LOGINพอมุดช่องขยะหมาลอดเข้ามาได้ กลุ่มแก๊งค์เพื่อนสาวก็เจอโต๊ะกลมตัวหนึ่งที่มีเก้าอี้วางรอบอยู่ 3 ด้าน เหล้า , โซดา , น้ำแข็งวางให้พร้อม ท่ามกลางกลุ่มโต๊ะตัวอื่น ๆ ที่ถูกลากไปกองไว้ริมห้อง มีการนำเชือกฟางมาขึงกั้นบริเวณ พร้อมกับป้ายกระดาษที่มีข้อความเขียนไว้ว่า "ห้ามเคลื่อนย้าย รอการฆ่าเชื้อ" ตอกย้ำว่าโต๊ะตัวนี้เป็นอะไรที่พิเศษจริง ๆ ถ้ามิวท์ไม่ลงทุนอ่อยเด็กเฝ้าร้านหน้าง่อยก็คงไม่ยอมทำให้ขนาดนี้
.
ชายคนดังกล่าวมูล์ฟตัวเองไปหลบอยู่หลังเคาเตอร์ เขาจ้องมองนาฬิกาดิจิตอลที่ติดไว้บนฝาตลอด เป็นนัยว่าใกล้ถึงเวลาเคอร์ฟิวเมื่อไหร่จะไล่ 3 คนนี้ออกไปทันทีโดยไม่สนหน้าอินน์หน้าพรหม
.
"เชิญครับ! , ผมจัดทุกอย่างไว้ให้แล้ว ขอติปพิเศษด้วยล่ะตามที่ตกลงกันไว้!"
.
"ย่ะ! รู้แล้วๆ! เหล้าก็เหล้าฉัน! เต๊ะท่าอย่างกับตัวเองเป็นเจ้าของกิจการ.. ไอ้บ้านนอก!"
พีมองบนใส่พลางใช้ฝ่ามือปัดตามตัว เอาคราบสกปรกจากเศษขยะออก
.
ทำให้มิวท์ต้องรีบเข้ามาฉุดกระชากแขน เธอช่างแสนดีเหลือเกิน บอกตามตรงว่าถ้าวัดกันแค่ไม่กี่ตอนที่ผ่านมา มิวท์ยังเหมาะจะเป็นนางเอกมากกว่าแพรวซะอีก เธอดุนหลังเพื่อนให้รีบไปนั่งที่โต๊ะขณะเดียวกันก็หันมาโค้งศีรษะให้เด็กเฝ้าร้านคนเดิม
.
บรรยากาศมาคุเกิดขึ้นในชั่วขณะจิต เมื่อแพรวผมแดงใช้หลังเท้าเกี่ยวเอาขาเก้าอี้เข้ามานั่ง หล่อนตวัดทีเดียวก้นงอน ๆ ก็ประจำจุด เท้าแขนทุบโต๊ะโครม ๆ จนถังน้ำแข็งกระเพื่อม
.
"มันสารเลวจริง ๆ นะ! ไอ้พี่เปรมเนี่ยะ! พวกแกรู้ไหมว่าก่อนหน้านี้มันทำอะไรกับฉันบ้าง!"
"หึ....ฮือ....ฮือ....อ...อ....อ...อ"
.
"กรอดๆๆๆ"
พูดไปพลางน้ำตาหยดติ๋ง ๆ แต่ครานั้นก็ยังกัดกรามแน่น
.
"แกก็เว่อร์เกินไป.. บางทีแกอาจจะคิดเองเออเองก็ได้.. พี่เขาอาจจะไม่ได้คิดอะไรกับแกตั้งแต่แรก แบบนี้ยังไม่นับว่าอกหักหรอก"
พีพูดพลางพยายามจะหย่อนตูดลงตรงเก้าอี้
.
ทว่ากลับโดนมิวท์ห้ามเอาไว้!
.
หล่อนพ่นสเปร์ยแอลกอฮอล์อีกที แล้วก็ฉีดพ่นใส่ตามโต๊ะเก้าอี้รวมไปถึงฝ่ามือของทุกคนด้วย ไม่เว้นแม้กระทั่งหน้ากากอนามัยที่มีการตรวจเช็ดซ้ำอีกรอบ ด้วยการบีบเหล็กตรงสันจมูกให้แน่น ๆ
.
"ยิ่งนั่งร่วมโต๊ะกันยิ่งต้องระวัง กันไว้ดีกว่าแก้เน๊อะทุกคน^^"
.
ยิ้มตาหยีน่ารักเช่นเดิมก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ตัวสุดท้าย จัดแจงรินโซดาเทเหล้าแล้วก็ผสมจ่ายแจกเพื่อน ๆ ทำให้พีเกิดความประทับใจจนต้องพูดบางอย่างออกมา
.
