LOGINเป็นทั้งความซวยและความโชคดีในเวลาเดียวกัน นักศึกษาคณะเภสัชถูกนำตัวเข้าห้องผ่าตัดอีกครั้ง ทว่าหนนี้หาใช่การดัดแปลงพันธุกรรมเพื่อรักษาโรคไม่ หากแต่เป็นการเปลี่ยนแปลงอวัยวะบางส่วนเพื่อช่วยมวลมนุษยชาติ มือทั้งสองข้างของเขากำลังจะกลายเป็นโรบอท
.
“ผมจะช่วยคนอื่นได้ใช่ไหม?”
เปรมพูดระหว่างที่ครอบแก้วยาสลบยื่นลงมาประกบเข้าที่ปาก ดวงตาค่อย ๆ สะลึมสะลือลง ระหว่างนั้นเตียงก็ถูกเข็นเข้าสู่ห้องเชือด เปรมมองเห็นหน้าหมอไม่เป็นหน้าหมอ มันกลายเป็นหน้าของพ่อแม่แล้วก็คนรักอย่างมิวท์แล้วก็แพรวแทน
.
หลายวันผ่านไป
.
เวลาแห่งการรอคอยของเหล่าคณะแพทย์ก็มาถึง การผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะดำเนินไปได้ด้วยดี ร่างของเปรมถูกเข็นออกมาพร้อมกับแคปซูลทรงวงรีขนาดเท่ามนุษย์ ตัวของเขาถูกจับยัดไว้ในนั้น มีสายยางระโยงระยางเสียบติดตรงนั้นตรงนี้เต็มไปหมด เปรมหลับตาพริ้มราวกับเด็ก ๆ ด้วยความสัตย์จริงว่าเขาดูแข็งแรงขึ้นมาก แม้จะเห็นเพียงใบหน้ากับนัยน์ตาผ่านช่องกระจกเล็ก ๆ บนแคปซูล แต่แค่นั้นก็มากพอแล้วที่จะทำให้พวกคุณหมอตื่นเต้นกระวนกระวาย
.
“จะได้ผลไหมครับหมอ การผ่าตัดฝังเครื่องจักรลงอวัยวะของพวกเรา?”
หมอหนุ่มคนหนึ่งหันไปถามอาจารย์แพทย์เจ้าของโปรเจค
.
“ต้องได้สิ เราไม่ได้ทำทั้งตัวเราดัดแปลงใช้แค่บริเวณฝ่ามือ คงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงหรอก”
อาจารย์ตอบ
.
“ผมก็ว่างั้นครับ งั้นเรากดปุ่มเปิดแคปซูลกันเลยนะครับ”
.
“อืม..เอาเลย!”
.
แววตาเต็มไปด้วยความหวังเช่นเดียวกับกลุ่มหมอในทีมคนอื่น ๆ พวกเขายืนล้อมกันเป็นวงเต็มห้องผ่าตัด โดยมีแคปซูลของเปรมนอนนิ่งอยู่ตรงกลาง หากการทดลองนี้สำเร็จไวรัสหน้าไหนก็ไม่ต้องกลัวอีกแล้ว เปรมจะกลายเป็นคนกึ่งเครื่องจักรเขาจะเป็นกองกำลังหลักที่จะออกไปปกป้องทุกคนบนโลกใบนี้
.
“ครืดดดดด!”
.
“ฟู่!!!!!”
.
ประตูแคปซูลสไลด์เปิดลงด้านล่าง ระหว่างนั้นฐานที่ค้ำยันก็ชันตั้งขึ้นด้วยชุดขับดันไฮดรอลิก สายน้ำเกลือสายไฟระโยงระยางทยอยหลุดออกทีละเส้นสองเส้น ควันโขมงโฉงเฉง สอดคล้องกันกับร่างเปลือยไซต์หนาของเปรม ที่ก้าวเท้าออกมาราวกับกัปตันอเมริกาจากหนัง The avenger
.
“สวัสดีครับทุกคน ผมดูเป็นไงบ้าง~?”
.
