LOGIN"เป็นธรรมดาที่เธอโดดเดี่ยว.. ทำอะไรเหมือนเธอเดินอยู่คนเดียว.. เหน็ดเหนื่อยกับปัญหาไม่มีใครม๊าาาา! เข้าจัยยยย! ♫!" เปิดหัวมาด้วยเพลงเก่าของวงโปเตโต้ที่โคตรจะเข้ากับสถานการณ์ แพรวในตอนนี้ไม่ได้อยู่ในสถานะโดดเดี่ยวอย่างที่ใครคิด เธออาจจะผิดหวังจากการให้ใจผู้ชาย แต่นั่นก็ใช่ว่าทุกสิ่งจะต้องพังทลายลงซะหน่อย แพรวยังมีเพื่อนยังเหลือ "พี" กับ "มิวท์" สองเพื่อนซี้ที่คบกันมาตั้งแต่สมัยปีหนึ่ง พวกเขามีพื้นเพเป็นคนกรุงโดยกำเนิด ก็เลยไม่มีความจำเป็นต้องขนย้ายข้าวของกลับภูมิลำเนาเหมือนเพื่อนคนอื่น ๆ
.
เคยได้ยินถ้อยคำจากโฆษณาเหล้าเบียร์ตัวหนึ่งที่บอกว่า "มิตรภาพ.. เหล้าสร้างไม่ได้" ไหม? เห็นทีจะไม่จริงแล้วล่ะ! ก็ในเมื่อกลุ่ม 3 สาวยังควงแขนกันไปนั่งดื่มที่ร้านประจำละแวกมหาลัยอยู่เลย
.
"ใครบอกว่าแกเป็นสาวยะ.. แกมันกระเทยอีพี!"
แพรวที่เมาน้ำแดงเฮลบลูบอยมาตั้งแต่บ่ายสำลอกออกมาเป็นคำพูด เธอเดินโซเซตั้งแต่ก้าวแรกที่ย่างกายออกมาจากหอ แถมยังคล้องแขนเพื่อนตัวโตเอาไว้แน่น
.
"เดี๋ยวแม่ทิ้งให้นอนข้างถนน! ปากหรือโถส้วมยะหล่อน! ถึงฉันไม่ใช่ชะนีฉันก็ไม่เคยโดนผู้ชายทิ้งเหมือนแกย่ะ! "
.
"อีตุ๊ด!"
.
"ตุ๊ดแม่แกสิ!"
"มึงต่อยกับกูไหมแพรว! ตุ๊ดอะไร! หรือมึงจะเอา!"
.
"เอาดี๊.. จะเอาก็ได้!"
.
โดนพูดแทงใจดำหน่อยเดียวพีเพื่อนซี้ก็ถึงกับน็อตหลุด ร่างหนาของเขาสะบัดแขนแพรวออกโดยพลัน คีย์เสียงนี่เปลี่ยนเป็นทุ้มต่ำราวกับอมฮอลล์ผสมโอเล่ ว่ากันว่าชายต่อยหญิงถือเป็นสิ่งผิดแต่ถ้าเป็นตุ๊ดต่อยหญิงล่ะก็ ตามประเพณีอาจจะได้รับการยกเว้น
.
ร่างบางกราวรูดลงกับพื้นในทันใด แพรวนั่งพับเพียบอยู่กลางลานจอดรถ เคราะห์ดีที่มิวท์เพื่อนสนิทอีกคนตรงเข้ามาขวางเอาไว้ได้ เหมือนเธอจะแวะออกไปรับโทรศัพท์อยู่ครู่หนึ่ง พอหันมาอีกทีเพื่อนซี้ก็ทะเลาะกันจนถึงขั้นลงไม้ลงมือซะแล้ว
.
"กรี๊ดดดดด! อะไรกันเนี่ยะทั้งสองคน! หยุดเดี๋ยวนี้นะ! ห่างสายตาแค่แป๊บเดียวจะตีกันอีกแล้ว เธออ่ะผิดพีก็รู้อยู่ว่าเพื่อนอกหักแพรวกำลังต้องการที่พึ่งทำแบบนี้กับเพื่อนได้ยังไง.. ขอโทษแพรวเดี๋ยวนี้นะ!"
.
"แต่ฉัน...."
.
"ไม่ต้องเลย! มิวท์โกรธจริง ๆ ด้วยนะถ้าพีไม่ขอโทษ"
.
แล้วก็นี่แหละคือคาแร็คเตอร์ส่วนตัวของมิวท์ เธอเป็นสาวตัวเล็กตาโตกลมสวย ตัดผมหน้าม้าปล่อยตีนผมจรดแผ่นหลัง ว่ากันว่าสระผมทีมิวท์ต้องใช้ช่างจากร้านประจำถึง 3 คน เธอเป็นลูกคุณหนูผู้ซึ่งที่บ้านทำกิจการห่าเหวอะไรก็ไม่รู้ แต่ละวันที่ผ่านพ้นเธอเห็นเพียงคุณพ่อคุณแม่แต่งชุดสวย ๆ ถือแฟ้มเอกสารเดินไปเดินมาอยู่ในบริษัท แล้วสิ้นเดือนก็จะมีเงินลอยเข้าบัญชีมาเอง
.
