Share

บทที่ 10 กลัว

last update Last Updated: 2026-01-05 19:03:01

ไม่รู้เลยว่าไฟมาตอนไหน รู้สึกตัวอีกทีแสงแดดของวันใหม่ก็ตกกระทบใบหน้าเสียแล้ว…

เซนต์ขมวดคิ้วจนยุ่งเหยิงเมื่อแสงแดดกระทบหน้า มือหนายกมืออังแสงแดดพร้อมกับเบือนหน้าหนี ก่อนจะค่อยๆ ดึงสายตากลับไปมองกระจกใส ภาพที่เห็นคือท้องฟ้าสีฟ้าสดใส พายุฝนเมื่อคืนหายไปแล้ว เหลือเพียงแสงแดดอบอุ่นที่ส่องลอดเข้ามาแทนที่

ความเงียบในห้องมีเพียงเสียงนกร้องดังแทรกเข้ามาเป็นระยะ บรรยากาศช่างแตกต่างจากความวุ่นวายเมื่อคืนจนเกือบไม่อยากเชื่อว่าเป็นวันเดียวกัน

สายตาคมเข้มมองนาฬิกาบนผนังห้อง พบว่าตอนนี้เป็นเวลาแปดโมงเช้า ม่านตาขยายกว้างเมื่อเห็นเวลา

“เชี้ย…” เขาอุทานออกมาด้วยความตกใจ ตั้งท่าเตรียมลุกแต่กลับต้องชะงักเมื่อมีบางอย่างรั้งเอาไว้ พอหันไปมองพบว่าเป็นน้ำตาลนอนจับมืออยู่

อยู่ที่นี่ทั้งคืนเลยเหรอวะ เขาทิ้งศีรษะลงหัวเตียง ตั้งใจอยู่รอให้ไฟมาแต่ไม่คิดเลยว่าจะเผลอหลับจนถึงเช้า

“อื้อ~” น้ำตาลส่งเสียงเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะพลิกตัวไปอีกฝั่ง มือที่เคยกุมมือหนาคลายออกในที่สุด

เซนต์ได้โอกาสจึงค่อยๆ หยัดกายขึ้นอย่างระวังไม่ให้น้ำตาลรู้สึกตัว สายตาเหลือบมองรูปภาพตัวเองที่ตั้งอยู่ในจุดที่สามารถมองเห็นได้จากบนเตียง

คลั่งรักเขามากขนาดนั้นเลยรึไง

ละสายตาจากภาพตัวเองไปมองน้ำตาลที่นอนหลับปุ๋ยบนเตียงอีกครั้ง จากนั้นค่อยๆ เปิดประตู และปิดลงอย่างเบามือ

คนที่นอนหลับอยู่ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาแล้วอมยิ้ม ก่อนจะเอี่ยวตัวกลับไปมองเซนต์ที่กลับไปแล้ว เธอหยิบโทรศัพท์มาแล้วเปิดรูปภาพที่แอบถ่ายเขาตอนนั่งหลับเอาไว้

เธอตื่นสักพักแล้วแต่แกล้งหลับเพราะอยากอยู่กับเขาให้ได้นานที่สุด เลื่อนมือไปแตะที่ข้างหมอนเบาๆ ตรงจุดที่เขานั่งอยู่เมื่อคืน ร่องรอยที่ยังหลงเหลือทำให้หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้ง

“ขอบคุณที่อยู่เป็นเพื่อนทั้งคืนเลยนะคะ…”

ด้านเซนต์

บิ๊กไบค์คันสีดำขับเข้ามาในรั้วบ้านตอนแปดโมงครึ่ง ร่างสูงถอดหมวกกันน็อคแล้ววางไว้ถังน้ำมัน ก่อนจะตวัดขาลงจากรถก้าวเข้าไปในบ้าน

กรองแก้วที่กำลังยืนจัดแจกันดอกไม้อยู่ในห้องนั่งเล่นเงยหน้ามองที่เดินขึ้นชั้นบนโดยไม่พูดอะไรสักคำ เมื่อคืนฝนตกหนักไม่เห็นลูกชายกลับบ้าน คิดว่าคงไปนอนค้างกับเพื่อนเหมือนเคย ปกติเซนต์จะส่งข้อความมาบอกแต่เมื่อคืนกลับเงียบกริบ ไม่ได้ห่วงเรื่องค้างกับเพื่อนเพราะลูกโตแล้วแต่ก็อดสงสัยไม่ได้อยู่ดี

