Masukหนูตื่นขึ้นมาเพราะเจ็บแสบที่ตรงส่วนนั้น รู้สึกเหมือนว่าตัวเองได้ไปเจอสงครามรักที่หนักหน่วงมาเลย
พอหยัดตัวลุกขึ้นมา ก็เห็นว่าแม่บ้านหลายคนในบ้านกำลังเตรียมอาหารเช้าเข้ามาให้ อาหารเช้าที่ว่าคือโจ๊กร้อนๆ รองด้วยจานอีกใบอย่างประณีต วางบนโต๊ะที่สามารถเลื่อนมาเสริมถึงเตียงนอนได้ แถมที่ข้างโต๊ะยังมีแก้วน้ำที่ใส่น้ำเต็มใบ พร้อมกับขวดยาเล็กๆ
หนูเม้มริมฝีปาก นี่คงเป็นคำสั่งของพี่ขวดใช่มั้ยนะ จำอะไรเมื่อคืนไม่ค่อยได้เลย
รู้แค่ว่ารู้สึกเจ็บแสบตรงความสาวด้านล่าง
พอเงยหน้าขึ้นสบตาแม่บ้าน ก็เห็นว่าพวกเธอต่างมองมาที่หนูแล้วทำหน้าแดงกันทั้งนั้นเลย หนูกระพริบตาปริบๆ ในขณะที่เริ่มมองหาโทรศัพท์ของตัวเอง พอเห็นว่ามันถูกวางอย่างเรียบร้อยที่โต๊ะข้างเตียง ก็เลยคว้าขึ้นมาเพื่อกดแปลภาษาไทยที่จะถามพวกเค้าให้แปลเป็นภาษาจีนที่สามารถอ่านออกเป็นภาษาคาราโอเกะด้วย
หนูเคยเรียนภาษาจีนมาบ้าง แต่ไม่ชำนาญนักเพราะไม่ถนัดด้านนี้ แต่ถ้าเป็นภาษาอังกฤษก็คล่องปรื๋อเลยล่ะค่ะ
หนูเงยหน้าขึ้นสบตาพวกเธออีกครั้ง แล้วอ้าปากถามเป็นคำช้าๆ ชัดๆ
“คุณฝานเหอไปไหนเหรอคะ?” พวกเธอมองหน้ากันเมื่อหนูพูดออกมาได้ไม่คล่องนัก แค่อ่านตามคำแปลในโทรศัพท์แล้วพูดตามก็เท่านั้น แล้วหลังจากนั้น
พวกเธอก็ตอบกลับมาเป็นภาษาจีนที่รัวเร็วมากจนหนูทำหน้าตาเหรอหรา
อะ... พูดว่าอะไรนะคะ?
“พอแล้วล่ะ ออกไปได้” ทั้งหนูและแม่บ้านเหล่านั้นชะงักไปเมื่อได้ยินเสียงทุ้มต่ำของคนที่เคยรู้จัก แถมยังเป็นเพื่อนของพี่ขวดสมัยที่เขาเรียน ปวช. ด้วย นั่นก็คือพี่เจ เขาพูดกับแม่บ้านเป็นภาษาจีนที่หนูไม่เข้าใจ
พี่เจก้าวฉับๆ เข้ามาจนถึงหน้าเตียงหนู ในขณะที่แม่บ้านพากันกรูออกไป เขาในชุดสูทดูเป็นผู้เป็นคนมากกว่าตอนนั้นเยอะมากเลย
“สวัสดีครับน้องมนต์” เขาฉีกยิ้มให้หนูที่ขยับตัวอย่างยากลำบาก
“เอ่อ... พี่ขวดอยู่ไหนเหรอคะ?” หนูเลือกที่จะถามเขาออกไป เพราะคงมีแค่พี่เจที่หนูสามารถพูดคุยตอบโต้เป็นภาษาที่ตัวเองพูดมาตั้งแต่เกิดได้ เขาฉีกยิ้มกว้างขึ้น แล้วตอบกลับมา
“ซ้อมยิงปืนอยู่ครับ เพราะต้องเข้าพบผู้นำประเทศจีนอาทิตย์หน้า” หนูนิ่งไป ก่อนที่จะก้มหน้าลงมองโจ๊กบนโต๊ะ
