LOGIN
แอดดด
เสียงเปิดประตูเข้ามา ทำให้เจ้าของใบหน้าน่ารักหันไปมองทางต้นเสียง เมื่อเห็นว่าเป็นใครก็ฉีกยิ้มหวานส่งไปให้ทันที
“เสร็จหรือยังเกี๊ยว พี่เขามานั่งรอสักพักแล้วนะ”
“ใกล้เสร็จแล้วค่า~ เดี๋ยวหนูตามลงไปนะคะ”
เสียงของ ‘เกวริน’ ตอบรับเสียงใส ก่อนจะหันมามองกระจกหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ปัดแก้มและเติมลิปกลอสสีชมพูหวานอย่างเร่งรีบ
“อย่าให้รอนานนักล่ะ รีบๆ ลงมาได้แล้ว กว่าเดินทางถึงกรุงเทพ เดี๋ยวก็มืดค่ำเสียก่อน”
“ค่าๆ เดี๋ยวรีบตามไปค่า~”
ว่าแล้วร่างอวบอิ่มในชุดเดรสสีชมพูแขนตุ๊กตาก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ หมุนตัวไปมาหน้ากระจกอยู่หลายที จนมั่นใจว่าทุกอย่างเรียบร้อยจึงรีบไปลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ออกจากห้องไปอย่างทุลักทุเล
ทางฝั่งของ ‘ภากร’ ซึ่งกำลังนั่งคุยกับผู้เป็นแม่ของเด็กสาวอยู่ด้านล่าง พอเหลือบเห็นเจ้าของร่างอวบอิ่มเดินลงมาจากบันได ก็ลุกขึ้นแล้วไปช่วยเธอถือกระเป๋าเดินทางใบนั้นอย่างที่ทำเป็นประจำ
“เอามา เฮียช่วย”
“อุ้ย...ขอบคุณค่ะเฮียภีม”
เกวรินฉีกยิ้มสดใสส่งไปให้ ‘ว่าที่คู่หมั้น’ สุดหล่อของตัวเองอย่างนึกขอบคุณ ทว่าอีกฝ่ายก็ยังคงตีหน้านิ่งเหมือนเดิม และตอบกลับมาว่า ‘อืม’ เพียงคำเดียวเท่านั้น
ปกติแล้ว เวลาที่มหาวิทยาลัยปิดเทอม หรือเปิดเทอม ภากรก็จะเป็นคนอาสาพาเธอไปส่งที่กรุงเทพฯ แทบทุกครั้ง เนื่องจากก่อนหน้านี้พ่อแม่ของเขาก็อาศัยอยู่ในละแวกเดียวกัน และทั้งสองครอบครัวก็สนิทกันมาก จนถึงขั้นที่เคยเอ่ยปากไว้เมื่อหลายปีก่อนว่าถ้าเด็กสาวเรียนจบเมื่อไหร่ จะให้แต่งงานกันทันที
“ฝากไปส่งยัยเด็กดื้อของน้าหน่อยนะลูก”
“หนูไม่ได้ดื้อสักหน่อย...” เกวรินยู่ปาก เถียงผู้เป็นแม่กลับไปทันควัน ภาวดีเห็นแบบนั้นก็ค้อนลูกสาวตัวดีไปทีหนึ่ง
“ยังจะเถียงอีก?”
“เปล่านะคะ...ไม่ได้เถียงเล๊ยยย”
“เกี๊ยว!”
“ไม่ต้องห่วงครับคุณน้า ผมจะดูแลน้องอย่างดี ไม่ให้ไปเถลไถลที่ไหนแน่นอนครับ” เสียงทุ้มของภากรเอ่ยขึ้นห้ามทัพ สองแม่ลูกจึงยอมสงบศึกย่อมๆ กันชั่วคราว
“ภีมพูดแบบนี้น้าก็สบายใจ แต่ถ้าเกี๊ยวดื้อมากก็จัดการได้เลยนะลูก น้าให้สิทธิ์เต็มที่”
“แม่อะ~!”