“นอนค้างคอนโดน้ำตาลมาเหรอคะ” เสียงของเซลีนเอ่ยถามพี่่ชายที่กำลังเปิดประตูเข้าห้อง

“เปล่า” เขาตอบกลับเสียงเรียบแล้วเปิดประตูเข้าไป

เซลีนเดินตามพี่ชายเข้าไปด้วยรอยยิ้มกริ่ม

“แต่ล่าสุดที่รู้…พี่เซนต์อยู่กับน้ำตาลนะคะ”

“น้ำตาลบอก?” เขาเอี่ยวตัวกลับไปมองเซลีนที่ยืนกอดอกยกยิ้ม

“ก็…ไม่บอกดีกว่า”

เมื่อคืนพี่ชายไม่ได้กลับบ้าน ล่าสุดที่เธอรู้คืออยู่กับน้ำตาล และเพิ่งกลับบ้านเอาป่านนี้ หากนอนกับเพื่อนคงไม่รีบกลับหรืออาจจะรอไปเรียนก่อนแล้วค่อยกลับ

“อยากจับผิดอะไรพี่อีกล่ะ” เขาถามออกไปด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย

“น้ำตาลรักพี่มากเลยนะ ไม่คิดจะเปิดใจให้เพื่อนเซย์หน่อยเหรอ”

“ถ้าเรื่องนั้นพี่บอกไปแล้ว”

“น้ำตาลรักพี่เซนต์มานานแล้วนะ แง้มประตูหัวใจให้บ้างก็ไม่ได้เหรอคะ” เธอเชียร์พี่ชายกับเพื่อนสนิทให้ลงเอยกันมาก ถึงจะรู้จักนิสัยของพี่ชายดีว่าคงยาก ขนาดแม่ยังชอบน้ำตาล ยุยงให้เขาจีบอยู่ตลอด แต่คนที่มีหัวใจด้านชาอย่างเขาใครยุก็คงไม่ขึ้น

“พี่ไม่อยากให้ใครต้องมาลำบากเพราะพี่”

“แต่บางทีคนเราก็ต้องรู้จักปล่อยอดีตไว้ข้างหลัง และเริ่มต้นใหม่นะคะ”

เซนต์นิ่งชะงักตามคำพูดของน้องสาว

“เซย์ไม่ได้พูดเพื่อจะจับคู่หรือบังคับให้พี่รักเพื่อนหรอกค่ะ” เซลีนพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง “แต่จะปิดใจแบบนี้ไปตลอดเลยเหรอ ไม่คิดจะให้ตัวเองได้มีความสุขอีกสักครั้งเลยเหรอคะ?”

“…” เซนต์ยังคงเงียบ

“อย่าเอาปมด้อยที่ผู้หญิงคนนึงฝากเอาไว้มาทำลายความสุขของตัวเองสิคะ”

น้องสาวของเขาพูดถูก แต่สิ่งที่เคยได้รับมากับรักครั้งแรกทำให้ฝังใจจนไม่อยากรักใครอีก โดนนอกใจไม่พอ แถมยังโดนพูดจาเหมือนเขาเป็นผู้ชายที่ไม่มีอนาคตดูแลใครไม่ได้

คนรอบข้างบอกว่าเขาเป็นถึงลูกชายยากูซ่าทำไมถึงยังปักใจกับคำพูดนั้น เพราะอยากยืนด้วยขาของตัวเองมากกว่าใช้บารมีของพ่อ ทำให้คนที่เคยดูถูกเห็นว่าเขาก็มีดีเหมือนกัน…

“เซย์รอพี่เซนต์กลับมามีความสุขอีกครั้งอยู่นะ” สิ่งเดียวที่ต้องการมากที่สุด คือการเห็นพี่ชายออกจากอดีตที่แสนเจ็บปวดแล้วเดินหน้าไปหาความสุขที่รออยู่ปลายทาง

