Masukเมื่อ "ผู้หญิงปากแจ๋วที่มีแผลใจ" ต้องมาเจอกับ "เชฟหน้านิ่งที่ใช้การกระทำตะโกนคำว่าหวง"ระหว่างร้าน SAY I DO กับ TIME TO BAKE... งานนี้จะอบขนม หรือ อบรักให้ลงล็อก มาร่วมลุ้นกัน!
Lihat lebih banyak"ค่ะคุณลูกค้า โทนสีแชมเปญโกลด์สำหรับแบ็กดร็อปหน้างาน วธูจัดการบรีฟทีมช่างดอกไม้ให้เรียบร้อยแล้วค่ะ ส่วนเรื่องการ์ดเชิญล็อตสุดท้าย ทางเราจะส่งแมสเซนเจอร์ไปให้ตรวจปรู๊ฟพรุ่งนี้เช้านะคะ"
เสียงหวานใสแต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาดและเป็นมืออาชีพดังขึ้นภายในสตูดิโอ SAY I DO Wedding & Floral ร้านรับจัดงานแต่งงานครบวงจรที่กำลังมาแรงที่สุดในย่านนี้
"ไม่ต้องกังวลเลยค่ะ วธูรับรองว่างานแต่งของคุณลูกค้าจะต้องออกมาสมบูรณ์แบบที่สุดค่ะ ขอบพระคุณค่ะ"
มนต์วธู หรือ 'ปลาทู' ของแก๊งเพื่อนสนิท วางสายโทรศัพท์ลงบนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยแฟ้มงาน แค็ตตาล็อกดอกไม้ และตัวอย่างกระดาษการ์ดแต่งงานที่วางสุมกันจนแทบหาที่ว่างไม่เจอ หญิงสาววัยยี่สิบสามปีพ่นลมหายใจออกมายาวเหยียด ยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเบาๆ ก่อนจะดึงปากกาที่เหน็บอยู่บนมวยผมที่รวบไว้แบบลวกๆ ออกมาโยนทิ้งไว้บนโต๊ะ
"เสร็จไปอีกหนึ่งงาน... รวยแน่กู รวยจนไม่มีเวลาใช้เงินแล้ว"
เธอพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหมุนเก้าอี้หันไปหาโซฟากำมะหยี่สีชมพูพาสเทลที่ตั้งอยู่มุมห้อง บนนั้นมีก้อนขนฟูฟ่องสีขาวสะอาดกำลังนอนขดตัวหลับตาพริ้มอย่างสบายใจ
"พุดดิ้งตื่น หม่ามี้จะไปแรดแล้ว"
มนต์วธูเดินเข้าไปอุ้มเจ้าแมวแร็กดอลล์ตัวอ้วนกลมขึ้นมาฟัดพุงด้วยความหมั่นเขี้ยว
"เมี้ยว"
พุดดิ้งร้องประท้วงเบาๆ พร้อมกับยกตีนหน้าขึ้นมายันแก้มเจ้าของเอาไว้เป็นการปฏิเสธความรักที่รุนแรงเกินไป
"หนอย นังลูกทรยศ วันนี้วันเกิดพี่เขตต์ หม่ามี้อุตส่าห์เคลียร์งานแทบตายเพื่อจะเอาของขวัญไปเซอร์ไพรส์เขา แกไม่คิดจะอวยพรให้ความรักของหม่ามี้ราบรื่นหน่อยเหรอ"
แมวหน้าหยิ่งสะบัดหางหนึ่งครั้ง กระโดดลงจากอ้อมแขนแล้วเดินสะบัดก้นกลับไปนอนที่เดิมอย่างไร้เยื่อใย
"เออ จำไว้เลยนะ ฉันจะตัดค่าขนมแมวเลียแก"
มนต์วธูบ่นกระปอดกระแปด แต่ริมฝีปากกลับระบายยิ้มกว้าง เธอเดินไปที่หน้ากระจกบานใหญ่ สำรวจความเรียบร้อยของตัวเอง ชุดเดรสสูทเข้ารูปสีเบจที่ใส่อยู่ขับเน้นให้รูปร่างของเธอดูเพรียวบางและเป็นผู้ใหญ่เกินอายุ ผมสีน้ำตาลคาราเมลถูกปล่อยสยายดัดลอนอ่อนๆ ดูสวยหวานแต่ก็มีความทะมัดทะแมงซ่อนอยู่
