Masuk[ AKIN PART ]
“อคิน น้องล่ะ” มาถึงโต๊ะอาหารปุ๊บแม่ผมก็ถามปั๊บ ไม่รู้จะรักจะห่วงอะไรนักหนา ก็แค่เด็กสันดานเลวๆคนนึง ส่วนพ่อผม ท่านทำแค่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ไปเงียบๆ แต่ผมรู้ว่าท่านเองก็รักและเอ็นดูจิดาไม่ต่างจากแม่ ในขณะที่ผมไม่! “ผมจะไปรู้เหรอครับ ไม่ได้มีหน้าที่ตามตูดใคร” ผมตอบส่งๆก่อนจัดการกินข้าวต้มตรงหน้าโดยไม่คิดจะรอใคร เพราะผมไม่อยากรอ เสียอารมณ์! “ทำไมพูดแบบนั้นล่ะอคิน น้องก็เหมือนน้องเราคนนึงนะ” “ผมจำได้ว่าเป็นลูกคนเดียว” “อคิน” ดูเหมือนแม่ทำท่าจะดุผม แต่จู่ๆก็หยุดไป “จิดา นั่งสิลูก” หึ เห็นยัยผู้หญิงใจคดนั่นเดินเข้ามานี่เอง แม่ถึงได้เปลี่ยนใจ “ขอบคุณค่ะน้าอิง แต่หนูไม่หิวน่ะค่ะ ขอตัวไปเรียนก่อนนะคะ” แล้วยัยนั่นก็เหมือนจะยกมือไหว้พ่อแม่ผมแล้วเดินออกไป “หนูจิดา” แม่จะเรียกยัยนั่นไว้ทำไมวะ เธอรีบๆออกไปให้พ้นหน้าก็ดีแล้วไม่ใช่หรือไง! “คา...คะ?” “หนูเป็นอะไรรึเปล่า หน้าซีดๆ แล้วทำไมเดินกะเผลกแบบนั้นจ๊ะ” เดินกะเผลก? หึ คงตั้งใจสำออยให้แม่ผมสงสารล่ะสิไม่ว่า ส่วนแม่ผมก็ดูเหมือนจะหลงกลเข้าอย่างจังซะด้วย ไม่งั้นคงไม่ทำท่าทางเป็นห่วงยัยนั่นขนาดนั้น “เอ่อ หนูปวดขานิดหน่อยค่ะ สงสัยนั่งท่าเดิมนานๆก็เลยเคล็ดขัดยอก งั้นหนูขอตัวนะคะ พอดีวันนี้มีเทสย่อยด้วย” “เอ่อจ้ะ” แม่ผมพยักหน้ารับไม่เต็มเสียง ก่อนผมจะรู้สึกว่าจิดาเดินออกไป “ผมอิ่มแล้ว ไปนะครับ” ผมวางช้อนแล้วรีบลุกเดินออกจากห้องอาหารด้วยอีกคน ไม่ใช่เพราะอิ่มอย่างที่บอกแม่กับพ่อหรอก แต่ผมลุกเพราะอยากไปสั่งสอนยัยผู้หญิงสำออยจอมมารยาบางคนสักหน่อย! [ AKIN END ] . . [ JIDA PART ] ฉันพยายามฝืนความเจ็บปวดที่แล่นแปลบปลาบไปทั้งตัวเพื่อที่จะได้เดินออกมาจากห้องอาหารอย่างรวดเร็ว โดยที่ฉันไม่ได้หันไปมองพี่อคินตั้งแต่แรก ฉันไม่กล้า ฉันไม่อยากเห็นสายตาเกลียดชังของเขา แค่รังสีความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากตัวเขา แค่นั้นก็ทำให้ฉันเย็นยะเยือกจนสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจแล้ว และที่ฉันต้องโกหกน้าอิงฟ้ากับอาเคน ไม่ใช่ว่าฉันไม่รู้สึกผิด แต่ฉันไม่ใช่คนใจกล้าพอที่จะกล้าพูดความจริงออกไปหรอก ความเจ็บปวดทั้งหมด ฉันถึงต้องรับมันไว้เอง หมับ! พอเดินออกมาถึงหน้าบ้าน ก็เหมือนมีใครคว้าต้นแขนฉันไว้จากด้านหลังอย่างไม่คิดจะเบามือ ไม่งั้นฉันคงไม่รู้สึกเจ็บจนต้องนิ่วหน้าก่อนหันไปมอง ถึงได้รู้ว่าเป็นพี่อคิน สีหน้าเขาเย็นชา สายตาก็ไม่ต่างกัน แต่ที่ทำหัวใจฉันสั่นสะท้านไปกว่านั้นคือความไม่เป็นมิตรที่ฉันกำลังสัมผัสจากเขาได้ชัดเจน “อย่าคิดจะสำออยเรียกคะแนนสงสารจากพ่อกับแม่ฉัน หัดมีจิตสำนึกบ้าง ไม่ใช่เห็นว่ามารยากับพ่อแม่ฉันได้ก็มารยา นึกจะทำสันดานเลวๆกับใครก็ทำ” น้ำเสียงนิ่งเรียบก็จริง แต่แข็งกระด้างบาดลึกถึงกลางหัวใจ ไม่งั้นน้ำตาฉันคงไม่ซึมในเบ้าทันทีที่ได้ยินแบบนี้ ...เขากล่าวหาฉันเรื่องเมื่อคืนยังไม่พอ นี่ยังจะมายัดเยียดเรื่องไม่ดีอย่างอื่นให้ฉันอีก “จิดาไม่เคยทำ ทั้งเรื่องเมื่อคืนแล้วก็เรื่องเมื่อกี้” ฉันกัดฟันตอบเขาด้วยน้ำเสียงสั่นๆแล้วพยายามดึงแขนออกมาด้วยหัวใจที่เจ็บปวด แต่ก็ดึงไม่หลุด “ฉันควรเชื่อเธองั้นสิ” พี่อคินสวนกลับมานิ่งๆ สายตายังเต็มไปด้วยความเย็นชาและไม่เป็นมิตร และนั่นยิ่งทำให้ฉันยิ่งเจ็บปวด “จิดารู้ว่าพี่อคินไม่เชื่อ แต่ถึงยังไงจิดาก็ยังยืนยัน ว่าจิดาไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น จิดายังเป็นจิดาคนเดิม จิดาคนที่รักพี่อคินด้วยใจจริง” “รักด้วยใจจริง? หึ! รักหรือร่าน เอาให้ชัด!” “จิดารักพี่ ฮึก รักมาตลอด แม้ตอนนี้ที่พี่อคินใจร้ายกับจิดา ฮือ ฮึก จิดาก็ยังรัก” แม้จะกลั้นความเจ็บปวดและน้ำตาเอาไว้ไม่ไหวแล้ว แต่ฉันก็พยายามพูดจนจบ แต่ดูเหมือนทุกคำของฉันมันไม่สามารถเข้าถึงหัวใจพี่อคินได้เลย เพราะเขายังคงมองฉันด้วยสายตาที่ทำเอาฉันแทบไม่เหลือเรี่ยวแรงจะยืน “เก็บคำพูดโกหกปลิ้นปล้อนของเธอเอาไว้เถอะ เพราะฉันเชื่อที่การกระทำมากกว่า การกระทำเลวๆของเธอที่มันทำให้ฉันรู้ว่าความจริงเธอมันระยำแค่ไหน!” พี่อคินกดเสียงต่ำมองฉันอย่างเหี้ยมเกรียมแล้วสะบัดแขนฉันออกอย่างแรง ก่อนเดินไปขึ้นรถแล้วขับออกไป ในขณะที่ฉันทำได้แค่มองตามด้วยดวงตาที่ฝ้าฟางและหัวใจที่อ่อนล้า ...ฉันไม่รู้ ไม่รู้ต้องทำยังไงพี่อคินถึงจะเชื่อ ไม่รู้ต้องทำยังไงเขาถึงจะเลิกมองฉันว่าเลวทรามต่ำช้าสักที หรือความจริงแล้ว... มันไม่มีทาง! [ JIDA END ] . . [ AKIN PART ] @I University ปึก! “แดกรังแตนที่ไหนมาครับ” ไอ้แมคหันมาถามเสียงเรียบปนสายตากวนตีนหน่อยๆ คงเพราะผมนั่งลงบนเก้าอี้แรงๆ ทำไงได้วะ ก็มันหงุดหงิด และผมคงไม่ต้องบอกสาเหตุหรอกนะ “นั่นดิ หน้าเหี้ยมาแต่เช้า” ไอ้ลีโอเข้ามาสมทบก่อนนั่งลงข้างๆผม แต่ผมไม่ได้พูดอะไรตอบหรอก