تسجيل الدخول“สวัสดีค่ะท่านประธาน” ธุรการสาวเมื่อเข้าไปภายในห้องท่านประธานหนุ่มสุดหล่อ เธอก็อดไม่ได้ที่จะหาทางได้ใกล้ชิดกับเขา
“คุณ?” เขาที่นั่งทำงานอยู่เมื่อเห็นคนแปลกหน้า เดินเข้ามาภายในห้อง คิ้วหนาก็ขมวดเข้าหากัน “ส้มค่ะ แผนกธุรการ” หญิงสาวรีบแนะนำตัวทันที “มีอะไรหรือเปล่า” “เปล่าค่ะ ส้มแค่เข้ามาดูความเรียบร้อย ของอุปกรณ์สำนักงานที่สั่งมา” “อืม” ด้วยความหงุดหงิดเขาก็ตอบแค่นั้น ไม่ได้สนใจคนตรงหน้า ที่ตอนนี้แต่งหน้าแต่งตัวมาสวยแบบจัดเต็ม พรางก้มลงให้ความสนใจกับเอกสารตรงหน้าต่อ “เอ่อ ท่านประธานมีอะไรให้ส้มช่วยไหมคะ” เธอที่ไม่อยากพลาดอะไรดี ๆ แบบนี้ ก็ไม่วายขยับเข้าไปเพื่อจะได้อยู่ใกล้ ๆ เขา “คุณหมายถึงอะไร” ด้วยที่ผ่านมาทุกอย่างแล้ว ในตอนที่เขาไม่มีอะไรเลย แทบไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากจะเหลียวมอง แต่ในตอนนี้มีแต่คนเข้าหา จนได้รู้แล้วว่าผู้หญิงทุกคน ชอบคนรวย ชอบเงิน ชอบความดูดีหรูหราและทันสมัยกันทั้งนั้น “ก็...ส้มไม่อ้อมค้อมก็ได้ค่ะ ส้มแค่อยากรับใช้ท่านประธานแค่นั้นเองค่ะ” ไม่วายที่สาวเจ้าจะเดินอ้อมเข้าหา เอาสิ! สวยเซ็กซี่จนเอาตัวเข้าแลกกับผู้บริหารคนอื่น จนได้ตำแหน่งหัวหน้าธุรการแบบเธอ ท่านประธานคนนี้จะไม่สนใจหน่อยเหรอ “คุณว่างมากเหรอ” ใบหน้าหล่อเงยขึ้นมอง แล้วถามด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง “ก็...” และเป็นจังหวะ ที่เธอเข้าถึงตัวเขาได้พอดี คนอะไรไม่รู้ หล่อเหลาราวกับเทพบุตร หุ่นโคตรดี กลิ่นตัวก็ห๊อมหอม จนเธอไม่อยากออกไปจากตรงนี้เลย “ถ้าว่างก็ควรกลับไปทำงานนะ ถ้ามีคนเข้ามาเห็นผมกับคุณอยู่ในสภาพนี้ มันคงไม่ไม่เหมาะสม” “ท่านประธานคะ คือส้ม...” “หรือคุณอยากโดนใบเตือนจากผม” “มะ...ไม่นะคะ” “ออกไปจากห้องผมเดี๋ยวนี้ ก่อนที่จะมีใครเข้ามา!” “คร่าว ๆ ก็ประมาณนี้นะ แต่ถ้ามีอะไรสงสัยก็ถามพี่ได้เลยจ้ะ” “ค่ะ ขอบคุณนะคะ” “จ้า เข้าไปจัดโต๊ะทำงานเถอะ ถ้าช้าเดี๋ยวจะโดนตำหนิเอา” “เอ่อ...เขาเจ้าอารมณ์มากเหรอคะพี่แวว” “ก็ไม่ขนาดนั้น แค่เป็นคนที่จริงจังกับงานมาก พูดน้อย ไม่ค่อยมีอารมณ์ขัน เอาจริง ๆ ทำงานด้วยกันมาหลายปีพี่ยังไม่เคยเห็นท่านประธานยิ้มเต็มหน้าสักที จนบางครั้งยังนึกสงสัยเลยว่าคนรวยระดับนี้เขาไม่มีความสุข หรือความสบายอกสุขสบายใจบ้างหรือไง" “เหรอคะ...” เธอได้แต่คิดพร้อมกับแววตาที่วูบไหว “แต่ถ้าพี่เดาไม่ผิด น้องกรีนกับท่านประธานคงจะเคยรู้จักกันมาก่อน หรือเปล่า” แวววรรณถามแบบไม่จริงจังนัก เพราะเป็นปกติที่เธอไม่ค่อยชอบยุ่งเรื่องของใคร “ก็...