LOGINการที่เธอแอบไปแข่งรถแทนพี่ชายในวันนั้น กลับทำให้เขาจดจำเธอไปตลอดชีวิต “พี่ชนะ…ฉันจะไปกับพี่”
View Moreสองวันก่อนเปิดเทอม
ร่างเล็กอรชรของ แฟร์รี่ หรือ มนัญชยา นอนหลับตาพริ้มเข้าสู่ห้วงความฝันอยู่บนเตียงขนาดใหญ่ ภายในคอนโดหรูย่านมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง
ทว่าจู่ๆ เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงก็ดังขึ้น
กริ๊ง!!
เสียงเรียกเข้าทำให้เจ้าของร่างเล็กขมวดคิ้วอย่างรำคาญ ก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมศีรษะ พยายามตัดขาดตัวเองจากโลกภายนอก
แต่เสียงนั้นก็ยังคงดังต่อเนื่องไม่ยอมหยุด...
จนในที่สุด เธอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างคนที่ยอมแพ้ต่อความรบเร้า ก่อนจะยื่นมือออกจากผ้าห่มไปคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอด้วยความหงุดหงิด
เมื่อเห็นรายชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ “พี่ชายสุดหล่อ” คนตัวเล็กจึงรีบดีดตัวลุกพรวดจากเตียง ราวกับความง่วงถูกสลัดทิ้งไปในชั่วพริบตา นิ้วเรียวกดรับสายโดยไม่รอช้า
“ฮัลโหล…”
(น้องออกมาหรือยัง?) เสียงจากปลายสายดังขึ้นทันที
“แฟร์กำลังจะออกแล้ว แค่นี้นะคะ”
เธอตอบกลับอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบกดวางสายโดยไม่รอฟังว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรต่อ
จากนั้นจึงกระโจนลงจากเตียง เดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวด้วยท่าทางเร่งรีบ ท่ามกลางบรรยากาศยามเช้าอันวุ่นวายที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น
ใช้เวลาไม่นานนัก แฟร์รี่ก็อาบน้ำและแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย
ในตอนนี้เธออยู่ในชุดกระโปรงยีนสีดำสั้น รับกับเสื้อสายเดี่ยวรัดรูปสีขาว
คนตัวเล็กรวบผมมัดขึ้นแบบลวกๆ วันนี้เธอแต่งหน้าเบาๆ ไม่ได้จัดจ้านเหมือนเช่นทุกครั้ง เนื่องจากกดดันจากสายเรียกเข้าของพี่ชายที่กระหน่ำโทรเข้ามาไม่ยอมหยุด
เมื่อจัดแจงตัวเองเสร็จ เธอจึงคว้าเสื้อเชิ้ตสีดำเงามาสวมทับ ก่อนจะหยิบกระเป๋าสะพายแบรนด์หรู แล้วกึ่งวิ่งกึ่งเดินออกจากห้องด้วยความรีบร้อน
แฟร์รี่ใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมง ในตอนนี้เธอก็ขับรถบิ๊กไบค์ของพี่ชายมาถึงยังห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่ง
ไม่รอช้า มือเล็กบิดคันเร่งแซงรถสปอร์ตคันหรู หักเลี้ยวเข้าไปจอดในโซนสำหรับมอเตอร์ไซค์อย่างรวดเร็ว
เอี๊ยด!!
ทันทีที่จอดรถสนิท ร่างบางรีบถอดหมวกกันน็อควางไว้บนเบาะ พลางยืนสะบัดผมไปมาอยู่ครู่หนึ่ง
ทว่าจู่ๆ กระเป๋าสะพายที่เธอพาดบ่าเอาไว้ ก็ร่วงหล่นไปบนพื้น
ตุบ!
คนตัวเล็กถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย เพราะเวลาที่เธอเร่งรีบ มักจะมีอะไรทำให้ทุกอย่างช้ากว่าปกติเป็นเท่าตัว ราวกับโชคชะตาจงใจกลั่นแกล้งให้สายมากขึ้นไปอีก
เธอก้มลงเก็บกระเป๋า ก่อนจะหมุนตัวเตรียมเดินออกไป แต่ในจังหวะที่หยิบสายสะพายขึ้นพาดบ่า อารมณ์หงุดหงิดก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที ทำให้เธอเหวี่ยงกระเป๋าโดยไม่รู้ตัว
ปั้ก!
เสียงกระแทกดังขึ้น เมื่อตัวกระเป๋าฟาดเข้ากับแผ่นหลังของใครบางคนที่นั่งคร่อมอยู่บนรถบิ๊กไบค์ข้างๆ
แฟร์รี่ชะงักนิ่ง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจ
ทันใดนั้น อีกฝ่ายก็สบถออกมาอย่างหัวเสีย ก่อนจะหันหน้ามามองกัน
“แม่งเอ๊ย!”
