로그인>> เช้าวันต่อมา
แสงแดดยามเช้าตรู่สาดส่องผ่านรอยแยกของผ้าม่านเข้ามาภายในห้องพัก VIP นกน้อยส่งเสียงร้องแผ่วเบาอยู่ด้านนอก บรรยากาศเงียบสงบตัดกับความวุ่นวายเมื่อคืนอย่างสิ้นเชิง
มินตราค่อยๆ ลืมตาขึ้นด้วยความยากลำบาก เปลือกตาบวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนักตลอดทั้งคืน ร่างกายบอบช้ำปวดระบมไปทุกสัดส่วน ความเจ็บเกร็งที่ช่องท้องน้อยเตือนให้รู้ว่าเรื่องราวอัปยศเมื่อคืนไม่ใช่เพียงแค่ฝันร้าย เธอเคลื่อนกายลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก ผ้านวมผืนหนาเลื่อนหลุดเผยให้เห็นรอยแดงเป็นจุดทั่วซอกคอและแผ่นอก รวมทั้งรอยเลือดสีเข้มแห้งกรังบนผ้านวม
ข้างกายของเธอ... ร่างสูงใหญ่ของ ธันวา นอนหลับใหลอยู่ ใบหน้าคมคายยามหลับดูสงบนิ่ง เพียบพร้อม และสมบูรณ์แบบ ไร้ซึ่งร่องรอยของปีศาจร้ายผู้ป่าเถื่อนเมื่อคืนโดยสิ้นเชิง
สติของธันวาเริ่มกลับคืนมาเมื่อแสงแดดแยงตา ชายหนุ่มขยับตัว กระพริบตาช้าๆ คลายอาการปวดหัวจากฤทธิ์แอลกอฮอล์และความตึงเครียดของยาที่หมดฤทธิ์ลงแล้ว เขายันกายลุกขึ้นนั่ง สายตาคมกริบปรับโฟกัส มองเห็นเด็กสาวในชุดผ้านวมพันกายที่กำลังนั่งร้องไห้เงียบๆ อยู่ข้างๆ
และเมื่อสายตาของเขาปาดไปเห็น รอยเลือดสีสดบนผ้านวมสีขาว... ความเงียบงันอันแสนกดดันก็ครอบคลุมไปทั่วทั้งห้องทันที
ธันวานิ่งไปครู่ใหญ่ สติและสมองอันชาญฉลาดของประธานบริหารระดับแสนล้านเริ่มประมวลผลเหตุการณ์เมื่อคืนอย่างรวดเร็ว เขายกมือขึ้นลูบหน้า สบถเสียงต่ำในคอ
เขาถูกวางยา... และเขาก็ขาดสติจนเผลอไปข่มขืนเด็กสาวบริสุทธิ์คนหนึ่งในผับ!
"เธอ..."
ธันวาเอ่ยน้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ เสียงของเขายังคงแหบพร่าเล็กน้อย มินตราชะงัก สะดุ้งโหยงด้วยความหวาดกลัว เธอรีบขยับตัวถอยห่างไปชิดหัวเตียง กอดผ้านวมแน่น น้ำตาไหลพรูด้วยความอับอายและเค้นแค้น
ธันวามองท่าทางหวาดกลัวและร่องรอยบอบช้ำบนเรือนร่างของเด็กสาว สายตาของเขาปาดไปมองชุดพนักงานเสิร์ฟที่ขาดวิ่นบนพื้น เขาเริ่มเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งว่าเธอไม่ใช่ "เด็กนั่งดริ้ง" หรือผู้หญิงบริการอย่างที่เขาเข้าใจผิดเมื่อคืน ชายหนุ่มถอนหายใจยาว พยายามตั้งสติและกลับมาอยู่ในคาแรกเตอร์ของนักบริหารผู้เลือดเย็นและมีระเบียบ
"ฉันขอโทษสำหรับเรื่องเมื่อคืน"
ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น ไร้ซึ่งการแสดงอารมณ์ดราม่า
"ฉันถูกวางยา และฉันเข้าใจผิดคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงที่ถูกส่งมาบริการ"
มินตราเม้มริมฝีปากแน่นจนรู้สึกชา หยาดน้ำตาไหลหยดลงบนผ้านวม
"คุณทำลายชีวิตหนู... หนูไม่ได้มาขายตัว! หนูแค่มาทำงานหาเงิน อึก อึก"
"ฉันรู้แล้ว"
ธันวาตอบกลับทันควัน น้ำเสียงของเขายังคงนิ่งสงบดั่งผิวน้ำที่ไร้ระลอกคลื่น