ไม่มีอารมณ์! “เงียบไอ้สัสเงียบ แบบนี้ประจำ” “มึงปล่อยมันเหอะ ไอ้เหี้ยนี่มันกู่ไม่กลับละ” “จริงของมึง เออ! แล้วตกลงเมื่อคืนมึงเป็นเหี้ยไร ที่ไม่สบายอ่ะ หายดียัง” ไอ้ลีโอมันเออออกับไอ้แมคอยู่ดีๆ แล้วอยู่ๆมันนึกเรื่องเมื่อคืนขึ้นมาได้ไงก็ไม่รู้ ถึงได้หันมาถามผม คนยิ่งไม่อยากนึกถึงอยู่ เพราะยิ่งนึกก็ยิ่งเกลียดผู้หญิงบางคน! “เออเว้ย เหี้ยลีโอพูดขึ้นมา กูเองก็เพิ่งนึกออกว่าเมื่อคืนมึงเทงานวันเกิดกูเพราะเป็นเหี้ยไรกลางคันก็ไม่รู้ สรุปหายยังวะ รู้ป่ะว่าเมื่อคืนพวกกูแอบคิดว่ามึงจะเดี้ยงกลางทางซะละ แม่งกระหน่ำโทรเป็นร้อยสายก็ไม่มีหมาที่ไหนรับ” ไอ้แมคมาเป็นชุด “นั่นดิ เล่นเอาโทรศัพท์กูแทบไหม้” ตามด้วยไอ้ลีโออีกคน แล้วสิ่งที่พวกมันพูดทำให้ผมนึกขึ้นออก ว่าโทรศัพท์ผมปิดเสียงอยู่ แถมโทรศัพท์ก็ดันอยู่ในรถ ผมเลยไม่ได้รับสาย แต่ถึงโทรศัพท์จะอยู่กับตัว ผมก็คงไม่ว่างรับสายพวกมันอยู่ดี “หายดีแล้ว โทษทีเรื่องไม่รับสาย กูปิดเสียงไว้ ไม่ได้ยิน” ผมเลือกตอบแค่นี้ ส่วนเรื่องอื่น ขี้เกียจอธิบาย บอกแล้วไงว่าไม่อยากนึกถึงให้ต้องเกลียดผู้หญิงเลวๆบางคนมากไปกว่านี้ “พูดจริง?” ไอ้แมคมันจะเอียงหน้ามองผมเหมือนไม่ค่อยจะเชื่อเพื่ออะไรวะ? “จริง” ผมตอบนิ่งๆ ไม่หลุดพิรุธอะไรทั้งนั้น “แล้วไป หายดีแล้วก็ดีว่ะ กูจะได้ไม่ต้องหาเพื่อนใหม่ ถ้าเกิดว่ามึงเสือกเป็นโรคห่าแล้วชิงตายกลางคันขึ้นมา ฮ่าๆ” ไอ้สัส! แช่งกันเฉยเลย “มึงมากกว่าที่จะได้ตายก่อนกู ถ้ายังไม่หุบปาก” ผมหันไปถลึงตาเรียบเย็นใส่มัน “เห้ย โหดซะด้วยเว้ย เหี้ยแมค มึงควรระวังตัวนะครับ” “นั่นดิวะ งั้นกูไปดีกว่า กลัวตายว่ะ ฮ่าๆ” แล้วไอ้แมคก็ลุกขึ้นไป ไม่รู้ไปไหนของมัน ผมไม่ได้มอง ผมรู้แค่ว่ามันก็แค่ทำเป็นกลัว ไม่ได้กลัวจริงหรอก ไม่งั้นคงไม่มีเสียงหัวเราะตบท้ายแบบนั้น ไอ้เวร! [ AKIN END ] . . [ JIDA PART ] In Evening🌥 “จิดา กูถามจริง มึงไม่สบายตรงไหนป่ะวะ เห็นซึมๆมาตั้งแต่เช้าแล้ว” มิ้นหันมาถามฉันระหว่างที่เรากำลังเดินไปที่ลานจอดรถ พอดีก่อนหน้านี้มิ้นบอกฉันว่าจะขับรถพาฉันไปเอารถที่ผับ หมายถึงรถฉันที่จอดทิ้งไว้ที่ผับเมื่อคืนน่ะ เพราะเมื่อคืนที่ฉันอาสาขับรถให้พี่อคินไง จำได้ใช่มั้ย ส่วนเมื่อเช้า ฉันนั่งรถแท็กซี่มาเรียนเอา “กู...” ฉันไม่รู้จะเริ่มยังไงดี ไม่รู้จะเล่าหรือไม่เล่าเรื่องโหดร้ายเมื่อคืนนี้ดี “ว่าไง มีไรไม่โอเคป่าว บอกกูได้นะ เผื่อว่ากูจะช่วยอะไรได้บ้าง” พอมันบอกมาแบบนี้ ฉันก็รู้สึกอยากจะปรับทุกข์กับมันนะ แต่อีกใจนึง ฉันก็ไม่อยากบอกให้มิ้นมันสมเพชเวทนาฉัน แต่เอาเป็นว่าฉันขอเลือกอย่างแรกแล้วกัน เพราะฉันเจ็บจนทนแบกรับความโหดร้ายนั้นไม่ไหวแล้ว “เรื่องเมื่อคืน มึงจำที่พี่อคินไม่สบายได้มั้ย” ฉันบอกมันด้วยน้ำเสียงเศร้าซึม เพราะฉันฝืนพูดด้วยน้ำเสียงปกติไม่ไหวจริงๆ “อือ จำได้ แล้วไงต่อ” “พอกลับไปถึงบ้าน...” แล้วฉันก็เล่าทุกอย่างให้มันฟัง “เห้ย! บ้าไปแล้วอ่ะ! พี่แกทำแบบนั้นกับมึงได้ไง แล้วคิดแบบนั้นได้ไงวะ ทั้งๆที่มึงรักแกขนาดนั้น โหดร้ายที่สุดอ่ะ” “กูก็ไม่รู้ พูดยังไงพี่อคินก็ไม่เชื่อ เขายังเอาแต่ปักใจว่ากูเป็นคนทำเพราะกูอยากได้เขา” “บ้า! โรคจิต! แบบนี้มันกล่าวหากันลอยๆป่ะ ความจริงไอ้เหี้ยที่ไหนมันทำก็ไม่รู้ พี่อคินของมึงนี่นะ อะไรจะมโนล้ำเลิศขนาดนั้น ไป เดี๋ยวกูไปพูดให้ เอาให้เงิบ เอาให้ขอโทษมึงไม่ทันเลย ผู้ชายอะไรใจร้ายโหดเหี้ยมที่สุด ผู้หญิงเขารักแท้ๆ นอกจากจะไม่รักตอบแล้วยังจะไม่เชื่อ แถมยังทำร้ายกันอีก ทำแบบนี้มันเกินไปแล้ว!” มิ้นเหมือนจะโมโหมาก ก่อนมันจะจับมือฉันแล้วทำท่าจะพาให้เดินตาม แต่ฉันขืนไว้ “มิ้น ไม่ กูไม่ไป กูไม่อยากให้พี่อคินเกลียดกูมากกว่านี้ ขอกูหาวิธีเองนะ ให้กูพูดกับเขาเอง” “พูดเองแล้วคนแบบนั้นจะฟังเหรอ ใจร้ายใจดำซะขนาดนั้น จะบอกไรให้นะ ถ้าเป็นกู กูเลิกรักไปนานละ ผู้ชายเฮงซวยแบบนั้นอ่ะ แม่งไปหาผู้คนอื่นดีกว่า ที่ดีๆกว่านี้มีตั้งเยอะ” “แต่กูรักเขา กูรักพี่อคิน กูรู้ว่ากูโง่ แต่กูไม่รู้จะทำยังไงจริงๆ กูเลิกรักเขาไม่ได้ มึงเข้าใจกูเหอะนะ” ฉันขอร้องมิ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตาทำท่าจะไหล “เห้อ มึงนี่นะ รักฝังจิตฝังใจเกินไปป่ะวะ” “กูขอโทษที่โง่ขนาดนี้ ฮือ ฮึก” ฉันกลั้นน้ำตาไม่ไหวแล้ว “มึงไม่ได้โง่หรอก โธ่เอ๊ย เออๆ โอเคๆ กูเข้าใจมึงแล้ว กูเข้าใจมึง หยุดร้องนะ กูไม่อะไรแล้วก็ได้ กูจะให้มึงจัดการของมึงเอง กูจะคอยให้กำลังใจมึงอยู่ข้างๆ โอเคมั้ย” มันลูบไหล่ฉันอย่างปลอบโยน “ขอบใจนะ ขอบใจมึงมาก ฮือๆ” “บอกแล้วไงว่าอย่าร้อง เดี๋ยวตาบวมกว่านี้แล้วไม่สวยนะเว้ย แล้วอย่าหาว่าพี่มิ้นไม่เตือนเข้าใจ๊ หยุดร้องได้แล้ว” มันบอกเหมือนไม่สบอารมณ์ก็จริง แต่มือกลับคอยเช็ดน้ำตาให้ แถมยังคอยปลอบโยน จนฉันเริ่มรู้สึกดีขึ้น น้ำตาเริ่มหยุดไหล “โอเคยัง” “อืม ขอบใจนะ” “ไม่เป็นไร เออ! ว่าแต่มึงจะขับรถไหวเหรอ ก็มึง...