เธอได้แต่ยืนเงียบ มือเล็กกำชายกระโปรงเอาไว้แน่น เพราะไม่รู้ว่าภายใต้หมวกกันน็อคสีดำนั้น เขากำลังทำสีหน้าเช่นไร
“ขอโทษ ฉันไม่ได้...” เธอเอ่ยออกไปแผ่วเบา
ทว่ายังพูดไม่ทันจบประโยค คนตรงหน้ากลับเอ่ยแทรกขึ้นก่อน
“ไม่เห็นคนหรือไงวะ ฟาดมาได้ยังไง ห๊ะ?”
คำพูดของเขา ทำให้แฟร์รี่ที่รู้สึกผิดในตอนแรก เปลี่ยนสีหน้าทันที เธอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์
“ไม่เห็น ถ้ารู้ว่ามีคนนั่งอยู่ตรงนี้ ฉันก็จะได้เหวี่ยงให้แรงกว่านี้อีก”
“แปลว่าตั้งใจ?” อีกฝ่ายย้อนถามกลับ
ร่างบางถอนหายใจอีกครั้ง พร้อมกับก้าวเดินเข้าไปใกล้เขาแล้วพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ
“นายฟังภาษาคนไม่ออกเหรอ? ฉันบอกว่าไม่เห็นไง”
“หึ! แม่งปากดีว่ะ” ผู้ชายคนนั้นเอ่ยขึ้น พร้อมกับตวัดขาลงจากรถ พลางเดินเข้ามาหาเธอ
คนตัวเล็กเลิ่กลั่ก แววตาเริ่มสั่นระริก เธอกวาดสายตามองซ้ายมองขวา พร้อมกับค่อยๆ ก้าวถอยหลังเพื่อหลบหนีเขา จนแผ่นหลังบางชนเข้ากับเสาโรงจอดรถที่เย็นเฉียบ
“อ๊ะ!”
มือเล็กดันแผงอกกว้างของอีกฝ่ายออกห่าง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางลนลาน
“เอาเป็นว่า...ฉันขอโทษละกัน หรือนายอยากได้เงิน?”
พูดจบ เธอก็ล้วงหยิบเงินในกระเป๋าสะพายแบรนด์หรูออกมาให้กับเขา
“อ่ะ รับไปดิ”
อีกฝ่ายได้แต่ก้มมองเงินของเธอผ่านหมวกกันน็อคใบใหญ่ ซึ่งร่างบางไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่าตอนนี้เขาทำสีหน้าและแววตาเช่นไร
เมื่อเห็นคนตรงหน้าเงียบ ไม่ยอมพูดอะไรออกมาสักคำ เธอจึงล้วงหยิบเงินออกมาให้เขาอีกสามใบแดง
“ไม่พอสินะ...ให้เพิ่มเป็นห้าร้อยเลย” แฟร์รี่ยื่นแบงก์สีแดงจำนวนห้าใบไปตรงหน้าเขาทันที
“เก็บเงินห้าร้อยเอาไว้ซื้อผู้ชายเหอะ” เขาเอ่ยขึ้น พร้อมกับดันเงินคืนให้เธอ
“นี่! ฉันไม่ใช่พวกซื้อกิน...”
ทว่าเธอยังพูดไม่ทันจบประโยค เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน
กริ๊ง!