"และฉันก็ไม่ได้คิดจะปฏิเสธความรับผิดชอบ"
ธันวาเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าสตางค์หนังแท้บนโต๊ะข้างเตียง เขาดึงเช็คเงินสดออกมา ย่างกายเซ็นตัวเลขลงไปอย่างคล่องแคล่ว แล้วยื่นส่งให้เด็กสาวตรงหน้า
"นี่คือเช็คเงินสดห้าแสนบาท" ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ
"ถือว่าเป็นค่าทำขวัญ และค่าเสียหายสำหรับเรื่องเมื่อคืน รับเงินก้อนนี้ไปซะ แล้วเรื่องระหว่างเราในคืนนี้... ถือว่าไม่เคยเกิดขึ้น"
มินตรามองเช็คเงินสดจำนวนห้าแสนบาทในมือของเขาด้วยสายตาที่สับสนและปวดร้าว เงินห้าแสน... สำหรับมหาเศรษฐีอย่างเขา มันอาจเป็นเพียงเศษเงินที่โยนทิ้งเพื่อตัดปัญหา แต่นี่มันคือศักดิ์ศรีและความบริสุทธิ์ของเธอที่ถูกเขาเหยียบย่ำ
เธอกำลังจะยกมือขึ้นปฏิเสธ กำลังจะตะโกนด่าทอความใจร้ายและความเหยียดหยามของเขา... ทว่า ในวินาทีนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของมินตราที่ตกอยู่บนพื้นก็ดังขึ้น
สายเรียกเข้าแสดงชื่อ 📞 "โรงพยาบาล"
มินตรามือสั่นเทา ยื่นมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสายด้วยน้ำเสียงที่พยายามสะกดความสั่นเครือไว้
📞"สะ... สวัสดีค่ะ"
📞"คุณมินตราใช่ไหมคะ!?"
น้ำเสียงของหมอประจำตัวแม่ดังมาจากปลายสายด้วยความร้อนรนอย่างถึงที่สุด
📞"ค่ะ"
📞"มีเหตุเร่งด่วนที่ต้องแจ้งให้คุณทราบ คุณแม่ของคุณเกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันและไตล้มเหลวแทรกซ้อน ตอนนี้หมอกำลังปั๊มหัวใจอยู่ในห้องฉุกเฉิน! คุณแม่อยู่ในขั้นวิกฤต ต้องได้รับการผ่าตัดด่วน"
📞"มะ..แม่!... แม่เป็นยังไงบ้างคะหมอ!?" มินตราบางทีร้องไห้โฮออกมาทันที สติแตกกระเจิง
📞"หมอต้องทำการผ่าตัดด่วนที่สุดเพื่อย้ายไตและฟอกเลือดฉุกเฉิน!" หมอบอกเสียงเครียด
📞"แต่ทางโรงพยาบาลต้องขอแจงเรื่องค่าใช้จ่าย การผ่าตัดด่วนและยารักษาพิเศษนำเข้า ต้องใช้เงินวางประกันจำนวน ห้าแสนบาท ก่อนเข้าห้องผ่าตัดค่ะ! ถ้าไม่มีเงินก้อนนี้หมอไม่สามารถเบิกยาและสั่งทีมผ่าตัดได้เลย คุณมินตราพอจะหาเงินมาจ่ายทันภายในเช้านี้ไหมคะ!?"
"ห้าแสนบาท... ภายในเช้านี้!"
คำพูดของหมอดังปังเข้ากลางหัวใจของมินตรา ราวกับฟ้าผ่าลงกลางทรวงอก! เงินห้าแสนบาทสำหรับเด็กสาวมหาวิทยาลัยที่ไม่มีเงินติดตัวสักบาท... เธอจะไปหาจากไหนได้ทันในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้? ถ้าไม่มีเงิน... แม่ของเธอก็ต้องตาย!
มินตราเงยหน้าขึ้นมองเช็คเงินสดหนึ่งล้านบาทในมือของธันวาที่ยังคงยื่นค้างไว้ตรงหน้า ดวงตาคู่สวยที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตามองสบสายตาเย็นชาของประธานบริหารหนุ่ม
ในวินาทีนั้น... เส้นทางชีวิตของเด็กสาวบริสุทธิ์ก็ถูกตัดขาดอย่างสิ้นเชิง ศักดิ์ศรี ความถูกต้อง และความบริสุทธิ์... ทุกอย่างไม่มีความหมายอีกต่อไปเมื่อเทียบกับชีวิตของแม่!