“แล้ว... น้องเจ้าขา”
“แม่นมดูแลอยู่ครับ หนูคงลุกไม่ไหวแน่นอน” เขาขยิบตาให้ ซึ่งหนูไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร “ไม่ต้องห่วงนะครับ เรื่องน้องเจ้าขา มีคนดูแลอย่างดีรอบด้าน ไอ้ขวดเองก็คงไม่ปล่อยปละละเลยลูกตัวเองแน่นอน”
“ตะ... แต่หนูคิดว่าเด็กควรจะต้องได้อยู่กับพ่อแม่นะคะ” หนูพูดแล้วพยายามหยัดตัวลุกขึ้นจากเตียงทั้งที่ยังปวดหัวตุบๆ เหมือนดื่มของมึนเมามาอย่างหนักไม่มีผิด มารู้สึกตัวอีกทีก็เซจะล้มจนพี่เจต้องคว้าข้อมือไว้แน่น
“ไม่ได้นะครับ” ร่างสูงปรามอย่างนุ่มนวล “น้องต้องได้รับการพักผ่อน เมื่อคืนไอ้ขวดเล่นซะหนัก แถมเมามาอีก โดนยามาด้วย ถ้าไม่พักวันนึงรับรองร่างกายไม่ไหวเอาแน่”
“ดะ... โดนยา? เมามา?” หนูพยายามปะติดปะต่ออะไรหลายๆ อย่าง ก่อนที่จะเริ่มจำได้ว่าตัวเองถูกพี่ขวดชักชวนให้ดื่มไวน์สตอเบอร์รี่ เขาบอกว่ามันจะต้องไม่เป็นไร อีกอย่างเพราะเขาทำให้เขินด้วยเลยเผลอตอบรับ
แต่พอยกดื่มไปมันกลับวูบวาบที่ลำคอจนถึงท้อง สมองเริ่มรวนเร ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลงไป
ภาพจำที่ติดอยู่ ก็คือตอนที่ตัวเอง...
กะ... กำลังมีอะไรกับพี่ขวด แถมมีอะไรในรถด้วยค่ะ
ฉ่า
พอนึกทุกอย่างออกหน้าหนูก็ร้อนวูบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า รู้สึกอายจนต้องปิดหน้าที่แดงก่ำของตัวเองเอาไว้ แต่พอจะยกมือขึ้นมาก็เห็นว่ามีรอยจ้ำที่ข้อมือ เหมือนโดนขบเม้มมาอย่างหนัก
ชุดที่หนูใส่เป็นสายเดี่ยว... ถะ ถ้างั้นก็
พรึ่บ!
หนูรีบเอาผ้าห่มขึ้นมาคลุมปกปิดสายตาของพี่เจในทันที เพราะเมื่อคืนเท่าที่จำได้พี่ขวดร้อนแรงมากๆ ต้องมีรอยจ้ำตามตัวเยอะแน่ๆ เลย แล้วถ้าพี่เจเห็น พี่เจจะคิดยังไงล่ะเนี่ย แถมแม่บ้านที่เข้ามาเมื่อกี้อีก
ฮือ อายจะตายอยู่แล้ว
“พะ... พี่เจคะ” หนูเอ่ยปากออกไปทั้งที่ตัวเองถูกคลุมอยู่ภายใต้ผ้าห่ม เห็นว่าเขาครางรับปนขำเล็กๆ
“ครับ?”
“ระ... รบกวนพี่เจไปเรียกคุณฝานเหอมาหาหนูทีค่ะ” หนูจงใจเรียกพี่ขวดว่าฝานเหอแทนชื่อที่เรียกบ่อยๆ นั่นก็เพราะหนูโกรธค่ะ
“...”