เสียงหล่อเป็นห่อหมกยังไม่สู้เสียงปรบมือของพวกคุณหมอที่กระโดดโลดเต้นดีใจ การทดลองนี้สำเร็จอย่างสง่างาม พวกเขาสามารถทำให้ร่างทดลองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แค่พริบตาแรกที่ตื่นขึ้นมาเปรมก็มีปฏิกิริยา มีความทรงจำ และมีการตั้งคำถามเพื่อแสวงหาคำตอบ นี่คือคนเหนือมนุษย์เป็นกึ่งคนกึ่งโรบอทที่ทรงประสิทธิผล
.
“เพอร์เฟคมาก ล้ำค่าที่สุด”
หมอเจ้าของโปรเจคพูด ในใจแกคิดไปไกลแสนไกลว่าตั้งแต่ทำงานมาเคสนี้น่าจะเป็นเคสที่ภูมิใจที่สุดแล้วในชีวิต
.
สวมเสื้อผ้าปิดบังความโป๊กันอยู่ครู่ใหญ่ และจังหวะนั้นเองที่ทำให้เปรมรู้สึกประหลาดใจ เขาชำเลืองสายตาไปทางหมอพลันโพล่งคำถามออกไปโดยไม่มีความเกรงใจใด ๆ ทั้งสิ้น
.
“เยี่ยมจริง ๆ เหรอครับหมอ?”
“ใช่เหรอครับ? ทำไมผมถึงรู้สึกขัด ๆ ตรงฝ่ามือจัง”
.
พูดไปพลางพลิกฝ่ามือตัวเองขึ้นมาดูด้วย รอจนกระทั่งกลุ่มควันเริ่มจาง ทัศนียภาพในห้องกลับมาเป็นปกติ
.
“เนี่ยะ!?”
“ไอ้จุกกลม ๆ เท่าฝาโค้กนี่คืออะไรกัน?”
.
เงียบกริบไร้สัญญาณตอบรับจากคณะแพทย์ท่านใด ยกเว้นอาจารย์หมอเจ้าของโปรเจคที่จู่ ๆ ก็พาตัวเปรมออกไปนอกโรงพยาบาล เจตนาของแกคือการพาตัวทดลองออกไปทดสอบสมมติฐานสุดท้าย แล้วก็ต้องการพาเปรมออกไปให้เห็นกับตาตัวเอง ว่าระหว่างที่เขารับการผ่าตัดอยู่นั้น หลายวันที่ไร้ซึ่งเลือดของเขาในการช่วยเหลือผู้คน วิกฤตการณ์ข้างนอกเลวร้ายบรรลัยขนาดไหน
.
ร้างเป็นป่าช้าคือนิยามที่เปรมเห็น ต้นไม้ใบหญ้าแห้งสนิทแม้แต่ลมที่พัดเข้ามาโดนร่างก็ยังแสบซ่านไปทั้งตัว ตึกระฟ้าเต็มไปด้วยรอยร้าวแตกระแหง ซีเมนต์ที่ว่าแกร่งร่วงหลุดเป็นขุยปลิวเป็นเศษขี้กาก Covid-19 กัดกินทุกสรรพสิ่ง มันฆ่าไม่เลือกไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตหรือไม่มีชีวิต ยิ่งเป็นช่วงที่เปรมถูกนำตัวไปผ่าตัดด้วยแล้ว อานุภาพการทำลายล้างของมันยิ่งมากขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ
.
“ฟับ!”
เสียงกดสวิทซ์เรียกใช้งานหน้ากากครอบแก้ว และเพียงเสี้ยวอึดใจเดียววัสดุโปร่งใสก็ตวัดออกมาคลุมทั้งศีรษะของคุณหมอเอาไว้
.
“เราจะไปกันแค่สองคนนะคุณเปรม เพราะชุด PPE ของหมอท่านอื่นป้องกันเชื้อไวรัสสุดเข้มข้นจากภายนอกไม่ได้ หวังว่าคุณคงเข้าใจ”
.
“เข้าใจอะไรครับหมอ? นี่หมอคิดจะทำอะไรกันแน่? ให้ผมรู้อะไรบ้างสิ!"
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความโมโห เปรมดูหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด
.