สาวร่างเล็กรายนี้เป็นคนที่รักความยุติธรรมมาก แถมยังรักเพื่อนเป็นที่สุด เธอคือหญิงสาวที่สวยที่สุดในสาขาใคร ๆ ต่างพากันชอบเธอ แต่สุดท้ายมิวท์ก็เลือกที่จะอยู่กลุ่มเดียวกับ "พี" แล้วก็ "แพรว" ผองเพื่อนตัวร้ายที่อยู่ด้วยกันทีไรมีอันต้องหาเรื่องต่อยตีกันได้ตลอด กับหนนี้ก็ด้วยที่เธอต้องตวาดดุพีขึ้นอีกครั้ง!
.
"ว่าไงล่ะพี.. พยุงแพรวขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะ!"
.
แก้มป่องบวมตุ่ยท่าทางน่ะคือโกรธ แต่ดูแล้วออกแนวน่ารักเหมือนปลาทองในตู้กระจกมากกว่า
.
"เออ ๆ ฉันช่วยก็ได้ ฉันขอโทษแพรวส่งมือมาสิ~"
.
แต่ทว่า!
.
"เอ้าอีดอก! , อีเวรนี่! , ทำไมมึงไปไม่รอเพื่อนรอฝูง!"
.
เห็นจะจริงอย่างที่พีบอก เพราะทันทีที่หลุบสายตาลงมาแพรวก็วิ่งแจ้นเข้าไปในผับซะแล้ว
.
"ตุ๊บ ๆ ๆ ๆ , ตุ๊บ ๆ ๆ ๆ "
เสียงฝีเท้ากระทบพื้นรัวรันหน้าอกมิวท์กระเพื่อมเด้งดึ๋งดั๋ง ตัวไม่ใหญ่แต่ไฟหน้ามาเต็ม หล่อนจ้วงเท้าตามแพรวไปอย่างไม่ลดละ พลันปล่อยให้พียืนงงในดงอากาศ
.
รอบตัวเขาไม่มีใครเลย ลานจอดรถของผับแห่งนี้ว่างจนเอาสเก็ตบอร์ดมาไถเล่นได้ ทำเอาเจ้าตัวถึงกับเบะปากส่ายหน้า บางทีแพรวอาจจะรู้ตัวว่าเวลามีจำกัด เพราะงั้นเธอถึงได้รีบวิ่งเข้าไปในผับโดยไม่รอให้ใครสังเกตเห็น
.
"เฮ่ย! อีแพรว! มึงโกรธเขาหรือมึงหิวเหล้ากันแน่.. อีดอก!!"
พีตะโกนส่งท้าย
.
ครึ่งนาทีผ่านไปทุกคนก็มาหยุดอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าต่างคนก็ต่างอึ้ง โดยเฉพาะแพรวที่ถึงกับตาตื่น เธอส่างไปกับป้ายประกาศขนาดใหญ่ที่ติดไว้หน้าร้าน ซึ่งมีข้อความเขียนไว้ว่า
.
"ตามอำนาจของพรก.ฉุกเฉิน เนื่องจากสถานการณ์โรคระบาด covid-19 ที่ทวีความรุนแรง ทางร้านขอปิดให้บริการในทุกพื้นที่ ตั้งแต่วันนี้ - 30 เมษายน 2563 จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ขออภัยในความไม่สะดวก"
.
"เชี่ย! ได้ไงวะ? เมื่อวานยังเปิดอยู่เลยนี่นา"
เฮลบลูบอยจางหายไปกับกระแสเลือด น้ำตาลในนั้นไม่อาจทำให้แพรวเสียการควบคุมได้อีกต่อไป ตาเธอตื่นเต็มร้อยยกมือขึ้นสางผมสีแดงแล้วก็ยี ๆ ๆ ขยี้ ๆ ๆ จนเละเทะยุ่งเหยิงหงุดหงิด
.
"ถุย! ให้มันได้แบบนี้สิวะ!"
มวลน้ำลายปลิวโค้งเป็นกราฟพาราโบล่า ก่อนจะหล่นแหมะเฉียดหลังตีนพีไปแค่ไม่กี่มิล
.
"อีแพรว!!"
.
"อะไร๊!!"
.