“ช่วยไปบอกเขาด้วยนะคะว่าเรามีเรื่องต้องคุยกัน”
พี่ขวดคนบ้า จะไม่ยกโทษให้เลยคอยดู
เมื่อถึงวันจัดงานเลี้ยงหนูหมุนตัวไปมาหน้ากระจกบานเท่าตัวตรงหน้า หลังจากแม่บ้านเข้ามาจัดแจงเสื้อผ้าให้ แล้วก็แต่งหน้าอย่างสวยงาม ภาพตรงหน้ากระจกก็ปรากฎเป็นผู้หญิงตัวเล็กในชุดราตรีสีน้ำเงินที่ดูสวยสง่า กระโปรงที่แหวกข้างทำให้ดูเซ็กซี่ขึ้นอีกนิด จนหนูรู้สึกอาย“... ชุดนี้น่าจะแพงน่าดูเลย” หนูพึมพำกับตัวเอง ก่อนที่จะจับชายกระโปรงหมุนไปมาแต่ก็เพิ่งได้ใส่ชุดที่อลังการแบบนี้เป็นครั้งแรกเลยล่ะค่ะหนูเหลียวมองไปทางพี่เจที่ยืนถือเสื้อผ้าที่เปลี่ยนแล้วให้ เขายกยิ้มเมื่อเห็นว่าหนูดูสวยในชุดราตรี จนหนูต้องก้มหน้างุด แต่ก็เลือกที่จะถามออกไป“พี่ขวดล่ะคะ?”“แต่งตัวอยู่ครับ อาจจะนานหน่อยเพราะคุยกับคุณลี่ จะให้ผมพาไปมั้ยครับ?” หนูพยักหน้าหงึกหงักเมื่อเขาเสนอความคิด ก่อนที่ร่างสูงจะส่งชุดที่พับอย่างเรียบร้อยในอ้อมแขนให้กับแม่บ้านที่กุลีกุจอกันจัดชายกระโปรงให้หนู ในขณะที่ส่งมือให้ “กระโปรงมันค่อนข้างยาว น่าจะเดินลำบากนะครับ”“ขอบคุณนะคะ” หนูเอ่ยขอบคุณเขาอย่างจริงใจ พร้อมกับวางมือลงบนมือเขา แล้วเดินอยางทุลักทุเลไปที่ห้องข้างๆ ที่เป็นห้องของพี่ขวดก็อกๆพี่เจเคาะประตูด้วยหลังมือ หนูได้ยินเสียงพูดเป็นภาษ
[พาร์ท : ตะขวด]หลังจากได้ปลดปล่อยความอ่อนแอออกไป ก็กลับเข้าสู่โหมดเดิมๆน้องมนต์เป็นที่พึ่งพาได้ดียามที่เศร้าหรือกดดันอะไรมากๆ ตอนแรกก็ไม่คิดว่าตัวเองจะปล่อยมันออกมากับเธอแบบส่วนตัว แต่พอดีว่าหลังจากหยอกเอินเธอไปเมื่อตอนเช้า ก็ทำให้ใจผ่อนคลายลงแค่ครึ่งเดียว ตกเย็นก็ดิ่งอีกจนต้องเข้ามาเล่นกับลูกจริงๆ แม่งทั้งอึดอัด กดดัน เครียด ยอมรับว่าแบกรับเหี้ยไรไว้มากมายตอนที่ไม่ได้มีเธอกับลูกอยู่ด้วยกันแบบนี้ และตอนนั้น เธอก็ไม่ได้มาอยู่ข้างๆ ให้รู้สึกอุ่นใจว่าอย่างน้อย ก็คงได้ปลดปล่อยกับใครสักคนข้างกายได้กว่าจะขึ้นมาเป็นฝานเหอ ต้องผ่านด่านทดสอบมากมายแค่เพียงระยะเวลาสองปี กว่าจะลุกขึ้นยืนได้ ถูกพายุถล่มซัดเข้าไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ทั้งใจทั้งกาย บอบช้ำไปด้วยความทุกข์ทรมาน เหมือนกรรมที่เคยทำกับครอบครัวแม่งติดจรวดเร็วเหลือเกินวันที่ยิงเสี่ยเป้จนบาดเจ็บสาหัส กูหนีออกมาแบบทุลักทุเล สิ่งแรกที่เลือกกลับไป... ก็คือบ้านน่าแปลกดีที่ทุกคนพร้อมต้อนรับกูกลับมาสู่บ้านที่กูเคยผลักไสออกมาให้ไกลจากตัวเองทั้งชีวิต ตั้งแต่เข้าสู่ช่วงวัยรุ่น บ้านหลังนี้ก็ร้างเลือนออกไปจากความทรงจำ เพราะกูแทบไม่กลับไปเหยียบ เอาแต่ส