มินตราสูดหายใจเข้าลึกๆ ยอมจำนนต่อโชคชะตาอันโหดร้าย เธอเอื้อมมือสั่นเทาไปรับเช็คเงินสดห้าแสนบาทมาจากมือของธันวา แล้วเอ่ยตอบหมอปลายสายด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้มั่นคงที่สุด
📞"หมอคะ... หนูจะโอนเงินไปให้เดี๋ยวนี้ค่ะ หนูมีเงินผ่าตัดแม่แล้วค่ะ..."
ภายในห้องแต่งตัวเจ้าสาว... มินตรา นั่งอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ หญิงสาวในวัยยี่สิบหกปี งดงามดุจนางหงส์ในชุดเจ้าสาวกระโปรงยาวลากพื้นสีขาวมุก ทรงเกาะอกปักลายลูกไม้ฝรั่งเศสประณีตด้วยคริสตัลระยิบระยับ ผมยาวถูกเกล้าขึ้นเป็นมวยสูงประดับด้วยมงกุฎเพชรเม็ดเล็กและผ้าเวลซีฟองยาวสลวย ใบหน้านวลเนียนแต่งแต้มโทนธรรมชาติอย่างสวยงาม นัยน์ตาคู่สวยสุกใสเปี่ยมไปด้วยความสุข"สวยมากเลยจ๊ะหนูมิน..."คุณหญิงวิภาดา คุณแม่ของธันวา เดินเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลังมินตรา คุณหญิงทรงสวมชุดไทยจิตรลดาผ้าไหมสีทองสง่างาม มือที่ประดับด้วยแหวนเพชรลูบลงบนไหล่บางของมินตราด้วยความรักและเอ็นดูจากใจจริง"แม่ต้องขอบใจหนูมินมากนะลูก..." คุณหญิงวิภาดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ นัยน์ตาคลอน้ำตา "ขอบใจที่อดทน ขอบใจที่อบรมสั่งสอนน้องพับกับน้องพายจนน่ารักขนาดนี้ และขอบใจที่ยอมอภัยให้ตาธัน... ถ้าไม่มีมิน ป่านนี้ตาธันคงกลายเป็นคนไร้หัวใจไปแล้ว""คุณแม่คะ..." มินตรายิ้มหวาน ยกมือขึ้นมากุมมือของคุณหญิงไว้ "มินตราต่างหากคะที่ต้องขอบคุณคุณแม่และครอบครัวเตชะอนันต์ ที่มอบความรักและต้อนรับมินตรากับลูกๆ อย่างอบอุ่นขนาดนี้"คุณหญิงวิภาดาสวมกอดมินตราด
>>ณ บ้านไม้ริมเนินเขา อำเภอแม่ริม...ความเงียบครอบคลุมทั่วทั้งห้องนั่งเล่น... มีเพียงเสียงถ่ายทอดสดจากหน้าจอทีวีขนาดใหญ่ที่เพิ่งจบลงพร้อมภาพของธันวาที่โค้งคำนับต่อหน้ากล้อง มินตรานั่งอยู่บนโซฟา น้ำตาไหลทะลักออกจากดวงตาคู่สวยราวกับเขื่อนทะลัก! แต่ทว่า... น้ำตาในครั้งนี้ ไม่ใช่น้ำตาแห่งความโศกเศร้า รอยแผล หรือความหวาดกลัวอีกต่อไปแล้วมันคือน้ำตาแห่งความตื้นตัน ปลดล็อก และความอบอุ่นใจอันมหาศาลที่เข้ามากอดรัดหัวใจของเธอไว้จนมิดชิด คำดูถูก คำครหา และความเจ็บปวดตลอดสี่ปีที่เคยตอกย้ำให้เธอรู้สึกด้อยค่า... บัดนี้ถูกชายหนุ่มผู้เป็นพ่อของลูก ล้างบาปและปกป้องเธอต่อหน้าคนทั้งประเทศอย่างงดงามและภาคภูมิที่สุด! เขาคืนศักดิ์ศรี คืนความบริสุทธิ์ และประกาศความรักที่มีต่อเธอให้คนทั้งโลกได้รับรู้โดยไม่แคร์ศักดิ์ศรีของตัวเองเลยสักนิด"แม่มินขา... คุณพ่อในทีวีร้องไห้ทำไมคะ?" น้องพายเอียงคอน่ารัก ยื่นมือคู่เล็กมาช่วยเช็ดน้ำตาให้ผู้เป็นแม่"คุณพ่อไม่ได้ร้องไห้เพราะเสียใจหรอกครับ..." น้องพับ แฝดพี่ก้าวเข้ามาจับมือมินตราไว้ นัยน์ตาคู่คมฉายแววเฉลียวฉลาด "คุณพ่อคงกำลังบอกรักแม่มินกับพวกเราอยู่ใช่ไหมครับ?"มินต