“ครับคุณน้า” เขาพยักหน้าน้อยๆ เป็นการตอบรับ เหลือบมองคนตัวเล็กที่ทำหน้ายู่อยู่ข้างๆ แล้วมุมปากก็กระตุกยิ้มบางเบาโดยไม่มีใครทันได้สังเกต
หลังจากที่เกวรินล่ำลากับผู้เป็นแม่เสร็จ ภากรก็ช่วยลากกระเป๋าเดินทางไปไว้ในรถยนต์คันหรูซึ่งจอดรออยู่หน้าบ้านของเด็กสาว
“เดินทางปลอดภัยนะลูกนะ” ภาวดียืนโบกมือน้ำตาซึมอยู่หน้าบ้าน แม้ตอนอยู่ด้วยกันกับลูกสาวจะทะเลาะกันแทบทุกวัน แต่พอต้องห่างกันจริงๆ ก็อดรู้สึกวูบโหวงในใจไม่ได้
“ไม่ต้องห่วงค่า~ ถึงเมื่อไหร่เดี๋ยวหนูไลน์ไปบอกน้า~” เกวรินลดกระจกลงแล้วยิ้มแฉ่งโบกมือกลับรัวๆ จนผู้เป็นแม่หลุดหัวเราะออกมากับท่าทีดี๊ด๊าของลูกสาวเพียงคนเดียวของตน
“วันนี้หนูสวยไหมคะเฮีย”
ขับรถออกจากบ้านมาได้สักพัก เสียงใสของเด็กสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็เอ่ยขึ้น เขาจึงตวัดสายตามองเร็วๆ ทีหนึ่งแล้วหันไปสนใจกับการขับรถต่อ
“ว่าไงคะเฮีย หนูสวยไหม?” เสียงหวานถามย้ำอีกครั้ง ด้วยดีกรีดาวคณะฯ บวกกับความน่ารักสดใสและยิ้มง่ายของเธอ ทำให้มีผู้ชายแวะเวียนมาส่งขนมจีบไม่หยุด ทว่าคนที่เธออยากให้สนใจมีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น
“ก็ดี...”
อีกฝ่ายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งไม่แสดงอารมณ์อะไร เกวรินได้ฟังก็หน้ามุ่ย ปากขมุบขมิบบ่นเสียงเบาอยู่คนเดียว
ชิ...อุตส่าห์แต่งหน้าแต่งตัวจัดเต็มขนาดนี้ไม่คิดจะชมกันเลยหรือไง!
“แล้วนี่หิวหรือยัง” ภากรเห็นเด็กสาวเงียบไปจึงเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง กลัวว่าเด็กกินจุอย่างเกวรินจะงอแงเพราะท้องว่างระหว่างเดินทาง
“หิวค่ะ...”
“อยากกินอะไรล่ะ ใกล้ๆ นี่มีร้านอาหารไทยอยู่ ถัดไปก็เป็นปั๊ม”
“อยากกินเฮียค่ะ หนูกินได้ไหมคะ?”
คนตัวเล็กยิ้มแป้น หันหน้ามาสบตากับตาพร้อมกะพริบตาปริบๆ ท่าทางของเธอดูน่ารักหยิก ทว่าภากรยังอดใจเอาไว้ได้
ท่องไว้ไอ้ภีม...
น้องยังเด็ก...
“เป็นเด็กเป็นเล็กทำไมพูดจาแบบนี้” เขาตีหน้าขรึม หันไปดุเด็กสาวที่ห่างกัน 7 ปีเสียงแข็ง
“ก็ไม่เด็กแล้วนะคะ ปีนี้หนู 21 แล้ว อีกหน่อยพอเรียนจบก็ได้จะได้แต่งกับเฮียแล้วด้วย”
ริมฝีปากอมชมพูฉีกยิ้มกว้าง พูดจ้ออย่างภูมิใจเรื่องที่ครอบครัวของเธอกับเขาเคยสัญญากันไว้เป็นมั่นเป็นเหมาะว่าเธอเรียนจบเมื่อไหร่ จะให้แต่งงานกันทันที
พูดแค่นี้ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย!
“ใครบอกจะแต่งด้วย?”
“ง่ะ...ก็เฮียไง เฮียบอกจะแต่งกับหนู~”
ว่าแล้วก็ขยับตัวเข้าไปใกล้ กอดแขนล่ำเขาเอาไว้พร้อมถูไถใบหน้าหวานไปมาอย่างออดอ้อน ทว่าโดนมือหนาดันศีรษะเธอออกเสียก่อน
“อย่าเนียน เฮียเคยพูดตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าจะแต่งด้วย”
“ก็ตอนนั้นไง~ ตอนหนูเรียนอยู่ปอสองอะ!”
“ฮะ?”
“อย่าบอกนะว่าลืมจริงๆ อะ” เกวรินกอดอกหันไปมองคนตัวโตตาขวางอย่างแง่งอน
“ก็ลืมจริงๆ นั่นแหละ...”
“เฮีย!”