“พี่จะพยายาม” เขาเอียงใบหน้าไปหาน้องสาวเพียงนิดแล้วขยับริมฝีปากบอก

“เซย์ไปเรียนก่อนนะ”

“อืม” เขาตอบสั้นๆ ในลำคอแล้วพยักหน้าให้

หลังจากเซลีนเดินออกไป เซนต์ก็เดินไปทิ้งตัวนอนลงบนเตียง มือหนายกโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วเห็นข้อความของน้ำตาลที่ส่งมาสิบนาทีที่แล้ว

น้ำตาล : ถึงบ้านรึยังคะ

เขาหลับตาลงสักพัก ก่อนจะลืมตาขึ้นแล้วกดเข้าไปยังข้อความของน้ำตาลเพื่อตอบกลับ

เซนต์ : ถึงแล้ว

ข้อความเปลี่ยนสถานะว่า ‘อ่านแล้ว’ อย่างรวดเร็ว เขาไม่ได้กดออกจากแชต รอจนกว่าน้ำตาลจะตอบกลับ

น้ำตาล : ขอบคุณที่อยู่เป็นเพื่อนทั้งคืนนะคะ

เขาไม่รู้ว่าควรตอบกลับไปยังไงดี ตอนแรกตั้งใจจะปัดหน้าจอออก ปล่อยให้การสนทนาหยุดอยู่ตรงนั้นเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา แต่สุดท้ายกลับแตะช่องข้อความจนแป้นพิมพ์โชว์ขึ้นมา และพิมพ์ตอบกลับไปสั้นๆ

เซนต์ : อืม

เขาปัดหน้าจอออกจากไอจี กดปิดหน้าจอโทรศัพท์แล้ววางลงข้างๆ โดยไม่รอให้น้ำตาลตอบกลับ จากนั้นหลับตาลงเพื่อนอนสักพัก แม้เมื่อคืนได้นอนแต่ไม่ใช่การนอนที่สบายเลย เพราะเป็นการนั่งหลับ

มหาวิทยาลัย

ร่างสูงของเซนต์ก้าวขึ้นบันไดขึ้นอาคารเรียนไปหากลุ่มเพื่อนที่นั่งอยู่ใต้อาคาร ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงครึ่งยังไม่ถึงเวลาเรียน พวกเขามักมานั่งรอเวลาเรียนตรงนี้เป็นประจำ

“มึงทำงานอาจารย์เกรียงไกรเสร็จยังวะ” คริสต์หันไปถามทันทีที่เห็นหน้าเพื่อนสนิท

“เสร็จแล้ว” เซนต์ตอบเรียบ

“เอามาลอกดิ แม่งยากฉิบหาย” คริสต์บ่น วิชาอาจารย์เกรียงไกรขึ้นชื่อเรื่องความหินแต่สำหรับเซนต์กลับดูเหมือนง่ายนิดเดียว ไม่แปลกใจนัก เพราะตอนสอบเข้าคณะวิศวะมันได้คะแนนสูงสุดจากทั้งหมดของคนที่สอบเข้า

เซนต์วางกระเป๋าลงบนโต๊ะ รูดซิปหยิบงานของอาจารย์เกรียงไกรที่คริสต์ขอลอกออกมาแล้วยื่นให้โดยไม่พูดอะไร

“ขอบใจพ่อพระ” คริสต์คว้าไปทันที สีหน้าดีขึ้นราวกับรอดชีวิตจากนรก

“เดี๋ยวนี้มึงติดสติกเกอร์คิ้วท์ๆ แบบนี้ด้วยเหรอวะ” ภูริเอ่ยถาม เมื่อสายตาเหลือบเห็นสติกเกอร์ติดอยู่เคสไอแพดของเพื่อนสนิท

“ไม่ใช่ของกู” เขาตอบอย่างไม่ใส่ใจ สติกเกอร์นั่นน้ำตาลแอบแปะเอาไว้คราวก่อนตอนไปส่ง ตอนแรกเขาแกะออกแล้วทิ้งไว้ในกระเป๋าแต่ไม่คิดว่ามันจะคิดเคสไอแพด เพิ่งรู้ว่าติดเคสไอแพดตอนภูริทักท้วงเมื่อครู่

“ของใครวะ?” ภูริถามอย่างไม่คิดอะไร

“ของน้ำตาล”

สองหนุ่มมองหน้ากันโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้ยินเซนต์บอกแบบนั้น

“ยัยนั่นแอบติดกระเป๋าตอนกูไปส่ง”

“แต่มึงก็เก็บไว้?”

