LOGINจู่ ๆ พอได้กันปุ๊บเขาก็เปลี่ยนไปจากฝ่าตีนเป็นเล็บขบ ไม่มีเหตุผล ไม่มีอารมณ์จะคุย อยากอยู่คนเดียวสักพัก นี่มันข้ออ้างของผู้ชายเฮงซวยที่จะเขี่ยทิ้งกันชัด ๆ
View Moreก่อนที่ความสัมพันธ์วงโคจรนรกนั่นจะเริ่มต้นขึ้น ครั้งหนึ่งไตรฉัตรเคยใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรี เที่ยวเตร็ดเตร่ มีความสุขอยู่ในวงเหล้าที่ห้อมล้อมไปด้วยผู้คนลักษณะนิสัยเดียวกัน
"โช้นนน!!!!" เสียงแก้วเหล้ากระทบกันครั้งที่ห้าหกเจ็ดแปดของค่ำคืน ช่วงเวลาแห่งความสุข เมามายด้วยรสของสุราเมรัยที่ถูกกระดูกเข้าปากเป็นประจำทุกวันจนตอนนี้แทบจะปลดล็อคสกิลคอและตับทองคำ "เชี้ยยย ขมปี๋" ไตรฉัตรหลับตาปี๋ แต่ก็ยกซดหมดแก้วเหลือไว้เพียงน้ำแข็งเปล่าที่รอสาวนมตู้มบริการรินเติมให้ใหม่ ไตรฉัตร ชายหนุ่มรูปหล่อพ่อรวย ปัจจุบันอายุย่างเข้ายี่สิบแปดปี แต่หลายปีมานี้เขายังไม่เคยเปิดตัวหรือให้สถานะกับผู้หญิงคนไหนเรียกขั้นใช้คำว่า 'แฟน' เพราะสำหรับเขาแล้วไอ้คำสั้น ๆ นี่แหละ คือบ่วงเหล็กผูกรั้งมัดคอเขาเอาไว้และจะฉุดกระชากลงไปในนรก ซึ่งแน่นอน เขาไม่พร้อม เขายังรัก ยังโหยหาชีวิตอิสระที่จะร่อนเร่ไปไหนมาไหนหรือควงใครก็ได้ตามใจปรารถนา สำหรับผู้หญิงที่จะเข้าหาไตรฉัตร ต้องท่องจำสโลแกนของเขาเอาไว้ให้แม่น 'น้ำแตก แยกทาง ติดใจให้เบิ้ล แต่ถ้าล้ำเส้นถือว่าเกมโอเวอร์' ซึ่งทุกคนทราบกฎเกณฑ์เหล่านี้ดีแต่ก็ยังยอมอ้าขาให้เขาทั้งที่รู้ทั้งรู้ว่ามันเป็นนโยบายหน้าเลือดที่โคตรเสียเปรียบ! ช่วยไม่ได้ ก็กูหล่อ น่ากิน แค่ได้นอนอ้าขาให้กูกระแทกก็เป็นบุญกีแล้วทูนหัว! อย่าหวังอะไรเกินตัวหน่อยเลย!! "แต่มึงก็แดกจนหมด" โก๋ หรือ ไอ้เฮียโก๋ เจ้าของเต็นท์รถมือสองที่ใหญ่ที่สุดในราชบุรีกรอกตาเอือมระอา เขาน่ะก็รูปหล่อพ่อรวยไม่ได้ต่างไปจากไอ้ไตรฉัตรหรอก แต่ไม่รู้ทำไม พอมันมา ออร่าเขาดับซะงั้น! "เอ้าสาว ๆ ทำหน้าที่หน่อยเร๊วววว" คนที่ส่งเสียงขึ้นมาคือธามไธเจ้าของผับดันย่านทองหล่อแห่งนี้ ไอ้นี่มันเปิดร้านเหล้าแต่คออ่อนที่สุดในแก๊ง กระดกไปแค่ไม่กี่จอกก็เมาแอ๋คอพับพูดจาไม่รู้เรื่องแล้ว "โน้น น้องคนสวยไปทำให้ไอ้คนที่นั่งหน้าบูดเป็นตูดลิงอารมณ์ดีหน่อยซิ เดี๋ยวพี่จะตบรางวัลให้งาม ๆ" ไตรฉัตรมุ่ยปากไปทางคีรินเพื่อนหนุ่มอีกคนหนึ่งซึ่งมีนิสัยแตกต่างกันสุดขั้ว ไอ้หมอนี่มันเป็นเจ้าของฟาร์มสตรอว์เบอร์รี่หลายพันไร่ทางภาคเหนือ สุขุม นิ่ง และที่สำคัญโคตรรักเดียวใจเดียว! แม่ง! กูงง คบกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมอปลายจนกระทั่งตอนนี้ อดสนุกสุดเหวี่ยงตามประสาหนุ่มโสดเลยนั่นเท่ากับกักขังตัวเองไว้ในขุมนรกชัด ๆ ! "ไม่ต้อง กูบอกแล้วไงว่ากูแค่มานั่งดื่ม นั่งดริ้งกับพวกมึงเฉย ๆ" คีรินปฏิเสธ เขาเป็นเพียงคนเดียวในวงเหล้าที่ไม่มีสาวล้อมหน้าล้อมหลังหรือโอบรัดฟัดเหวี่ยงจนแทบจะสิงสู่ร่างเหมือนเพื่อนคนอื่น "แม่ง! เสียรมณ์ มา ๆ มานั่งบนตักพี่ดีกว่า" ชายหนุ่มตบลงบนหน้าตักตัวเองพร้อมกับกวักมือเรียกสาวสวยในชุดเดรสสีแดงสดรัดติ้ว นั่งไปครู่ใหญ่ ก็นึกปวดเยี่ยวขึ้นมา ทีแรกสาว ๆ จะตามห้อยท้ายมาเล่นจ้ำจี้จ้ำใชด้วยในห้องน้ำ แต่เขาว่ามันไม่ถึงใจ พื้นที่มันคับแคบไปหน่อย เลยเบรคไว้ก่อน อดเปรี้ยวไว้กินหวาน โบราณเขาว่า ลองเชื่อก็ได้หว่า สักครั้งพอ! แต่...ดูเหมือนคำโบราณจะเป็นจริง สาวสวย หน้าคม หุ่นแซ่บ อกสะละบึ้ม ฮึ้ม สะโพกผาย เอวคอดกิ่ว สวยกินคน โคตรพ่อโคตรแม่สวย สวยเหมือนไม่มีอยู่จริง ไม่ยงไม่เยี่ยวล่ะไอ้เหี้ย นาทีนี้ขอจีบหญิงก่อน ไตรฉัตรรีบเปลี่ยนเส้นทางจากห้องน้ำพุ่งตรงไปยังหญิงสาวที่นั่งกระดกเหล้าอยู่เพียงลำพังในมุมมืดอับคน แม่ง! สวยสัส! การแต่งตัวดูดี ไม่ใช่งู ๆ ปลา ๆ ตั้งแต่หัวจรดเท้าของแบรนด์แนมทุกชิ้น รสนิยมเริ่ด โคตรเจ๋ง ลูกผู้ลากมากดีที่ไหนมันนั่งเมาคอพับอยู่ตามลำพังวะ เดี๋ยวก็โดนไอ้ไตรคนนี้ลากไปกินในน้ำแม่งเลย! ไตรฉัตรสับกะแอ่มกะไอเช็คระบบเสียง วางมาดเท่ดูหล่อเหลาเป็นที่สุดสลัดคราบหนุ่มคาสโนว่าเรียกพ่อทิ้ง กลับกลายเป็นเทพบุตรสุดหล่อในชั่วพริบตา "สวัสดีครับ ขอนั่งด้วยคนได้ไหมครับ" หญิงสาวค่อย ๆ แหงนหน้าขึ้นมาตามเสียงทักทายจากผู้ชายแปลกหน้า มันทำให้ไตรฉัตรได้เห็นใบหน้าสวยชัดเต็มสองลูกกะตา ไอ้ไตรอยากได้! ถ้าเกิดได้มองใบหน้าสวยกำลังร้องครางตอนอยู่ใต้ร่างเขาคงฟินเฟ่อถึงสวรรค์น่าดู