"อีสกปรก! เป็นผู้หญิงยิงเรือไม่รู้จักมีมารยาท กูบอกมึงแล้วว่า covid มันระบาดเชื้อโรคเยอะแยะมึงก็ลากกูมา เดือดร้อนกูกับมิวท์ที่ต้องขับรถออกมาปรนเปรออารมณ์มึงเนี่ยะเห็นไหม แล้วจะบอกอะไรมึงอย่างนะ มึงเองก็เรียนแลปเทคนนิคการแพทย์มาเหมือนกู มึงไม่รู้รึไงว่านำลายมันเป็นแหล่ง...ง....ง...ง"
.
"อุ๊บ!"
.
"หมับ!!"
.
ตัดจบด้วยอิทธิฤทธิ์ของมือบางที่มองไม่เห็น เมื่อจู่ ๆ มิวท์ก็โผเข้ามาจากทางด้านหลัง เธออ้อมมาในจังหวะที่พีกระเทยร่างโย่งกำลังพ่นฝอยน้ำลายด่าแพรวฉอด ๆ
.
"ชู่วววววว....เงียบได้แล้วจ่ะพี^^"
.
"หมับ!!"
.
"เธอเองก็ด้วยนะแพรวใจเย็น ๆ กันก่อน สถานการณ์แบบนี้ต้องใส่หน้ากากอนามัยป้องกันเอาไว้ พวกเราจะได้ไม่ติดเชื้อฉันเองก็จะใส่ด้วย นี่ไงเห็นไหม ^^"
.
มือเรียวของมิวท์ล้วงเข้าไปในกระเป๋าสะพายข้างแบบผู้หญิง ว่ากันว่าในนี้มีของสารพัดสิ่งที่ถ้าค้นกันจริง ๆ อาจจะมีโดเรม่อนตัวเป็น ๆ นอนขดอยู่ภายใน เธอใส่หน้ากากผ้าสีชมพูที่โคตรคูลและน่ารัก หนำซ้ำยังควักเอาเสปรย์ฆ่าเชื้อแบบพกพาออกมาพ่นฟู่ ๆ ๆ ~~ ฟู่ ๆ ๆ ~~! ขึ้นไปกลางอากาศเอาให้สะอาดไปทั้งบริเวณ
.
"นะ...นี่มัน..น..น !?"
เพื่อนผู้อกหักผายมือออกสองข้าง ก้มหน้ามองละอองฝอยที่เกาะอยู่ตามตัว และถึงแม้จะซ่อนอยู่ใต้หน้ากากแต่มิวท์์ก็พอเดาออกอยู่ดีว่าปากของแพรวคงจะเหวออยู่ภายใน
.
"พวกเราจะได้ปลอดภัยไงจ๊ะ.. มิวท์เป็นห่วงแพรวนะ ^^ แล้วก็ห่วงพีด้วย ^^"
.
"ชิ! ฉันตกใจแทบตายนึกว่าโดนการ์ดร้านล็อคตัว! แล้วนี่เราจะเอาไงต่อ.. กลับไหม.. เขาเคอร์ฟิวตอนสี่ทุ่มด้วยนะอย่าลืม พวกเราไม่มีเวลาถ้าแกอยากระบายนักก็ซื้อเบียร์เซเว่นกลับไปนั่งดื่มที่หอฉันก็ได้ฉันยกห้องให้เลย"
พีออกความเห็น
.
ฝั่งแพรวเองก็ดูเป็นกังวลเป็นอย่างมาก เธอรู้อยู่แกใจว่าห้องพีนั้นเป็นห้องของผู้ชายซึ่งไม่ได้มีแค่พีเพียงคนเดียว ตลอดระยะเวลา 3 ปีมานี้ไม่รู้พีเอาผู้ชายมาฟัดเป็นจำนวนเท่าไหร่ พระนครร้อยกว่าคนฝั่งธนยังไม่ได้นับ กลิ่นน้ำกามคงจะเหม็นหึ่ง นึกถึงภาพกางเกงในที่ผึ่งอยู่ตรงระเบียงแล้วอื้อหืออออ.. โคตรขยะแขยง..ง..ง..ง
.
"ไม่ได้ ๆ ๆ จะไปห้องพีไม่ได้! ฟิวมันไม่ใช่แล้วมิวท์ก็จะไม่ปลอดภัยเอา เกิดพีเมาแล้วหน้ามืดทำอะไรมิวท์ขึ้นมาล่ะ ไม่ได้ ๆ ๆ !"
แพรวคิดในใจ หล่อนเดินง่วนกอดอกหันรีหันขวาง
.
เดชะบุญที่มิวท์คิดอะไรดี ๆ ออก ซึ่งเป็นอีกครั้งที่เพื่อนซี้รายนี้ได้ทำตัวเป็นฮีโร่ เธอบอกว่าเรื่องนี้ไม่ต้องเป็นห่วงเธอรู้จักกับคนในผับ เจ้าของร้านน่าจะเป็นหุ้นส่วนกับคุณพ่อ ซึ่งถ้าหากเราเคาะประตูแล้วลองขอร้องเขาดี ๆ บางทีเขาอาจจะเปิดให้เข้าไป
.