“กูลืมทิ้ง”

“ลืมทิ้งหรือว่า…ทิ้งไม่ลง?” คริสต์แซวขึ้นมาอีกคน ทำให้คนที่ถูกแซวเหลือบตาขึ้นมองแบบข่มอารมณ์

“ไม่มีเหตุผลอะไรที่กูต้องเก็บไว้” เขาตอบกลับเสียงเรียบ

“ปากแข็งนักนะมึง ระวังสักวันจะหอนไม่รู้ตัว” ภูริพูด

“บางทีมึงน่าจะดูว่าที่น้องเขยอย่างไอ้ครินทร์เป็นตัวอย่างบ้างก็ดี ระวังจะได้หอนแบบมัน” คริสต์พูดแล้วหันไปมองภูริ

“ทำไมกูต้องหอนแบบมัน”

“เอ้า! ก็เป็นหมาไง เล่นตัวไปนานๆ แบบนี้ สักวันน้องเขาไม่รักแล้วจะรู้สึก”

“กูไม่ให้มึงลอกงานล่ะ”

พรึ่บ!

เซนต์กำลังจะเอางานคืนแต่คริสต์กระชากกลับอย่างรวดเร็ว

“พูดนิดพูดหน่อยทำเป็นของขึ้น กูลอกงานหน่อยค้าบเพื่อน”

“รีบลอก มัวแต่พูด”

คริสต์หันไปยักคิ้วกับภูริ ก่อนจะรีบทำงานของอาจารย์เกรียงไกรต่อให้เสร็จก่อนเข้าเรียน

เซนต์ดึงสติกเกอร์ออกจากเคสไอแพด พับตรงที่เป็นกาวเข้าหากันแล้วทิ้งเข้าไปในกระเป๋าอย่างไม่คิดอะไร ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเขี่ยเล่นเหมือนเคย

ติ๊ง~

น้ำตาล : ขอกำลังใจไปเรียนหน่อยค่า

เขาไม่ได้ตั้งใจกดอ่านแต่แชตน้ำตาลเด้งมาตอนเขากำลังเลื่อนดูนั่นนี่พอดี ในใจได้แต่อุทานว่า ‘เวรเอ๊ย’ เงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสนิท ถ้าถามพวกมันสองคนว่าจะตอบยังไงคงหนีไม่พ้นจากโดนแซว

เอาไงดีวะ…

มือปัดหน้าจอออกโดยไม่คิดตอบกลับ แต่ยัยตัวปัญหากลับไม่ยอมหยุดอยู่แค่นั้น

น้ำตาล : คิดซะว่าเป็นค่าข้าว ค่าที่หลบฝนเมื่อวานให้เด็กตาดำๆ นะคะ

ลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความระอาใจ ก่อนจะแตะตรงช่องข้อความ แล้วพิมพ์บางอย่าง

เซนต์ : ตั้งใจ

กดส่งแล้วปัดออกจากหน้าไอจี ไม่วายเปิดโหมดห้ามรบกวนเพื่อไม่ให้เห็นแชตยัยตัวปัญหาที่จะส่งกลับมาอีก

วุ่นวายจริงๆ

ด้านน้ำตาล

หญิงสาวนั่งยิ้มบนรถคนเดียวราวกับคนบ้า พลางคว้าแก้วชาเขียวที่ซื้อมาเมื่อครู่ขึ้นมาดูดอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะแคปภาพหน้าจอแล้วกดส่งไปอวดเซลีน

“ยิ้มไรของมึง” ดัชเชสที่นั่งข้างๆ สังเกตท่าทางของเพื่อนสนิทมาสักพักจึงเอ่ยถาม

“พี่เซนต์ให้กำลังใจก่อนไปเรียน” เธอพูดแล้วชูโทรศัพท์ไปให้ดัชเชสดูด้วยความดีใจเหมือนคนถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง

“กรี๊ดดด จริงจังป่ะเนี่ย” ดัชเชสแทบแย่งมือถือมาดูเอง เมื่อเห็นข้อความจากเซนต์ที่ส่งมาว่า ‘ตั้งใจ’

“กูจะมีหวังไหมวะเชส” เธอเอ่ยถาม สายตาพลางจับจ้องหน้าจอโทรศัพท์ นั่งมองข้อความสั้นๆ จากเขาแล้วยิ้มคนเดียวราวกับคนบ้า

“ถ้าเต็มร้อยตอนนี้กูให้ยี่สิบพอ”

“อ้าว ให้กูน้อยจัง” น้ำตาลหุบยิ้มทันควันเมื่อเพื่อนตอบมาแบบนั้น

“ยี่สิบเปอร์เซ็นต์สำหรับคนเย็นชาแบบพี่เซนต์ถือว่าเยอะแล้วนะ”

“ก็จริงของมึง…” เธอเลื่อนโทรศัพท์กลับมาดูข้อความจากเขาที่ส่งมาว่า ‘ตั้งใจ’ สั้นๆ ลองคิดกลับกันหากเธอไม่พิมพ์แบบนั้นไปก่อนเขาจะตอบแบบนี้ไหม “กูอยากสมหวังกับเขาจังเชส ถ้าวันนึงเห็นเขาไปรักกับคนอื่นกูคงทำใจยอมรับไม่ได้แน่ๆ”

“กูไม่เคยมึงคลั่งใครเท่าพี่เขาเลย ถามจริงๆ พี่เขาทำอะไรให้มึงวะ ถึงได้รักได้หลงขนาดนี้”

“พี่เซนต์ไม่ได้ทำอะไรให้กูประทับใจเลย แค่ตอนเจอกันครั้งแรก…เขาทำให้โลกของกูหยุดหมุน รู้ตัวอีกทีก็อยากเจอทุกวัน วันไหนไม่ได้เจอเหมือนชีวิตขาดอะไรสักอย่าง”

“แล้วไม่คิดจะลองเปิดใจให้คนอื่นดูบ้างเหรอ คนที่เขาพร้อมที่จะรักษามึงไว้ และทำให้มึงไม่ต้องเหนื่อยเหมือนทุกวันนี้”

“ไม่อยากฝืนเปิดใจให้ใครทั้งที่กูยังมีเขาอยู่ในใจ”

“…”

“กูบอกกับตัวเองเอาไว้ว่า จะเลิกรักเขา ก็ต่อเมื่อเห็นเขาไปรักคนอื่นแล้วเท่านั้น” เธอพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แค่คิดว่าวันนึงต้องเห็นเขาไปรักกับคนอื่น หัวใจมันก็เจ็บแปลบรอแล้ว

ดัชเชสพยักหน้าเบาๆ อย่างเข้าใจ แววตามองเพื่อนสนิทด้วยความเห็นใจ ไม่เคยเห็นน้ำตาลคลั่งใครเท่าเซนต์มาก่อน จะเรียกว่า ‘รักแรก’ เลยก็ว่าได้ เธอเองก็อยากเห็นเพื่อนสมหวังกับคนนี้เหมือนกัน

หลังจากเลิกเรียน น้ำตาลตั้งใจมาส่องเซนต์ที่มหา’ลัยโดยมีดัชเชสมาด้วย หญิงสาวจอดรถอยู่มุมหนึ่งของคณะวิศวะ กระจกติดฟิล์มดำสนิทจนคนข้างนอกไม่มีทางมองเข้ามาได้

“หนุ่มๆ คณะวิศวะงานดีเยอะว่ะ” เสียงของดัสเชสพูดขึ้นขณะกำลังมองหนุ่มๆ วิศวะที่เดินผ่านไปมาอย่างเพลินตา

น้ำตาลไม่ได้สนใจผู้ชายคนอื่นเลยเพราะสายตาเก็บไว้มองเซนต์คนเดียว รอยยิ้มเผยขึ้นบนใบหน้าทันทีที่เห็นเซนต์เดินออกมาจากตึก