เธอคว้ากล่องเค้กสั่งทำพิเศษที่วางอยู่บนโต๊ะรับแขก มันเป็นเค้กวานิลลาสตรอว์เบอร์รีที่ตกแต่งอย่างเรียบหรู พร้อมกับถุงกระดาษแบรนด์เนมสีเข้มที่ข้างในบรรจุกระเป๋าสตางค์หนังแท้ราคาเหยียบหมื่นที่เธอรูดบัตรเครดิตซื้อให้แฟนหนุ่มเป็นของขวัญวันเกิด
"สู้เว้ยปลาทู ผู้หญิงที่ทั้งสวย ทำงานเก่ง และสายเปย์แบบแกเนี่ยแหละ สเปกผู้ชายทั้งโลก"
หญิงสาวยิ้มให้กำลังใจตัวเองในกระจก ก่อนจะก้าวเดินออกจากร้านด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม โดยไม่รู้เลยว่าความมั่นใจนั้นกำลังจะถูกทุบจนแหลกละเอียดในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า
...
เสียงดนตรีบีตหนักๆ ในผับย่านใจกลางเมืองดังกระหึ่มจนพื้นไม้กระดานสะเทือน แสงไฟเลเซอร์สีนีออนสาดส่องตัดกันไปมาจนชวนตาลาย กลิ่นแอลกอฮอล์ น้ำหอมราคาแพง และควันบุหรี่คละคลุ้งปะปนกันอยู่ในอากาศ
มนต์วธูเดินฝ่าฝูงชนที่กำลังโยกย้ายส่ายสะโพกกันอย่างเมามัน สองมือของเธอประคองกล่องเค้กและถุงของขวัญเอาไว้แน่น เธอเพิ่งเลิกงานและรีบขับรถฝ่าการจราจรที่ติดขัดมาที่นี่เพื่อเซอร์ไพรส์ 'เขตต์แดน' แฟนหนุ่มที่คบกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย
"ขอโทษนะคะ ขอทางหน่อยค่ะ"
เธอเอ่ยปากขอทางพลางชะเง้อคอคอมองหาโต๊ะวีไอพีที่เขตต์แดนเคยส่งโลเคชันมาให้เมื่อตอนหัวค่ำ
ในที่สุดสายตาของเธอก็ปะทะเข้ากับกลุ่มเพื่อนของแฟนหนุ่มที่นั่งล้อมวงกันอยู่ที่โต๊ะมุมสุดของโซนวีไอพี มนต์วธูระบายยิ้มกว้าง เตรียมจะก้าวเดินเข้าไปทักทาย แต่แล้วรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอก็ค่อยๆ แข็งค้าง ก่อนจะจางหายไปในพริบตา
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เมื่อภาพตรงหน้าชัดเจนเต็มสองตา
ตรงกลางโซฟาตัวยาว... เขตต์แดน แฟนหนุ่มของเธอที่บอกว่าคืนนี้จะมากินเหล้าชิลๆ กับเพื่อนผู้ชาย กำลังนั่งนัวเนียอยู่กับผู้หญิงแปลกหน้าในชุดเดรสรัดรูปสีแดงสด แขนแกร่งของเขาโอบรัดเอวคอดกิ่วของหญิงสาวเอาไว้แน่น ในขณะที่ใบหน้าหล่อเหลากำลังซุกไซ้คลอเคลียอยู่บริเวณซอกคอขาวเนียนอย่างดูดดื่ม ชนิดที่ว่าถ้าไม่มีคนนั่งอยู่รอบโต๊ะ พวกเขาคงรวมร่างกันไปแล้ว
ไม่มีเสียงร้องกรี๊ดวี้ดว้าย ไม่มีน้ำตาที่ไหลพรากอาบแก้มเหมือนในละครหลังข่าว
มนต์วธูยืนนิ่งอยู่กับที่ หัวใจของเธอหล่นวูบลงไปกองอยู่ที่ตาตุ่ม ความรู้สึกชาหนึบแล่นริ้วตั้งแต่ปลายนิ้วเท้าขึ้นมาถึงกลางอก มันเจ็บจนจุก แต่สัญชาตญาณของการเป็นเวดดิ้งแพลนเนอร์ที่ต้องคุมสติแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอยู่ตลอดเวลา ทำให้เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
เธอปรับองศาใบหน้าให้เชิดขึ้น ริมฝีปากบางเหยียดตรง สองเท้าก้าวเดินเข้าไปที่โต๊ะนั้นอย่างมั่นคงและเงียบเชียบ
"ชนแก้วโว้ยยยย!"
เสียงเพื่อนของเขตต์แดนตะโกนขึ้นพร้อมกับชูแก้วเหล้า แต่เสียงนั้นก็ต้องชะงักค้าง เมื่อร่างบางในชุดเดรสสูทสีเบจเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะ
ปึก!
กล่องเค้กถูกกระแทกลงบนโต๊ะกระจกอย่างแรงจนแก้วเหล้าหลายใบสั่นสะเทือน น้ำแข็งกระฉอกออกมาเลอะเทอะ
เขตต์แดนสะดุ้งสุดตัว เขาผละออกจากหญิงสาวชุดแดงอย่างรวดเร็วราวกับถูกของร้อน พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นว่าเป็นใคร ใบหน้าหล่อเหลาก็ซีดเผือดลงทันที
"ปะ... ปลาทู"
"สุขสันต์วันเกิดนะเขตต์"
มนต์วธูฉีกยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มการค้าแบบเดียวกับที่เธอใช้รับมือลูกค้าจอมเหวี่ยง น้ำเสียงของเธอราบเรียบ นิ่งสนิทจนน่ากลัว
"ปลาทู... คือมันไม่ใช่อย่างที่คิดนะ ฟังเขตต์ก่อน"
ชายหนุ่มลุกลานลุกขึ้นยืน พยายามจะเอื้อมมือมาจับแขนเธอ แต่มนต์วธูเบี่ยงตัวหลบอย่างรังเกียจ
"อ้อ เหรอ" เธอเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง "งั้นฉันคงตาบอดสีมั้ง ถึงเห็นรอยลิปสติกสีแดงแจ๋ติดอยู่ที่คอเสื้อนายชัดขนาดนี้ หรือว่าเดี๋ยวนี้ผู้ชายเขาฮิตทาลิปสติกสีแดงเบอร์กันดีกันแล้วล่ะ"
หญิงสาวชุดแดงที่นั่งอยู่ข้างๆ หน้าเสีย รีบขยับตัวออกห่าง
"ใครคะพี่เขตต์"
มนต์วธูหันไปมองหญิงสาวคนนั้นตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะยิ้มหวานให้
"ฉันเป็นคนที่เพิ่งจะกลายเป็นแฟนเก่าของเขาวินาทีนี้แหละค่ะ เชิญพวกคุณสองคนนัวเนียกันต่อได้เลยตามสบาย ฉันแค่เอาขยะมาทิ้ง"
มนต์วธูรีบก้าวเข้าไปต้อนรับด้วยรอยยิ้มกว้างขวาง ร่องรอยการร้องไห้ถูกลบเลือนไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเป็นมืออาชีพ"ไม่เหนื่อยเลยลูก วันนี้ยายมีความสุขที่สุดในชีวิตเลย" คุณยายศรีตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแต่เปี่ยมสุข "ยายต้องขอบคุณหนูมากนะจ๊ะ ที่จัดซุ้มดอกไม้ได้ถูกใจยายเหลือเกิน สวยกว่าที่ยายฝันไว้ซะอีก""ส่วนตานี่ก็ถูกใจขนมลูกชุบของคุณเชฟเขาจริงๆ"คุณตาพลหันไปยิ้มให้วันนับร้อยที่กำลังยืนจัดเรียงจานขนมอยู่ "รสชาติไม่หวานจัด หอมควันเทียนอ่อนๆ ผู้สูงอายุอย่างตากินได้สบายเลย... ขอบใจพวกหนูสองคนมากนะ ที่ใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ให้คนแก่""ด้วยความยินดีครับคุณตา" ไทม์ค้อมหัวรับคำชมอย่างสุภาพ "ถ้าคุณตาชอบ เดี๋ยวผมแพ็กใส่กล่องให้เอากลับไปทานที่บ้านอีกนะครับ""แหม ใจดีจริงๆ พ่อหนุ่ม" คุณตาพลหัวเราะชอบใจ ก่อนจะกวาดสายตามองวันนับร้อยสลับกับมนต์วธูดวงตาฝ้าฟางที่ผ่านโลกมาเจ็ดสิบปี หรี่ลงเล็กน้อยราวกับกำลังพิจารณาภาพตรงหน้า รอยยิ้มอบอุ่นและรู้ทันปรากฏขึ้นบนใบหน้าเหี่ยวย่นของคุณตา"เมื่อกี้ ตอนที่ตาพูดบนเวที... ตาแอบเห็นนะ ว่าพ่อหนุ่มคนนี้เขายืนซ้อนหลังคอยส่งผ้าเช็ดหน้าให้หนูอยู่ตลอดเลย"คำพูดของคุ
"หลายคนคงสงสัย ว่าปูนนี้แล้ว จะมาจัดงานแต่งงานทำไมให้เปลืองเงินเปลืองทองลูกหลาน..."แขกในงานพากันหัวเราะเบาๆ ด้วยความเอ็นดู"ย้อนกลับไปเมื่อสี่สิบกว่าปีที่แล้ว ตอนที่ตาพาศรีหนีตามกันมา... เราสองคนไม่มีอะไรเลย มีแต่เสื้อผ้าติดตัวกับความรักที่คิดว่าจะกินแทนข้าวได้..." คุณตาเล่าด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ "เราทำงานหนัก ปากกัดตีนถีบ สร้างตัว สร้างครอบครัว เลี้ยงลูกจนโต... ศรีเขาเป็นผู้หญิงที่ลำบากมากับตาตลอด ไม่เคยได้ใส่ชุดสวยๆ ไม่เคยได้มีงานฉลองแต่งงานเหมือนผู้หญิงคนอื่นเขา"คุณยายศรียกมือขึ้นปาดน้ำตาที่ซึมออกมาเงียบๆ คุณตาพลกระชับมือที่จับกันไว้ให้แน่นขึ้น"ความรักในวัยหนุ่มสาว มันอาจจะเป็นเรื่องของความตื่นเต้น หวือหวา..." คุณตาพลกวาดสายตามองไปรอบๆ งาน ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้คนทั้งสวนตกอยู่ในความเงียบงัน"แต่พอเราแก่ตัวลง... เราถึงได้รู้ว่า ความรักที่แท้จริง มันไม่ใช่การทำให้หัวใจเต้นแรงตลอดเวลาหรอกครับ... แต่มันคือการที่เรามองหาใครสักคน ที่เราสามารถนั่งเงียบๆ อยู่ข้างๆ เขาได้ในวันที่พายุพัดกระหน่ำ... ใครสักคนที่พร้อมจะแก่ไปพร้อมกับเรา ใครสักคนที่ตื่นมาเจอกันหน้าเหี่ยวๆ ทุกเช้า แล้วก็ยังร
"เลิกหยอดสักสิบนาทีเถอะค่ะ! เดี๋ยวม่อนก็เอาไปเล่ากับพวกเจ้โยอีกหรอก! รีบไปยกเค้กเลยค่ะ จะได้รีบไป!""ครับๆ ไม่หยอดแล้วครับ"เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ ยอมถอยทัพอย่างว่าง่าย หมุนตัวเดินเข้าไปในครัวเพื่อยกกล่องเค้กแต่งงานออกมามนต์วธูยืนถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยกมือขึ้นทาบอกซ้ายของตัวเอง... ผู้ชายคนนี้ พอเปิดโหมดรุกจีบเต็มตัว เขาก็กลายเป็นเตาไมโครเวฟที่พร้อมจะอุ่นหัวใจเธอให้ละลายได้ทุกวินาทีจริงๆ!...