ค่ะ” ถึงขนาดนี้แล้วเธอก็ไม่อาจปฏิเสธได้ ถ้าเป็นแต่ก่อนเธอมั่นใจว่าเธอรู้จักเขาดีมากเลยแหละ แต่เพียงแค่ตอนนี้มันไม่ใช่ เขาคือใครก็ไม่รู้ ที่เธอไม่รู้จักมาก่อน “แล้วยังจะมาถามนิสัยของเขากับพี่อีก เราน่ะน่าจะรู้เยอะกว่าพี่ไหม” ก็ไม่วายที่แวววรรณจะเอ่ยแซว เอวาริณเพียงยิ้มตอบบาง ๆ ทั้งที่ในใจอยากบอกเหลือเกินว่าชวินทร์ในอดีตแตกต่างจากตอนนี้มากเหลือเกิน “เข้าไปเถอะ ตารางนัดที่พี่ให้ไปจำให้แม่นเลยนะ” “ค่ะ” ก๊อก ก๊อก ก๊อก เมื่อเดินเข้าห้องชวินทร์ไปเอวาริณก็ชะงักกับสิ่งที่เห็นด้วยตา เขากับผู้หญิงคนนั้นตอนนี้กำลังแนบชิดกันอยู่ ก็ถึงกับตกใจ แต่เธอก็เลือกที่จะตั้งสติมองด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยไร้ความรู้สึกใด ๆ ตอนนี้เขามีเงิน มีอำนาจ มีทุกอย่าง เรื่องพวกนี้คงไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไปแล้ว จนความรู้สึกในใจตอนนี้ทั้งเจ็บและจุก “เธอ!” เขาที่เห็นเธอเข้ามาก็ตกใจเช่นกัน ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ เพื่อให้เธอเข้าใจว่าเขาเป็นแบบนี้อยู่แล้ว ทีแรกกะจะต่อว่าผู้หญิงตรงหน้า แต่ตอนนี้เริ่มจะเปลี่ยนใจ “เอ่อ...” พนักงานสาวที่กำลังโดนเขาดุ ทั้งยังขู่ว่าจะโดนใบเตือน ตอนนี้เธอก็หน้าซีดเผือด จนทำอะไรไม่ถูก “วันนี้ออกไปก่อน” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง ไม่ได้มีท่าทีจะดุเหมือนก่อนหน้านี้ “คะ...ค่ะ ๆ” เมื่อเป็นแบบนั้นพนักงานสาว ก็รีบออกจากห้องท่านประธานสุดหล่อไปในทันที “...” แล้วเขาก็แสดงความหงุดหงิดออกมาอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าเธอมีใบหน้าที่เรียบเฉย มากกว่าจะผิดหวัง หญิงสาวที่มีแต่ความเสียใจอยู่ตอนนี้ เธอก็ต้องทำสีหน้าให้เป็นปกติเหมือนคนที่ไม่คิดอะไร ก่อนจะรีบเดินเลี่ยงไปจัดโต๊ะทำงานของตัวเองที่อยู่อีกมุม อย่างกระตือรือร้น ไม่ได้สนใจจะถามหรือพูดอะไรกับเขาสักนิด ที่เขาหงุดหงิดมากขนาดนี้ คงเป็นเพราะเธอเข้ามาขัดจังหวะไม่ผิดแน่ณ บริษัท CSEPayหลังกลับจากเที่ยวและพักผ่อนอีกวัน วันนี้ก็ต้องมาทำงานตามปกติ ซึ่งประธานหนุ่มที่เอาแต่สนใจงานก่อนหน้านี้ ตอนนี้ก็แทบละทิ้งหน้าที่ที่ไม่จำเป็นทุกอย่าง และติดลูกกับเมียแจ เช่นวันนี้ก็อ้อนให้เมียกับลูกตามมาทำงานด้วย“ซัน