เอ่อ” “ไหวแหละ ไปเหอะ” “เห้ย แต่กูเป็นห่วงมึงนะ จอดไว้ที่ผับอีกสักวันก็ได้กูว่า แล้วพรุ่งนี้ค่อยไปเอา เดี๋ยววันนี้กูไปส่งมึงที่บ้านเอง” “ไม่เป็นไร กูไหวจริงๆ” “แต่ว่า...” “นะ เชื่อกูเหอะ” ฉันแทรกมันพูด ก่อนมันจะมองฉันแล้วถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย “ดื้อโคตรเลยเพื่อนกู เออ เอางั้นก็ได้ ไปก็ไป” “ขอบใจนะ รักมึงที่สุด” ฉันยิ้มกว้างให้มัน “อย่ามายิ้มแบบนั้น เดี๋ยวผู้เห็นเข้าแล้วนึกว่ากูเป็นคู่เลสเบี้ยนกับมึงแล้วซวยกันพอดี” “กลัวขายไม่ออกเหรอ” ฉันถามมันยิ้มๆ “ก็เออดิ ยังจะมีหน้ามาถาม ไปได้แล้วไป เดี๋ยวเย็นกว่านี้รถติด ไม่ใช่อะไรหรอก มึงนั่นแหละจะลำบาก ยิ่งเดี้ยงๆอยู่ด้วย” มันบอกแล้วเดินไปเลย สงสัยจะทำเป็นโมโหกลบเกลื่อนเรื่องกลัวจะขายไม่ออก แต่ฉันไม่ถืออะไรมันหรอก เพราะฉันรู้จักนิสัยมันดี ฉันเลยทำแค่เดินตามไปลานจอดรถแบบยิ้มๆ ก่อนอยู่ๆก็ยิ้มไม่ออก เท้ามันชะงักฉับพลันเมื่อตรงหน้าคือพี่อคินที่กำลังเดินไปที่รถ เขาเหมือนจะเห็นฉันนะ แต่สายตาเย็นชาคู่นั้นมองฉันแค่เสี้ยววินาที ก่อนจะหันกลับไปราวกับฉันเป็นธาตุอากาศ จากนั้นเขาก็ขับรถออกไป ขับออกไปอย่างไม่คิดจะไยดี ใช่ เขาไม่ได้สนเลยว่าหัวใจฉันจะรู้สึกราวกับถูกฝ่าเท้าเขาเหยียบขยี้ให้บี้แบนยังไง ว่าฉันจะเจ็บปวดยังไง “จิดา โอเคมั้ย” มิ้นหันมาแตะไหล่ฉัน “อืม โอเค กูโอเค” ฉันพยายามพยักหน้าพร้อมกลืนน้ำตา “ถ้าไม่ไหวบอกกูนะ” “อืม” ฉันพยักหน้าอีกครั้งพร้อมๆกับบอกตัวเองในใจว่าถึงไม่ไหวก็ต้องไหว ฉันต้องทนให้ได้ ไม่ว่าหัวใจจะต้องเจ็บแค่ไหน และถึงแม้พี่อคินจะปักใจเชื่อว่าเรื่องนั้นเป็นฉันที่เป็นคนทำ แต่ฉันก็จะไม่ท้อ ฉันจะทำให้เขาเชื่อให้ได้ว่าฉันไม่ได้เป็นคนทำ ถึงแม้ยังไม่รู้ว่าจะต้องใช้วิธีไหนเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจก็ตาม แต่ฉันก็จะพยายาม เพราะฉันไม่อยากให้พี่อคินเกลียดฉันเพราะความเข้าใจผิดๆไปตลอดชีวิต ฉันทนไม่ได้ เพราะแค่เขาไม่รัก ฉันก็เจ็บมากพอแล้ว อย่าให้เขาต้องมาใจร้ายเย็นชากับฉันมากกว่าเดิมด้วยสิ่งที่ฉันไม่ได้ทำเลย โชคชะตาอย่าโหดร้ายกับฉันขนาดนั้นเลย [ JIDA END ]ไม่รู้ทำไมพ่อแม่ฉันถึงมาอยู่ในห้องรับแขกพร้อมน้าอิงฟ้ากับอาเคนได้ ก็ในเมื่อแม่บอกฉันเมื่อวันก่อน ว่ากำหนดกลับมันอีกประมาณเดือนนึง ฉันก็เลย เอ่อ แปลกใจถึงขั้นตกใจอย่างที่เห็น😂“ไง