สถานที่จัดงานแต่งงานเป็นสวนอาหารบรรยากาศร่มรื่นแถบชานเมือง ต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา แสงแดดรำไรลอดผ่านใบไม้ลงมากระทบสนามหญ้าสีเขียวขจี ซุ้มดอกไม้สีฟ้าและสีขาวถูกจัดวางอย่างเรียบง่ายแต่งดงามตามคอนเซปต์งานที่เน้นความอบอุ่นและเป็นกันเองแขกเหรื่อในงานมีเพียงลูกหลาน ญาติสนิท และเพื่อนฝูงวัยเดียวกันกับบ่าวสาว รวมแล้วไม่เกินห้าสิบคน ทุกคนแต่งกายด้วยชุดผ้าไหมหรือชุดสุภาพสีพาสเทล ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มแห่งความยินดีโซน Dessert Table ของ TIME TO BAKE ถูกจัดตั้งไว้มุมหนึ่งของสวน โต๊ะไม้ปูด้วยผ้าลูกไม้สีขาวสไตล์วินเทจ บนโต๊ะไม่ได้มีมาการองสีสันฉูดฉาด หรือขนมฝรั่งเศสหน้าตาล้ำยุคเหมือนงานอื่นๆแต่วันนับร้อ
เช้าวันเสาร์กลางเดือน บรรยากาศหน้าร้าน SAY I DO Wedding & Floral ดูคึกคักและวุ่นวายกว่าปกติเล็กน้อยรถตู้คันใหญ่จอดเทียบฟุตปาธ ทีมงานกำลังช่วยกันขนโครงเหล็ก ซุ้มไม้ และดอกไม้สดขึ้นรถอย่างขะมักเขม้น มนต์วธูในชุดทำงานทะมัดทะแมงกางเกงสแล็กสีเบจและเสื้อเชิ้ตสีขาว กำลังยืนเช็กรายการสิ่งของในคลิปบอร์ดด้วยสีหน้าจริงจังงานแต่งงานในวันนี้ ไม่ใช่งานของหนุ่มสาววัยรุ่น หรือคู่รักไฮโซที่ไหน แต่เป็นงานแต่งงานขนาดเล็กของ "คุณตาพล" และ "คุณยายศรี" คู่รักวัยเจ็ดสิบปีที่ใช้ชีวิตร่วมกันมาค่อนชีวิต สร้างเนื้อสร้างตัวและเลี้ยงดูลูกหลานจนเติบโต แต่เพิ่งจะมีโอกาสได้จัดงานแต่งงานอย่างเป็นทางการตามความฝันของคุณยาย โดยมีลูกหลานเป็นคนลงขันจัดงานให้"ดอกไฮเดรนเยียสีฟ้าลังสุดท้ายขึ้นรถเรียบร้อยแล้วนะอีปลาทู"พริมโรสเดินปาดเหงื่อเข้ามารายงาน"โอเค งั้นเดี๋ยวพวกมึงล่วงหน้าไปที่สวนอาหารก่อนเลยนะ ไปจัดการเรื่องโครงสร้างซุ้มถ่ายรูปให้เสร็จก่อนเที่ยง"มนต์วธูพยักหน้ารับ สั่งงานอย่างคล่องแคล่ว"รับทราบจ้ะคุณแม่ทัพ" ชมพูไพรรับคำ ก่อนจะเหล่ตามองไปทางคูหาข้างๆ ด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม "แล้วนี่มึงจะไปพร้อมพวกกูเลยไหม หรือว่า