เกินไปแล้วนะ เดินห่างหน่อยก็ได้”“ไม่ได้ เมียซันสวยขนาดนี้ อยากกอดอยากอ้อนตลอดเวลาเลย”“เดี๋ยวเถอะ”“คิก ๆ” ยัยหนูที่อยู่บนอ้อมแขนพ่อ ก็หัวเราะคิกคักอย่างพอใจ เมื่อเห็นว่าพ่อกับแม่ดูจะรักกันและหวานขึ้นทุกวันแบบนี้“สวัสดีค่ะท่านประธาน น้องกรีน น้องเกล”“สวัสดีค่ะป้าแวว” เด็กหญิงตัวน้อยก็ประนมมือไหว้อย่างน่ารัก จนแวววรรณต้องยิ้มให้ด้วยความเอ็นดู“สวัสดีค่ะพี่แวว นี่ของฝากค่ะ” เอวาริณยื่นถุงสีน้ำตาลใบใหญ่ ที่เอามาด้วยให้แวววรรณ“ขอบใจมากจ้ะ”“คุณแวววันนี้มีงานอะไรด่วนไหม”“เอ่อ บริษัทของคุณเจต จะเข้ามาคุยงานด้วยตอน 10 โมงค่ะ”“จะถึงเวลาแล้วหนิ”“ค่ะ แววเตรียมเอกสารทุกอย่างไว้ที่ห้องประชุมเล็กแล้วค่ะ”“โอเค ไปกันเถอะกรีน”“ไปไหน”“ไปคุยงานกับคุณเจตไง”“ได้ไง ซันไปคุยเลย กรีนจะอยู่กับลูก” เธอพูดจาอย่างขัดขืน เพราะรู้ว่าเขาจะพาเธอไปเปิดตัวกับคนอื่นในฐานะภรรยา“
พอเริ่มดึกเสียงพูดคุยก็ยิ่งดังขึ้น เพราะต่างคนต่างก็ดื่มไปพอประมาณ บทสนทนาที่เต็มไปด้วยความสร้างสรรค์ดังเป็นระยะ“ฮ้าววว”มือน้อย ๆ ยกขึ้นปิดปากหาวอย่างน่าเอ็นดู ซึ่งคุณปู่ที่หลงหลานก็รีบถามทันที“ง่วงเหรอลูก”“ค่ะ”“ปู่พาไปเข้านอนนะคะ”“ค่ะ น้องเกลไปนอนก่อนนะคะ”เด็กหญิงขยับเข้าไปกอดหอมพ่อแม่ แล้วกางแขนให้ปู่อุ้มไปเข้านอน ตั้งแต่ได้อยู่ร่วมกันความสนิทสนมก็เพิ่มมากขึ้น เด็กหญิงไว้เนื้อเชื่อใจทั้งพ่อและปู่ ไม่ต่างจากแม่จนใช้คำว่าครอบครัวได้อย่างสนิทใจพอคุณชาติชัยพาหลานเข้าบ้านพัก ก็เหลือแต่คู่หนุ่มสาว ชวินทร์ที่รอจังหวะนี้มานานก็เริ่มชักชวนแม่ของลูก ออกไปคุยตามประสาคนรักเพียงลำพัง“ไปเดินเล่นกันหน่อยไหม”“ค่ะ”เขาประคองร่างบางออกไปแล้ว ยักคิ้วให้กับทศวรรษ เพราะรู้ว่าต่างคนต่างมีภารกิจซ่า! ซ่า! ซ่า!เอวาริณยืนฟังเสียงคลื่นกระทบฝั่ง แล้วทอดตามองผืนน้ำที่มีแสงจันทร์ตกกระทบจนระยิบระยับน่ามอง สายลมเย็นที่ปลิวปะทะใบหน้าทำให้เธอหวนนึกถึงวันเก่าที่เคยลำบากด้วยกัน“นึกถึงตอนที่เราเป็นนักศึกษาเนอะซัน ตอนนั้นเราลำบากกันมาก แต่ก็มีความสุขมากเหมือนกัน”“ใช่ เรามีความสุขแค่ไหนซันไม่เคยลืม กว่าจะได
