Masuk[พาร์ท : ตะขวด]
ปัง!
เสียงลั่นไกปืนที่ดังขึ้น พร้อมกับกระสุนที่พุ่งตรงเข้ากลางเป้าพอดีทำให้กูกระตุกยิ้มอย่างพอใจ หลังจากที่ฝึกปรือฝีมือนักแม่นปืนมานาน ตอนนี้ยิงแม่นเข้าทุกเป้า แถมไม่เคยพลาดซะด้วย
“งดงามจริงๆ ครับ” คุณหยวนและคุณลี่ที่มาซ้อมยิงปืนร่วมกันปรบมือให้เป็นมารยาทให้กูที่วางปืนลงแล้วถอดหูฟังออก
“ไม่เท่าคุณหยวนกับคุณลี่หรอกครับ ผมยังต้องฝึกอีกมาก” แต่ไม่คิดจะไปเปรียบเทียบฝีมือกับพวกอาจารย์อย่างคุณหยวนและคุณลี่อยู่แล้ว ไม่ใช่เพราะสองคนนี้เหรอไง กูถึงแม่นปืนได้ขนาดนี้
“คุณฝานเหอนี่ถ่อมตนเสมอเลยนะครับ มิน่าลูกน้องถึงได้เคารพรักคุณมาก” คุณลี่ที่อาวุโสที่สุดเอ่ยปากชมแล้วยกปืนขึ้นเล็งเตรียมลั่นไก “เมื่อคืนพาคุณหนูไปที่ไหนมาเหรอครับ”
กูนิ่งไปนิดหน่อยเมื่อเขามีคำถามในระหว่างที่กำลังเล็งเป้า ก่อนที่จะคลี่ยิ้ม
“ร้านอาหารที่หลิงหลิงมาร้องเพลงประจำน่ะครับคุณลี่”
“คุณทราบมั้ยครับว่าหลิวเฉินก็ไปที่นั่นบ่อยๆ เพื่อพบกับเธอ” คุณลี่สับไกปืนแล้วยิงเข้าเป้าได้อย่างสวยงาม ก่อนที่จะวางปืนลงขณะที่ออกปากเตือน “สองคนนั้นอาจจะวางแผนอะไรร่วมกันอยู่ก็ได้นะครับ”
“พวกเขาเป็นคู่รักกันเหรอครับ?” กูถามออกมาตรงๆ ตอนที่คีบมวนบุหรี่จากกระเป่ากางเกงยีนส์ราคาแพงมาจุดสูบ ซี๊ดบุหรี่แล้วพ่นควันออกมาตอนที่สบตากับคุณลี่ที่มีสีหน้าจริงจัง
“ผมไม่ได้สืบมาลึกซึ้งนัก แต่ถ้าให้พูดตามที่เห็น ก็น่าจะถูกครับ”
“อืม” กูพยักหน้ารับ “ช่วยสืบมาให้ผมทีนะครับ เพราะเมื่อคืนผมไปเจรจาธุรกิจกับมัน ดูเหมือนมันจะสนใจเมียผมอย่างออกนอกหน้ามากทีเดียว”
“...”
“พวกคุณคงรู้ใช่มั้ยครับ ว่าผมเสียน้องไปไม่ได้” กูถามออกมาเสียงหนักแน่นโดยที่ไม่ต้องการคำตอบ แววตาขุ่นขวางขึ้นเหมือนสัตว์ป่าหวงของ รู้สึกทนไม่ได้ขึ้นมาถ้าน้องจะถูกแย่งไป “และถ้ามันคิดตุกติก ผมจะหาทางทำลายมันจนย่อยยับให้ดู”
“...”
“ใครที่คิดจะมายุ่งกับของของผมโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต ก็ไม่ควรเก็บไว้... ถูกมั้ยครับ?”