“เขาหล่อจัง” เธอพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกระซิบ หล่อขนาดนี้ไม่ให้หลงได้ไงไหว

ลองจินตนาการเล่นๆ หากวันหนึ่งเธอกับเขาคบกันจริงๆ คงไม่ต้องมานั่งแอบอยู่ในรถหรือแอบถ่ายรูปเขาจากมุมไกลๆ เธอคงได้เปิดประตูรถแล้วเดินเข้าไปหา เรียกชื่อเขาดังๆ ด้วยรอยยิ้ม และเขาเองก็ยิ้มตอบกลับมา

แค่คิดภาพว่าเซนต์หันมามอง แล้วเอ่ยชื่อเธอกลับด้วยกลับเหมือนกันก็ทำหัวใจเต้นแรงจนควบคุมไม่ได้ แต่ฝันนั้นกลับอยู่ไกลเกินกว่าจะเอื้อมถึงเนี่ยสิ…

“ก็หล่อจริงๆ อันนี้ไม่เถียง” ดัชเดชดึงสายตาไปมองแล้วพูดขึ้น

แต่แล้วรอยยิ้มบนใบหน้าสวยหวานก็พลันเลือนหาย เมื่อสายตามองเห็นผู้หญิงคนนึงเดินเข้าไปหาเซนต์ หัวใจดวงน้อยค่อยๆ เต้นแรงจนแทบกระดอนออกจากอก

นั่นเจนิส…แฟนเก่าของเขา

“ใครวะตาล” ดัชเชสถามขึ้นด้วยความอยากรู้

“…คนนั้นแหละ แฟนเก่าเขา”

ดัชเชสชะงัก หลังจากรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใครก็อึ้งจนพูดไม่ออกเลยทีเดียว ก่อนจะดึงสายตากลับไปมองผู้หญิงคนนั้นอีกรอบ คนนี้เองสินะที่น้ำตาลเคยเล่าให้ฟังว่าทำให้เซนต์ไม่กล้าเปิดใจรักใครอีก

น้ำตาลเม้มปากเป็นเส้นตรง มือที่เกาะขอบกระจกเผลอจิกแน่น ถึงเซลีนเคยยืนยันว่าเซนต์ไม่มีวันกลับไปหาเจนิส แต่ทว่าพอเห็นพวกเขาสองคนอยู่ด้วยกันมันก็อดเจ็บแปลบตรงอกซ้ายไม่ได้

“มึง…โอเคไหม” ดัชเชสถามพร้อมกับแตะไหล่เพื่อนสนิทเบาๆ

“เจ็บนิดนึง แต่ยังไหว” หัวใจเธอสั่นคลอนไปหมด ปากบอกยังไหวแต่ภาพตรงหน้าก็เกือบทำหัวใจดวงน้อยแตกออกเป็นเสี่ยงๆ

ยืนคุยนานมากจนอยากรู้ว่าคุยอะไรกัน จากตรงนี้ถึงจะมองไม่ชัดทุกคำพูด แต่ก็รับรู้ได้ว่าสายตาของเขามันเหมือนคนที่ไม่มีความรู้สึกใดๆ เหลือให้กับผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว

จังหวะที่เจนิสจับแขนของเขา วินาทีนั้นรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน หัวใจพลันสั่นไหวราวกับใครมากระชากแรงๆ ในอก แต่แล้วก็รู้สึกโล่งอกเมื่อเขาสะบัดแขนแล้วเดินออกไป แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ได้ช่วยทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นได้เลย

เธอกลัว…กลัวว่าสักวันพวกเขาสองคนกลับไปคืนดีกัน
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Bad Trap คลั่งรักพี่ชายเพื่อน   บทที่ 113

    เคยจินตนาการอนาคตว่ามีตัวเล็กที่หน้าตาเหมือนเขาและเธอใครสักคน วิ่งเล่นที่สวนหย่อมเล็กๆ ในบ้าน เสียงหัวเราะใสๆ ดังเจื้อยแจ้ววันนี้ใกล้ความจริงแล้ว…เซนต์นั่งพูดคุยกับลูกผ่านท้องที่นูนมากขึ้นของน้ำตาล มือหนาลูบท้องเปลือยเปล่าเบาๆ อย่างระวัง ก่อนจะก้มลงจูบแผ่วเบา“เราจะให้ลูกชื่ออะไรดี” เซนต์เงยหน้าขึ