1 เดือนต่อมา...“อื้ออ...เฮียอย่าแกล้ง” เสียงหวานครางแผ่วเมื่อคนเจ้าเล่ห์ขยับตัวลงมาแทรกกลางระหว่างขาทั้งสองของเธอ ก่อนจะตวัดลิ้นเลียกลีบอวบอูมเปียกเยิ้มด้านล่างไม่หยุดหลายวันมานี้ พออาการเหม็นกลิ่นและเหม็นขี้หน้าสามีของเธอเริ่มหายไป เขาก็คลอเคลียและหาเรื่องหื่นใส่เธอไม่หยุดหย่อนตอนนี้เธอก็เพิ่งจะตื่น แต่คนหื่นก็เริ่มอีกแล้ว!แผล็บ จ๊วบบบ“อืมมม เฮียไม่ได้แกล้ง...เฮียอยากกินเมีย”“ซี้ดดด เฮียขา...อึก พะ พอแล้ว”เพราะไม่ได้มีอะไรกันนาน หรือเพราะเธอกำลังตั้งท้องอยู่ก็ไม่รู้แน่ชัด ทว่าที่เธอรู้สึกได้ก็คือ ตอนนี้อารมณ์ของเธอจุดติดง่ายกว่าเดิมเสียอีก“นะครับ ขอกินหน่อยนะ เฮียไม่ได้กระแทกหนูมานานแล้ว” เขาเอ่ยเสียงพร่า ก่อนจะก้มลงตวัดลิ้นระรัวตรงเม็ดเล็กสีหวานอย่างหนักจนร่างอวบอิ่มสั่นสะท้าน ครางเสียงหวานอย่างสุดจะกลั้น“อ๊าส์ ฮะ เฮีย...แต่หนูกลัวว่า...”“เฮียสัญญาว่าจะทำเบาๆ เฮียถามหมอมาแล้ว เราสองคนมีอะไรกันตอนหนูท้องได้”เพราะกลัวว่าเธอจะหาข้ออ้างไม่ให้เธอจับกิน คนหื่นและคลั่งรักเมียอย่างเขาจึงไปหาข้อมูลเตรียมพร้อมมาอย่างดี มั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาต่อลูกในท้องอย่างแน่นอน“ซี้ดด...แน่นะคะ..
ปัจจุบัน...“เกี๊ยวครับ หนูอยู่ไหน?” ภากรเดินตามหาภรรยาตัวน้อยให้วุ่น ทั้งนอกบ้านและในบ้าน แต่กลับไม่เจอร่างอวบอิ่มของเธอสักที“โอ๊ยย~ เฮียเลิกตามมาสักทีได้ไหมคะ”เสียงหวานของภรรยาสาวบ่นกระปอดกระแปดอย่างคนเหนื่อยใจ แต่งงานกันมาตั้งสองปีแล้ว แต่ไม่มีวันไหนที่เขาจะไม่ตามติดเธอราวกับเงาเลยสักครั้ง“ไม่พูดแบบนี้สิครับ เฮียเป็นห่วงหนูกับลูกนะ” เขาเอ่ยเสียงอ่อน ค่อยๆ เดินเข้าสวมกอดภรรยาที่กำลังยืนเทนมใส่แก้วอยู่ในห้องครัวจากทางด้านหลัง ก่อนจะหอมแก้มนิ่มไปมาอย่างหลงใหล ทั้งยังลูบหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยของเธออย่างทะนุถนอมที่สุดเท่าที่จะทำได้“เฮียเลิกมากอด เลิกมาใกล้หนูได้ไหม มันเหม็นเนี่ย!” คุณแม่ท้องอ่อนกระฟัดกระเฟียด ขืนตัวออกจากอ้อมกอดอุ่นของเขาอย่างนึกหงุดหงิด ทั้งยังยกมือขึ้นมาบีบจมูกเอาไว้เพราะกลิ่นตัวเขามันเหม็นมากจริงๆ“แต่เฮียเพิ่งอาบมาเองนะครับ ไม่ได้ฉีดน้ำหอมด้วย...” เขาเอ่ยเสียงเบา ใบหน้าหล่อเหลาตอนนี้ดูแล้วไม่ต่างจากหมาหงอยเลยสักนิดตั้งแต่รู้ว่าเกวรินตั้งครรภ์เขาก็วางมือเรื่องงานที่บริษัทชั่วคราว และมาคอยดูแลเธอทุกฝีก้าวตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ซึ่งทุกอย่างก็กำลังไปได้ดี จนกระ