“คุณฝานเหอนี่แน่วแน่และมั่นคงในรักเสมอเลยนะครับ” คุณลี่ออกปากชม ดูเหมือนเขาจะชื่นชอบกูอยู่มากทีเดียว อาจเพราะคุณลี่เคยบอกว่ากูหน้าคล้ายๆ กับลูกชายที่ตายไปเมื่อสามปีก่อน ถ้ายังมีชีวิตอยู่ก็คงอายุไล่เลี่ยกัน
ส่วนคุณหยวนไม่ค่อยพูดอะไรนอกจากใส่กระสุนกับปืนยาว อาจเพราะเขาเป็นคนพูดน้อยก็ได้
“น้องอยู่กับผมตั้งแต่ในช่วงเวลาที่ผมไม่มีอะไรเลย ทั้งที่ผมหน้าตาไม่ดี ไร้การศึกษา มีแต่ตัว เค้าก็ยังรักและยอมให้ทุกอย่างกับผม” กูพูดเป็นภาษาจีนตอนที่พ่นควันบุหรี่ออกมาอย่างปิติ ไม่ใช่เพราะเธอเหรอ กูถึงมีเป้าหมายในตัวเอง จนในที่สุดก็ประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ “ผมคงไม่สามารถหักหลังเธอได้ เพราะผมรักเธอคนเดียวจริงๆ”
“แต่ตอนนี้คุณไม่ได้เป็นแบบนั้นแล้วครับคุณฝานเหอ คุณมีทุกอย่าง ทั้งเงินทอง ชื่อเสียง และฐานะ” คุณลี่ฉีกยิ้ม “ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าคุณในตอนนี้น่ะยอดเยี่ยมมากครับ”
กูหันไปลูบท้ายทอยตอนที่ยิ้มเขินๆ ให้กับคุณลี่
“ชมเกินไปแล้วครับ”
“ไม่เกินไปหรอกครับ คุณเหมือนลูกชายแท้ๆ ในสายตาของผม วันที่ได้รู้ว่าต้องดูแลคุณแทนนายใหญ่ที่เคยล้มล้างธุรกิจนี้ไป แล้วเรียกให้พวกเรามารวมตัวอีกครั้ง ผมก็ตั้งปณิธานกับตัวเองว่าจะขอติดตามดูแลคุณไปชั่วชีวิต”
“ขอบคุณมากเลยนะครับคุณลี่” กูพูดพร้อมกับยื่นมือหนาของตัวเองออกไป เพื่อแตะบ่าแกร่งที่ดูเหมือนจะผ่านสมรภูมิรบมาอย่างหนักของคุณลี่ พร้อมกับบีบเบาๆ “ผมรู้สึกยินดีที่คุณคิดแบบนี้ ไว้ครั้งหน้า เราจะไปไหว้หลุมศพลูกชายของคุณด้วยกัน”
“ขอบคุณในความกรุณาครับ” คุณลี่คลี่ยิ้มกลับ พร้อมกับเอื้อมมือมาแตะบ่ากูกลับ ซึ่งในขณะเดียวกันไอ้เจก็เปิดประตูเข้ามาในสนามประลองปืน
“ไอ้ขว... คุณฝานเหอ ภรรยาของคุณต้องการคุยด้วยเป็นการส่วนตัว” มันหุนหันเข้ามาโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ ตอนแรกจะเรียกชื่อเก่า แต่พอเห็นว่าทั้งคุณลี่และคุณหยวนที่กำลังจับตาดูมันอยู่อยู่ในนี้ด้วย มันเลยเปลี่ยนเป็นพูดจาสุภาพ และโค้งให้เป็นการเคารพ
“น้องมนต์เหรอวะ” กูถามกลับ มันเลยเข้ามาป้องปากกระซิบ
“เมื่อคืนมึงหนักกับเขามากไป ทั้งเช้าแม่บ้านซุบซิบกันเรื่องรอยจ้ำบนตัวน้องไปทั่ว มึงควรไปขอโทษเขาซะ”
พอพูดจบก็หันมาฉีกยิ้มแห้งๆ ให้คุณลี่และคุณหยวนที่มองมาอย่างจ้องจับผิด อาจเพราะกูเอาไอ้เจเข้ามาแบบใช้เส้นสาย แล้วมันก็ยังใหม่กับงานธุรกิจมืดมาก งานเก่าที่มันทำแค่เป็นแค่พวกบาร์เทนเดอร์ตามผับใต้ดิน พอดึงมาทำงานพวกนี้เลยต้องใช้เวลาเรียนรู้ เหมือนกับกูช่วงแรกๆ ที่เข้ามาจับงานนี้แทนพ่อ จนรู้ว่าที่จริงตัวเองแม่งมีพรสวรรค์ด้านการคุมคนในเรื่องพวกนี้
กูเดินออกมาจากห้องซ้อมยิงปืนที่ติดกับสนามยิงปืนที่จำเป็นต้องมีการทดลองเป้ายิง ก่อนที่จะเข้าห้องตัวเอง สวมสูทให้ดูภูมิฐานขึ้น แล้วฉีดน้ำหอมที่คอนิดหน่อย อาจเพราะว่าเมื่อคืนร้อนแรงจนความคลั่งรักมันเพิ่มพูน
กูเดินมาหน้าห้องน้องที่อยู่เกือบจะใกล้กัน ก่อนที่จะสูดลมหายใจหนักๆ แล้วเคาะประตู
“คะ... ใครคะ?” เสียงเล็กๆ ของเธอถามขึ้นทันทีทีเคาะ
“พี่เอง” ตอบกลับไป แล้วเสียงหวานก็เงียบลง ก็เลยถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไป
แต่ทันทีที่เปิดเข้าไปได้
ปั่ก!