"ก๊อก ๆ ๆ , ก๊อก ๆ ๆ"
.
เศษเสี้ยวหนึ่งของประตูแง้มออกมา ข้างในเป็นเศษเสี้ยวสายตาของเด็กหนุ่มหน้าสิวคนหนึ่งที่ส่องออกมาโต้ตอบเช่นกัน เขาคงจะเป็นหนึ่งในพนักงานที่ไม่ได้รับผลกระทบ จึงถูกเจ้าของร้านมอบหมายงานให้เฝ้าที่นี่เอาไว้
.
"ผับปิดนะครับ วันนี้ไม่เปิด"
เขาพูด
.
"จ๊ะเค้ารู้แล้ว แต่ตัวเองแบบ.. ช่วยให้เค้าเข้าไปหน่อยได้ไหมอ่ะ~"
มิวท์พยายามอ้อน เธอตะปบมืออันเรียวสวยทาบเข้ากับขอบประตูเหล็ก พลางยื่นใบหน้าที่บางใสแต่แฝงไปด้วยความเซ็กซี่เข้าไปใกล้ ๆ
.
แม้จะอยู่ใต้หน้ากากแต่ก็ทำเอาพนักงานบาร์ออกลูกประหม่าอยู่หน่อย ๆ มารยาหญิงเริ่มก่อตัว เธอยั่วเขา ขยับริมฝีปากเผยอขึ้นลงจนจ่อจะจูบกันอยู่รำไร
.
"ให้เค้าเข้าไปใกล้ ๆ อีกนิดสิ ประตูนี้มันขวางเราสองคนอยู่นะเผื่อเค้าจะได้.. แบบว่า.."
มิวท์ก้มศรีษะลงต่ำคอเสื้อกว้างออกขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ลุคของเธอดูคล้ายกับน้องมันแกวนมคุณธรรมซะเหลือเกิน สายตาเล็กหยีออดอ้อนราวกับจะขย้อนการมีเพศสัมพันธ์ออกมากองไว้ตรงหน้า
.
"ผมให้เข้าไม่ได้จริง ๆ ครับคุณลูกค้า.. เฮียเอาผมตายแน่.. กรุณาด้วยเถอะครับ.. กลับไปซะเถอะ"
.
"ไม่สิ.. ไม่พูดแบบนั้นนะ"
คราวนี้มิวท์ถึงกับลงทุนถอดหน้ากากอนามัยออก เธอดึงมันลงตวัดไว้ที่ใต้คางพลางจ้องหน้าเขาลึกลงไปถึงเรติน่าม่านตา
.
"(น่ารักจัง)"
"ตึก ๆ , ตึก ๆ , ตึก ๆ , ตึก ๆ"
เด็กหนุ่มคิดในใจ หัวใจสูบฉีดเลือดในอัตราเร็วแสง
.
"(นมก็ใหญ่.. ต้องเป็นนิสิตมหาลัยแน่ ๆ)"
ใจเต้นเป็นกลองเอ็นอุ่นกลางลำตัวชักจะเริ่มคุมไม่ไหว แต่ก็ยังดีที่มีจิตสุดท้ายยั้งใจเอาไว้ได้
.
เห็นเขาออกอาการขนาดนั้น มิวท์ก็เลยขยี้ต่อ!
.
"เค้าฝากเหล้าเอาไว้ที่นี่ด้วยแหละ.. พวกเรามาที่นี่กันออกจะบ่อย.. ตัวเองแค่หาน้ำแข็งกับโต๊ะอีกสักตัวสองตัวเอง.. น๊าาาน๊าาาา.. ถ้าไม่ถือสาเค้าจะแถมค่าขนมให้ด้วยก็ได้"
ปาดมือผ่านร่องเต้าทรงหยดน้ำ ลูบไล้ลงไปถึงสะโพก วนเนื้อผ้าให้แนบชิดจนหน้าอกหน้าใจมันบวมเป่งอัดลูกตา มิวท์เป็นคนตัวเล็กเพียงแค่หมอนี่เขย่งหน่อยเดียวก็เห็นไปถึงไหนต่อไหน
.
จนสุดท้ายก็ไม่ไหว! เขาเองก็ไม่ใช่เกย์ก็เลยเตรียมจะไขกุญแจให้โดยมีเงื่อนไขว่าแค่แป๊บเดียวเท่านั้น ถึงกำหนดเคอร์ฟิวส์เมื่อไหร่วงเหล้านี้ต้องยุติกลับออกจากผับทันที
.
"อืม..ได้จ่ะ^^ ตัวเองน่ารักจัง"
.
"อ่าาาา.. อืม. .คะ..ครับ (ไม่เป็นไร)"
.
เสียก็แต่!
.
"กรุ๊งกริ๊ง ๆ , กรุ๊งกริ๊ง ๆ "
.
"เอิ่ม.. กุญแจมันไขไม่ได้อ่ะครับ พอดีผมลืมไปว่าประตูหน้ามันต้องใช้ลายนิ้วมือแสกน แล้วก็มีแต่เฮียกับพนักงานระดับสูงเท่านั้นถึงจะเปิดได้ เสียใจด้วยนะครับไว้โอกาสหน้าดีกว่า.. เหอะๆ"
.
ส่งผลให้พีที่ทนดูอยู่นานต้องออกโรง เขาทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้วก็เลยเหวี่ยงร่างบางของมิวท์ออกจากหน้าประตู ก่อนจะตรงเข้ามาแทนที่แล้วชี้หน้าต่อว่า
.
"ได้ไงยะ! เพื่อนฉันอุตส่าห์เปลืองตัวขนาดนี้! แกคิดว่าเขาเป็นใครกัน! เนี่ยะน่ะลูกสาวท่านประธานบริษัท AP เชียวนะ! ตึกนี้ , อาคารนี้ , ที่ดินตรงนี้ล้วนแต่เช่าที่ของบริษัท AP มาทั้งนั้น! ให้พวกเราเข้าไปเดี๋ยวนี้ถ้าไม่อยากมีเรื่อง!"
.
"อย่านะ!"
"ไม่เอาน่ะพี.. น้องเขายังเด็กอยู่เลยอย่าไปดุเขาแบบนั้นสิ"
.
มิวท์พยายามปรามแต่ด้วยความที่เป็นเกย์ตัวใหญ่อย่างกับคิงคอง มีหรือจะต้านทานไหว พีเขย่าลูกกรงหน้าร้านโครม ๆ ยกระดับมาตรการกดดันสูงสุด
.
ซึ่งคนที่น่าสงสารที่สุดดูเหมือนจะกลายเป็นมิวท์ สาวน้อยผู้อ่อนแอที่ทำทุกวิถีทางแล้วแต่ก็ยังไม่ได้ดังหวัง หนำซ้ำยังต้องมาหยุดการคุ้มคลั่งของสัตว์ประหลาดตนนี้อีก เด็กหนุ่มที่อยู่ข้างในก็เลยรู้สึกผิดขึ้นมา ความหื่นก็ส่วนหนึ่งแต่อีกส่วนก็อยากจะช่วยเธอเพื่อให้เรื่องนี้มันจบลง เขาก็เลยแทรกขึ้น
.
"โอเคครับ! โอเคผมยอมก็ได้! หยุดทำลายข้าวของก่อนเถอะคุณ เอาอย่างงี้ผมมีทางเข้าอีกทางอยู่ตรงรั้วด้านข้าง มันเป็นช่องเล็ก ๆ พอให้ลอดตัวเข้ามาได้ทีละคน อาจจะสกปรกไปสักหน่อย แต่ถ้าพวกคุณไม่รังเกียจก็สุดแต่ใจจะไขว่คว้า รีบกินรีบไปผมจะเตรียมโต๊ะกับน้ำแข็งไว้ให้ เหล้าที่คุณฝากไว้ก็จะวางอยู่ข้าง ๆ ห้ามสั่งเพิ่มตกลงไหมครับ?! "
.
"จ๊ะ^^ ขอบใจนะ ดีใจจังเลย"
มิวท์รีบโค้งหัวขอบคุณเช่นกันกับพีที่พยายามทำบ้าง ทว่ามันกลับไม่คาวาอี้มันเหมือนสัตว์นรกจากอเวจีที่พยายามก๊อปแต่ไม่เนียนมากกว่า ยืนยันได้จากท่วงท่าของน้องคนเฝ้าร้านที่เดินกลับไปด้วยความหัวเสีย
.
"ชิ!.. หล่อตายล่ะมึงอ่ะ!"
พีสบถ
.
"เอาน่า.. อย่างน้อยเขาก็ยอมให้เราเข้าไปนั่งดื่มแล้ว อย่าลืมสิว่าเรากำลังทำเพื่อแพรวอยู่นะ"
.
กระเทยควายสะบัดหน้าไปมาปลดปลง มิวท์ก็เป็นแบบนี้มาตลอด เธอเหมือนแม่ชีที่นมใหญ่ชอบทำบุญแต่ก็ถลุงเงินกับการกินเหล้าเป็นว่าเล่น แล้วก็รักเพื่อน ๆ ซะเหลือเกิน ช่างต่างกันกับเพื่อนอีกคนที่ไม่รู้ป่านนี้หายหัวไปไหน แพรวไม่มีบทพูดมานานแล้วจนกระทั่งพีเริ่มผิดสังเกต
.
"แพรวล่ะ?"
เขาถาม
.
"นั่นสิ.. ลืมไปเลย.. แพรวจ๊ะ.. แพรว.. แพรวอยู่ไหนอ่ะ?!"
