Masukประตูเหล็กด้านหลังร้านถูกผลักออกอย่างแรงก่อนจะปิดกระแทกตามหลัง เสียงเบสหนักๆ และความวุ่นวายภายในร้านถูกตัดขาดออกไปเกือบหมด เหลือเพียงเสียงเพลงที่ดังอู้อี้ลอดผ่านกำแพงออกมา อากาศเย็นเยียบของยามค่ำคืนปะทะเข้ากับผิวหน้า แต่ไม่อาจดับความร้อนรุ่มจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ในร่างกายของมันเดย์ได้เลย
โซนออกแรงเหวี่ยงร่างเล็กของแม่พระประจำสาขาไปชนกับกำแพงอิฐเปลือยด้านหลังร้าน ไม่ได้รุนแรงจนเธอเจ็บ แต่ก็หนักแน่นพอที่จะทำให้คนที่กำลังเมาแอ๋ถึงกับเสียหลักพิงกำแพงไปอย่างหมดทางสู้
ชายหนุ่มก้าวตามเข้ามาประชิดตัว ยกท่อนแขนแกร่งขึ้นยันกำแพงอิฐเอาไว้ กักขังร่างบางให้อยู่ในอาณัติของเขาระหว่างวงแขน แสงไฟสลัวสีส้มจากเสาไฟริมถนนส่องกระทบเสี้ยวหน้าคมคายของแบดบอยประจำรุ่น นัยน์ตาคมดุจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความหงุดหงิด ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์และกลิ่นบุหรี่จางๆ สไตล์ผู้ชายเสเพลรดรินอยู่เหนือจมูกรั้น
“ฟังฉันให้ดีนะมันเดย์...” โซนกดเสียงต่ำ พยายามข่มอารมณ์คุกรุ่น “เลิกทำตัวเป็นแม่พระ เลิกจุ้นจ้านกับชีวิตฉัน แล้วก็เลิกทำตัวน่ารำคาญสักที เธอไม่ใช่แม่ฉัน ไม่ต้องมาสั่งสอน!”
คำขู่ที่เต็มไปด้วยความแข็งกร้าวควรจะทำให้ผู้หญิงทุกคนกลัวจนตัวสั่น หรืออย่างน้อยก็ต้องโกรธจนหน้าแดง แต่ทว่า สติสัมปชัญญะของมันเดย์ในตอนนี้ไม่ได้ทำหน้าที่ประมวลผลคำพูดของเขาเลยแม้แต่น้อย
แอลกอฮอล์ที่สูบฉีดอยู่ในสายเลือดได้ทำลาย ‘เกราะป้องกัน’ และ ‘กรอบความสมบูรณ์แบบ’ ที่เธอสวมใส่มาทั้งชีวิตจนแหลกละเอียด ความมีเหตุผลถูกเตะปลิวหายไปในอากาศ เหลือเพียงความปรารถนาส่วนลึกที่ถูกเก็บกดมานานนับสิบปี
มันเดย์เงยหน้าขึ้นมองคนตัวโตกว่าด้วยนัยน์ตาหวานฉ่ำเยิ้ม สายตาของเธอไม่ได้มีความโกรธเคือง ไม่มีความหวาดกลัว กลับกัน... เธอกำลังสแกนมองโครงหน้าของเขาอย่างพิจารณา
‘ผู้ชายคนนี้หล่อ... หล่อมาก... หล่อแบบอันตราย!’