หมอนใบใหญ่ถูกปาใส่หน้าแบบกะทันหันจนใช้มือปัดไม่ทัน กูตีสีหน้าตายสนิทตอนที่หมอนหล่นลงไปกองกับพื้น แล้วเห็นว่าเด็กตัวเล็กที่คลุมโปงอยู่จนเห็นแค่ใบหน้ากับแขนที่เป็นข้างที่โยนหมอนมากระแทกใบหน้ากู เธอมีสีหน้าที่ดูเหมือนจะโกรธขึ้งมาก
กูลูบท้ายทอยตัวเอง ก่อนที่จะก้มลงหยิบหมอน แล้วเดินไปยืนอยู่ตรงข้างเตียงที่เธอนั่งทำหน้าปั้นปึ่งอยู่
“โกรธเหรอครับ” ถามไปแค่นั้น แล้วก็เห็นว่าเธอหันหน้าหนี
“วะ... วางยาหนูได้ขนาดนั้นยังกล้ามาถามอีกเหรอคะ” เธอกระแทกเสียงใส่ แต่แม่งก็ยังดูน่ารักอยู่ดี “... คนเห็นแก่ได้ หนูโกรธจริงๆ นะ”
“ถ้าพี่บอกเหตุผลไป หนูจะยิ่งโกรธมั้ยล่ะ”
“ถะ... ถ้าบอกก็ยังดีค่ะ” เธอมีท่าทีอ่อนลงเมื่อกูใช้ไม้นี้ แล้วพูดเสียงเบาไม่กระแทกเสียงแบบเมื่อกี้
“เมื่อคืน... หนูเซ็กซี่มาก” ร่างเล็กหน้าแดงก่ำเมื่อกูกดเสียงแหบพร่าอย่างจงใจเย้า แล้วเลื่อนมือหนาสากไร้การดูแลของตัวเองไปกุมหลังมือเล็กๆ แถมยังเนียนนุ่มของเธอเอาไว้ “ถึงมันจะเป็นความตั้งใจของพี่ แต่ก็ไม่คิดว่าหนูจะใส่ออกมาได้สวยขนาดนั้น”
“กะ... ก็เลย” เธอเม้มริมฝีปากแน่นตอนที่กลั้นใจพูด “... ก็เลยวางยาหนูงั้นเหรอคะ”
“จะเป็นเหตุผลอะไรอีกล่ะครับ” เธอนิ่งไป ก่อนที่จะก้มหน้างุด “ถ้าไม่ทำแบบนั้น หนูก็คงจะหยุดพี่อีกใช่มั้ย ก็หนูไม่ค่อยอยากทำกับพี่ตั้งแต่กลับมาเจอกัน”
“จริงๆ ถ้าขอดีๆ ก็ให้นะคะ” เธอยอมหันหน้ากลับมามอง แต่ก็ยังทำหน้าบึ้งตึง “... แบบนี้มันดูจะรุนแรงไปหน่อย”
กูกระตุกยิ้มกริ่ม
“หมายความว่ายังไงเหรอ ที่ว่าถ้าขอดีๆ ก็ให้?” เธอเม้มริมฝีปากเล็กๆ น่ากัดนั่นอีก พอเห็นว่าเม้มจนแน่นเกินไป เลยเอื้อมมือไปแตะที่ริมฝีปากบางๆ ของเธอให้หยุด “อย่าเม้มปาก”
“... มาไม้นี้เสมอเลยนะคะ” เธอคลายริมฝีปากออก แต่ก็ยังแง่งอนอยู่ “ต้องให้พูดอีกกี่รอบถึงจะยอมทำความเข้าใจคะ”
“ก็หนูชอบพูดอ้อมโลก” กูเริ่มต้อนเธอทีละนิดแล้วฉีกยิ้มที่ดูใจดีให้เธอยอมพูดความจริงในใจออกมา กอนที่จะเอียงหูไปใกล้ๆ ตอนที่ชี้นิ้วไปที่หูตัวเอง “กระซิบตรงหูพี่หน่อยดิ ว่าถ้าขอดีๆ ก็ให้มันหมายความว่ายังไง”