>>เช้าวันต่อมา ณ หอประชุมใหญ่ บรรยากาศภายในห้องแถลงข่าวเต็มไปด้วยความดุเดือดและวุ่นวายสุดขีด กองทัพนักข่าว ช่างภาพ และสื่อมวลชนทุกสำนักนับร้อยชีวิต ต่างจับจองพื้นที่จนแน่นขนัด แสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปส่องสว่างวูบวาบไม่ขาดสาย ขณะที่หน้าจอทีวีช่องใหญ่ทุกช่องและสตรีมมิ่งออนไลน์ต่างเปิดสัญญาณถ่ายทอดสดตรงไปทั่วประเทศ ผู้คนนับล้านทั่วประเทศต่างจดจ้องหน้าจอ เพื่อรอฟังคำแถลงจากปากของ ธันวา เตชะอนันต์ ประธานบริหารหมื่นล้านผู้สาบสูญกระทั่งเวลา 10.00 น. ตรง...ประตูบานใหญ่ด้านหลังเวทีถูกเปิดออก! ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสากลตัดเย็บประณีตสีเทาเข้ม เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา ปรากฏตัวขึ้น ชายหนุ่มก้าวเดินด้วยท่วงท่าสง่างาม ทรงพลัง ทว่าใบหน้าคมสันกลับสงบนิ่งและฉายแววเด็ดเดี่ยว ไรเคราถูกโกนออกอย่างสะอาดสะอ้าน ผมถูกเซตเรียบหรู แม้ดวงตาจะแฝงไปด้วยความรวดร้าวลึกซึ้ง แต่มันกลับเต็มไปด้วยประกายแห่งความจริงใจอย่างเปี่ยมล้นธันวาเดินขึ้นไปบนโพเดียม ท่ามกลางเสียงรบกวนและแสงแฟลชที่กระหน่ำกดชัตเตอร์ปานพายุ! ชายหนุ่มไม่ได้นั่งลงบนเก้าอี้... เขาประสานมือไว้ด้านหน้า ยืนตรงมองตรงไปที่กล้องถ่ายทอดสดหลักด้วยสายตามั่นคง ก่อนจะย
เพียงไม่กี่วันหลังจากที่มีคนแอบถ่ายภาพธันวาในสภาพสวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนส์ยับยู่ยี่ และผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาล กำลังยกกล่องขนมและถูพื้นอยู่หน้า บ้านการ์เดเนีย & ร้านขนมคุณแม่ ข่าวลือระลอกใหญ่ก็แพร่สะพัดไปทั่วโลกโซเชียลมีเดียและสำนักข่าวบันเทิง-ธุรกิจทุกสำนักราวกับพายุหมุน!“สะพัด! ประธานบริหารหมื่นล้านเคพี โฮลดิ้ง กบดานภาคเหนือ ซุกเมียเก็บและลูกแฝดลับๆ!”“แฉอดีตคนรักในเงามืด! ปรากฎตัวต่อหน้าประธานธันวาอีกครั้ง”“ตระกูลใหญ่! ธันวา เตชะอนันต์ ทิ้งตำแหน่งบริหาร เพื่อไปทำหน้าที่ทาสรักรับใช้แม่ค้าขนมเบเกอรี่!”พาดหัวข่าวอันน่าเกลียดและใส่ไข่ดึงดูดกระแสคลิกเบต ถูกแชร์ต่อไปนับแสนครั้ง ความเห็นในโลกออนไลน์เต็มไปด้วยการวิพากษ์วิจารณ์อย่างสนุกปาก ขุดขุ้ยอดีตอันเจ็บปวดของมินตราขึ้นมาแปดเปื้อนด้วยคำพูดเหยียดหยาม บางกระแสถึงขั้นใส่ร้ายว่ามินตราใช้ลูกแฝดเป็นเครื่องมือเรียกร้องเงินทองและขู่ขวัญตระกูลเตชะอนันต์!ภายในห้องนั่งเล่นของบ้านไม้... มินตรานั่งมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด มือบางสั่นสะท้านจนแทบถือโทรศัพท์ไว้ไม่อยู่ รอยแผลเป็นในใจที่กำลังจะประสานดี พลันถูกสกิดให้ย้อนกลับมาสร้าง