แฟร์รี่เหลือบมองเขาเล็กน้อยด้วยแววตาฉายความไม่พอใจ ก่อนจะล้วงมือถือขึ้นมาดู เมื่อเห็นว่าเป็นพี่ชาย เธอจึงรีบกดรับสายอย่างไม่ลังเล
“น้องมาถึงแล้ว กำลังจะขึ้นไป...พอดีเจอหมาไล่กัดนิดหน่อย” คนตัวเล็กพูดขึ้นพลางชำเลืองมามองทางเขา ก่อนจะเดินออกไปด้วยความเร่งรีบ โดยไม่หันหลังกลับมามองอีกเลย
อีกฟากฝั่ง
โฬม หรือ อนันต์ธวัช ยืนกอดอกจ้องมองตามแผ่นหลังบางของผู้หญิงคนหนึ่งด้วยแววตาขุ่นเคือง สาเหตุก็เพราะอีกฝ่ายเหวี่ยงกระเป๋าฟาดโดนแผ่นหลังของเขา หนำซ้ำยังปากดีเถียงคำไม่ตกฟากอีกด้วย
“หึ! ยัยเด็กผมไฮไลท์สีชมพู อย่าให้ได้เจอกันอีก”
พูดจบ เขาก็เดินไปคร่อมรถบิ๊กไบค์ของตัวเอง พลางสตาร์ทเครื่องเพื่อเตรียมขับออกไป
ทว่าจู่ๆ ดวงตาคมกริบก็เหลือบไปมองรถที่จอดข้างกัน เขารู้สึกคุ้นตากับรถคันนี้เป็นอย่างมาก แต่นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน
ทันใดนั้น ภาพของผู้หญิงคนเมื่อครู่ก็แวบเข้ามาในหัวของเขา
ใบหน้าสวยหวานละมุน แต่งหน้าโทนอ่อน มีผมหน้าม้าและรวบผมขึ้นแบบลวกๆ สิ่งที่สะดุดตายิ่งกว่าผมไฮไลท์สีชมพูของเธอ...ก็คงจะเป็นเนินอกที่โผล่พ้นเสื้อออกมา
“หน้ามัธยม นมมหาลัยฉิบหาย”
ห้าปีผ่านไปเด็กชายตัวเล็กมีนามว่า ราม หรือ จิรายุ ยิ้มกว้างอย่างสดใส ขณะถือรถของเล่นคันโปรดในมือเดินจ้ำอ้าวช้าๆ ตรงไปหาแฟร์รี่ที่กำลังนั่งมองอยู่ใกล้ๆ“หม่ามี๊ ยดยูก” เจ้าตัวเล็กพูดเจื้อยแจ้ว พลางยื่นรถของเล่นให้เธอด้วยแววตาตื่นเต้นแฟร์รี่ยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู ก่อนจะอุ้มลูกชายขึ้นมานั่งบนตัก แล้วลูบศีรษะเล็กเบาๆ อย่างอ่อนโยน“อืม...รถลูกสีแดงด้วย เท่มากครับ”ในขณะที่สองแม่ลูกกำลังนั่งเล่นของเล่นด้วยกันอยู่นั้น เสียงเปิดประตูเบาๆ ก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงของโฬม ที่เพิ่งกลับมาจากที่ทำงานพอดีเขาเดินไปล้างมือ ก่อนจะกลับออกมานั่งลงด้านในคอกกั้นเด็ก ร่วมกับภรรยาและลูกชาย“วันนี้กลับเร็วจัง งานที่บริษัทไม่ยุ่งเหรอคะ?” แฟร์รี่เอ่ยถามขึ้น พลางหันไปมองเขาด้วยสายตาอ่อนโยน“พี่รีบเคลียร์เลยล่ะ คิดถึงเมียคิดถึงลูกจะแย่แล้ว” เขาตอบพร้อมกับยิ้มกว้าง ก่อนจะโอบกอดเธอแน่น แล้วหอมแก้มฟอดใหญ่ด้วยความรัก“ชื่นใจจัง”สิ้นเสียงทุ้ม รามก็เงยหน้าขึ้นมาจากของเล่น ก่อนจะเห็นว่าพ่อกำลังกอดแม่เอาไว้ เด็กน้อยขมวดคิ้วแน่น สีหน้าบึ้งตึงทันที ก่อนจะรีบคลานเข้ามาหาแฟร์รี่แบบไม่รอช้า“แงง…หม่ามี๊ของยูก ปาป๊าอย่ายุ่ง”
@ทะเลชื่อดังแห่งหนึ่งหลังจากที่โฬมกับแฟร์รี่และกลุ่มเพื่อนเดินทางมาถึงยังสถานที่พักสุดหรู ทุกคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนตามอัธยาศัยที่ห้องของตัวเองทันทีคนตัวเล็กกวาดสายตามองไปบริเวณรอบๆ ห้องด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะเดินไปเลื่อนบานกระจกออก เพื่อไปรับลมจากด้านนอก“อ่าา สดชื่นจัง…”โฬมเดินเข้ามาโอบกอดเธอจากทางด้านหลัง แล้วเอ่ยชิดใบหูเล็ก“ชอบไหม หืม?”“อือ บรรยากาศที่นี่ดีมากเลยค่ะ” คนตัวเล็กตอบกลับทันควัน“ดีแล้วที่หนูชอบ เพราะพี่ก็ชอบ” เขาว่า พร้อมกับหอมศีรษะเล็กเบาๆทันใดนั้น แฟร์รี่ก็หมุนตัวหันไปประจันหน้ากับเขา แล้วเลิกคิ้วถาม“ชอบทะเล?”