คนตัวเล็กสบตากู ก่อนที่ต่อมาเธอจะคลี่ยิ้มบางๆ
“ไม่-บอก-ค่ะ” เธอพูดออกมาทีละคำอย่างชัดเจน ไม่ยอมแพ้ต่อเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวของกู ก่อนที่จะใช้มือเล็กๆ ที่น่าจะแรงไม่เยอะบิดหูกูอย่างแรงจนต้องร้องลั่น
“โอ้ย เชี่ย พี่เจ็บ” เธอบิดไม่หยุด จนพอใจถึงได้ผละมือออก กูถึงได้จับหูตัวเองแล้วมองเธออย่างไม่เชื่อสายตา
“ถ้าทำแบบนี้อีก นอกจากที่หูแล้ว...” เธอเว้นคำอย่างมีความกล้า สูดลมหายใจก่อนที่จะทำหน้าดุ ทั้งๆ ที่หน้าเธอหวานจะตาย “ก็จะเป็นที่ขา จะหยิกให้เนื้อเขียวเลยค่ะ”
กูอึ้ง แต่พอเดาได้ว่าที่นางฟ้าน้อยของกูเริ่มดุดันขึ้นเพราะความเอาแต่ใจของตัวเอง เธอคงจะต้องใช้วิธีใหม่มาจัดการกูในฐานะเมีย
“โอเค” กูอารมณ์ดีขึ้นมาเลยว่ะ ท่าทางแบบนี้ดูดีๆ ก็เร้าใจไปอีกแบบ ชอบเหมือนกันเวลาโดนเธอหยิก “งั้นพี่จะทำอีกครับ”
ก็ลองดูดิ ไม่ยอมเหมือนกันว่ะ
[จบพาร์ท : ตะขวด]
เมื่อถึงวันจัดงานเลี้ยงหนูหมุนตัวไปมาหน้ากระจกบานเท่าตัวตรงหน้า หลังจากแม่บ้านเข้ามาจัดแจงเสื้อผ้าให้ แล้วก็แต่งหน้าอย่างสวยงาม ภาพตรงหน้ากระจกก็ปรากฎเป็นผู้หญิงตัวเล็กในชุดราตรีสีน้ำเงินที่ดูสวยสง่า กระโปรงที่แหวกข้างทำให้ดูเซ็กซี่ขึ้นอีกนิด จนหนูรู้สึกอาย“... ชุดนี้น่าจะแพงน่าดูเลย” หนูพึมพำกับตัวเอง ก่อนที่จะจับชายกระโปรงหมุนไปมาแต่ก็เพิ่งได้ใส่ชุดที่อลังการแบบนี้เป็นครั้งแรกเลยล่ะค่ะหนูเหลียวมองไปทางพี่เจที่ยืนถือเสื้อผ้าที่เปลี่ยนแล้วให้ เขายกยิ้มเมื่อเห็นว่าหนูดูสวยในชุดราตรี จนหนูต้องก้มหน้างุด แต่ก็เลือกที่จะถามออกไป“พี่ขวดล่ะคะ?”“แต่งตัวอยู่ครับ อาจจะนานหน่อยเพราะคุยกับคุณลี่ จะให้ผมพาไปมั้ยครับ?” หนูพยักหน้าหงึกหงักเมื่อเขาเสนอความคิด ก่อนที่ร่างสูงจะส่งชุดที่พับอย่างเรียบร้อยในอ้อมแขนให้กับแม่บ้านที่กุลีกุจอกันจัดชายกระโปรงให้หนู ในขณะที่ส่งมือให้ “กระโปรงมันค่อนข้างยาว น่าจะเดินลำบากนะครับ”“ขอบคุณนะคะ” หนูเอ่ยขอบคุณเขาอย่างจริงใจ พร้อมกับวางมือลงบนมือเขา แล้วเดินอยางทุลักทุเลไปที่ห้องข้างๆ ที่เป็นห้องของพี่ขวดก็อกๆพี่เจเคาะประตูด้วยหลังมือ หนูได้ยินเสียงพูดเป็นภาษ