ธันวาสับเท้าวิ่งสุดชีวิต! ชายหนุ่มใช้ร่างกายที่แม้จะผอมลงแต่ยังคงแข็งแรง ปกป้องลูกทั้งสองและดึงมินตราให้วิ่งข้ามสิ่งกีดขวางไปพร้อมกันอย่างระมัดระวัง เสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากอย่างมีความสุขของน้องพายดังลั่นสนาม ส่วนน้องพับก็ส่งเสียงเชียร์ "คุณพ่อสู้ๆ!" อยู่ตลอดเวลากระทั่งถึงฐานประดิษฐ์สิ่งของ... ธันวานั่งลงกับพื้นปูเสื่อ ช่วยน้องพับตัดกระดาษทำเรือใบ และช่วยน้องพายระบายสีกล่องกระดาษอย่างใจเย็น แม้กาวจะเลอะเต็มมือและเสื้อผ้า แต่ใบหน้าคมสันกลับมีแต่รอยยิ้มบริสุทธิ์ที่ไม่เคยมีใครได้เห็นมาก่อนมินตรานั่งมองภาพตรงหน้าอยู่ห่างๆ ... ภาพชายหนุ่มผู้เคยเย็นชา ทะนงตน และเหยียดหยามเธอ บัดนี้ยอมลงไปนอนถูพื้น ยอมให้ลูกระบายสีเลอะใบหน้า และคอยดูแลอุ้มชูเด็กๆ ด้วยความรักจริงใจที่ปิดไม่มิด ทิฐิอันแข็งแกร่งในหัวใจของมินตรา... เริ่มหลุดกะเทาะและร่วงกราวลงทีละนิดด้วยความอบอุ่นนั้น"ชนะแล้ว! คุณพ่อพาพวกเราชนะที่หนึ่งแล้ว!"“เย้!!!”น้องพายชูกระป๋องเหรียญรางวัลพลาสติกขึ้นฟ้าด้วยความดีใจสุดขีด ก่อนจะกระโจนเข้ากอดคอธันวาเต็มแรง ธันวาอุ้มลูกสาวขึ้นหอมแก้มฟอดใหญ่ด้วยความรักใคร่ ก่อนจะหันไปหาน้องพับที่ยิ้มกว้างอยู่น
>>สัปดาห์ถัดมา... บรรยากาศที่ร้าน บ้านการ์เดเนีย & ร้านขนมคุณแม่ ยังคงอบอวลไปด้วยความอึดอัดระคนวุ่นวายเล็กๆ เมื่อ ธันวา ยังคงเสนอหน้าสวมผ้ากันเปื้อนมาช่วยงานทุกอย่างตั้งแต่งานล้างจาน ยกกล่องแป้ง ยันถูพื้นหน้าร้าน ชายหนุ่มวางตัวเจียมเนื้อเจียมตัว ไม่กล้าแสดงอำนาจใส่ใคร และยอมทำตามคำสั่งของมินตราทุกอย่างโดยไม่เกี่ยงงอนทว่า... สิ่งที่ทำให้มินตราต้องหนักใจที่สุดในเย็นวันนี้ ไม่ใช่การตามง้อของธันวา แต่เป็น กระดาษแผ่นหนึ่ง ที่อยู่ในมือของเธอ"การจัดกิจกรรม ครอบครัวอบอุ่น สัมพันธ์วันเด็ก ประจำปีของโรงเรียนอนุบาล..."ข้อความในเอกสารแจ้งว่า ในวันศุกร์นี้ ทางโรงเรียนจัดกิจกรรมแข่งกีฬาและประดิษฐ์ของเล่นร่วมกัน โดยเน้นย้ำว่า ต้องการให้คุณพ่อและคุณแม่เข้าร่วมกิจกรรมพร้อมกันทั้งสองคน เพื่อพัฒนาการทางอารมณ์ของเด็กมินตรานั่งมองเอกสารฉบับนั้นด้วยสีหน้าเครียดจัด ที่ผ่านมาเธอพยายามเติมเต็มความรักให้ลูกอย่างเต็มที่ แต่เมื่อถึงกิจกรรมที่ต้องอาศัย คุณพ่อ ขึ้นมาจริงๆ เธอตอบตัวเองไม่ได้เลยว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไร"แม่มินขา..."เสียงหวานเจี๊ยวจ๊าวของ น้องพาย ดังขึ้น พร้อมกับร่างกลมๆ ที่วิ่งเข้ามาซุกตัก มินต