ไม่เจอกันนานเลยลูกสาวแม่” แม่ทักขึ้นมายิ้มๆ พ่อเองก็ยิ้มให้ ในขณะที่ฉันยังงงอยู่เลย แต่ก็ดีใจนะ ที่ได้เจอพ่อแม่สักที“คุณลุงคุณน้า สวัสดีครับ” พี่อคินยกมือไหว้ พ่อกับแม่ก็รับไหว้ ก่อนฉันจะเดินเข้าไปหาท่านสองคนแล้วสวมกอด“คิดถึงจังเลยค่ะ” ฉันทั้งกอดทั้งหอมพ่อกับแม่ฟอดใหญ่จนเต็มปอด“แม่กับพ่อก็คิดถึง” แม่กับพ่อหอมฉันคืน ก่อนฉันจะนึกออกว่าอยากจะถามเรื่องที่พ่อกับแม่กลับก่อนกำหนด“ไหนบอกจะกลับเดือนหน้าไงคะ แล้วทำไมกลายเป็นวันนี้ได้ล่ะ” ฉันถามยิ้มๆ ตอนนี้ฉันนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างพ่อกับแม่พร้อมกับหันไปหาพ่อทีหันไปหาแม่ที“กลับมารับลูกไง”“คะ!?” พอพ่อตอบแบบนั้น ฉันก็หุบยิ้มแทบไม่ทัน งงว่าพ่อพูดเล่นหรือยังไง“รับหนูเหรอ?”“จ้ะ พ่อเขาต้องไปประจำที่อเมริกาสักสองสามปี พ่อกับแม่เลยกลับมารับหนูไปอยู่ที่โน่นด้วย” แม่ตอบให้ ส่วนฉันอึ้งไปเลย ก่อนฉันจะหันไปที่พี่อคิน ถึงได้เห็นว่าเขายืนนิ่งไม่พูดอะไรทั้งนั้น แต่สีหน้าและแววต
เขาถามอีกรอบ และฉันในสภาพนี้คงนึกคำตอบอื่นไม่ออก นอกจาก“อืม” ใช่ ตอบตกลง“ขอบใจนะ รักจิดาจัง” พี่อคินยิ้มก่อนก้มลงมาหาฉันอีกนิด ฉันก็ยิ้มตอบ“จิดาก็รักพี่อคิน”“พี่รู้ครับที่รัก” พี่อคินยิ้มบอกอย่างอ่อนโยนก่อนก้มลงจูบฉันอย่างนุ่มนวล ก่อนมันจะค่อยๆหนักหน่วงร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ ตามอารมณ์ที่พุ่งพล่าน“อืม...” พี่อคินครางเบาๆพร้อมกับใช้ลิ้นตวัดพันเกี่ยวกับลิ้นฉัน ฉันก็ตวัดลิ้นตอบเขา เราแลกลิ้นกันไปเรื่อยๆอย่างเมามันส์ ลืมความรู้สึกผิดชอบชั่วดีทุกอย่าง ตอนนี้สิ่งที่คุมเกมคือความรักและความปรารถนาจุ๊บๆ จ๊วบ...เสียงจูบร้อนแรงดังคลอเคล้าไปทั่วทั้งห้อง ผสานกับเสียงครางของฉันและพี่อคิน ก่อนพี่อคินจะถอนจูบออกแล้วถอดเสื้อผ้าฉันอย่างรวดเร็ว รวมทั้งผ้าขนหนูของตัวเองด้วย ก่อนเขาจะก้มลงมาจูบฉันอย่างหนักหน่วงเหมือนเดิม ฉันเองก็กอดรัดเขาแน่นพร้อมกับจูบตอบอย่างไม่แพ้กัน “อือ พี่อคิน อืมม...” ฉันครางออกมาถี่กว่าเก่า เมื่อพี่อคินจูบปากฉันแล้วไล่จูบลงไปที่ซอกคอแล้วขบเม้มดูดดึงซุกไซ้สลับกันทั้งสองข้าง สิ่งที่เขาทำมันทำฉันเสียวสะท้านยิ่งกว่าเก่า“อือ อื้อ พี่อคิน อืมม...” ฉันทั้งครางทั้งกอดแล้วลูบไล้พี่อคิน