ตอกย้ำว่าการทดสอบขั้นที่หนึ่งสัมฤทธิ์ผล หมอใหญ่จัดแจงจดบันทึกว่าร่างทดลองสามารถต้านทานต่อเชื้อไวรัสได้โดยไม่ต้องใส่หน้ากากครอบแก้ว เชื้อไวรัสที่อยู่ในอากาศไม่มีผลต่อระบบทางเดินหายใจของโรบอทเปรม
.
แล้วแกก็พูดเสริมขึ้นอีกว่า
.
“ดี! ถือว่าคุณพร้อมแล้ว”
“งั้นผมจะพาคุณไปพิสูจน์สมมติฐานสุดท้าย ไปเช็คกันหน่อยว่าจุกบนฝ่ามือคุณใช้งานได้รึเปล่า?”
.
“อ่ะ.. เอิ่ม.. ครับ เชิญนำไปเลย~!”
.
เดินย่ำเท้าฝ่าดงความเสี่ยงกันต่ออีกร่วม 5 นาที หมอผู้ใส่หน้ากากครอบแก้วจาก AP ก็หยุดฝีเท้าลงตรงบริเวณทางเท้าแห่งหนึ่ง ติดกันเป็นถนนคอนกรีตที่ไม่มีรถวิ่ง สองข้างทางมีแต่รถผุ ๆ พัง ๆ เพราะแม้แต่สนิมก็ยังขึ้นไม่ทันความเร็วของไวรัสมรณะ ทว่าครานั้นก็ยังอุตส่าห์มีลุงแก่ ๆ ที่เป็นขอทานคนหนึ่งนั่งพิงถังขยะอยู่
.
แกคือสิ่งหายากในเมืองหลวงแห่งนี้ เพราะผู้คนล้วนต้องซ่อนตัวหลบอยู่แต่ในบ้าน คุณหมอก็เลยกระซิบกับเปรมขึ้นมาเบา ๆ
.
“ขอทานคนนี้ติดเชื้อ Covid-19 ร้อยเปอร์เซ็นต์ เขาตายแน่ถ้าคุณไม่ช่วย”
.
“บ้า?!”
“แล้วจะให้ผมช่วยยังไง ก็สกัดเลือดผมไปใช้อีกซะสิ”
.
“ไม่ ๆ ๆ ไม่ต้องทำแบบนั้นแล้วคุณเปรม ก็จุกก๊อกบนฝ่ามือคุณนั่นไงเปิดมันออกซะสิผมจะได้บันทึกข้อมูลเก็บไว้ ถ้าการทดสอบสกิลการรักษาหนนี้ผ่านล่ะก็ พรุ่งนี้คุณออกทำงานภาคสนามกับทีมผมได้เลย”
คุณหมอยังคงกระซิบพลางกระเถิบตัวไปยืนด้านหลัง แล้วก็ควักโทรศัพท์ออกมาบันทึกภาพเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นเอาไว้
.
เช่นกันกับเปรม เขาสูดลมหายใจที่มีแต่เชื้อไวรัสร้ายเข้าไปจนเต็มปอด ก่อนจะหงายฝ่ามือขึ้นพลางหมุนหมุดเกรียวออกจากรูสกรู โดยที่แววตายังคงจับจ้องเป้าหมายที่เป็นขอทานเอาไว้
.
“พลาดก็แค่ตาย แต่ถ้าเราไม่ทำแกก็ตายอยู่ดี งั้นขอผมลองหน่อยนะลุงอโหสิกรรมให้ผมด้วยนะ”
.
.
“แกร๊กกก!”