ตกเย็น หนูแต่งตัวด้วยชุดเดรสจีนที่พี่ขวดส่งให้ เพราะไม่มีทางเลือกต้องใช้ของที่เขาซื้อให้ เพราะว่าชุดเก่าๆ ที่อยู่ที่บ้านที่ประเทศไทยเขาไม่ได้เอามาด้วยจะว่าไปก็คิดถึงคุณลุงเหมือนกันนะคะ ป่านนี้อาการป่วยจะเป็นยังไงบ้าง ไหนจะคุณพ่อที่รักษาอาการป่วยที่ต่างประเทศด้วยหนูถอนหายใจตอนที่เดินไปสอดส่องที่ห้องของลูก เพราะพี่ขวดหายไปตั้งแต่ที่หนูบิดหูเขาจนแดงไปหมดแล้ว ไม่รู้ว่าที่หายไปจะน้อยใจหรือกลัวกันแน่นะ แต่ถ้ากลัวก็ดีสิคะ คนดื้อรั้นแบบนั้นต้องให้กลัวให้เข็ดไปเลยหนูได้ยินเสียงเจ้าขาหัวเราะเอิ้กอ้ากแว่วๆ มาจากห้อง เห็นว่าประตูไม้สลักที่ทำมาอย่างดีแง้มอยู่นิดๆ หนูเลยค่อยๆ แอบอยู่หลังประตูแล้วมองลอดเข้าไปข้างในแล้วก็เห็นว่าเป็นร่างสูงกำยำของพี่ขวดที่กำลังอุ้มลูกยกขึ้นยกลงไปมา เล่นกับลูกแบบดิบๆ เหมือนตัวคุณพ่อ แต่เจ้าขากลับชอบมาก ดูสิ หัวเราะชอบใจใหญ่เลยปกติเจ้าขาไม่ได้ชอบการเล่นที่รุนแรงแบบนี้สักหน่อยนะหนูอยากจะเข้าไปปราม เพราะส่วนตัวแล้วเป็นคนที่ค่อนข้างอ่อนโยนกับลูกมาก แต่จะพูดให้ถูกก็คือหนูแทบไม่มีเวลาได้จับลูกเลยตอนที่อยู่กับน้าลัญ เพราะคนที่จัดการทุกอย่างจะเป็นแม่นมตอนนี้ก็เหมือนกัน
[พาร์ท : ตะขวด]ปัง!เสียงลั่นไกปืนที่ดังขึ้น พร้อมกับกระสุนที่พุ่งตรงเข้ากลางเป้าพอดีทำให้กูกระตุกยิ้มอย่างพอใจ หลังจากที่ฝึกปรือฝีมือนักแม่นปืนมานาน ตอนนี้ยิงแม่นเข้าทุกเป้า แถมไม่เคยพลาดซะด้วย“งดงามจริงๆ ครับ” คุณหยวนและคุณลี่ที่มาซ้อมยิงปืนร่วมกันปรบมือให้เป็นมารยาทให้กูที่วางปืนลงแล้วถอดหูฟังออก“ไม่เท่าคุณหยวนกับคุณลี่หรอกครับ ผมยังต้องฝึกอีกมาก” แต่ไม่คิดจะไปเปรียบเทียบฝีมือกับพวกอาจารย์อย่างคุณหยวนและคุณลี่อยู่แล้ว ไม่ใช่เพราะสองคนนี้เหรอไง กูถึงแม่นปืนได้ขนาดนี้“คุณฝานเหอนี่ถ่อมตนเสมอเลยนะครับ มิน่าลูกน้องถึงได้เคารพรักคุณมาก” คุณลี่ที่อาวุโสที่สุดเอ่ยปากชมแล้วยกปืนขึ้นเล็งเตรียมลั่นไก “เมื่อคืนพาคุณหนูไปที่ไหนมาเหรอครับ”กูนิ่งไปนิดหน่อยเมื่อเขามีคำถามในระหว่างที่กำลังเล็งเป้า ก่อนที่จะคลี่ยิ้ม“ร้านอาหารที่หลิงหลิงมาร้องเพลงประจำน่ะครับคุณลี่”“คุณทราบมั้ยครับว่าหลิวเฉินก็ไปที่นั่นบ่อยๆ เพื่อพบกับเธอ” คุณลี่สับไกปืนแล้วยิงเข้าเป้าได้อย่างสวยงาม ก่อนที่จะวางปืนลงขณะที่ออกปากเตือน “สองคนนั้นอาจจะวางแผนอะไรร่วมกันอยู่ก็ได้นะครับ”“พวกเขาเป็นคู่รักกันเหรอครับ?” กูถามออกมาตรงๆ