“จิดา” ถึงเขาจะมองฉันแปลกๆ หน้าตาก็ไม่ยิ้มแย้ม เสียงก็นิ่งๆ แต่แค่เขาเรียกชื่อฉัน ฉันก็ดีใจแล้ว“ค่ะ จิดาเอง” ฉันตอบเขาพร้อมรอยยิ้ม แต่เขาไม่ได้ยิ้มตอบหรอก แต่เขาลุกขึ้นนั่งช้าๆเหมือนอยากจะลงจากเตียง“โอะ โอ๊ย โอ๊ย!” ระหว่างพี่อคินทำท่าจะก้าวลงจากเตียง อยู่ๆเขาก็ร้องออกมาแล้วก็เอามือจับที่หัวเหมือนปวดมาก“พี่อคิน!” ฉันตกใจขึ้นมาอีกระลอก“พี่ปวดหัวเหรอ ปวดแผลเหรอคะ ให้หมอมาดูมั้ย เดี๋ยวจิดาเรียกให้”“มะ...ไม่ ไม่ต้อง” เขาจับมือฉันไว้ จับแน่นมาก โดยที่ไม่หันมามองหน้าฉัน ตอนนี้เขาทำแค่จับมือฉันแล้วนั่งก้มหน้านิ่งๆ หายใจแรงๆ เหมือนกำลังต่อสู้กับความเจ็บปวดอยู่“เอ่อ พี่อคิน พี่ดีขึ้นรึยังคะ” ฉันรอดูเขาอยู่นิ่งๆ ก่อนตัดสินใจถามออกไป เมื่อเขานั่งนิ่งด้วยอาการเดิมนานไปแล้ว“อืม” เขาพยักหน้าตอบก่อนหันมาจ้องฉันนิ่ง“หายแล้ว” ได้ยินว่าเขาหาย ฉันก็ดีใจนะ แต่ทำไมสายตาเขาไม่เป็นมิตรเลย มันทำฉันร้อนๆหนาวๆชอบกล“เอ่อ พี่หายแล้วแน่นะ”“อืม กลับบ้านเถอะ” เขาตอบนิ่งๆ“เอ่อ คา...ค่ะ กลับบ้านก็กลับบ้าน มาค่ะ จิดาช่วย” ฉันยื่นมือไปช่วยพี่อคินลงจากเตียง เขาก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร ฉันเลยพาเขาไปนั่งรอฉันจัดการค่
[ AKIN PART ]“เดี๋ยวพวกมึงไปก่อนเลยนะ กูขอไปห้องน้ำหน่อย”ผมบอกไอ้แมคกับไอ้ลีโอหลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จ“จะไปคนเดียวเหรอ ให้พวกกูไปเป็นเพื่อนมั้ย”“ไม่เป็นไร กูไปได้”“แต่ว่า...”“เอาน่า กูโอเค พวกมึงไปก่อนเลย เดี๋ยวกูตามไป” ผมแทรกไอ้ลีโอพูดก่อนเดินแยกออกมา ขืนไม่รีบ พวกมันคงหาเรื่องตามมาจนได้ ผมไม่อยากรบกวนพวกมันมากไปกว่านี้ แค่ผมความจำเสื่อมแล้วยังเสือกถ่อสังขารมาเรียนก็เป็นภาระพวกมันมากพออยู่แล้ว เพราะงั้นอะไรที่ผมพอจะช่วยตัวเองได้ ผมก็ควรจะทำ#~~หลังจากเข้าห้องน้ำ ผมก็เดินกลับมาทางเดิม ก่อนผมจะเหลือบไปเห็นจิดา แน่นอน ผมไม่มีทางที่จะไม่เดินเข้าไปหาเธอ “จิดา” ผมเรียกเธอเบาๆก่อนนั่งลงข้างๆ“พี่อคิน” เธอหันมาหาผม เดี๋ยวนะ แล้วทำไมสีหน้าเธอดูเครียดๆ เธอเป็นอะไรไป ผมจำได้ว่าเมื่อเช้าเธอยังดีๆอยู่เลย“เอ่อ พี่กินข้าวยัง” เหมือนเธอกำลังฝืนยิ้มให้ผมนะ“กินแล้ว เธออ่ะ ทำไมนั่งกินข้าวคนเดียว หน้าก็เครียดๆ เป็นไรรึเปล่า” ผมถามไปตามตรง แปลกใจมากที่เห็นเธอนั่งเครียดแถมยังนั่งอยู่คนเดียว เห็นปกติเธอเคยเล่าให้ผมฟังว่ามีเพื่อนสนิทอยู่คนนึง ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด หรือเธอจะทะเลาะกับเพื่อนวะ“มิ