“หึ คิดว่าแอบหอมแก้มลูกสาวน้าในบ้านตั้งหลายครั้งจะปิดบังน้าได้เหรอ?” มุมปากเขากระตุกขึ้นน้อยๆ มองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยท่าทีแข็งขึง“ผมขอโทษครับ”“ไม่ต้องขอโทษอะไรหรอก...น้าก็พอจะมองออกว่าภีมดีกับลูกสาวน้าไม่น้อย คอยดูแลตัวแสบอยู่ตลอดตั้งแต่ยังเด็กๆ” เขาเองก็ไม่ใช่คนใจบอดตามืดมัวถึงขนาดจะกีดขวางทั้งคู่ เด็กหนุ่มคนนี้คอยแวะเวียนมาหาลูกสาวของเขาไม่ขาดแม้จะไปทำงานอยู่ไกลก็ตาม ทั้งยังคอยเอาใจใส่ลูกสาวของเขาเป็นอย่างดี ไม่เคยมีเรื่องผู้หญิงให้ระคายหูเลยสักครั้ง“แต่ว่าน้ากังวลอยู่เรื่องหนึ่ง ไม่รู้ว่าภีมพอจะช่วยน้าได้หรือเปล่า...”“ถ้าผมพอช่วยได้ ผมก็ยินดีช่วยเต็มที่ครับ” ภากรเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เมื่อเขาได้ฟังดังนั้นก็ยกยิ้มขึ้นน้อยๆ พร้อมพยักหน้าอย่างพอใจ“ดี…น้าไม่รู้หรอกว่าอนาคตจะเป็นยังไง แต่ถ้าภีมยังรักยังชอบลูกสาวของน้าอยู่ก็อยากให้ยัยหนูเรียนจบก่อนค่อยคบกัน ตอนนี้เกี๊ยวยังเด็ก ยังต้องโฟกัสกับการเรียนอีกมาก…” แม้เขาจะเคยคุยกับทางบ้านของภากรไปแล้วว่าถ้าเกวรินเรียนจบถึงจะให้แต่งงานกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องถามความต้องการและความสมัครใจของทั้งคู่ด้วยเมื่อเห็นเด็กทั้งสองมีใจให้กันแบบนี
4 ปีก่อน...“หึ...เด็กดื้อ หลับปุ๋ยเชียวนะ” ภากรมองใบหน้าหวานของเด็กสาวที่กำลังหลับพริ้มคาโต๊ะหนังสือแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ช่วงนี้เขาไม่ได้เจอเธอบ่อยนักเพราะเพิ่งจะเริ่มรับช่วงต่อบริษัทจากพ่อของเขา จึงต้องจัดการกับอะไรหลายๆ อย่างให้ลงตัว กว่าจะกลับจากทำงานก็ดึกดื่นจนบางครั้งกลับเช้าเลยก็มีแต่ไม่จะทำงานหนักแค่ไหน อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งเขาก็จะหาเวลากลับมาหาเธอจนได้...“คิดถึงเกี๊ยวชะมัดเลย...”คนตัวโตเอ่ยเสียงนุ่ม ค่อยๆ โน้มใบหน้าลงไปใกล้ทีละน้อย ก่อนจะกดจมูกโด่งลงบนแก้มเนียนนุ่มของเด็กสาวเบาๆ อย่างแสนคิดถึงฟอดดด“อื้ออ~” เกวรินครางในลำคอน้อยๆ อย่างหงุดหงิดใจกับการถูกอะไรก็ไม่รู้มารบกวน เธอหันไปหน้าไปอีกด้านหลีกหนีสัมผัสเมื่อครู่ โดยไม่ได้รับรู้เลยว่าใครบางคนแอบขโมยหอมแก้มเธอตอนหลับมาหลายครั้งหลายคราแล้ว...ฟอดดด“อื้ออ...อย่ากวน”คนตัวเล็กขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะยกมือขยี้ตาน้อยๆ แล้วเงยหน้าขึ้นเพื่อหาสาเหตุว่าใครมารบกวนฝันหวานของเธอ“อ้าว เฮียกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะเนี่ย”เมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาของคนที่คิดถึงมาหลายวัน เกวรินก็ฉีกยิ้มร่าอย่างดีใจ เอ่ยถามเขาด้วยน้ำเสียงสดใส หายง่วงไปเลยในพริ