"ด็อกเตอร์ไฟเริ่มมอดแล้ว!"แพรวตะโกนพลางใช้เสื้อคลุมตะปบลงบนตัวของเฟิงฉินด้วยความรุนแรง.สอดคล้องกันกับมิวท์ที่เริ่มมองเห็นช่องว่่างระหว่างแนวไฟสีม่วง ที่โหว่เป็นรอยเว้าพอที่จะวิ่งแทรกตัวออกไปได้ ไม่รอช้าเธอรีบลากตัวเฟิงฉินที่สลบเหมือดออกไปทันที ร่างกายของเขาไถลไปกับพื้นครูดไปกับดิน มิวท์ลากขาส่วนแพรวยกแขนสภาพดูทุลักทุเลมาก ร้อนก็ร้อนแต่ก็ต้องทำในเมื่อมีจังหวะและโอกาสพอที่จะเป็นไปได้ ถ้าไม่โดนด็อกเตอร์หัวฟูฉุดรั้งเอาไว้ก่อน แกเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อของแพรวเอาไว้ ก่อนจะพูดขึ้น."จุ๊ ๆ จุ๊ ๆ ไม่ต้องเสียแรงทำอะไรแบบนั้นหรอกพวกเธอ ฉันขอแค่ 10 วินาที แค่เสี้ยวอึดใจที่นี่ก็จะกลับมาเป็นปกติ""แล้วก็เลิกพยายามได้แล้ว พ่อหนุ่มนั่นไม่รอดหรอกไม่สังเกตเลยรึไงว่าเขาหยุดหายใจไปตั้งนานแล้ว!".แพรวมองตามเป็นพัลวัน น้ำเสียงสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้."บ้า! ไม่จริงน่ะด็อกเตอร์~!".10 , 9 , 8 , 7 , 6 นับถอยหลังยังไม่ถึงศูนย์ดี กำแพงเพลิงสีม่วงอเมทิสต์ก็เริ่มลดระดับความรุนแรงลงตามที่ด็อกเตอร์บอก พวกมันด้อยพิษสงลงประหนึ่งงูเห่าที่ถอดใจยอมแพ้ต่อพญาพังพอน แสงสว่างเริ่มจางลงความร้อนเริ่มส่างซา เปิดช่องให้ลม
ประหนึ่งดาวตกที่หลงทิศ กระสุนบ้านม่วงไม่ได้หล่นลงมาจากฟ้าแต่พุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน วิถีความรุนแรงกับไอพ่นเรียกได้ว่าลอยผ่านที่ไหนก็วอดวายที่นั่น สะเก็ดละอองไฟปลิวว่อนร่วงไปตามทาง มองผ่าน ๆ เหมือนกากเพชรแสนสวย แต่หารู้ไม่ว่าร่วงโรยโดนสิ่งใดการลุกไหม้แบบไวโอเลตก็จะเกิดขึ้นในทันที!.ยอดตึกสูงระหว่างทางล้มระเนระนาด! บางหลังแหว่งเว้าไปทั้งด้านทั้งที่กระสุนบ้านแค่พุ่งเฉียดไปแบบเฉี่ยว ๆ มีแต่ตายกับตายถ้าเปรมโดนเจ้านี่เข้า หนำซ้ำเขาที่เป็นถึงจักรพรรดิแห่งเชื้อก็ไม่ได้รู้ตัวถึงภัยคุกคามที่กำลังเกิดขึ้นเลย เครดิตคงต้องยกให้สองหัวหน้าหน่วยผู้เสียสละชีพ แนวปะทะที่ชานเมืองทำให้โฟกัสของเปรมเบี่ยงเบนไป เขาต้องใช้สมาธิระดับสูงในการควบคุมกองทัพนับล้านที่เพิ่มพลังให้แก่ตัวเองผ่านการเซ็กส์หมู่ จึงเป็นอะไรที่ยากมากในการกำกับดูแล.ประกอบกับความประมาทอันไม่คาดคิด ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะว่าโลกใบนี้จะมีมนุษย์บ้าคนหนึ่งที่ยิงบ้านทั้งหลังเข้ามาใส่เขาได้! ประมุขแห่งองค์กรก็เลยไม่ได้เตรียมการใด ๆ สำหรับเรื่องนี้ไว้เลย.แสงสีม่วงสว่างวาบย้อมท้องฟ้า กระสุนบ้านลอยแหวกผ่านน่านฟ้าที่เคยเป็นสีแดงช้ำเลือดช้ำหนองมาอย่างทรนง
