บ้านไกรวณิชคุณ
เสียงคำรามของเครื่องยนต์ดังกระหึ่มไปทั่วทั้งซอยในเขตของตระกูลมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล บอดีการ์ดที่ประจำอยู่หน้าประตูรีบผลักบานเหล็กเปิดออกทันทีที่ได้ยินเสียงท่ออันเป็นเอกลักษณ์ตามสัญชาตญาณ
นายน้อยของบ้านกลับมาแล้ว….
บิ๊กไบค์สีดำทมิฬแล่นผ่านประตูใหญ่เลี้ยวเข้าไปยังลานจอดรถภายในคฤหาสน์อย่างคุ้นชิน
คิเร็นดับเครื่องยนต์ ยกมือขึ้นถอดหมวกกันน็อกวางไว้บนถังน้ำมัน ก่อนจะยกมือเสยผมยุ่งให้กลับเข้าที่ ยังไม่ทันตวัดขาลงจากรถ เสียงเครื่องยนต์อีกคันก็ดังแทรกขึ้นมา
มาเซราติสีดำด้านค่อยๆ ถอยเข้ามาจอดเทียบข้าง ก่อนประตูฝั่งคนขับจะเปิดออก
“เพิ่งมาถึงเหรอ” ไคเร็นถามพี่ชาย พลางเดินเข้าไปหา
“อืม” เขาพยักหน้าเป็นคำตอบกับน้องชาย
สองพี่น้องเดินออกไปพร้อมกัน ทันทีที่บอดีการ์ดเห็นนายน้อยทั้งสองต่างก็โค้งศีรษะให้ด้วยความเคารพ
“แม่ล่ะครับ” คิเร็นถามขึ้นเมื่อมาถึงหน้าประตูทางเข้าบ้านแล้วเห็น ‘ป้าจันทร์’ ยืนอยู่ด้วยรอยยิ้ม
“คุณเซลีนอยู่ในครัวค่ะ”
วันนี้คุณผู้หญิงของบ้านเข้าครัวทำของโปรดให้ลูกชายสองคนด้วยตัวเอง ส่วนตนกะเวลาที่นายน้อยสองคนมาถึง จึงเดินออกมายืนรอต้อนรับ
“แล้วพ่อล่ะครับ”
“คุยงานอยู่ค่ะ”
สองหนุ่มพยักหน้ารับพร้อมกัน
“กูไปอาบน้ำก่อน เหนียวตัวฉิบหาย” ไคเร็นบ่น
หลังออกจากสนามแข่งก็ขับรถตรงมาบ้านใหญ่ทันทีไม่ได้แวะคอนโดไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เพราะไม่อยากเสียเวลา
“อืม กูจะไปหาแม่ในครัว”
พูดจบทั้งสองก็แยกย้ายกันคนละทาง คิเร็นเดินตรงไปยังห้องครัว ส่วนไคเร็นก้าวขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง
ปัจจุบันทั้งคู่จะแยกออกไปใช้ชีวิตที่คอนโด แต่กว่าจะได้รับอนุญาตก็ต้องรอจนอายุครบยี่สิบปีเสียก่อนพ่อแม่ถึงอนุญาตให้ออกไปอยู่ตามลำพัง แต่แทนที่จะเลือกอยู่คอนโดที่เดียวกัน คิเร็นกับไคเร็นกลับเลือกคนละที่ เหตุผลสองพี่น้องง่ายๆ
แยกออกมาอยู่แล้วจะให้อยู่คอนโดเดียวกันอีกทำไม
พ่อแม่ไม่ขัดใจตามใจผู้อยู่ แต่มีเพียงกฎข้อเดียวที่ทุกคนต้องทำตาม ทุกวันเสาร์ต้องกลับบ้านมากินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตาด้วยกัน สำหรับสองหนุ่มกฎข้อนี้ไม่เคยเป็นปัญหาอยู่แล้ว
“สวัสดีครับแม่”
“ลูกแม่มาแล้ว~”
‘เซลีน’ รีบหันไปล้างมือแล้วเช็ดให้แห้ง ก่อนจะเดินอ้าแขนเข้าไปกอดลูกชายคนโตด้วยความคิดถึง ถึงแม้ลูกชายจะกลับบ้านทุกอาทิตย์ก็ตาม
“แล้วน้องล่ะ ยังไม่มาเหรอ”
“มาถึงพร้อมกันครับ ขึ้นไปอาบน้ำข้างบน”
เซลีนพยักหน้าหงึก
“แม่ทำของโปรดทั้งสองคนไว้ให้”
“ขยันจังเลยนะครับ”
“ลูกชายกลับบ้านทั้งที”
“พ่อไม่งอนแย่เลยเหรอครับ เห็นอาทิตย์ก่อนบ่นแม่ไม่ทำของโปรดให้”
“บ่นตามประสาคนแก่นั่นแหละ”
ถึงแม้กาลเวลาจะผ่านมาหลายสิบปี แต่ความรักของพ่อกับแม่ก็ไม่เคยจืดจางลงเลย
ทุกวันครบรอบแต่งงานทั้งสองจะบินไปใช้เวลาสวีตกันที่ต่างประเทศเสมอ ขนาดวันวาเลนไทน์พ่อก็ไม่เคยลืมเซอร์ไพรส์แม่ด้วยช่อดอกไม้ช่อใหญ่ทุกปี ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี พ่อก็ยังดูแลและใส่ใจแม่ไม่เคยเปลี่ยน