ทว่า เธอปลายตามองครู่เดียวแล้วก็หันกลับไปโดยไม่สนใจหรือแยแสหนุ่มรูปหล่ออย่างเขาสักนิด ฝ่ามือเล็กฉวยแก้วไวน์ขึ้นมากระดกเข้าปากทำราวกับว่าพื้นที่ตรงนี้เขาไร้ตัวตน! เสียงนกเสียงกาเหรอวะ เพล๊ง! นี่ไม่ใช่เสียงแก้ว แต่เป็นเสียงหน้าไตรฉัตรที่แตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ละเอียดยิบ ต่อไม่ติด ไอ้เชี้ย เพิ่งจะโดนหญิงเมินเป็นครั้งแรก ปกติทักทาย หญิงก็พร้อมจะกระพือปีกตะปบกระโดดตะครุบเขาแล้ว กระดิกนิ้วกวักมือเรียกแค่สองครั้งไม่ต้องเอื้อนเอ่ยอะไรมากความ ไอ้ไตรก็อิ่มแปล้! มีแต่คนพร้อมจะถวายตัวให้เขา! เอาล่ะซิ! ยิ่งได้ยาก ก็ยิ่งอยากได้! ชักจะสนุกซะแล้วสิ "งั้นนั่งนะครับ" พูดเอง เออเอง "..." โดยอีกฝ่ายก็ยังทำเหมือนเขาเป็นแมลงหวี่แมลงวันเช่นเดิม "มาคนเดียวเหรอครับ" ไตรฉัตรก็ยังไม่ยอมย่อท้อ นาน ๆ ทีจะเจอผู้หญิงแบบนี้ แต่ส่วนใหญ่ก็แค่เล่นตัวให้เป็นพิธีสุดท้ายก็ยอมนอนอ้าขาให้เขาอยู่ดี "เห็นว่านั่งอยู่กี่คนเหรอคะ?" เธอสวนตอบกลับมาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง แม่ง เล่นกูแล้ว! ไตรฉัตรแสร้งหัวเราะกลบเกลื่อน "ผมเห็นนั่งอยู่สองครับ เอ๊ะ หรือจะไม่ใช่คน" ลองมาแนวตลกดูบ้าง เผื่อหญิงจะชอบ... หญิงสาวถอนหายใจอย่างนึกรำคาญ เธอต้องการความสงบถึงได้ปลีกตัวมานั่งอยู่ในมุมอับคน แต่จู่ๆไอ้หน้าหล่อนี่ก็เสนอตัวเข้ามาถือวิสาสะนั่งข้าง ๆ ทำราวกับเป็นคนไร้มารยาททั้งที่รูปร่างหน้าตาบุคลิกท่าทีก็น่าจะมีการศึกษาอยู่พอควร "เพื่อนเล่นเหรอ" "อะ...เอ่อ ขอโทษครับ" ยอมรับว่าตอนนี้ไตรฉัตรค่อนข้างเจื่อน โดนหญิงเมินยังไม่พอ ยังโดนหญิงเหวี่ยงวีนใส่อีก วันนี้กูก้าวเท้าไหนออกจากบ้านวะ! จิ้งจกแม่งก็ไม่ได้ร้องทักสักตัวทำไมถึงดวงตกขนาดนี้ บรรยากาศค่อนข้างอึมครึม ไตรฉัตรชวนคุยโน่นนี่มากมาย ส่วนเจ้าหล่อนตอบบ้างไม่ตอบบ้างแล้วแต่อารมณ์ นี่กูอุตสาห์ลงทุนถึงขนาดนี้เลยเหรอวะ! เกิดมาไม่เคยตามตื้อผู้หญิง นอนรอก็มีคนเข้ามาคอยปรนเปรอเอาอกเอาใจไม่เว้นช่วงแล้ว แม่ง ถ้าได้ กูจะเอาให้ยับ ให้คุ้มเลยคอยดู๊!! "เหนื่อยไหมคะ?" จู่ ๆ เธอก็ถามออกมา กูนี่นั่งหน้าเอ๋อเลย