟตัดที่สี่สิบ มิดเทอมสามสิบห้า ปลายภาคสามสิบห้า รายงานกลุ่มยี่สิบ แล้วก็ควิซสองครั้งสิบคะแนน เกียร์มีเท่าไหร่แล้ว”
“พ้นเอฟแล้วครับ” เกียร์ตอบมามือของเขาก็วางอยู่บนมือซ้ายฉันข้างหนึ่ง “ตอนนี้มีประมาณห้าสิบเจ็ด เกียร์ทำมิดเทอมไม่ค่อยดีแต่ควิซได้เต็ม แล้วก็รายงายเกียร์ได้ประมาณสิบแปด”
“อวดเหรอคะ” ฉันแซว “มิดเทอมไม่ดีแบบไหนได้ห้าสิบเจ็ดเนี้ย”
“แล้วมิดเทอมมินนี่ทำแบบไหนถึงได้เต็มล่ะ” เกียร์ยอกย้อนฉัน แต่ตอนอาจารย์ประกาศคะแนน อาจารย์มักจะประกาศใน G****e Classroom ซึ่งมันจะเห็นคะแนนของทุกคนในคลาสเลยไง
“มินนี่ตั้งใจอ่านหนังสือไงคะ” ฉันตอบไป “อาจารย์มักจะออกเป็นข้อกานะ เจ็ดสิบข้อสามสิบห้าคะแนน มินนี่เกร็ง ๆ มาแล้ว แต่ไม่ได้ทำช้อยส์เกียร์ลองอ่านแล้วก็ดูว่าข้อไหนตอบประมาณไหน”
“ครับอาจารย์” ฉันส่ายหัวไปมาเบา ๆ “ถ้าเกียร์ได้เกินครึ่งมินนี่ให้อะไร หืม”
“อะไรอ่า มินนี่ต้องให้รางวัลด้วยเหรอ” เกียร์พยักหน้า “แล้วเกียร์อยากได้อะไรคะ”
“อยากได้มินนี่” เขากระซิบเสียงเบา ตอนนั้นแก้มทั้งสองข้างของฉันก็เหมือนจะระเบิดออกมาเลย
“บ้า” ฉันพูดเสียงเบา “มาเร็วตั้งใจทำก่อน ทำถูกค่อยว่ากัน”
เกียร์ยอมหยุดแกล้งฉันแล้วฉันก็อธิบายเนื้อหาบางจุดที่เขาไม่เข้าใจให้ก่อน ซึ่งเท่าที่คุยกันมาในเรื่องเรียนฉันก็พอจะดูออกนะว่าเกียร์ค่อนข้างเป็นคนฉลาดและหัวดี ฉันอธิบายนิดหน่อยก็เข้าใจแล้ว เกรดเกียร์ก็ดีพอควรนะ วิชาที่เป็นภาษาอังกฤษเขาก็เข้าใจได้ดีด้วย
ฉันว่าเขาแค่อาจจะไม่มีเวลาในการทบทวนเพราะต้องทำงานมากกว่า หรือไม่เขาก็ก็อาจจะเป็นคนที่ขี้เกียจทบทวน แต่ก็นั่นแหละเขาหัวดีมากนะเกียร์น่ะ
เกียร์ยังนั่งซ้อนฉันในท่านี้และเกยคางไว้บนไหล่ฉันตอนอ่านไป ทำข้อสอบไป ตอนแรกมันก็ออกจะจักจี้นะแต่พอนานไปมันก็ชิน แล้วฉันก็รู้สึกว่ามันดีมาก
“เก่งมาเลย เกียร์ตอบถูกตั้งหกสิบห้าเต็มเจ็ดสิบนะ” ฉันชมตอนที่เห็นว่าเกียร์ทำข้อสอบที่ฉันเกร็งไว้ได้ถูกเกือบหมดเลย เขาจะติดปัญหาตรงบางข้อที่ไม่เข้าใจเท่านั้น บางข้อเขาก็อาจจะสับสนไป แต่โดยรวมฉันสามารถการันตีได้ว่าเกียร์เป็นคนหัวดี “เกียร์หลอกมินนี่มาติวหรือเปล่าคะ”
“ใช่ไหมนะ” เกียร์แกล้งว่า “แต่เกียร์ว่าเกียร์ได้ครูดีมากกว่า”
“แกล้งยอสิไม่ว่า” ฉันส่ายหัว เกียร์วางปากกาลงแล้วก็เอาทั้งสองข้างกอดที่เอวฉันแถมยังแอบจุ๊บต้นคอฉันอีก “เกียร์ เดี๋ยวมินนี่ให้จ่ายค่าหอมนะ”