มิวท์ป้องปากตะโกนพลางออกเดินหาไปด้วย
.
จนทั้งคู่ได้มาพบกับ! เปล่าหรอก! แพรวไม่ได้เป็นศพแต่สกปรกโคตร ๆ เพราะสิ่งที่เห็นอยู่เบื้องหน้าก็คือบั้นท้ายของแพรวที่กำลังมุดประตูเล็ก ๆ ด้านข้างรั้วเข้าไป
.
"เธอคิดอย่างที่ฉันคิดไหมมิวท์"
พีถามปากสั่น
.
"อ่ะ.. อืม.. อย่าบอกนะว่าประตูที่เด็กในร้านพูดถึงก็คือช่องทิ้งขยะ อี๋..!!"
.
.
ไม่มีข้อพิสูจน์ใดการันตีได้ว่าการอกหักสามารถทำดัมเมจต่อสภาพจิตใจคนได้แค่ไหน แต่เท่าที่เห็นมันได้เปลี่ยนร่างกายแพรวให้กลายเป็นคนบ้า! ใจเธอโหยหาแต่ "เหล้า" เพื่อที่เธอจะได้ "เล่า" เรื่องของเปรมได้อย่างเต็มปากเต็มคำ
"ด็อกเตอร์ไฟเริ่มมอดแล้ว!"แพรวตะโกนพลางใช้เสื้อคลุมตะปบลงบนตัวของเฟิงฉินด้วยความรุนแรง.สอดคล้องกันกับมิวท์ที่เริ่มมองเห็นช่องว่่างระหว่างแนวไฟสีม่วง ที่โหว่เป็นรอยเว้าพอที่จะวิ่งแทรกตัวออกไปได้ ไม่รอช้าเธอรีบลากตัวเฟิงฉินที่สลบเหมือดออกไปทันที ร่างกายของเขาไถลไปกับพื้นครูดไปกับดิน มิวท์ลากขาส่วนแพรวยกแขนสภาพดูทุลักทุเลมาก ร้อนก็ร้อนแต่ก็ต้องทำในเมื่อมีจังหวะและโอกาสพอที่จะเป็นไปได้ ถ้าไม่โดนด็อกเตอร์หัวฟูฉุดรั้งเอาไว้ก่อน แกเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อของแพรวเอาไว้ ก่อนจะพูดขึ้น."จุ๊ ๆ จุ๊ ๆ ไม่ต้องเสียแรงทำอะไรแบบนั้นหรอกพวกเธอ ฉันขอแค่ 10 วินาที แค่เสี้ยวอึดใจที่นี่ก็จะกลับมาเป็นปกติ""แล้วก็เลิกพยายามได้แล้ว พ่อหนุ่มนั่นไม่รอดหรอกไม่สังเกตเลยรึไงว่าเขาหยุดหายใจไปตั้งนานแล้ว!".แพรวมองตามเป็นพัลวัน น้ำเสียงสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้."บ้า! ไม่จริงน่ะด็อกเตอร์~!".10 , 9 , 8 , 7 , 6 นับถอยหลังยังไม่ถึงศูนย์ดี กำแพงเพลิงสีม่วงอเมทิสต์ก็เริ่มลดระดับความรุนแรงลงตามที่ด็อกเตอร์บอก พวกมันด้อยพิษสงลงประหนึ่งงูเห่าที่ถอดใจยอมแพ้ต่อพญาพังพอน แสงสว่างเริ่มจางลงความร้อนเริ่มส่างซา เปิดช่องให้ลม
ประหนึ่งดาวตกที่หลงทิศ กระสุนบ้านม่วงไม่ได้หล่นลงมาจากฟ้าแต่พุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน วิถีความรุนแรงกับไอพ่นเรียกได้ว่าลอยผ่านที่ไหนก็วอดวายที่นั่น สะเก็ดละอองไฟปลิวว่อนร่วงไปตามทาง มองผ่าน ๆ เหมือนกากเพชรแสนสวย แต่หารู้ไม่ว่าร่วงโรยโดนสิ่งใดการลุกไหม้แบบไวโอเลตก็จะเกิดขึ้นในทันที!.ยอดตึกสูงระหว่างทางล้มระเนระนาด! บางหลังแหว่งเว้าไปทั้งด้านทั้งที่กระสุนบ้านแค่พุ่งเฉียดไปแบบเฉี่ยว ๆ มีแต่ตายกับตายถ้าเปรมโดนเจ้านี่เข้า หนำซ้ำเขาที่เป็นถึงจักรพรรดิแห่งเชื้อก็ไม่ได้รู้ตัวถึงภัยคุกคามที่กำลังเกิดขึ้นเลย เครดิตคงต้องยกให้สองหัวหน้าหน่วยผู้เสียสละชีพ แนวปะทะที่ชานเมืองทำให้โฟกัสของเปรมเบี่ยงเบนไป เขาต้องใช้สมาธิระดับสูงในการควบคุมกองทัพนับล้านที่เพิ่มพลังให้แก่ตัวเองผ่านการเซ็กส์หมู่ จึงเป็นอะไรที่ยากมากในการกำกับดูแล.