ควรตอบว่ายังไงวะ "หมายถึงอะไรครับ" ยังคงคอนเซ็ปสุภาพบุรุษ รูปหล่อ นิสัยดี แม่ชีกราบไหว้ คุณพระคุณเจ้าเรียกนมัสการ "ชวนฉันคุย ไม่เหนื่อยเหรอคะ" "เอ่อ..." ก็เหนื่อยไอ้สัส! ปกติไตรฉัตรไม่ใช่คนพูดมาก จะพูดพร่ำทำเพลงมากความเสียเวลาไปเพื่ออะไร ดิลสองสามคำ แล้วเอา ก็จบ! "ไม่ครับ" ตอแหลสุด ๆ "แต่ฉันเหนื่อยค่ะ ฉันพูดตามตรง ฉันมานั่งตรงนี้ก็เพราะต้องการพื้นที่ส่วนตัว ไม่อยากคุยกับใครทั้งนั้นและฉันก็ไม่ได้อนุญาตให้คุณมานั่งตั้งแต่แรก คุณถือวิสาสะถือดีด้วยเหตุผลอะไรฉันก็ไม่ทราบ แต่ถ้าไม่กล้ำกลืนฝืนทนจิตใต้สำนึกก็ช่วยกลับไปที่ของคุณจะได้ไหมคะ" สีหน้า ท่าทาง น้ำเสียงนั้นสงบนิ่ง ปราศจากไอร้อนระอุแห่งความไม่พอใจที่แสดงผ่านออกมาทั้งสิ้น แต่กลับจี๊ดถึงทรวงใน กูโคตรหน้าชา! แม่ง แต่ละคำ ด่าแบบผู้ดี ด่ากูซะยับ กูแทบจะเอาปี๊บคลุมหัวไม่ทัน อับอายฉิบหาย! ถ้าขืนไอ้สามตัวบาทรู้ คงล้อเขายันลูกบวชแน่! ลูกพวกมัน ไม่ใช่ลูกกู เพราะกูตั้งปฏิญาณกับตัวเองเอาไว้แล้วว่า จะไม่หาเหาใส่หัวด้วยการ 'มีลูกมีเมีย' เด็ดขาด ชีวิตโสดแฮปปี้จะตาย โคตรอิสระ ถ้าเหงาโจ้ยก็แค่กระดิกนิ้วเรียก ไม่จำเป็นต้องไปผูกพันธะกับใครให้ยุ่งยากอิรุงตุงนังทั้งนั้นพลอยปภัสส่งข้อความไปบอกเจ๊นัตตี้เพียงประโยคสั้น ๆ ว่า 'เจ๊ ฉันเลิกกับเขาแล้วนะ' แน่นอนว่าพออีกฝ่ายได้รับข้อความปุ๊บก็กดอ่านอย่างรวดเร็วแล้วก็รัวแชทมาโทรศัพท์ค้าง ซ้ำเธอไม่ตอบกดโทรสายแทบไหม้ (ยัยพลอย นี่มันเกิดอะไรขึ้น มันทำอะไรแก แล้วนี่แกอยู่ที่ไหน เป็นยังไงบ้าง โอเคไหม) น้ำเสียงร้อนรนประโยคคำถามพ่นออกมาซัดพรวดเดียวเร่งรัวราวกับกระสุนปืน "เจ๊ ใจเย็น ๆ ก่อน" (จะให้ใจเย็นได้ยังไง ฟังจากน้ำเสียงแกก็รู้แล้วคงจะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วง ชิมิ) "..." พลอยปภัสนิ่งเงียบ (ยังอยู่ที่คอนโดไอ้สารเลวนั่นใช่ไหม!) ยังไม่ทันที่จะได้ฟังความจากพลอยปภัสก็เริ่มใช้คำพูดด่าทอ ใช้สรรพนามเรียกแทน ยกขึ้นแท่นเป็นผู้ชายที่เกลียดขี้หน้าเข้าไส้เสียแล้ว นี่ถ้าเกิดเจ๊นัตตี้รู้เรื่องรู้ราวทั้งหมดไม่ยกแก๊งเพื่อนเผาคอนโดไตรฉัตรเลยเหรอ "ใช่เจ๊ ฉันกำลังเก็บของน่ะ สงสัยต้องเหนื่อยหน่อยแหละตอนเข้ามาก็ขนมาซะเยอะแยะเลยนี่ ไม่คิดว่าจะได้ออกไปเร็วขนาดนี้เน๊าะ ของสดในตู้เย็นก็ยังกินไม่หมดด้วยซ้ำ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงเจือหัวเราะ แต่สำหรับคนฟังแล้วกลับสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่มันสอดแทรกออกมาจนอดรู้สึกสงสารไม่ได้ ผู้ชา
จิตใจของเธอล่องลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ในยามที่หัวใจมันอ่อนล้าคล้ายกับภาวะใจสลายแบบนี้ เธอก็ไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปพึ่งใคร...คนที่เคยเป็นเซฟโซน เป็นครอบครัวก็ดันล้มหายตายจากหนีเธอไปมีความสุขอยู่บนสวรรค์กันหมดแล้ว พลอยปภัสขับรถมาเรื่อย ๆ ร่างกายยังคงสะอึกสะอื้นสันโยกสั่นคลอน...จนมาหยุดอยู่บริเวณวัด เธอประคองพาจิตใจที่มันอ่อนล้าอ่อนแรงเต็มทีค่อย ๆ เดินเข้าไปด้านในซึ่งเป็นบริเวณเก็บเถ้ากระดูกของคนตาย...ร่างเล็กทรุดลงนั่งตรงหน้าโกฏมารดาที่มีเถ้ากระดูกน้องของเธอที่ไม่มีโอกาสได้คลอดออกมาลืมตาดูโลกไปพร้อม ๆ กับคนเป็นแม่ตั้งแต่อายุครรภ์ได้ประมาณเจ็ดเดือนเศษ "แม่..." ฝ่ามือเล็กเลื่อนขึ้นไปลูบรูปถ่ายสมัยมารดายังมีชีวิตอยู่ด้วยแววตาสั่นระริก "ถ้าแม่ยังอยู่แม่คงจะกอดปลอบพลอยแล้วใช่ไหมคะ ฮื่อ" "..." อากาศเย็นยะเยือก ความรู้สึกวังเวงเปล่าเปลี่ยวที่แผ่กระจายรังสีปกคลุมอยู่โดยรอบบริเวณสถานที่เก็บอัฐิเถ้าถ่านของคนตาย เวลานี้ไม่ได้ทำให้พลอยปภัสรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาเลยสักนิด "ฮึก...แม่ ทำไมแม่ถึงทิ้งพลอยไป ทำไมแม่ไม่อยู่กับพลอย ทำไม ฮึก...พลอยคิดถึงแม่" น้ำตายังคงไหลพรากชโลมอาบสองพวงแก้มสะอึกสะอื้นร่
เพล๊ง!!!!!! โคร้ม!!!!!"ไอ้คนเฮงซวย!! พี่ทำแบบนี้กับพลอยได้ยังไง! พี่ทำได้ยังไง!!!" เธออาละวาด กระชากผ้าปูโต๊ะ ขว้างปาแจกันทำลายข้าวของราวกับคนบ้าคลั่งที่เสียสติไปแล้ว "พี่ทำได้ยังไง!! กรี๊ด" ไตรฉัตรรีบเข้ามาห้ามปราม ฉวยรั้งข้อแขนบอบบางเอาไว้แล้วกระชากเข้าหาตัวเพื่อให้คนบ้าหยุดบ้าสักที "ไอ้ชั่ว! ไอ้สารเลว! ไอ้พี่ไตร!!" สองฝ่ามือเล็กกำปั้นทุบลงบนแผงอกแกร่งกำยำแรง ๆ "บ้าพอรึยัง? บ้าพอยัง!!!" ไตรฉัตรตะคอกกลับไปเสียงดัง เขาเขย่าตัวเรือนร่างบางอีกครั้งจนศีรษะสั่นโยกสั่นคลอนเพื่อเรียกสติ "หยุดทำตัวน่ารำคาญได้ไหมวะพลอย นับวันพี่ยิ่งจะทนพฤติกรรมแย่ ๆ ของเธอไม่ไหวแล้วนะ" "บ้าเหรอ?" พลอยปภัสหันหน้ากลับไปจ้องมองด้วยสายตาแดงก่ำ บนใบหน้าแปดเปื้อนด้วยคราบน้ำหูน้ำตาเลอะเปรอะไปหมดจนแทบไม่เหลือสภาพพลอยปภัสดาราสาวชื่อดัง "น่ารำคาญเหรอ นับวันจะทนกับพฤติกรรมแย่ ๆ ของพลอยไม่ไหวงั้นเหรอ ตอแหลทั้งเพ นี่มันก็แค่ข้ออ้างของผู้ชายเห็นแก่ตัวแบบพี่" "..." ไตรฉัตรถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูดกรอกหูเธอถึงจะเข้าใจภาษาคนเสียที! นับวันยิ่งคุยกันไม่รู้เรื่อง "ทีเมื่อก่อนตอนที่พี่ยังไม่ได้พลอย พี่บอกพลอ
ตุ้บ!!! แผ่นหลังของมินตรากระแทกกับพื้นอย่างแรง ก่อนที่พลอยปภัสจะก้าวขาขึ้นคร่อมกระชากเส้นผมยาวสลวยแล้วฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าที่มีรอยบอบช้ำเป็นทุนเดิมอยู่แล้วอย่างไม่ยั้งจนทำให้สามตัวร้อยอย่างคีริน โก๋และธามไธอ้าปากค้างหน้าเหวอตาม ๆ กันไป "อีหน้าด้าน!!! อีสารเลว!! อีชิงหมาเกิด" ถ้อยคำหยาบคายถูกสบถออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มราวกับเป็นเครื่องจักรก่นด่า ฝ่ามือยังคงฟาดลงบนใบหน้านั่นจนเลือดกลบปากจริง ๆ อย่างตั้งใจไว้ เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! "พลอย!" ไตรฉัตรเองได้ยินเสียงเอะอะโวยวายด้านนอกก็รีบวิ่งออกมาดูปรากฏว่าเห็นพลอยปภัสกำลังคร่อมอยู่บนร่างของมินตราแล้วด้านนอกห้องมีเพื่อนสนิทของเขาทั้งสามคนยืนมองดูตาค้างอยู่ "นี่มันเรื่องเหี้ยอะไรกัน" ไตรฉัตรกำลังจะเข้าไปห้ามพลอยปภัส แล้วจับตัวเธอแยกออกมา ทว่าโก๋หันไปพยักหน้ากับธามไทแล้วพุ่งเข้ามาจับรวบตัวเขาเอาไว้เสียก่อน "เห้ย! มึงปล่อยกูดิวะ พวกมึงคิดทำอะไรกันเนี่ย" เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! "ไม่มีปัญญาหาผัวเองหรือไงถึงได้ชอบยุ่งกับผัวชาวบ้าน อีส้นตีน อีชิงหมาเกิด" ใบหน้าเกรี้ยวกราดพูดพลางก็กัดฟันกรอดด้วยความโมโห สองฝ่ามือขยุ้มผมยาวสลวยแล้วดึงแรง ๆ จนมินตราส่งเส