Next Morning🌤...วันนี้พอฉันตื่นนอน อาบน้ำแต่งตัว แล้วลงมาข้างล่าง ฉันก็เห็นว่าพี่อคินนั่งอยู่ในห้องอาหารแล้ว แต่นั่งอยู่คนเดียว“มาแล้วเหรอ” พี่อคินเงยหน้าขึ้นมาถามฉัน “เอ่อ ค่ะ แล้ว...”“พ่อกับแม่ติดธุระ เลยรีบออกไป” เหมือนเขารู้ทันเลยแฮะ ว่าฉันจะถามอะไร“นั่งสิ กินข้าวกัน เดี๋ยวจะได้ไปเรียน”“คา...ค่ะ” ฉันตอบไม่ค่อยเต็มเสียง ก่อนนั่งลง ที่ฉันรู้สึกประหม่าแบบนี้ก็เพราะเขานั่นแหละ ที่เขาทำกับฉันเมื่อคืนมันทำฉันสูญเสียความมั่นใจมาจนถึงตอนนี้“เป็นอะไร ท่าทางแปลกๆ” ยังมีหน้ามาถาม นี่เขาไม่รู้ตัวเลยเหรอ???- -!!!“เปล่าค่ะ ไม่เป็นอะไร” ถึงในใจจะคิดอีกอย่าง แต่ถ้าให้พูดออกไปตรงๆก็คงไม่ดีว่ามั้ย“อืม” เขาพยักหน้ารับนิ่งๆ ไม่ถามอะไรอีก ที่เขาทำคือหันไปบอกเด็กในบ้านให้เสิร์ฟมื้อเช้า เสร็จแล้วก็ลงมือกิน แต่ฉันนี่สิ กินไม่ลง มันไม่ค่อยหิวอ่ะ เลยนั่งเอามีดเขี่ยๆไส้กรอกไปงั้น“คือยังไง” อยู่ๆพี่อคินก็ถามขึ้นมา ฉันเลยจำต้องหยุดเขี่ยแล้วเงยมองหน้าเขาด้วยความไม่เข้าใจ“คะ?” ฉันทำหน้างงใส่เขาแบบชัดเจนมาก ฉันรู้สึกได้“ก็ที่ทำอยู่อ่ะ คืออะไร เขี่ยเล่นเป็นเด็กๆอยู่ทำไม” ที่แท้ก็เรื่องนี้“อ๋อ เอ่อคื
[ AKIN PART ]Several Days Later...!!!@PRK Hospital ก็อกๆๆ!!!เสียงเคาะประตูทำผมชะงักในสิ่งที่กำลังคิด ก่อนผมจะหันไปมองประตู จากนั้นมันก็ถูกเปิดออกด้วยผู้ชายสองคนที่เคยมาเยี่ยมผมหลายครั้งแล้วก่อนหน้านี้ พวกมันบอกว่าชื่อแมคกับลีโอ เป็นเพื่อนสนิทผม แต่ผมก็ยังนึกไม่ออกหรอก ขนาดผ่านมาหลายวันแล้ว ผมก็ยังจำอะไรไม่ได้สักอย่าง ผมพยายามนึกแล้วนึกอีก แต่ทุกครั้งสิ่งที่ได้คือปวดหัวจนแทบระเบิด และตามมาด้วยความว่างเปล่า ไม่มีความทรงจำเก่าๆอันไหนผุดขึ้นมาในหัวผมเลย และผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่ ความทรงจำทั้งหมดของผมจะกลับคืนมา มันทรมานนะ กับการอยากรู้แล้วไม่รู้ อยากนึกให้ออกแต่ก็นึกไม่ออก“ไง ไอ้สัส วันนี้จำพวกกูได้ยัง” พวกมันถามแล้วเดินมายืนข้างๆเตียง แต่ผมคงทำได้อย่างเดียวคือมองพวกมันนิ่งๆแล้วส่ายหน้า ในขณะที่พวกมันทำหน้าเซ็งทันควัน“เห้อ ยังอีกเหรอวะ วัยรุ่นเซ็งเลยอ่ะ” ประโยคท้าย พวกมันทำหน้าเบื่อโลกยิ่งกว่าเดิมอีก“ก็อยากจำให้ได้ แต่มันนึกไม่ออกจริงๆ” ผมบอกพวกมันเสียงเรียบอย่างปลงไม่ค่อยตก ก็เครียดนั่นแหละเอาตรงๆ“เห้ย ไม่เอาน่า ไม่ทำหน้าอย่างนั้น ตอนนี้ยังจำไม่ได้ก็ไม่เป็นไรหรอก ค่อย