ประกอบกับความประมาทอันไม่คาดคิด ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะว่าโลกใบนี้จะมีมนุษย์บ้าคนหนึ่งที่ยิงบ้านทั้งหลังเข้ามาใส่เขาได้! ประมุขแห่งองค์กรก็เลยไม่ได้เตรียมการใด ๆ สำหรับเรื่องนี้ไว้เลย.แสงสีม่วงสว่างวาบย้อมท้องฟ้า กระสุนบ้านลอยแหวกผ่านน่านฟ้าที่เคยเป็นสีแดงช้ำเลือดช้ำหนองมาอย่างทรนง
บ้านไม้ชั้นเดียวหมุนเชื่องช้าอยู่บนเนินดิน พลันย้ายส่วนของหน้าบ้านที่เคยอยู่ในทิศใต้ให้หมุนหันมาทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มองเห็นอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัท AP ได้จากระยะไกล ความรโหฐานระฟ้าของมันกำลังเป็นภัยให้แก่ตัวเอง ก่อนที่ต่อมาไม่นานตัวหลังคาของบ้านก็เริ่มมีอาการผิดปกติ เหล่าแผ่นกระเบื้องพากันสั่นระงมรวดไปทั้งแผง เศษผงฝุ่นมูลดินที่เคยเกาะกรังร่วงกราวลงมากองอย่างน่าสงสาร."ฟึมมม~! , ฟู่~!"ลมตีกระพือฝุ่นฟุ้งกระจาย ตามติดมาด้วยการตะโกนสวนออกมาของด็อกเตอร์."ฉันมีโอกาสแค่ครั้งเดียวถ้าหากพลาดแรงระเบิดจะเฉียกเราเป็นชิ้น ๆ ! พวกเธอรีบไปหาที่หลบซะ! ถ้าจะมีคนตายก็ขอให้เป็นฉันเพียงคนเดียว! , ไป!"ถ้อยสำเนียงสะท้อนก้องกังวานราวกับข้างในมีไมโครโฟน นั่นเหมือนคำพูดเสียสละของคนที่พร้อมจะพลีชีพ ซึ่งก็อาจจะจริงเพราะชั่วยามนี้คนอย่างด็อกเตอร์ก็ไม่เหลืออะไรอยู่แล้ว.แพรว , มิวท์ , เฟิงฉิน เร่งทำตามคำสั่งเสีย เสี้ยวหายใจที่ทั้งสามวิ่งกุลีกุจอหนีห่างออกมา หางตาด้านหลังก็ได้เห็นว่าหลังคาบ้านที่เคยชนกันเป็นหน้าจั่วนั้นได้ทิ้งตัวครือลงมาทั้งแผง บทบาทการกันแดดกันฝนได้จบลงทันที พวกมันสั่นกระเพื่
มองที่ด้านหลังเห็นปลั๊กไฟเสียบใส่เต้ารับไว้แน่นหนา เอามืออังแถวด้านข้างยังสัมผัสได้ถึงความเย็นที่แทรกซึมออกมาจากตัวตู้ได้เล็กน้อย ไม่ผิดแน่แพรวค่อนข้างมั่นใจ ว่าในตู้ใบนี้จะต้องมีเบียร์แช่ไว้เป็นลัง ๆ เธอพยายามมองภาพหลาย ๆ มุม พยายามคิดแทนคุณพ่ออีพีว่าในชั่วยามแบบนี้ ยังอยากจะแดกแอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสโลหิตอยู่อีกเหรอ คิดไปก็ปวดหัวสู้โพร่งถามออกไปตรง ๆ เลยดีกว่า ว่าแล้วสาวผมส้มก็ผละตัวเองออกมาเพื่อเปิดทางให้เฟิงฉินเข้ามาช่วย เธอสะกิดหลังด็อกเตอร์ไปสองสามที."ด็อกเตอร์คะ? , ด็อกเตอร์คะ? , คือ!"."อุ๊ย!".ตกใจสะดุ้งโหยงยังไม่ทันถามได้ศัพท์ดี ทั้งมิวท์และแพรวต่างก็สะบัดตัวหนีออกมาจากระยะ ด้วยความสัตย์จริงว่าเป็นอะไรที่ประหลาดตามาก เพราะทันทีที่เฟิงฉินขูดสติกเกอร์โลโก้ยี่ห้อที่ติดอยู่ตรงกลางออกจนหมด ตัวตู้เย็นที่สูงราว 4 ฟุตครึ่งอันนี้ก็ขยับเขยื้อน มันสะบัดตัวเองราวกับมีชีวิต แถมยังพ่นไอเย็นออกมาจากด้านล่างวูบหนึ่ง."ฟู่~!"."เหอะ.. ฉันอยู่กับไอเย็นมาทั้งชีวิตเถอะ แค่นี้คงไม่ทำให้ต้องกลัว"เฟิงฉินคิดในใจ ตามติดมาด้วยการเอ่ยเสียงถามด็อกเตอร์ว่าจะให้ทำไงต่อ."ตรงนี้เหมือนมีรูให้เสียบอะไ