หลังจากปรับความเข้าใจกันได้ เขาก็รีบจุงมือเธอพาไปจดทะเบียนสมรสทันที“นางเอวาริณ พัฒน์ธรากุล” เขาอ่านชื่อและนามสกุลเธอซ้ำอยู่หลายรอบ ด้วยความรู้สึกดีและภาคภูมิใจ ที่ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง“พอแล้วซัน รีบกลับกันเถอะ” เธอก็ได้แต่ส่ายหัวด้วยความเอ็นดู เมื่อเห็นเขากลับมาทำตัวเหมือนเดิม เป็นคนรักคนเดิมของเธอ“ครับ คุณภรรยาสุดที่รัก”“หึ ค่า คุณสามี”แล้วทั้งคู่ก็จับมือกันออกไปจากอำเภอ ด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข ที่มีอย่างมากล้นหลังจากนั้น ชวินทร์ก็พาครอบครัวย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านเรือนหอ ทำให้เอวาริณรู้ว่าเขาสร้างที่นี่ไว้เพื่อเธอจริง ๆ เพราะทุกรายละเอียดที่เธอบอกเล่า ชวินทร์ไม่บกพร่องเลยสักจุดเดียว“ทำอะไรกันครับแม่ลูก”พอกลับจากทำงานชายหนุ่มก็รีบตรงไปหาลูกเมียทันที ตอนนี้เขาให้เอวาริณออกจากงานมาเป็นแม่บ้านเต็มตัวซึ่งเธอก็ยินดี หญิงสาวใช้เวลาที่มีดูแลทั้งเขาและลูก รวมถึงพ่อสามีด้วยความเต็มใจ“กำลังเก็บดอกอัญชันไปต้มน้ำดื่มค่ะ” พูดจบเธอก็เอียงแก้มให้สามีจูบตามความเคยชิน“น้องเกลด้วยค่ะ”“ต้องอย่างนั้นอยู่แล้วค่ะ”ชวินทร์จูบแก้มนุ่มของลูกสาว ก่อนจะอุ้มลูกขึ้นจากพื้น“คิดถึงพ่อหรือเปล่าคะ”“คิดถึงค่ะ
“ให้เขาเข้าร่วมเถอะค่ะ คุณเป็นถึงผู้บริหารแล้วจะตัดสินตามอารมณ์ไม่ได้ ยิ่งได้รับความไว้วางใจให้เอื้อเฟื้อเรื่องสถานที่ ก็ควรมีเหตุผลให้มากหน่อย"“จริง หนูพูดถูก” คุณบวรรีบสนับสนุน เพราะโปรเจคที่ต้องนำเสนอครั้งนี้มันสำคัญกับเขามากจริง ๆ“เอาแบบนั้นเหรอ” ชวินทร์ถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล จนลลินกำมือแน่นด้วยความริษยา“ค่ะ ส่วนใครทำผิดเราก็ลงโทษคนนั้น”เพียะ!!!ฝ่ามือเล็กฟาดลงที่ซีกแก้มของลลินสุดแรง ภาพไปหน้านองน้ำตา และแววตาที่ฉายความหวาดกลัวของลูกทำให้เธอทนไม่ได้“นี่แก...”“ถ้ายังอยากจะอยู่เสนอโปรเจคก็หุบปาก! ฉันตบเธอในฐานะแม่ที่จะไม่ยอมให้ใครมารังแกลูกฉัน ครั้งนี้ฉันแค่สั่งสอนแต่ถ้ามีครั้งหน้าคุณจะไม่ใช่แค่โดนตบแน่!” พูดจบเอวาริณก็เดินกลับไปทางเดิม เพราะฝากลูกไว้กับแวววรรณ ที่คิดว่าไว้ใจได้ที่สุดแล้วหลายวันต่อมาจากเหตุการณ์ครั้งก่อน เอวาริณที่มึนตึงอยู่แล้ว ก็ยิ่งไม่อยากแม้แต่จะมองหน้าเขา ทำเอาชวินทร์กระวนกระวายใจทุกวัน เขาพยายามง้องอนทุกทางแต่เธอก็ปิดกั้นทุกทางเช่นกัน ขนาดว่ามีลูกสาวคอยช่วยเป็นกาวใจก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้น“แม่ขา...ดูขาพี่เหมียวสิคะ” เด็กหญิงยื่นให้แม่ดูตุ๊กตาพี่เหมียวซึ่ง