ความคิดในหัวของคนเมาเริ่มทำงานอย่างซื่อตรง เธอไล่สายตาจากสันจมูกโด่งเป็นสัน ไปยังริมฝีปากหยักลึกที่กำลังขยับพ่นคำด่า เลื่อนต่ำลงมาที่สันกรามคมชัดเร้าใจ และลูกกระเดือกที่ขยับขึ้นลงยามที่เขากลืนน้ำลาย ก่อนที่สายตาซุกซนจะไปหยุดอยู่ที่ท่อนแขนแกร่งซึ่งยันกำแพงอยู่ เส้นเลือดปูดโปนพาดผ่านมัดกล้ามเนื้อแน่นขนัด รอยสักสีดำเข้มที่โผล่พ้นแขนเสื้อยืดออกมาทำให้เขาดูดุดันและเซ็กซี่อย่างบอกไม่ถูก
“นี่เธอฟังที่ฉันพูดอยู่ป่ะเนี่ย!” โซนเริ่มฉุนเมื่อเห็นอีกฝ่ายเอาแต่จ้องหน้าเขาตาเยิ้ม ไม่ตอบโต้ ไม่ด่ากลับเหมือนเมื่อสิบนาทีก่อน
“หล่อจัง...”
เสียงหวานพึมพำแผ่วเบา แต่ในความเงียบสงัดของตรอกหลังร้าน มันกลับดังก้องชัดเจนในโสตประสาทของโซน
“ฮะ? เธอว่าไงนะ” โซนชะงักงัน คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน
มันเดย์ไม่ได้สติพอที่จะยั้งปากตัวเองอีกต่อไป เธอเอียงคอเล็กน้อย ริมฝีปากบางเผยอยิ้มบางๆ ก่อนจะหลุดพูดสิ่งที่ซ่อนอยู่ในซอกหลืบของสมองออกมาอย่างซื่อตรงที่สุด
“แขนก็ล่ำ... หุ่นก็ดี... แล้วตรงนั้นจะขนาดไหนนะ...”
ความเงียบโรยตัวลงมาปกคลุมทันทีที่ประโยคนั้นจบลง
โซนเบิกตากว้าง ร่างกายสูงใหญ่แข็งทื่อไปชั่วขณะ เขากะพริบตาปริบๆ มองผู้หญิงเรียบร้อยแสนดีที่เพื่อนทั้งเอกยกย่องให้เป็น ‘แม่พระ’ ด้วยความตื่นตะลึง สมองของแบดบอยประมวลผลไม่ทัน ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้ยินคำพูดทะลึ่งตึงตังและคุกคามทางเพศจากปากของผู้หญิงที่วันๆ เอาแต่จดเลกเชอร์และด่าคนโดดเรียน
‘ยัยนี่... เมาแล้วหื่นเหรอวะ?’
เมื่อตั้งสติได้ ความหงุดหงิดในตอนแรกก็ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกสนุก โซนกระตุกยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจ เขาคิดว่าเธอแค่เมาแล้วละเมอพูดจาเพ้อเจ้อไปเรื่อย ถ้าเขาแกล้งรุกกลับ ยัยแม่พระนี่ต้องช็อก สร่างเมา แล้ววิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงไปแน่นอน
ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มใส นัยน์ตาคมพราวระยับไปด้วยความยียวนกวนประสาท
“อยากลองไหมล่ะ?” เขาจงใจกระซิบเสียงแหบพร่าชิดริมฝีปากบาง “รับรองว่า... ใหญ่กว่าที่เธอคิดไว้เยอะ”
“ช่างแม่งพ่อตาแล้วโว้ย! โดนยิงพรุ่งนี้ก็คุ้มวะ!” โซนคำรามลั่นในลำคอ ชายหนุ่มตวัดท่อนแขนแกร่งรวบร่างบอบบางของมันเดย์ขึ้นอุ้มจนตัวลอย หญิงสาวหวีดร้องเบาๆ ก่อนจะหัวเราะคิกคักด้วยความชอบใจเมื่อแขนแกร่งอุ้มเธอเดินตรงดิ่งไปยังห้องนอนที่เปิดไฟสลัวทิ้งไว้ โซนโยนร่างของเธอลงบนเตียงคิงไซส์สีเข้มอย่างไม่ออมแรง ก่อนจะตามลงไปทาบทับ กักขังยัยตัวแสบไว้ภายใต้สรีระที่สูงใหญ่กว่า นัยน์ตาคมกริบที่เคยกดข่มความรู้สึกเอาไว้ บัดนี้วาวโรจน์ไปด้วยไฟราคะและความหิวกระหายที่ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มพิกัด “ดื้อนักนะ... อุตส่าห์หนีแล้ว ยังจะมาเข้าถ้ำเสือถึงที่แบบนี้ อย่ามาร้องขอชีวิตทีหลังก็แล้วกัน!” “ใครกันแน่ที่จะต้องร้องขอชีวิต” มันเดย์เชิดหน้าท้าทาย มือเล็กเอื้อมไปดึงท้ายทอยของเขาให้โน้มลงมาหา โซนไม่รอช้า เขาประกบริมฝีปากบดขยี้ความอวดดีนั้นอย่างเร่าร้อนที่สุด รสจูบที่เต็มไปด้วยความคิดถึงและความโหยหาถูกส่งผ่านเรียวลิ้นร้อนที่สอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำ ริมฝีปากดูดดึงและพัวพันกันอย่างไม่มีใครยอมใคร มือหนาหยาบกร้านลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้ชุดเดรสตัวบาง ก่อนจะจัดการปลดเปลื้องเสื้อคาร์ดิแกนและชุดเด
หนึ่งสัปดาห์เต็มๆ นั่นคือระยะเวลาที่ ‘โซน’ เจ้าหมาป่าแห่งคณะวิศวะ ต้องใช้ชีวิตอย่างแห้งเหี่ยวและทรมานแสนสาหัสราวกับอยู่ในช่วงจำศีล นับตั้งแต่วันที่ ‘ว่าที่พ่อตา’ บุกมาเปิดศาลเตี้ยถึงคอนโดของมันเดย์ และประกาศกฎเหล็กห้ามเขานอนค้างอ้างแรมด้วยกันอย่างเด็ดขาด โซนก็กลายสภาพเป็นลูกหมาเชื่องๆ ที่ต้องทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด ชายหนุ่มรับส่งแฟนสาวไปเรียน ติวหนังสือด้วยกัน แวะกินข้าวเย็น และต้องรีบขับรถมาส่งเธอที่ล็อบบี้คอนโดก่อนพระอาทิตย์ตกดินราวกับซินเดอเรลล่าที่กลัวเวทมนตร์จะเสื่อมสลาย เวลาสี่ทุ่มครึ่ง ภายในห้องชุดสไตล์ลอฟต์ที่ตกแต่งด้วยโทนสีดำเทาของโซน บรรยากาศช่างเงียบเหงาและอ้างว้าง ร่างสูงใหญ่กำยำในชุดกางเกงวอร์มสีเทาเพียงตัวเดียว ท่อนบนเปลือยเปล่าอวดรอยสักและมัดกล้ามที่สมบูรณ์แบบ กำลังนอนแผ่หลาอยู่บนเตียงคิงไซส์ปูผ้าปูสีเข้ม ชายหนุ่มพลิกตัวไปมาอย่างงุ่นง่าน มือหนายกสมาร์ตโฟนขึ้นมาเลื่อนดูรูปถ่ายคู่ของเขากับมันเดย์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า “แม่งเอ๊ย... คิดถึงจนจะบ้าตายอยู่แล้วโว้ย” โซนสบถคำรามในลำคอ โยนโทรศัพท์ทิ้งไว้ข้างเตียงแล้วยกมือขึ้นก่ายหน้าผาก การเคยชินกับการมีร่างนุ่มนิ่มหอมๆ ให้กอดทุกค
“ไม่เลิกค่ะ! ยังไงหนูก็ไม่เลิกเด็ดขาด!” มันเดย์สวนกลับทันควัน เสียงหวานที่เคยอ่อนโยนบัดนี้แข็งกร้าวและดื้อดึงที่สุดในชีวิต เธอมองหน้าพ่อกับแม่ผ่านม่านน้ำตา “หนูโตแล้วนะคะ หนูคิดเองได้ว่าอะไรดีอะไรไม่ดี โซนไม่เคยดึงหนูให้ต่ำลง มีแต่จะช่วยผลักดันกันไปข้างหน้าต่างหาก!” “มันเดย์! นี่ลูกกล้าเถียงพ่อกับแม่เพื่อผู้ชายคนนี้เหรอ!” คุณพ่อลุกขึ้นยืนชี้หน้าลูกสาวด้วยความโกรธจัด ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังจะลุกลามบานปลายจนกู่ไม่กลับนั้นเอง... โซนที่นั่งนิ่งรับฟังคำด่าทอมาตลอด ก็เอื้อมมือใหญ่ของเขาไปกอบกุมมือเล็กๆ ของมันเดย์ที่กำลังสั่นเทาเอาไว้แน่น ชายหนุ่มออกแรงบีบเบาๆ เพื่อเรียกสติและส่งผ่านความอบอุ่นไปให้เธอ ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ยืดตัวขึ้นนั่งหลังตรง ประจันหน้ากับผู้พิพากษาทั้งสองด้วยแววตาที่ไม่มีความหวาดกลัว ไม่มีอาการลุกลี้ลุกลน มีเพียงความแน่วแน่และดื้อดึงในแบบฉบับของเจ้าหมาป่าที่ไม่ยอมก้มหัวให้ความพ่ายแพ้ “ผมเข้าใจครับว่าพ่อกับแม่กำลังโกรธ และผมยอมรับผิดทุกอย่างที่ทำตัวไม่เหมาะสม” น้ำเสียงทุ้มห้าวของโซนดังทะลุความตึงเครียดขึ้นมา “แต่ถ้าพ่อกับแม่จะบังคับให้ผมเลิกกับมันเดย์... ผมคงทำให้ไม่ได้ค
ความเงียบสงัดภายในห้องชุดสุดหรูของมันเดย์ในเวลานี้ ช่างเป็นความเงียบที่หนักอึ้งและบีบคั้นหัวใจจนแทบระเบิด ทันทีที่คำสารภาพอย่างตรงไปตรงมาว่า ‘ผมเป็นแฟนของมันเดย์เองครับ’ หลุดออกจากปากของผู้ชายร่างยักษ์หน้าตาดุดันที่เพิ่งเดินออกจากตู้เสื้อผ้า สติสัมปชัญญะของคุณแม่ที่เคยเยือกเย็นก็ขาดผึงลงในพริบตา อาการช็อกสุดขีดจู่โจมคนเป็นแม่จนหน้ามืดวิงเวียน คุณแม่ยกมือขึ้นทาบอก ซวนเซไปด้านหลังจนต้องทรุดตัวลงนั่งบนเบาะโซฟา ภาพลูกสาวสุดที่รักผู้เป็น ‘แม่พระ’ แสนดี ผู้เปรียบดั่งผ้าขาวที่พับไว้อย่างเรียบร้อย อยู่ในกรอบระเบียบมาตลอดชีวิต บัดนี้กลับมีผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้มาซุกซ่อนอยู่ในห้องนอน แถมผู้ชายคนนั้นยังสวมเสื้อยืดสีดำ รูปร่างสูงใหญ่เต็มไปด้วยมัดกล้าม คิ้วบาก นัยน์ตาดุดัน และมีรอยสักโผล่พ้นแขนเสื้อให้เห็น... นี่มันไม่ใช่แฟนหนุ่มสไตล์ลูกคุณหนูหรือหมอหน้าใสแบบที่คุณแม่เคยวาดฝันไว้เลยสักนิด แต่นี่มันตัวอันตรายระดับวีไอพีชัดๆ “มะ... แม่คะ ใจเย็นๆ ก่อนนะคะ ดมยาดมก่อนค่ะ!” มันเดย์หน้าซีดเผือด รีบวิ่งเข้าไปนั่งคุกเข่าอยู่ข้างโซฟา พยายามจะพัดลมและส่งยาดมให้คุณแม่ด้วยมือที่สั่นเทา “ไม่ต้องเลยมันเดย์ ถอยไ