“หึ แสดงว่าเมื่อคืนไม่เข็ด?”“ปะ เปล่าค่ะ หนูแค่ชมเฮียเฉยๆ ...แหม ก็คุณสามีของหนูแซ่บจริงๆ นี่นา” เกวรินยิ้มร่าอย่างคนอารมณ์ดีในที่สุดเธอก็ได้เรียกเฮียว่าสามีจริงๆ แล้ว...มีความสุขจัง~“งั้นเหรอครับคุณภรรยา แซ่บขนาดนั้นเชียว?” ภากรถามยิ้มๆ รู้สึกหัวใจพองโตไม่น้อยเมื่อได้ยินคำว่าสามีจากปากของเด็กสาว“งื้อออ~ เรียกแบบนี้มันเขินเกินไปอะ เฮียอย่าแซวหนูได้ไหม”เกวรินยกมือขึ้นมากุมใบหน้าแดงก่ำของตัวเองอย่างเขินอาย ยิ่งได้ยินเสียงหัวเราะจากเขาก็ยิ่งรู้สึกร้อนไปทั้งหน้า“แต่งก็แต่งแล้ว...เขินทำไมหื้ม”เสียงทุ้มเอ่ยถาม ขณะที่ดึงมือนุ่มนิ่มออกแล้วพรมจูบแก้มเนียนของคนรักอย่างทะนุถนอม“เขินเพราะเฮียทำแบบนี้นี่แหละ” เกวรินเถียงเสียงอ้อมแอ้มพร้อมหันหน้าหนีไปอีกทาง“ไม่อยากให้เฮียมอนิ่งคิสเหรอครับ ปกติอ้อนจูบเฮียทุกเช้าไม่ใช่หรือไง” ว่าแล้วร่างหนาก็ขยับตัวนั่งพิงหัวเตียง ก่อนจะดึงร่างนุ่มนิ่มของเด็กสาวขึ้นมานั่งบนตักแกร่งแล้วกอดเอวเอาไว้หลวมๆ“ก็อยากค่ะ...แต่มันเขินง่ะ...” เธอหลุบตาต่ำไม่กล้าสบตากับคุณสามีสุดหล่อ ยังรู้สึกใจเต้นไม่เป็นส่ำอยู่เลยตอนที่เขาเรียกเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า ‘คุณภรรยา’ฮื
ตกดึก...“เพลียจัง~” เกวรินโอดครวญอย่างเหนื่อยล้า เพราะกว่าทุกอย่างจะจบลงก็ปาไปดึกดื่น วันนี้แม้จะเป็นวันที่พิเศษและมีความสุขมากๆ แต่ก็เหนื่อยมากไม่แพ้กันเลยเมื่อเข้ามาในห้องนอนซึ่งจัดแต่งอย่างสวยงาม ทั้งยังมีกลีบกุหลาบชมพูโปรยเอาไว้เป็นรูปหัวใจขนาดใหญ่บนเตียงขาวสะอาดตา เกวรินเห็นแล้วก็ยิ่งอยากทิ้งตัวลงนอนมากกว่าเดิม“งื้อออ ที่นอนจ๋า~”“ไปอาบน้ำก่อน จะได้มานอนสบายตัว”เสียงทุ้มของภากรเอ่ยขึ้นจากด้านหลัง เขาเดินเข้ามาสวมกอดคนตัวเล็กเอาไว้หลวมๆ แล้วโน้มใบหน้าลงหอมแก้มนิ่มฟอดใหญ่ ก่อนหน้านี้ต้องคอยรับเครื่องดื่มจากคนโน้นที คนนี้ที จนสติเริ่มถดถอย แต่ยังไงคืนนี้เขาก็ไม่ปล่อยให้จบด้วยการนอนกอดกันบนเตียงเฉยๆ แน่“เฮีย...อื้ออ เบาๆ หน่อย” เกวรินเอ่ยเสียงสั่นเมื่อคนตัวโตเริ่มเลื่อนมือมาขย้ำเต้าใหญ่ด้านหน้าอย่างเมามันงานอาฟเตอร์ปาร์ตี้เธอเปลี่ยนเป็นชุดเกาะอกสีขาวเรียบๆ ด้านล่างเป็นกระโปรงสั้นฟูฟ่องผูกโบขนาดใหญ่สีเดียวกันไว้ด้านหลัง ผมก็มัดรวบเป็นลอนหางม้า แต่งหน้าสีโทนชมพูอ่อนดูน่ารักน่าเอ็นดู“วันนี้เกี๊ยวสวยมากเลยรู้ไหม?”คนตัวโตเอ่ยเสียงแหบพร่าข้างใบหูเล็ก ก่อนจะกระตุกโบด้านหลังออก แล้วร