“ชอบหนู”สิ้นเสียงทุ้ม มือหนาก็รั้งท้ายทอยของเธอเข้ามาประกบจูบทันทีทั้งคู่จูบกันอย่างดูดดื่ม พลางสลับเอียงหน้าเพื่อปรับองศาให้แนบชิดกันมากยิ่งขึ้น ก่อนจะค่อยๆ ถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่งโฬมเลื่อนฝ่ามือมาลูบแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“ปาร์ตี้คืนนี้อย่าเมามากนะ เพราะเรามีภารกิจที่ต้องทำกันต่อ”“แต่ถ้าหนูเมา หนูอ่อยกว่าเดิมอีกนะ พี่ไม่อยากให้หนูเมาจริงดิ” เธอย้อนถามกลับทันควัน“อยาก! แต่หนูเมาทีไร หนูพูดไปเรื่อยอะ” เขาว่าคนตัวเล็
โฬมนั่งรอรับแฟร์รี่อยู่ตรงใต้ตึกคณะบริหารธุรกิจ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปบริเวณรอบๆ เพื่อมองหาคนตัวเล็กทันใดนั้น เขาก็สบสายตาคู่สวยพอดี ไม่รอช้าชายหนุ่มรีบลุกขึ้นพรวดเดินตรงไปหาเธออย่างรวดเร็วตึก! ตึก! ตึก! เมื่อเดินไปถึง วีว่าก็ยิ้มบางๆ ให้กับเขา ก่อนจะหันไปพูดกับแฟร์รี่“กูกลับก่อนนะ”“อือ” คนตัวเล็กพยักหน้าเบาๆจากนั้นวีว่าก็หันมามองหน้าโฬมอีกครั้ง แล้วเอ่ยขึ้น“เจอกันพรุ่งนี้นะคะพี่โฬม”เขายิ้มตอบอีกฝ่าย พร้อมกับพยักหน้ารับช้าๆ หลังจากที่วีว่าเดินออกไป โฬมก็โน้มตัวลงเล็กน้อย แล้วยื่นมือไปลูบศีรษะเล็กของแฟร์รี่อย่างแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เหนื่อยไหม หืม?”ร่าบางส่ายหน้าทันที พลางตอบกลับสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงสดใส“ไม่เหนื่อยค่ะ” โฬมเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามต่อ“แล้วเป็นไง ทำข้อสอบได้หรือเปล่า”“อือ ก็พอได้...” เธอพยักหน้าช้าๆ ทันใดนั้น คนตัวเล็กก็สังเกตเห็นชุดที่เขาสวมใส่ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเป็นปมอย่างสงสัย พลางเอ่ยถามออกไป“ว่าแต่...ทำไมพี่ใส่เสื้อช็อปคะ”“อาจารย์นัดมาหาน่ะ พอดีบริษัทเพื่อนเขากำลังจะเปิดรับสมัครพนักงาน เลยให้พี่แวะมาคุย เผื่อพี่สนใจ” เขาตอบก
หลายเดือนผ่านไปติ้ด ติ้ด ติ้ดเสียงนาฬิกาปลุกที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทว่าเจ้าของร่างบางกลับไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย หัวคิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่นด้วยความหงุดหงิด พลางรั้งผ้าห่มขึ้นมาคลุมศีรษะเพื่อตัดขาดจากสิ่งรบเร้าโฬมที่นอนอยู่ข้างเธอลืมตาขึ้นช้าๆ ก่อนจะหันไปมองคนตัวเล็กข้างกายที่กำลังดิ้นอยู่ใต้ผ้าห่มอย่างหยุกหยิก จากนั้นจึงลุกจากเตียง เดินอ้อมไปปิดนาฬิกาปลุกให้เธออย่างเงียบๆเขานั่งลงตรงขอบเตียง แล้วค่อยๆ ดึงผ้าห่มที่คลุมศีรษะเล็กออกอย่างแผ่วเบา พลางเอื้อมมือไปลูบผมของเธอด้วยความอ่อนโยน“สายแล้วนะ วันนี้มีสอบวันสุดท้ายไม่ใช่เหรอ หืม?”แฟร์รี่ลืมตาขึ้นมองเขา พร้อมกับพึมพำเสียงเบา ก่อนจะรั้งผ้าห่มขึ้นไปคลุมศีรษะเหมือนเดิม“หนูขอนอนต่ออีกแป๊บนะ”“ไม่ได้! กว่าหนูจะแต่งตัวเสร็จเป็นชั่วโมง” มือหนาเอื้อมไปดึงผ้าห่มลงอีกครั้ง“หนูขอห้านาที...” เธอว่า พลางขยับพลิกตัวนอนตะแคงหันหน้าไปอีกฝั่งทันทีโฬมส่ายหัวอย่างเหนื่อยใจ ก่อนจะกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาเอื้อมมือไปลูบต้นขาขาวเนียนของเธออย่างแผ่วเบา แล้วเอ่ยขึ้น“งั้นห้านาทีนี้ เราเอากันปะ”สิ้นเสียงทุ้ม คนตัวเล็กก็ลืมตาขึ