ปุ่มสวิตซ์ถูกกดไปตั้งแต่อยู่บนรถ ปล่อยเวลาผ่านเลยไปเล็กน้อยบ้านทั้งหลังก็จมหายยุบลงไปใต้ดิน! นี่คือระบบป้องกันตัวเองที่ด็อกเตอร์ออกแบบไว้นานแล้ว เพื่อใช้ป้องกันตัวบ้านไม่ให้โดนไวรัสกัดกร่อน แกมีนวัตกรรมเจ๋ง ๆ แบบนี้หลายอย่างเพียงแต่เป็นพวกเราเองที่ไม่ได้โฟกัสมาที่แกตั้งแต่แรก กลับมัวแต่ตามติดชีวิตของแพรวกับความมะรุมมะตุ้มเละเทะของเนื้อเรื่อง จนหวิดจะออกทะเลอยู่หลายรอบ.ซึ่งจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้วเพราะนี่คือศึกสุดท้าย มีแผ่นเหล็กขนาดเท่าบานประตูสองบานวางแผ่หลาอยู่บนสนาม ตรงตำแหน่งที่เคยเป็นตัวบ้านมาก่อน ลักษณะของมันคล้ายกับประตูบานพับที่แข็งแรงแต่กลับวางนอนอยู่บนพื้น ไม่ได้ตั้งขนานกับพื้นโลกอย่างที่ควรจะเป็น แพรวที่อยู่ใกล้กับด็อกเตอร์เลือกที่จะทอดสายตาต่ำลง พลางเพ่งมองไปยังฝ่ามืออันหยาบกร้านของชายสูงอายุ พอดีกันกับมิวท์และเฟิงฉินที่เร่งเดินตามมาติด ๆ."อะไรอ่ะแพรว.. ไม่เห็นจะมี! , อุ๊บ!".โดนจ่อนิ้วเข้ากับริมฝีปาก ยินเสียงจี่จากแพรวทำให้เฟิงฉินกับมิวท์ต้องเงียบลงในทันใด ทุกคนต่างจ้องมองไปยังกระบวนการในการเปิดประตูอันพิลึกพิลั่นนั่น."เงียบก่อนอย่าเพิ่งพูดอะไร ประตูทางลงอุโมงค์มีเซ็นเ
"ซ่าาาาา , ซ่าาาาา , ครืดดด.. ด.. ด.. ด , ครืดดด.. ด.. ด.. ด"ตามปกติถ้าเปิดวิทยุก็จะได้ยินเสียงประมาณนี้.แต่หนนี้กลับเป็นอะไรที่แตกต่างออกไป แพรวถึงกับกระชากตัวเครื่องออกมาจากช่องเสียบหน้าคอนโซลรถ แล้วเอามาแนบหูตัวเองให้ถนัดถนี่ โชคร้ายที่ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นเลย! เพราะเสียงที่ดังกลับมาก็มีแต่เสียงสะท้อนจากปลายกระบอกปืน."ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง!"."อ๊ากกกก! , เอื๊อกกกก! , อ๊ากกกก.. ก.. ก.. , อ๊ากกกก!".ถ้อยสำเนียงผนวกรวมกับเสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยอง บ่งบอกถึงสถานการณ์ที่เป็นอยู่ทางฟากโน้น หัวหน้าหน่วยทั้งสองและลูกทีมหลักร้อยคงไม่มีใครรอด แม้แต่ลูกทีมของเฟิงฉินที่พูดแต่คำจีนใส่กันก็ไม่มีการวิทยุตอบกลับมาแต่อย่างใด พวกเขาน่าจะตายคาสมรภูมิเยี่ยงทหารดินเผาของจิ๋นซีฮ่องเต้ และตอนนี้ก็คงจะเหลือแต่เฟิงฉินผู้เป็นหัวหน้า กับมิวท์ , แพรว , แล้วก็ด็อกเตอร์ ที่เป็นดั่งความหวังสุดท้าย.แพรวลองจูนสัญญาณคลื่นวิทยุไปอีกหลายย่าน แต่ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิมคือเงียบสนิท! ไม่ม่วี่แววว่าจะมีเสียงใดลอดเข้ามา เว้นก็แต่เสียงร้องคำรามของพวกผู้ติดเชื้อที่ดังไม่หยุดหย่