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารคึกคัก เพราะลูกชายสองคนกลับบ้าน เซลีนอารมณ์ดีเป็นพิเศษ คอยตักอาหารจานโปรดใส่จานให้ลูกชายคนละไม่ขาด โดยไม่ลืมตักให้คนเป็นสามีด้วย เดี๋ยวคนแก่แถวนี้จะน้อยใจ ตัดพ้อว่าเมียเอาแต่สนใจลูกจนลืมผัว
“วันนี้ผมจะเอารถอีกคันไปขับนะครับ ฝากพ่อให้คนขับบิ๊กไบค์ไปจอดไว้คอนโดให้ด้วย”
ตอนนี้มีที่จอดสำหรับรถอีกคันแล้ว เลยตั้งใจจะเอาอีกคันของตัวเองที่จอดไว้บ้านไปใช้ชั่วคราว ระหว่างรอลูกรักซ่อมเสร็จ
“เฟอร์รารีลูกล่ะไปไหน” เซลีนหันไปถามลูกชายด้วยสีหน้าสงสัย
“โดนสาวชนท้ายไปแล้วครับ” ไคเร็นชิงตอบแทนพี่ชายด้วยรอยยิ้มกริ่ม
“ตายจริง! ไปทำอีท่าไหนถึงโดนชนท้ายเนี่ย” เซลีนยกมือทาบอกด้วยความตกใจ ผิดกับสามีที่นั่งนิ่งไม่แสดงความตื่นตระหนกเท่าตัวเอง
“รถจอดของมันอยู่ดีๆ โดนคนขับมาชนท้ายเองครับ”
“แล้วใครชน”
ประมุขสูงสุดของบ้านอย่าง ‘ครินทร์’ เอ่ยถามลูกชายเสียงเรียบ ก่อนหน้านี้ได้ยินไคเร็นพูดลอยๆ ว่าถูกผู้หญิงชนท้าย แต่เข้าใจว่าเป็นเพียงมุกแหย่เล่นจึงไม่ได้สนใจนัก
“ผู้หญิงครับ”
คำตอบนั้นทำให้ครินทร์กับเซลีนมองหน้ากัน ก่อนที่คนเป็นแม่จะเลิกคิ้วขึ้นสูงทวนคำตอบอีกครั้ง
“ผู้หญิง?”
“ครับ”
“แล้วเขาเป็นอะไรมากไหม” ความห่วงใยจากเซลีนเปลี่ยนจากลูกชายไปทางคู่กรณี
“มีแผลถลอกนิดหน่อย”
“ได้พาเขาไปหาหมอไหม?”
“ไม่ครับ”
กูโดนแม่บ่นแน่ดอกนี้…
เตรียมรับชะตากรรมเลยคิเร็น
“แล้วทำไมไม่พาเขาไปหาหมอ แค่แผลถลอกนิดหน่อยแต่อาจช้ำในก็ได้นะลูก” เซลีนขมวดคิ้วเข้าหากัน
“เธอไม่เป็นอะไรหรอกครับแม่”
ยัยนั่นยังสบายดีครบสามสิบสองส่วน แม่เป็นคนแบบนี้แหละชอบคิดไปไกลตลอด ป่านนี้แผลถลอกแค่นั้นคงตกสะเก็ดไปแล้ว ไม่แน่อาจเหลือไว้แค่รอยแผลเป็นแล้วด้วยซ้ำ
“ว่าแต่รถล่ะ เสียหายเยอะไหม” ครินทร์ถามลูกชาย
“ไฟท้ายแตก กันชนบุบ สีถลอกนิดหน่อยครับ”
คนเป็นพ่อพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะเลื่อนสายตาไปมองภรรยาที่นั่งจ้องลูกชายเขม็ง เปลี่ยนจากคนอารมณ์เป็นคุณแม่แสนดุทันที
“มีคอนแทคเขาไหม แม่อยากคุยกับเขา”
“ไม่มีครับ”
เซลีนถอนหายใจออกมาเบาๆ
“เอาหน่าเซย์ เขาไม่เป็นอะไรมากหรอก กินข้าวต่อเถอะ” ครินทร์เอื้อมมือไปแตะท่อนแขนภรรยาเบาๆ เชิงปลอบ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมีสีหน้าเป็นกังวล
หลังจากมื้ออาหารจบลง ทั้งสองหนุ่มก็เดินตามผู้เป็นพ่อออกไปยังสนามยิงปืนส่วนตัวด้านหลังคฤหาสน์ สนามขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนผืนดินหลายร้อยไร่ รายล้อมด้วยแนวต้นไม้สูงและระบบรักษาความปลอดภัยอย่างหนาแน่น
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงปืนดังสนั่นไปทั่วสนาม คิเร็นเหนี่ยวไกต่อเนื่องจนกระสุนนัดสุดท้ายถูกยิงออกจากลำกล้อง ก่อนจะลดปืนในมือลงช้าๆ
“แม่นเหมือนเดิม” ครินทร์ตบไหล่ลูกชาย สายตามองด้วยแววตาภูมิใจ “ไม่ลองบ้างเหรอไคเร็น”
ไคเร็นวางแก้ววิสกี้ลง ก่อนลุกขึ้นเดินไปหยิบปืนมาถอดแม็กกาซีน บรรจุกระสุนจนเต็มแล้วเสียบกลับเข้าที่ด้าม ก่อนขึ้นลำอย่างคล่องแคล่ว
ปัง! ปัง! ปัง!