ทั้งคู่ตัดสินใจพากันมาที่ห้องประชุมใหญ่ แล้วขอขัดจังหวะการประชุมด้วยสีหน้าซีดเซียว“พี่แววคะ เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ”“เกิดอะไรขึ้น!”“เอ่อ...” แล้วทั้งสองสาวก็รีบกระซิบแวววรรณ ด้วยสีหน้าและท่าทางที่ตกใจ จนแวววรรณเองก็มีสี่หน้าที่ซีดเซียวไม่ต่างกัน“...” เอวาริณก็มองตามด้วยความแปลกใจ เพราะเห็นว่าแวววรรณ หันมามองหน้าเธออยู่เป็นระยะ“เอ่อ ท่านประธานคะ ขออนุญาตค่ะ” แล้วแวววันก็ตัดสินใจ ลุกขึ้นไปกระซิบบอกกับท่านประธาน ที่ตอนนี้เขาเริ่มจะพรีเซนต์งานสำคัญอยู่“มีเรื่องสำคัญอะไรงั้นเหรอ”“เอ่อ...คือน้องมิเกลหายไปค่ะ”“อะไรนะ!” แล้วท่านประธานก็ต้องมีสีหน้าที่ตกใจไม่ต่างกัน เขารีบหันไปมองเอวาริณ อย่างคนที่เกรงกลัว“...” ถึงจะไม่ได้พูดเสียงดังแต่เอวาริณที่นั่งอยู่ไม่ไกลมากก็ได้ยินชัดเจน หญิงสาวลุกขึ้นยืนแล้วขยับเข้าไปใกล้พนักงานสองคนที่อยู่ตรงนั้น ก่อนจะถามซ้ำ“เมื่อกี้พวกเธอพูดว่าอะไรนะ”“ไม่เกี่ยวกับเธอ”“ฉันถาม!” เอวาริณถามเสียงแข็ง“คือ...น้องมิเกล ลูกสาวท่านประธานที่ให้พวกเราดูหายไป” ถึงแม้ไม่อยากพูดด้วยเท่าไหร่ แต่ก็ต้องตอบไปด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ“...” เอวาริณหันขวับมองใบหน้าหล่อเหลาอย่า
วันต่อมาพออยู่กับคุณปู่หลายวันเข้า หนูน้อยก็เริ่มเบื่อ จนอ้อนขอตามแม่ไปทำงานด้วย“ได้ไหมคะแม่ น้องเกลอยากไปกับแม่ได้ไหมคะ”“ไม่ได้จริง ๆ ลูก แม่ต้องไปทำงาน”ถึงทศวรรษจะใจดีกับเธอแค่ไหน แต่เธอก็ไม่อาจที่จะเอาลูกไปทำงานด้วยได้ เพราะเขายิ่งใจดีเธอก็ยิ่งต้องเกรงใจ อีกทั้งเธอยังอยู่ในสถานะลูกจ้าง จึงไม่ควรเลยที่จะทำอย่างนั้น“คุณกรีนคะคุณทศมารอแล้วค่ะ”“ขอบคุณค่ะป้ายุ”หญิงสาวรีบลุกขึ้นจากโต๊ะอาหาร แล้วหอมแก้มซ้ายขวาของลูก“อย่างอแงนะคะคนดี วันนี้แม่มีงานสำคัญมากแม่ต้องไปก่อน เอาไว้วันหยุดแม่พาไปเที่ยวสนุก ๆ เลยดีไหมคะ”“ค่ะ ก็ได้” เพราะไม่อยากให้แม่เป็นกังวล ยัยหนูจึงตอบรับเสียงอ่อยพอเอวาริณไปแล้ว ชวินทร์ที่ยังนั่งอยู่ต้องเห็นสีหน้าผิดหวังของลูก เขาจึงขัดเคืองพาลโกรธที่เธอเห็นงานสำคัญกว่า แต่ก็ไม่สามารถพูดอะไรได้เหมือนกัน“งั้นน้องเกลไปกับพ่อไหมลูก ไปทำงานกับพ่อได้นะ”“จริงเหรอคะ น้องเกลไปกับพ่อได้เหรอ” น้ำเสียงและแววตาของเด็กหญิง ดูสดใสขึ้นมาทันที“จริงสิลูก วันนี้ไปเที่ยวกับพ่อนะคะ”ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็มีประชุมโปรเจคใหญ่ แต่ชวินทร์ไม่อาจทนเห็นความผิดหวังของลูกได้ จึงตัดสินใจพาหนูน้อยไปท