[พาร์ท : ตะขวด]หลังจากได้ปลดปล่อยความอ่อนแอออกไป ก็กลับเข้าสู่โหมดเดิมๆน้องมนต์เป็นที่พึ่งพาได้ดียามที่เศร้าหรือกดดันอะไรมากๆ ตอนแรกก็ไม่คิดว่าตัวเองจะปล่อยมันออกมากับเธอแบบส่วนตัว แต่พอดีว่าหลังจากหยอกเอินเธอไปเมื่อตอนเช้า ก็ทำให้ใจผ่อนคลายลงแค่ครึ่งเดียว ตกเย็นก็ดิ่งอีกจนต้องเข้ามาเล่นกับลูกจริงๆ แม่งทั้งอึดอัด กดดัน เครียด ยอมรับว่าแบกรับเหี้ยไรไว้มากมายตอนที่ไม่ได้มีเธอกับลูกอยู่ด้วยกันแบบนี้ และตอนนั้น เธอก็ไม่ได้มาอยู่ข้างๆ ให้รู้สึกอุ่นใจว่าอย่างน้อย ก็คงได้ปลดปล่อยกับใครสักคนข้างกายได้กว่าจะขึ้นมาเป็นฝานเหอ ต้องผ่านด่านทดสอบมากมายแค่เพียงระยะเวลาสองปี กว่าจะลุกขึ้นยืนได้ ถูกพายุถล่มซัดเข้าไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ทั้งใจทั้งกาย บอบช้ำไปด้วยความทุกข์ทรมาน เหมือนกรรมที่เคยทำกับครอบครัวแม่งติดจรวดเร็วเหลือเกินวันที่ยิงเสี่ยเป้จนบาดเจ็บสาหัส กูหนีออกมาแบบทุลักทุเล สิ่งแรกที่เลือกกลับไป... ก็คือบ้านน่าแปลกดีที่ทุกคนพร้อมต้อนรับกูกลับมาสู่บ้านที่กูเคยผลักไสออกมาให้ไกลจากตัวเองทั้งชีวิต ตั้งแต่เข้าสู่ช่วงวัยรุ่น บ้านหลังนี้ก็ร้างเลือนออกไปจากความทรงจำ เพราะกูแทบไม่กลับไปเหยียบ เอาแต่ส
ตกเย็น หนูแต่งตัวด้วยชุดเดรสจีนที่พี่ขวดส่งให้ เพราะไม่มีทางเลือกต้องใช้ของที่เขาซื้อให้ เพราะว่าชุดเก่าๆ ที่อยู่ที่บ้านที่ประเทศไทยเขาไม่ได้เอามาด้วยจะว่าไปก็คิดถึงคุณลุงเหมือนกันนะคะ ป่านนี้อาการป่วยจะเป็นยังไงบ้าง ไหนจะคุณพ่อที่รักษาอาการป่วยที่ต่างประเทศด้วยหนูถอนหายใจตอนที่เดินไปสอดส่องที่ห้องของลูก เพราะพี่ขวดหายไปตั้งแต่ที่หนูบิดหูเขาจนแดงไปหมดแล้ว ไม่รู้ว่าที่หายไปจะน้อยใจหรือกลัวกันแน่นะ แต่ถ้ากลัวก็ดีสิคะ คนดื้อรั้นแบบนั้นต้องให้กลัวให้เข็ดไปเลยหนูได้ยินเสียงเจ้าขาหัวเราะเอิ้กอ้ากแว่วๆ มาจากห้อง เห็นว่าประตูไม้สลักที่ทำมาอย่างดีแง้มอยู่นิดๆ หนูเลยค่อยๆ แอบอยู่หลังประตูแล้วมองลอดเข้าไปข้างในแล้วก็เห็นว่าเป็นร่างสูงกำยำของพี่ขวดที่กำลังอุ้มลูกยกขึ้นยกลงไปมา เล่นกับลูกแบบดิบๆ เหมือนตัวคุณพ่อ แต่เจ้าขากลับชอบมาก ดูสิ หัวเราะชอบใจใหญ่เลยปกติเจ้าขาไม่ได้ชอบการเล่นที่รุนแรงแบบนี้สักหน่อยนะหนูอยากจะเข้าไปปราม เพราะส่วนตัวแล้วเป็นคนที่ค่อนข้างอ่อนโยนกับลูกมาก แต่จะพูดให้ถูกก็คือหนูแทบไม่มีเวลาได้จับลูกเลยตอนที่อยู่กับน้าลัญ เพราะคนที่จัดการทุกอย่างจะเป็นแม่นมตอนนี้ก็เหมือนกัน
[พาร์ท : ตะขวด]ปัง!เสียงลั่นไกปืนที่ดังขึ้น พร้อมกับกระสุนที่พุ่งตรงเข้ากลางเป้าพอดีทำให้กูกระตุกยิ้มอย่างพอใจ หลังจากที่ฝึกปรือฝีมือนักแม่นปืนมานาน ตอนนี้ยิงแม่นเข้าทุกเป้า แถมไม่เคยพลาดซะด้วย“งดงามจริงๆ ครับ” คุณหยวนและคุณลี่ที่มาซ้อมยิงปืนร่วมกันปรบมือให้เป็นมารยาทให้กูที่วางปืนลงแล้วถอดหูฟังออก“ไม่เท่าคุณหยวนกับคุณลี่หรอกครับ ผมยังต้องฝึกอีกมาก” แต่ไม่คิดจะไปเปรียบเทียบฝีมือกับพวกอาจารย์อย่างคุณหยวนและคุณลี่อยู่แล้ว ไม่ใช่เพราะสองคนนี้เหรอไง กูถึงแม่นปืนได้ขนาดนี้“คุณฝานเหอนี่ถ่อมตนเสมอเลยนะครับ มิน่าลูกน้องถึงได้เคารพรักคุณมาก” คุณลี่ที่อาวุโสที่สุดเอ่ยปากชมแล้วยกปืนขึ้นเล็งเตรียมลั่นไก “เมื่อคืนพาคุณหนูไปที่ไหนมาเหรอครับ”กูนิ่งไปนิดหน่อยเมื่อเขามีคำถามในระหว่างที่กำลังเล็งเป้า ก่อนที่จะคลี่ยิ้ม“ร้านอาหารที่หลิงหลิงมาร้องเพลงประจำน่ะครับคุณลี่”“คุณทราบมั้ยครับว่าหลิวเฉินก็ไปที่นั่นบ่อยๆ เพื่อพบกับเธอ” คุณลี่สับไกปืนแล้วยิงเข้าเป้าได้อย่างสวยงาม ก่อนที่จะวางปืนลงขณะที่ออกปากเตือน “สองคนนั้นอาจจะวางแผนอะไรร่วมกันอยู่ก็ได้นะครับ”“พวกเขาเป็นคู่รักกันเหรอครับ?” กูถามออกมาตรงๆ
หนูตื่นขึ้นมาเพราะเจ็บแสบที่ตรงส่วนนั้น รู้สึกเหมือนว่าตัวเองได้ไปเจอสงครามรักที่หนักหน่วงมาเลยพอหยัดตัวลุกขึ้นมา ก็เห็นว่าแม่บ้านหลายคนในบ้านกำลังเตรียมอาหารเช้าเข้ามาให้ อาหารเช้าที่ว่าคือโจ๊กร้อนๆ รองด้วยจานอีกใบอย่างประณีต วางบนโต๊ะที่สามารถเลื่อนมาเสริมถึงเตียงนอนได้ แถมที่ข้างโต๊ะยังมีแก้วน้ำที่ใส่น้ำเต็มใบ พร้อมกับขวดยาเล็กๆหนูเม้มริมฝีปาก