Rrrr… Rrrr… Rrrr!! เสียงริงโทนโทรศัพท์มือถือจังหวะเพลงร็อกอีดีเอ็มหนักหน่วง แผดเสียงดังลั่นขึ้นมาจากทิศทางของ... ตู้เสื้อผ้าบิลต์อิน! ความเงียบสงัดระดับสุญญากาศเข้าปกคลุมห้องชุดสุดหรูในทันที เสียงริงโทนดังก้องกังวานทะลุบานประตูไม้ออกมาอย่างชัดเจน ชนิดที่ต่อให้หูตึงก็ยังได้ยิน มันเดย์อ้าปากค้าง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปเป็นหิน วิญญาณแทบจะหลุดออกจากร่างไปรอที่ยมโลกแล้ว เสียงริงโทนดังอยู่ประมาณสิบวินาทีก่อนจะถูกตัดทิ้งไปอย่างรวดเร็ว (ฝีมือโซนที่เพิ่งคลำหาปุ่มปิดเสียงเจอในความมืด) แต่ความพินาศได้บังเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว คุณแม่ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าที่เคยใจดีและมีรอยยิ้มประดับอยู่เสมอ บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึมและเย็นเยียบจนน่ากลัว คุณแม่ยกแขนขึ้นกอดอก จ้องหน้าลูกสาวสุดที่รักด้วยสายตาคาดคั้นและกดดันขั้นสุด “ในห้องมีใครอยู่ มันเดย์...” น้ำเสียงของคุณแม่เฉียบขาดและดังกังวาน “ให้เขาออกมาเดี๋ยวนี้!” “มะ... แม่คะ... คือว่า...” มันเดย์หน้าซีดเผือด ขอบตาร้อนผ่าวและเริ่มมีหยาดน้ำใสๆ เอ่อคลอขึ้นมา เธอรู้ดีว่าพ่อแม่คาดหวังในตัวเธอมากแค่ไหน การซุกซ่อนผู้ชายไว้ในห้องนอ
“แม่!! เดี๋ยวก่อนนนน!!” เสียงหวีดร้องระดับแปดหลอดของมันเดย์ดังลั่นห้องชุดสุดหรู ร่างบอบบางที่เมื่อไม่กี่วินาทีก่อนยังยืนตัวสั่นเป็นลูกนก บัดนี้กลับพุ่งทะยานด้วยความเร็วแสงดุจซูเปอร์ฮีโร่ เข้าไปกางแขนขวางหน้าบานประตูตู้เสื้อผ้าบิลต์อินเอาไว้สุดชีวิต แผ่นหลังเล็กๆ แนบชิดติดกับบานประตูไม้ราวกับใช้กาวตราช้างติดไว้ หอบหายใจแฮ่กๆ ดวงตากลมโตเบิกกว้างจ้องมองผู้เป็นแม่ที่ชะงักมือค้างอยู่กลางอากาศห่างจากที่จับประตูเพียงแค่ไม่กี่เซนติเมตร คุณแม่เลิกคิ้วสูง มองท่าทีลุกลี้ลุกลนขั้นสุดของลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนด้วยความประหลาดใจ “เป็นอะไรไปลูก ทำไมต้องเสียงดังขนาดนั้น แม่แค่จะเปิดตู้เสื้อผ้าเอาคาร์ดิแกนมาใส่เอง” “ขะ... ข้างในมันรกมากค่ะแม่! รกแบบ... รกสุดๆ ระเบิดลงเลยค่ะ!” มันเดย์แถสดๆ ร้อนๆ ลิ้นแทบจะพันกัน สมองระดับหัวกะทิกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อหาข้ออ้างที่ฟังดูมีเหตุผลที่สุด “คือหนู... หนูเพิ่งรื้อตู้เสื้อผ้าเมื่อคืนนี้เองค่ะ กะว่าจะคัดเสื้อผ้าเก่าๆ เอาไปบริจาค ตอนนี้ข้างในมีแต่เสื้อผ้ากองสุมท่วมหัว ถ้าแม่เปิดตอนนี้ เสื้อผ้ามันต้องถล่มลงมาทับแม่แน่ๆ ค่ะ! หนูอายแม่ด้วยน่ะค่ะ อย่าเพิ่งเปิดเลยนะคะ!”