  • Bad Trap คลั่งรักพี่ชายเพื่อน   บทที่ 112

    การจากไปของริวกิสร้างความโศกเศร้าให้แก่คนในตระกูลเป็นอย่างมากพิธีศพถูกจัดขึ้นที่ญี่ปุ่นตามขนบธรรมเนียม วันนี้ท้องฟ้าหม่นเทาราวกับร่วมไว้อาลัยให้กับการจากไปของประมุขตระกูลโถงพิธีถูกตกแต่งขาวดำ พวงดอกไม้สีขาวเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ภาพถ่ายของริวกิในกรอบไม้สีเข้มตั้งเด่นอยู่หน้าหิ้งบูชา ใบหน้านิ่งสง

  • Bad Trap คลั่งรักพี่ชายเพื่อน   บทที่ 111

    คนสนิทริวกิเลี่ยงคำพูดที่อาจกระทบต่อจิตใจคนฟัง เขาที่อยู่ใกล้ชิดเจ้านายมาตลอดหลายปี พอเห็นเจ้านายอาการทรุดแล้วเข้าโรงพยาบาลอีกครั้งมันบีบหัวใจมากไม่ใช่น้อยเวลาล่วงเลยผ่านไป ประตูห้องฉุกเฉินถูกเปิดออก ภาพคุณหมอเดินออกมาทำทุกคนกรูเข้าไปหา หมอถอดแมสก์ออก มองหน้าทุกคนที่มองตัวเองมาอย่างมีความหวัง“หมอต

  • Bad Trap คลั่งรักพี่ชายเพื่อน   บทที่ 110

    พิธีดำเนินมาถึงช่วงโยนช่อดอกไม้ เหล่าเพื่อนเจ้าสาวมายืนประจำที่ด้วยความตื่นเต้นน้ำตาลเอี่ยวตัวกลับไปมองทุกคนว่าพร้อมหรือยัง ก่อนจะนับหนึ่งถึงสามเพื่อเริ่มโยน…ฟิ้ว!หมับเจ้าสาวหันไปมองผู้โชคดีอย่างรวดเร็ว ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างเมื่อเห็นโฉมหน้าคนรับได้ช่อดอกไม้ดัชเชส…เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นทั่วโถงพิ

  • Bad Trap คลั่งรักพี่ชายเพื่อน   บทที่ 109

    สายลมเย็นๆ ยามเช้าของเขาใหญ่พัดผ่านผืนป่าอย่างแผ่วเบา งานแต่งในวันนี้เรียบง่าย ถูกจัดขึ้นที่บ้านพักตากอากาศที่ริวกิตั้งใจซื้อให้ลูกชายในวันเรียนจบ และวันนี้ถูกใช้เป็นสถานที่จัดงานแต่งเล็กๆ แบบเรียบง่าย แขกที่มาร่วมงานมีเพียงคนรู้จักและคนในครอบครัวธีมในงานเป็นสีขาวและสีครีม ผสมผสานความเป็นญี่ปุ่นร่ว

  • Bad Trap คลั่งรักพี่ชายเพื่อน   บทที่ 108

    “พี่ทนไม่ไหวแล้ว…”“จูบหนูอีกสิคะ” เธอช้อนมองเขาด้วยสายตาหวานซึ้ง นิ้วเรียวแตะลงริมฝีปากหยักได้รูป ก่อนจะเลื่อนไปเกลี่ยแก้มเขาด้วยความหลงใหลคนตัวโตกดจูบลงบนริมฝีปากสีระเรื่ออีกครั้ง คราวนี้สอดลิ้นเข้าไปในโพรงปาก แรงดูดดุนเบาๆ ทำหัวใจดวงน้อยสั่นไหว มือหนาเลื่อนขึ้นสูงนวดเฟ้นหน้าอกขนาดใหญ่ ก่อนจะเกี่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status