นี่คงเป็นคำสั่งของพี่ขวดใช่มั้ยนะ จำอะไรเมื่อคืนไม่ค่อยได้เลยรู้แค่ว่ารู้สึกเจ็บแสบตรงความสาวด้านล่างพอเงยหน้าขึ้นสบตาแม่บ้าน ก็เห็นว่าพวกเธอต่างมองมาที่หนูแล้วทำหน้าแดงกันทั้งนั้นเลย หนูกระพริบตาปริบๆ ในขณะที่เริ่มมองหาโทรศัพท์ของตัวเอง พอเห็นว่ามันถูกวางอย่างเรียบร้อยที่โต๊ะข้างเตียง ก็เลยคว้าขึ้นมาเพื่อกดแปลภาษาไทยที่จะถามพวกเค้าให้แปลเป็นภาษาจีนที่สามารถอ่านออกเป็นภาษาคาราโอเกะด้วยหนูเคยเรียนภาษาจีนมาบ้าง แต่ไม่ชำนาญนักเพราะไม่ถนัดด้านนี้ แต่ถ้าเป็นภาษาอังกฤษก็คล่องปรื๋อเลยล่ะค่ะหนูเงยหน้าขึ้นสบตาพวกเธออีกครั้ง แล้วอ้าปากถามเป็นคำช้าๆ ชัดๆ“คุณฝานเหอไปไหนเหรอคะ?” พวกเธอมองหน้ากันเมื่อหนูพูดออกมาได้ไม่คล่องนัก แค่อ่านตามคำแปลในโทรศัพ
หนึ่งอาทิตย์หลังจากนั้นคุณเป้ถูกส่งเข้าโรงพยาบาลเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากที่พี่ขวดหายตัวไปเลยหลังจากที่เขาก้าวออกไปจากห้องของหนูวันนั้น วันที่เขาบอกว่าเราจะไปบอกคุณลุงด้วยกันว่าเราคบกันอยู่คุณเป้ไม่ได้แจ้งความ แต่เขาได้บอกกับคุณลุงว่าพี่ขวดเป็นคนยิงเขาเข้าที่จุดเกือบสำคัญ ทำให้บาดเจ็บสาหัส แต่ไม่ถึงกับเสียชีวิต แล้วหนีไปพร้อมกับของกลางที่ใช้ก่อคดีทุกอย่างถูกปิดเป็นความลับ เพราะยังไงพี่ขวดก็คือลูกน้องคนสนิท ในขณะที่คุณลุงเองก็ถูกชะตากับพี่ขวดจนไม่อยากเอาเรื่องหนึ่งเดือนหลังจากนั้น คุณน้าลัญกลับมาจากต่างประเทศในขณะที่คุณเป้ยังคงอยู่ที่โรงพยาบาล หนูที่เฝ้าเขาแทนคุณน้าด้วยความเป็นห่วง เพราะส่วนหนึ่งเป็นความรับผิดชอบที่แฟนของหนูทำลงไป แม้ว่าเขาจะไม่อยู่ในชีวิตของหนูแล้ว... แต่หนูก็ไม่เคยลืมเขาเลยหลังจากคุณน้าลัญกลับมา หนูก็ไม่ได้เฝ้าคุณเป้อีก หนูใช้ชีวิตด้วยความเคว้งคว้างมากมาย หนูไปเรียนโดยที่คุณลุงไม่คิดไว้ใจให้ใครเข้ามาทำงานด้วยอีก จึงเป็นพี่อดิสรที่รับหน้าที่ไปส่งหนูที่มหาลัยเกือบทุกวันน่าแปลกมากๆ ที่หนูร้องไห้ออกมา ซึมเศร้าอยู่หลายเดือน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้คิดจะตามหาเขาเลย...