บ้านไม้ชั้นเดียวหมุนเชื่องช้าอยู่บนเนินดิน พลันย้ายส่วนของหน้าบ้านที่เคยอยู่ในทิศใต้ให้หมุนหันมาทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มองเห็นอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัท AP ได้จากระยะไกล ความรโหฐานระฟ้าของมันกำลังเป็นภัยให้แก่ตัวเอง ก่อนที่ต่อมาไม่นานตัวหลังคาของบ้านก็เริ่มมีอาการผิดปกติ เหล่าแผ่นกระเบื้องพากันสั่นระงมรวดไปทั้งแผง เศษผงฝุ่นมูลดินที่เคยเกาะกรังร่วงกราวลงมากองอย่างน่าสงสาร."ฟึมมม~! , ฟู่~!"ลมตีกระพือฝุ่นฟุ้งกระจาย ตามติดมาด้วยการตะโกนสวนออกมาของด็อกเตอร์."ฉันมีโอกาสแค่ครั้งเดียวถ้าหากพลาดแรงระเบิดจะเฉียกเราเป็นชิ้น ๆ ! พวกเธอรีบไปหาที่หลบซะ! ถ้าจะมีคนตายก็ขอให้เป็นฉันเพียงคนเดียว! , ไป!"ถ้อยสำเนียงสะท้อนก้องกังวานราวกับข้างในมีไมโครโฟน นั่นเหมือนคำพูดเสียสละของคนที่พร้อมจะพลีชีพ ซึ่งก็อาจจะจริงเพราะชั่วยามนี้คนอย่างด็อกเตอร์ก็ไม่เหลืออะไรอยู่แล้ว.แพรว , มิวท์ , เฟิงฉิน เร่งทำตามคำสั่งเสีย เสี้ยวหายใจที่ทั้งสามวิ่งกุลีกุจอหนีห่างออกมา หางตาด้านหลังก็ได้เห็นว่าหลังคาบ้านที่เคยชนกันเป็นหน้าจั่วนั้นได้ทิ้งตัวครือลงมาทั้งแผง บทบาทการกันแดดกันฝนได้จบลงทันที พวกมันสั่นกระเพื่
มองที่ด้านหลังเห็นปลั๊กไฟเสียบใส่เต้ารับไว้แน่นหนา เอามืออังแถวด้านข้างยังสัมผัสได้ถึงความเย็นที่แทรกซึมออกมาจากตัวตู้ได้เล็กน้อย ไม่ผิดแน่แพรวค่อนข้างมั่นใจ ว่าในตู้ใบนี้จะต้องมีเบียร์แช่ไว้เป็นลัง ๆ เธอพยายามมองภาพหลาย ๆ มุม พยายามคิดแทนคุณพ่ออีพีว่าในชั่วยามแบบนี้ ยังอยากจะแดกแอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสโลหิตอยู่อีกเหรอ คิดไปก็ปวดหัวสู้โพร่งถามออกไปตรง ๆ เลยดีกว่า ว่าแล้วสาวผมส้มก็ผละตัวเองออกมาเพื่อเปิดทางให้เฟิงฉินเข้ามาช่วย เธอสะกิดหลังด็อกเตอร์ไปสองสามที."ด็อกเตอร์คะ? , ด็อกเตอร์คะ? , คือ!"."อุ๊ย!".ตกใจสะดุ้งโหยงยังไม่ทันถามได้ศัพท์ดี ทั้งมิวท์และแพรวต่างก็สะบัดตัวหนีออกมาจากระยะ ด้วยความสัตย์จริงว่าเป็นอะไรที่ประหลาดตามาก เพราะทันทีที่เฟิงฉินขูดสติกเกอร์โลโก้ยี่ห้อที่ติดอยู่ตรงกลางออกจนหมด ตัวตู้เย็นที่สูงราว 4 ฟุตครึ่งอันนี้ก็ขยับเขยื้อน มันสะบัดตัวเองราวกับมีชีวิต แถมยังพ่นไอเย็นออกมาจากด้านล่างวูบหนึ่ง."ฟู่~!"."เหอะ.. ฉันอยู่กับไอเย็นมาทั้งชีวิตเถอะ แค่นี้คงไม่ทำให้ต้องกลัว"เฟิงฉินคิดในใจ ตามติดมาด้วยการเอ่ยเสียงถามด็อกเตอร์ว่าจะให้ทำไงต่อ."ตรงนี้เหมือนมีรูให้เสียบอะไ
ปุ่มสวิตซ์ถูกกดไปตั้งแต่อยู่บนรถ ปล่อยเวลาผ่านเลยไปเล็กน้อยบ้านทั้งหลังก็จมหายยุบลงไปใต้ดิน! นี่คือระบบป้องกันตัวเองที่ด็อกเตอร์ออกแบบไว้นานแล้ว เพื่อใช้ป้องกันตัวบ้านไม่ให้โดนไวรัสกัดกร่อน แกมีนวัตกรรมเจ๋ง ๆ แบบนี้หลายอย่างเพียงแต่เป็นพวกเราเองที่ไม่ได้โฟกัสมาที่แกตั้งแต่แรก กลับมัวแต่ตามติดชีวิตของแพรวกับความมะรุมมะตุ้มเละเทะของเนื้อเรื่อง จนหวิดจะออกทะเลอยู่หลายรอบ.ซึ่งจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้วเพราะนี่คือศึกสุดท้าย มีแผ่นเหล็กขนาดเท่าบานประตูสองบานวางแผ่หลาอยู่บนสนาม ตรงตำแหน่งที่เคยเป็นตัวบ้านมาก่อน ลักษณะของมันคล้ายกับประตูบานพับที่แข็งแรงแต่กลับวางนอนอยู่บนพื้น ไม่ได้ตั้งขนานกับพื้นโลกอย่างที่ควรจะเป็น แพรวที่อยู่ใกล้กับด็อกเตอร์เลือกที่จะทอดสายตาต่ำลง พลางเพ่งมองไปยังฝ่ามืออันหยาบกร้านของชายสูงอายุ พอดีกันกับมิวท์และเฟิงฉินที่เร่งเดินตามมาติด ๆ."อะไรอ่ะแพรว.. ไม่เห็นจะมี! , อุ๊บ!".โดนจ่อนิ้วเข้ากับริมฝีปาก ยินเสียงจี่จากแพรวทำให้เฟิงฉินกับมิวท์ต้องเงียบลงในทันใด ทุกคนต่างจ้องมองไปยังกระบวนการในการเปิดประตูอันพิลึกพิลั่นนั่น."เงียบก่อนอย่าเพิ่งพูดอะไร ประตูทางลงอุโมงค์มีเซ็นเ
"ซ่าาาาา , ซ่าาาาา , ครืดดด.. ด.. ด.. ด , ครืดดด.. ด.. ด.. ด"ตามปกติถ้าเปิดวิทยุก็จะได้ยินเสียงประมาณนี้.แต่หนนี้กลับเป็นอะไรที่แตกต่างออกไป แพรวถึงกับกระชากตัวเครื่องออกมาจากช่องเสียบหน้าคอนโซลรถ แล้วเอามาแนบหูตัวเองให้ถนัดถนี่ โชคร้ายที่ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นเลย! เพราะเสียงที่ดังกลับมาก็มีแต่เสียงสะท้อนจากปลายกระบอกปืน."ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง!"."อ๊ากกกก! , เอื๊อกกกก! , อ๊ากกกก.. ก.. ก.. , อ๊ากกกก!".ถ้อยสำเนียงผนวกรวมกับเสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยอง บ่งบอกถึงสถานการณ์ที่เป็นอยู่ทางฟากโน้น หัวหน้าหน่วยทั้งสองและลูกทีมหลักร้อยคงไม่มีใครรอด แม้แต่ลูกทีมของเฟิงฉินที่พูดแต่คำจีนใส่กันก็ไม่มีการวิทยุตอบกลับมาแต่อย่างใด พวกเขาน่าจะตายคาสมรภูมิเยี่ยงทหารดินเผาของจิ๋นซีฮ่องเต้ และตอนนี้ก็คงจะเหลือแต่เฟิงฉินผู้เป็นหัวหน้า กับมิวท์ , แพรว , แล้วก็ด็อกเตอร์ ที่เป็นดั่งความหวังสุดท้าย.แพรวลองจูนสัญญาณคลื่นวิทยุไปอีกหลายย่าน แต่ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิมคือเงียบสนิท! ไม่ม่วี่แววว่าจะมีเสียงใดลอดเข้ามา เว้นก็แต่เสียงร้องคำรามของพวกผู้ติดเชื้อที่ดังไม่หยุดหย่