“จ่ายรายครั้งหรือแบบเหมา ๆ ดีคะ หืม” เกียร์นี่น๊าคารมดีจนสาวหลังแน่นอนลาะฉันว่า ฉันเอียงหน้าไปหาเขาเกียร์ก็จุ๊บปวกฉันอีกที “หน้างอแล้ว มา เกียร์ให้จุ๊บคืน”
“ไม่เอาหรอก” ฉันสั่นหัว สองแขนแกร่งของเขายังกอดฉันไว้อยู่
ฉันไม่ได้อึดอัดกับการกระทำนี้อาจจะเพราะฉันชอบเกียร์อยู่ก่อนแล้วล่ะมั้ง ปกติแล้วคนเราหากมีคนที่แอบชอบ แอบรักแล้วได้ลองคุยกันก็จะถูกแบ่งออกเป็นสองประเภท ในความคิดฉัน
ประเภทที่หนึ่ง ตอนแอบชอบก็จะมักแอบมอง แอบส่องเขา อยากคุยอยากรู้จัก แต่พอได้รู้จักแล้วทัศนคติไม่ตรงกัน หรือไม่ชอบอะไรบางอย่างของอีกฝ่ายก็จะชอบน้อยลง หรือเลิกชอบไปเลย
ประการที่สอง ตอนแอบชอบก็มักแอบมองเขา แอบส่อง แอมยิ้มมีความสุข แต่พอได้รู้จักหลายมุมแล้วก็ยิ่งชอบไปใหญ่ ทัศนคติดี ความชอบคล้ายกัน ยิ่งรู้จักยิ่งชอบเพิ่มขึ้น
ฉันว่าฉันเป็นแบบที่สองนะ ก่อนหน้านี้ฉันแอบชอบเกียร์ ก็จะแอบมองแอบส่องเขาบ้าง เวลาเดินสวนกันฉันก็จะเก็บอาการเอาไว้ ฉันไม่เคยจินตนาการถึงความสัมพันธ์ของฉันกับเขาที่เกิดขึ้นเพราะคิดว่าเขาคงชอบสาวแซ่บ ๆ เผ็ด ๆ มากกว่าแกงจืดแบบฉันนะ แฮะ ๆ
พอได้คุยกันแล้วก็กลายเป็นว่าฉันชอบเขามากขึ้นกว่าเดิมอีก ชอบความคิดของเขา ชอบความพยายาม ความขยันของเขา ฉันคิดว่าเขาเก่งมากนะที่ทำงานเลี้ยงตัวเองได้
ฉันไม่ได้ Romanticize นะ ฉันคิดว่าเลือกได้เกียร์คงไม่ได้อยากจะทำงานในขณะที่เพื่อนคนอื่นได้ใช้ชีวิตวัยรุ่น นอนตื่นสาย ไปเที่ยวไปโน่นนี่ได้โดยไม่มีข้อจำกัดทางการเงิน แต่ฉันชื่นชมเขาในฐานะที่อายุเท่ากันแต่เกียร์พึ่งพิงตัวเองได้แล้ว ใช้ชีวิตคนเดียวได้
ในขณะที่ฉันยังไม่รู้เลยว่าถ้าไม่มีพ่อกับแม่จะเป็นยังไง ฉันไม่รู้วิธีหาเงินใช้ด้วยซ้ำ แม้แต่อาบน้ำก็ยังต้องมีคนคอยช่วยเลย ฉันเหมือนสัตว์เลี้ยงในกรง ในขณะที่เกียร์เหมือนสัตว์ป่ามากประสบการและรู้วิธีเอาตัวรอด ส่วนฉันทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง แม้แต่รถสาธารณะนอกจากแท็กซี่แล้วฉันก็ขึ้นไม่เป็นเลย
“มินนี่ตัวนุ่มนิ่มจังเลยนะ” เกียร์พูดกับฉันระหว่างที่คนตัวโตเอาแต่กอดกัน “กอดแน่นแล้วกลัวจะบุบเลย กระดูกจะหักไหมนี่”
“เว่อร์ละ” ฉันส่ายหัวก่อนจะเอื้อมมือไปเอาถึงขนมที่วางอยู่บนเก้าอี้ลงมา “วันนี้มินนี่ทำชิฟฟ่อนมะพร้าวใบเตย กับฝอยทองมาด้วยแหละ เกียร์อยากกินไหม”
“ไหน ป้อนเกียร์หน่อยสิ”
