ตอนที่5 แรงสะกิดเพียงนิด
รุ่งเช้าที่แสนวุ่นวาย... มิเกลหอบกระเป๋าและไอแพดวิ่งหน้าตั้งเข้าตึกเรียน ลมหายใจหอบถี่จนทรวงอกกระเพื่อมไหว วันนี้เธอตื่นสาย เพราะเกือบทั้งคืนเอาแต่พลิกตัวไปมา ความคิดฟุ้งซ่านตีกันยุ่งเหยิงจนกว่าจะข่มตาหลับได้จริง ๆ ก็เกือบรุ่งสาง
“สายแล้ว... สายแน่ ๆ มิเกลเอ๊ย” เธอพึมพำกับตัวเองพลางรัวนิ้วลงบนปุ่มลิฟต์อย่างลนลาน
ติ๊ง!
ประตูลิฟต์เปิดออกในจังหวะที่หัวใจเธอเต้นรัวที่สุด มิเกลเตรียมจะพุ่งตัวเข้าไปด้านในโดยไม่ทันสังเกตสิ่งใด ทว่าฝีเท้ากลับต้องชะงักกึก ร่างกายเหมือนถูกสาปให้หยุดทำงานไปชั่วขณะเมื่อสายตาสบเข้ากับใครบางคน
เขายืนอยู่ด้านในนั้น ท่ามกลางกลุ่มเพื่อนผู้ชายที่กำลังสนทนากันอย่างออกรส และมีนักศึกษาหญิงอีกสองสามคนยืนอยู่ไม่ห่าง ลีออนยังคงโดดเด่นราวกับมีแสงสปอตไลต์ส่องลงมาที่เขาเพียงคนเดียว
“ไปไหมคะน้อง? ลิฟท์ยังพอมีที่ว่างนะ” รุ่นพี่ผู้หญิงคนหนึ่งเอ่ยชวนพร้อมรอยยิ้ม
มิเกลอ้าปากเตรียมจะปฏิเสธเพื่อรอตัวถัดไป แต่ทว่า...
“ขอโทษครับ ๆ! ขอทางหน่อย!” แรงกระแทกจากนักศึกษาด้านหลังที่รีบร้อนไม่แพ้กันทำให้ร่างเล็กเซถลาเข้าไปด้านในลิฟต์ทันที
มิเกลเสียหลักถลาไปข้างหน้า และก่อนที่จะล้มลง หน้าผากของเธอก็ปะทะเข้ากับอะไรบางอย่างที่แข็งและอบอุ่น... แผ่นอกของเขา
กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ที่สะอาดซึมลึกเข้าสู่สัมผัส มิเกล นิ่งค้าง หัวใจหยุดเต้นไปเสี้ยววินาทีก่อนจะกลับมาเต้นรัวยิ่งกว่ากลองรบ เธอกุลีกุจอเงยหน้าขึ้นมอง และนั่นทำให้เธอเห็นเขาในระยะประชิดยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ
ใบหน้าคมคายที่ดูหล่อเหลาอย่างไม่ต้องพยายาม คิ้วเข้มพาดเฉียงรับกับดวงตาคมปลาบที่กำลังจ้องมองเธออย่างนิ่งสงบ มุมปากของเขาหยักลึกคล้ายจะยิ้มแต่ก็ไม่เชิง มันช่างเป็นความหล่อที่อันตรายต่อหัวใจอย่างร้ายกาจ
“ขะ...ขอโทษค่ะ” มิเกลรีบละล่ำละลักบอกพลางถอยห่างออกมาเท่าที่พื้นที่อันน้อยนิดจะเอื้ออำนวย เสียงของเธอสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่ได้
ลีออนจ้องมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะจุดรอยยิ้มมุมปากที่ดูเหมือนจะรู้ทันไปเสียทุกอย่าง
“มาสายเหรอ?”
“ค่ะ...” มิเกลพยักหน้าเร็ว ๆ แล้วรีบหันหลังกลับ พยายามทำตัวให้เล็กที่สุดเพื่อสร้างระยะห่าง แต่ในลิฟต์ที่เต็มไปด้วยผู้คน ระยะห่างนั้นแทบไม่มีอยู่จริง เธอสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของเขาที่อยู่เบื้องหลัง
“กดชั้นไหน?” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นใกล้ใบหูจนขนลุกซู่
“ชะ ชั้น... ห้า ค่ะ”
มือหนายื่นผ่านไหล่ของเธอไปกดปุ่ม แผ่นหลังของเธอสัมผัสได้ถึงช่วงแขนของเขาที่ทาบผ่านไปเพียงนิดเดียว ใกล้จนเธอต้องเผลอกลั้นหายใจ
“ตื่นสายบ่อยไหมเรา?” เขาถามต่อเหมือนเป็นการชวนคุยทั่วไป
“ไม่ค่อยค่ะ พอดีเมื่อคืน...”
“นอนไม่หลับ?”
มิเกลชะงักไปทันที คำถามนั้นเหมือนเขาแอบมานั่งอยู่กลางใจเธอเมื่อคืนนี้ เธอไม่ทันได้ตั้งตัวตอบ เพื่อนของเขาก็แทรกขึ้นมาเสียก่อน
“อะไรของมึงวะลีออน” เสียงฉลามเพื่อนสนิทในกลุ่มโพล่งขึ้นพร้อมเสียงหัวเราะลั่นลิฟต์ “บทจะใจดีก็ใจดีขึ้นมาดื้อๆ เลยเหรอวะมึง”
“เออ ปกติมึงเคยถามอะไรใครแบบนี้ด้วยเหรอ หรือต้องน่ารักเหมือนน้องปีหนึ่งคนนี้คนเดียว?”