หนูตื่นขึ้นมาเพราะเจ็บแสบที่ตรงส่วนนั้น รู้สึกเหมือนว่าตัวเองได้ไปเจอสงครามรักที่หนักหน่วงมาเลยพอหยัดตัวลุกขึ้นมา ก็เห็นว่าแม่บ้านหลายคนในบ้านกำลังเตรียมอาหารเช้าเข้ามาให้ อาหารเช้าที่ว่าคือโจ๊กร้อนๆ รองด้วยจานอีกใบอย่างประณีต วางบนโต๊ะที่สามารถเลื่อนมาเสริมถึงเตียงนอนได้ แถมที่ข้างโต๊ะยังมีแก้วน้ำที่ใส่น้ำเต็มใบ พร้อมกับขวดยาเล็กๆหนูเม้มริมฝีปาก นี่คงเป็นคำสั่งของพี่ขวดใช่มั้ยนะ จำอะไรเมื่อคืนไม่ค่อยได้เลยรู้แค่ว่ารู้สึกเจ็บแสบตรงความสาวด้านล่างพอเงยหน้าขึ้นสบตาแม่บ้าน ก็เห็นว่าพวกเธอต่างมองมาที่หนูแล้วทำหน้าแดงกันทั้งนั้นเลย หนูกระพริบตาปริบๆ ในขณะที่เริ่มมองหาโทรศัพท์ของตัวเอง พอเห็นว่ามันถูกวางอย่างเรียบร้อยที่โต๊ะข้างเตียง ก็เลยคว้าขึ้นมาเพื่อกดแปลภาษาไทยที่จะถามพวกเค้าให้แปลเป็นภาษาจีนที่สามารถอ่านออกเป็นภาษาคาราโอเกะด้วยหนูเคยเรียนภาษาจีนมาบ้าง แต่ไม่ชำนาญนักเพราะไม่ถนัดด้านนี้ แต่ถ้าเป็นภาษาอังกฤษก็คล่องปรื๋อเลยล่ะค่ะหนูเงยหน้าขึ้นสบตาพวกเธออีกครั้ง แล้วอ้าปากถามเป็นคำช้าๆ ชัดๆ“คุณฝานเหอไปไหนเหรอคะ?” พวกเธอมองหน้ากันเมื่อหนูพูดออกมาได้ไม่คล่องนัก แค่อ่านตามคำแปลในโทรศัพ
หนึ่งอาทิตย์หลังจากนั้นคุณเป้ถูกส่งเข้าโรงพยาบาลเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากที่พี่ขวดหายตัวไปเลยหลังจากที่เขาก้าวออกไปจากห้องของหนูวันนั้น วันที่เขาบอกว่าเราจะไปบอกคุณลุงด้วยกันว่าเราคบกันอยู่คุณเป้ไม่ได้แจ้งความ แต่เขาได้บอกกับคุณลุงว่าพี่ขวดเป็นคนยิงเขาเข้าที่จุดเกือบสำคัญ ทำให้บาดเจ็บสาหัส แต่ไม่ถึงกับเสียชีวิต แล้วหนีไปพร้อมกับของกลางที่ใช้ก่อคดีทุกอย่างถูกปิดเป็นความลับ เพราะยังไงพี่ขวดก็คือลูกน้องคนสนิท ในขณะที่คุณลุงเองก็ถูกชะตากับพี่ขวดจนไม่อยากเอาเรื่องหนึ่งเดือนหลังจากนั้น คุณน้าลัญกลับมาจากต่างประเทศในขณะที่คุณเป้ยังคงอยู่ที่โรงพยาบาล หนูที่เฝ้าเขาแทนคุณน้าด้วยความเป็นห่วง เพราะส่วนหนึ่งเป็นความรับผิดชอบที่แฟนของหนูทำลงไป แม้ว่าเขาจะไม่อยู่ในชีวิตของหนูแล้ว... แต่หนูก็ไม่เคยลืมเขาเลยหลังจากคุณน้าลัญกลับมา หนูก็ไม่ได้เฝ้าคุณเป้อีก หนูใช้ชีวิตด้วยความเคว้งคว้างมากมาย หนูไปเรียนโดยที่คุณลุงไม่คิดไว้ใจให้ใครเข้ามาทำงานด้วยอีก จึงเป็นพี่อดิสรที่รับหน้าที่ไปส่งหนูที่มหาลัยเกือบทุกวันน่าแปลกมากๆ ที่หนูร้องไห้ออกมา ซึมเศร้าอยู่หลายเดือน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้คิดจะตามหาเขาเลย...