“อ้อนเก่งจริงเลยเจ้าลูกหมา” ฉันแซวเล่นหรอก เกียร์เหมือนลูกหมาชอบพันแข้งพันขาและอ้อนกินขนมเลย ฉันเคยเลี้ยงหมานะ เลี้ยงสองตัวช่วงประถมกับมัธยม พอน้องเสียไปฉันก็ไม่ได้เลี้ยงอีกเลย ตัวแรกของฉันเป็นซามอยด์ ส่วนอีกตัวเป็นปอมเมอเรเนียน
“เกียร์เป็นหมาของมินนี่คนเดียวพอ” ฉันยู่ปากส่ายหัวกับคำพูดน่ารักของเขาก่อนจะเอาขนมออกมาให้เกียร์ทาน ผู้ชายคนนี้ยังป้อนให้ฉันอ้อนอีก
เกียร์เก่งนะ เขาน่ะรู้วิธีจะพูดยังไงให้ผู้หญิงชอบเขา รู้วิธีจะทำยังไงให้ผู้หญิงหลงคารม ส่วนฉันทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเขาอันตราย เป็นเหมือนไฟแต่ฉันก็ยิงจะบินเข้าไปหา ฉันเหมือนแมงเม่าที่กำลังหลงแสงไฟ
“อร่อยไหมคะ” ฉันถามตอนที่เอาชิฟฟ่อนมะพร้าวใบเตยเข้าปากเกียร์
“มาก มินนี่ทำอะไรก็อร่อย” เขาชมฉัน ฉันยิ้มเพราะเกียร์ชมแบบนี้ทุกครั้งเลย ตั้งแต่ครั้งแรกที่เอาคุกกี้ไปให้ จนหลายวันที่อยู่โรงพยาบาลก็ตามที “เกียร์คงอ้วนเป็นหมู”
“แล้วที่บอกว่าจะเอารางวัล อยากได้อะไรคะ” ฉันถามไปอีกเพราะว่าสัญญาแล้วนี่นาว่าจะให้
“ถ้าเกียร์ขอมินนี่จะให้ได้หรือเปล่า” ฉันเลิกคิ้ว เอียงหน้าไปมองจนชัดถนัดตา ฉันเอี้ยวตัวมาเลยเพราะเกียร์ไม่ยอมไปนั่งตรงข้ามกันน่ะสิ
“แล้วเกียร์ขออะไรล่ะ” ฉันมุ่นคิ้ว ฉันไม่รู้เลยว่าคำขอของเกียร์จะเป็นอะไร ฉันเผลอมองริมฝีปากเกียร์แป๊บหนึ่งก่อนจะเหลือบขึ้นไปมองตาเขา “เป็นสิ่งของหรืออะไรคะ”
“ไม่ใช่สิ่งของ” ฉันยังรอเขาพูดต่อ
“งั้นอะไรเอ่ย ถ้ามินนี่ให้ได้ก็จะให้ค่ะ” ฉันพูดจริงนะ ถ้าเป็นสิ่งที่ฉันให้ได้ฉันก็ให้อยู่แล้วไม่ปฏิเสธหรอก “บอกมาเร็วสิ บอกช้ามินนี่ไม่ให้น๊า”
“มินนี่เป็นแฟนเกียร์ได้ไหมครับ” คำถามกึ่งคำขอของเขาทำเอาฉันนิ่งไป ภายในหัวใจก็เต้นแรงจนแทบทะลุอกออกมา ฉันมองเกียร์ค้างเอาไว้ เกียร์ก็มองฉัน แน่นอนว่าฉันชอบเขามากขึ้นกว่าเมื่อก่อนแต่มันก็เป็นการตัดสินใจที่ใหญ่หลวงมากเหมือนกัน “ได้ไหมครับ”
“มินนี่ขอคิดก่อนได้ไหม” ฉันไม่ได้อยากปฏิเสธเกียร์ ฉันชอบเขาและเคยคิดถึงเรื่องนี้ตอนเราเริ่มคุยกัน แต่ว่านะฉันก็มีพันธะที่มองไม่เห็นจากเปรมด้วย แม้ว่าฉันจะไม่ชอบเปรมและไม่อยากเป็นแฟนก็ตาม ฉันแค่กังวลน่ะว่าถ้าเกิดตกลงไปแล้วมันจะมีผลกระทบอะไรตามมาไหม
“งั้นมินนี่จะให้คำตอบเกียร์ได้เมื่อไหร่” เขาเขี่ยนิ้วฉัน แววตาเขาดูออดอ้อนนิดหน่อย เกียร์ชอบมินนี่มากนะ “เกียร์ปวดใจเวลาที่ไอ้เปรมมันแสดงความเป็นเจ้าของมินนี่ เกียร์อยากเป็นแฟนตัวจริง”
“สอบเสร็จ มินนี่ให้คำตอบเกียร์นะ อีกอาทิตย์เดียว”