อีกคนเสริมทัพทันทีพลางยกศอกใส่สีข้างลีออนจนบรรยากาศในลิฟต์เริ่มคึกคักอย่างน่าประหลาด
มิเกลรู้สึกว่าใบหน้าของเธอร้อนวูบราวกับถูกไฟแผดเผา เธอพยายามก้มหน้าจนคางแทบชิดอก
“พวกมึงก็เพลา ๆ หน่อยเหอะ พ่นเหี้ยอะไรออกมาดูหน้าไอ้ลีออนด้วย” เพลิงพูดเสียงเรียบ แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ท่าทางนิ่งเฉยของเขาดูไม่เดือดร้อนกับคำแซวพวกนั้นเลยสักนิด
“ก็ดูมันดิ อ่อยน้องเขาเฉย กูกะว่าจะจีบซะหน่อย” ฉลามยังไม่เลิกราพลางหัวเราะร่า
“คนนี้มึงจีบไม่ได้” ลีออนเอ่ยประโยคที่ทำให้ทั้งลิฟท์เงียบไป ฉลามหันมามองหน้าเพื่อนก่อนจะหัวเราะออกมาอีกครั้ง
“ทำไมวะ? ทำไมกูจะจีบน้องเขาไม่ได้”
“เฮ้ย เบา ๆ หน่อยไอ้พวกเหี้ย เดี๋ยวน้องเขาก็กลัวจนวิ่งหนีออกจากลิฟต์หรอก”
มิเกลเม้มปากแน่น ยิ่งพวกเขาสบถและแซวกันแรงเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งรู้สึกเหมือนถูกต้อนให้จนมุม
“แล้วตกลงว่าไงอ่ะ กูจีบน้องเขาไม่ได้เพราะอะไร หรือน้องเขามีแฟนแล้ว?” เพื่อนในกลุ่มยังไม่หยุดรุกราน
ความเงียบทิ้งตัวลงเพียงอึดใจ ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำของลีออนจะตอบกลับมาสั้น ๆ
“มึงอยากรู้ ก็ให้เขาตอบเองดิ”
“หืม? พี่ขอถามหน่อยได้ไหมคะ คนสวยมีแฟนยัง?”
น้ำเสียงนั้นไม่ได้ดูจริงจัง แต่มันกลับทำให้สถานการณ์ยิ่งประหลาดและกดดันขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว มิเกลกลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนจะรวบรวมเสียงที่สั่นพร่าตอบออกไปเบาๆ
“เออ...มะ มีแล้วค่ะ”
“...”
พอได้ยินคำตอบนั้น ความคึกคะนองเมื่อครู่ก็สะดุดกึกราวกับมีใครมากดปุ่มปิดเสียง ลิฟต์ที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะกลับตกอยู่ในความเงียบงันที่น่าอึดอัดยิ่งกว่าเดิม
“เห้อ...มีเจ้าของซะแล้ว” ฉลาม เพื่อนคนแรกพึมพำออกมาเสียงแผ่ว ใบหน้าที่เคยยิ้มร่าเปลี่ยนเป็นความเหวอ อย่างเห็นได้ชัด
“เฮ้อ เสียดาย” ซัน สบถเบา ๆ พลางส่ายหัว “อุตส่าห์นึกว่าไอ้ลีออนมันจะเจอคนที่ทำให้มันเลิกปากหมาได้แล้วเชียว น้องมีแฟนแล้วแบบนี้คงต้องถอยทัพว่ะ”
เพลิง ที่ยืนพิงผนังลิฟต์อยู่ขยับตัวเล็กน้อยพลางปรายตามองลีออนที่ยังคงยืนนิ่ง
“แต้มบุญใครวะนั่น ได้แฟนน่ารักขนาดนี้ สงสัยชาติที่แล้วกู้โลกมา”
ในขณะที่เพื่อนทั้งสามคนกำลังคร่ำครวญและพูดจาเสียดายกันอย่างไม่ขาดปาก ลีออนกลับเป็นเพียงคนเดียวที่เงียบสนิท
ความเย็นเหยียบที่แผ่ซ่านมาจากด้านหลังทำให้มิเกลรู้สึกเหมือนยืนอยู่ท่ามกลางพายุหิมะ เธอสัมผัสได้ว่าสายตาคมกริบคู่นั้นยังคงจับจ้องอยู่ที่แผ่นหลังของเธอไม่วางตา และแม้เธอจะไม่เห็นหน้าเขาในตอนนี้ แต่ความเงียบของลีออน กลับกดดันยิ่งกว่าเสียงแซวเถื่อน ๆ ของเพื่อนเขาหลายเท่า
“ติ๊ง!”
เสียงสัญญาณลิฟต์ดังขึ้นเมื่อถึงชั้นห้า ประตูค่อย ๆ เปิดออกกว้าง มิเกลไม่รอช้า เธอรีบก้าวเท้าออกไปทันทีโดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปลา
ทว่าก่อนที่ประตูลิฟต์จะปิดลง แว่วเสียงของ เพลิง ที่ถามขึ้นด้วยความสงสัยยังดังตามหลังมาให้ได้ยิน
“เป็นอะไรของมึงวะลีออน? เงียบเป็นสากกะเบือเลยนะมึง พอเขามีแฟนแล้วถึงกับไปไม่เป็นเลยเหรอไอ้สัด!”
ลีออนยังคงไม่ตอบคำถามนั้น เขาเพียงแค่จ้องมองตามหลังร่างเล็กที่กำลังเดินหายไปลับตาด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา... เป็นแววตาที่ดูนิ่งสงบ ทว่าซ่อนพายุบางอย่างที่รอวันปะทุออกมาอย่างช้า ๆ