ครินทร์ยืนกอดอกมองผลงานของลูกชายคนเล็กด้วยแววตาเปี่ยมความภาคภูมิใจ ฝีมือของลูกชายทั้งสองแทบไม่ต่างกัน หากแต่นิสัยกลับสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง
คิเร็นสุขุม น่าเกรงขาม สมกับที่จะมารับช่วงต่อจากเขา ส่วนไคเร็นน่ะเหรอ? คนนี้เป็นแบดบอยตัวพ่อ ยังยืนกรานหัวชนฝาว่าจะไม่รับช่วงต่อที่ตอนแรกตั้งใจให้สองพี่น้องช่วยกัน ลูกน้องรายงานมาแทบทุกวันว่าหิ้วสาวเข้าโรงแรมเป็นว่าเล่น จนคนเป็นแม่กุมขมับปวดหัวไม่เว้นแต่ละวัน
“ลูกแม่สองคนเก่งมาก ภูมิใจสุดๆ” เสียงเซลีนที่เพิ่งตามมาดังขึ้นจากข้างหลัง
“แต่แม่ควรภูมิใจคิเร็นมากกว่านะครับ มันมีสาว” ไคเร็นป้องปากกระซิบประโยคหลังกับแม่ ทำเอาเซลีนถึงกับเบิกตากว้างทันที
“จริงเหรอคิเร็น ลูกมีแฟนแล้วเหรอ!”
คิเร็นหันไปชักสายตาใส่น้องชายที่ยืมยิ้มทะเล้น คนเป็นพ่อเองก็เลิกคิ้วขึ้นสูงมองมาด้วยความประหลาดใจ
“ใครเหรอคิเร็น” ครินทร์ถาม
“อย่าไปเชื่อมันให้มาก ไคเร็นมันชอบพูดไปเรื่อย”
“กูมีหลักฐานนะ”
“ไอ้ไคเร็น” เขากดเสียงต่ำเป็นเชิงปราม เดาออกทันทีว่ามันหมายถึงหลักฐานอะไร คงหนีไม่พ้นรูปวันที่น้ำขิงถูกชนจนเซเข้ามาจูบเขาในคลับ
ต่อมามีเพจเอารูปนั้นมาลงจนเป็นข่าวดังว่อนไปทั่วมหา’ลัย เขาบอกเพจนั้นลบออกให้หมด เตือนไปอีกด้วยว่าถ้ายังเอามาเผยแพร่อีกจะฟ้อง แต่ไม่คิดว่าไคเร็นจะมีเก็บไว้
“คนไหนๆ แม่อยากเห็น”
ไคเร็นไม่รอช้า หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดให้พ่อแม่ดูทันที คิเร็นถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่อย่างเริ่มหัวเสีย
“อุ๊ยตาย!” เซลีนยกมือปิดปาก ก่อนจะหันไปมองลูกชายคนโตตาเป็นประกาย “ลูกแม่นี่ร้ายกาจจริงๆ ใครเหรอ พามาแนะนำให้พ่อกับแม่รู้จักหน่อยสิ”
คนเป็นแม่พูดอย่างตื่นเต้นเก็บอาการไม่อยู่
“คืนนั้นมันเป็นอุบัติเหตุ ผมกับยัยนั่นไม่ได้ตั้งใจจูบกัน” เขารีบอธิบาย แม้รูปในโทรศัพท์ของไคเร็นจะทำให้คำพูดของเขาฟังไม่น่าเชื่อเลยก็ตาม
“แต่ลูกไม่เคยพลาดกับเรื่องแบบนี้เลยนะ” คนเป็นพ่อแย้งขึ้น
ที่ผ่านมาคิเร็นระวังตัวมาโดยตลอด ไม่เคยมีข่าวกับผู้หญิงคนไหนหลุดรอดมาถึงหูพ่อแม่เลยสักครั้ง
ถ้าผู้หญิงคนนั้นไม่ได้…พิเศษ
“ใครเหรอลูก”
เอาปืนยิงหัวตัวเองเลยได้ไหม?
คิเร็นเบือนหน้าออกไปทางสนาม พร้อมกับลมหายใจอุ่นที่พรูออกมาเบาๆ ก่อนหันกลับมามองพ่อแม่และน้องชายตัวดีที่ยืนยิ้มกริ่มอยู่ไม่ไกล
อย่าให้ถึงคราวมึงแล้วกันไคเร็น
“ผู้หญิงที่ขับรถมาชนท้ายเฟอร์รารีผมครับ”