"เนี่ยะเห็นไหม! ก็เพราะแกไม่หัดทำตัวดี ๆ เหมือนมิวท์เขาไง วัน ๆ แกเอาแต่กระแทกแดกดันคนอื่น พอมีคนมาทำดีด้วยก็คิดว่าเขาแอบชอบ.. หลงตัวเองชะมัด!"
.
"อีพี! นี่ฉันให้แกมาปลอบฉันนะ! แกจะมาวิจารณ์ฉันเพื่อ?!"
.
"พรวดดดดด!"
"อึก! , อึก! , อึก! , อึก!"
กระดกซดพรวดเดียวหมดแก้ว สุรานี่ไหลอาบหน้าหยาดเยิ้มลงเต็มหน้าอก
.
"ช้า ๆ ก็ได้แพรว.. มิวท์เป็นห่วง.."
เพื่อนตัวเล็กยกมือขึ้นปราม
.
"ไม่เป็นไรหรอก~ แค่นี้สบายมาก มันต้องดื่มเยอะ ๆ จะได้เล่าสนุก ๆ , ขออีกแก้ว!"
.
"อึกๆ ๆ , อึก ๆ ๆ"
.
ความมุมมามลามปามไปถึงผู้อื่นที่ต้องเดือดร้อน มิวท์ลงทุนควักกระเป๋าอีกทีคราวนี้ได้เป็นกระดาษทิชชู่ห่อหนึ่ง ก่อนจะนำมาเช็ดทำความสะอาดเสื้อที่เปื้อนให้
.
"ใจเย็น ๆ นะ จะระบายหรือพูดอะไรก็ปลดปล่อยออกมาเถอะ.. มีมิวท์อยู่ทั้งคน.. มิวท์จะเป็นกำลังใจให้แพรวเอง.. สู้สู้ ^^"
.
"อืม.. ขอบใจจ่ะ"
พยักหน้าให้เพื่อนสาวแต่หันไปเบ้ปากใส่กระเทยคิงคองแทน ต่อด้วยการเล่าเรื่องจริงที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับเปรมรุ่นพี่ที่คณะออกมา
.
ซึ่งพอสรุปเป็นใจความสั้น ๆ ได้ว่า แพรวคิดว่าเปรมกำลังจีบเธอ สิ่งที่ทำให้คิดก็คือพฤติกรรมของเขาที่ทำมาตลอดหลายเดือนหลัง นับตั้งแต่ตอนต้อนรับน้องใหม่ ตอนนั้นแพรวยังเป็นเฟรชชี่แล้วก็ยังมีเพื่อนแค่ไม่กี่คน ประกอบกับทุกคนที่เรียนสาขาวิชานี้ก็เหมือนจะเป็นคนที่มีบุคลิกโลกส่วนตัวสูงกันหมด แต่ละคนคงง่วนกับการท่องจำสูตรยาหรือผลิตแคปซูลสมุนไพรอะไรเทือกนั้น แพรวเองก็เช่นกัน! เธอแทบไม่มีเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ อยู่ในหัวสมองเลย
.
จนกระทั่งเปรมปรากฏตัวขึ้น เขาเป็นรุ่นพี่ปี 3 ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์อันน่าหลงใหล แพรวปลื้มเขาตั้งแต่แรกเห็น แค่สบตากันในแถวระเบียบเชียร์ใจเธอก็เต้นแรงผิดปกติ เธอรู้เลยว่าฮอร์โมนตัวเองกำลังปั่นป่วน มันครั่นเนื้อครั่นตัวราวกับได้เห็น Idol เกาหลีกระโดดออกมาจากจอไอแพด เปรมคือสเปคผู้ชายที่เธอชอบ ตัวสูงผิวขาวหน้าตาคมกริบ แถมยังฉลาดเป็นกรด แต่เธอก็ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่านั้น ได้แต่ปล่อยให้ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นในใจพลางอธิษฐานว่าวันไหน ๆ ก็ขอให้ได้เจอพี่คนนี้อีกเรื่อย ๆ
.
แต่ที่ไหนได้คำขอนั้นกลับมากกว่าสัมฤทธิ์ผล เมื่อจู่ ๆ เปรมก็ตรงเข้าหาเธอเอง เขาทักทายอย่างมีมารยาทแถมยังอาสาไปรับไปส่งแพรวแทบจะทุกวัน ทุกคืนเขาจะต้องโทรหาแพรวทุกครั้งพร้อมกับเล่านิทานให้ฟังอย่างกับเด็ก ๆ ตอนเช้าเวลาแพรวตื่นจะมีขนมจำพวกเค้กหรือเบเกอรี่ที่ชอบมาแขวนไว้ตรงหน้าห้องเสมอ พร้อมกับกระดาษโน๊ตที่มีข้อความเขียนไว้ว่า "ส่งจากรุ่นพี่ที่อยากเป็นมากกว่าพี่ชาย"
.
สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นต่อเนื่องมามากกว่า 3 เดือนนับตั้งแต่ที่แพรวเข้ามาใช้ชีวิตในมหาลัย ไม่สิ! มันเกิดขึ้นตั้งแต่วันแรกที่เธอพบกับเปรมเลยด้วยซ้ำ! เขาจีบเธอก่อนที่เธอจะรู้จักกับพีแล้วก็มิวท์ซะอีก แต่ครานั้นเธอก็ยังเล่นตัว แพรวมักจะบอกว่าเปรมเป็นแค่พี่ชาย เป็นพี่ที่กินข้าวด้วยกันเฉยๆ เสมือนทุกอย่างยังคงแทงกั๊ก
.
กระทั่งผ่านไปครึ่งปีมันก็สุกงอมเข้าขั้น คิดได้ดังนั้นแพรวก็เลยชิงบอกรักกับเปรมก่อน แต่ทว่า! สิ่งที่ชายหนุ่มตอบกลับมาดันกลายเป็นคำปฏิเสธที่โคตรจะไร้เยื่อใย "พี่ไม่ได้คิดกับแพรวแบบนั้น" คือสิ่งที่เขาบอก มิหนำซ้ำยังพูดขึ้นมากลางร้านกาแฟอันเป็นสถานที่ ๆ มีความสำคัญสำหรับคนทั้งสองอีกต่างหาก
.
แพรว อิสรา ก็เลยเดือดอย่างที่เห็น เธออาละวาดพลางแผดเสียงอย่างไม่ไว้หน้าใคร ความรักคืออะไร? มันคือตับ , ไต , ไส้ , พุง , หรือกางเกงที่นุ่ง ให้เธอถอดออกแล้วนอนกับเขาเลยก็ได้ ไม่ใช่มาปฏิเสธและหักหน้ากันแบบนี้ จากรักกลายเป็นเกลียดแพรวรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนโง่ ไม่ชอบก็น่าจะบอกมาหลอกทำดีให้กันทำไม
.
"พี่เปรมแม่งเป็นคนใจร้าย.. เขาไม่เคยเห็นฉันอยู่ในสายตาเลย.. ฉันมันไม่สวยตรงไหนวะ?!"
กระดกเหล้าลงคอไปอีกแก้ว กลืนแก้วได้ทั้งใบคงทำไปแล้ว แพรวหันมามองหน้ามิวท์ตาแดงก่ำ
.
"อะ...เอิ่ม..ม..ม"
เพื่อนตัวเล็กถึงกับสะดุ้ง มิวท์เหมือนจะเริ่มกลัว
.
"เฮ่ย! อีดอก! อีเหี้ยแพรว! มึงอย่าพาลใส่เพื่อนดิวะ.. กูว่ามึงอาจจะเข้าใจผิดก็ได้ แบบ.. สื่อสารกันผิดพูดกันคนละเรื่อง"
พีตั้งขอสังเกตก่อนจะกำน้ำแข็งโยนใส่แก้วเพื่อนอีกที สำทับด้วยมิวท์ที่ชงเหล้าลงไปตาม
.
"สำหรับกูนะ.. พี่เปรมแม่งไม่ได้แย่อย่างที่มึงว่าสักนิด! "
.
"ไม่จริงอ่ะ!?"
.
"ไม่จริงเหี้ยไร! มึงต่างหากที่ไม่รู้เรื่อง! กูจะบอกมึงก็ได้ว่าสิ่งที่เขาทำให้มึงน่ะจิ๊บจ๊อยมากกกกก เพราะพี่เขาก็ทำให้กูเหมือนกัน!"
.
"ห๊ะ!!"
.
.
คราวนี้ทั้งแพรวทั้งมิวท์ถึงกับอุทานออกมาพร้อมกัน ต่อด้วยการเล่ารายละเอียดของพี ว่าเปรมเข้ามาทำดีด้วยยังไง..
"ด็อกเตอร์ไฟเริ่มมอดแล้ว!"แพรวตะโกนพลางใช้เสื้อคลุมตะปบลงบนตัวของเฟิงฉินด้วยความรุนแรง.สอดคล้องกันกับมิวท์ที่เริ่มมองเห็นช่องว่่างระหว่างแนวไฟสีม่วง ที่โหว่เป็นรอยเว้าพอที่จะวิ่งแทรกตัวออกไปได้ ไม่รอช้าเธอรีบลากตัวเฟิงฉินที่สลบเหมือดออกไปทันที ร่างกายของเขาไถลไปกับพื้นครูดไปกับดิน มิวท์ลากขาส่วนแพรวยกแขนสภาพดูทุลักทุเลมาก ร้อนก็ร้อนแต่ก็ต้องทำในเมื่อมีจังหวะและโอกาสพอที่จะเป็นไปได้ ถ้าไม่โดนด็อกเตอร์หัวฟูฉุดรั้งเอาไว้ก่อน แกเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อของแพรวเอาไว้ ก่อนจะพูดขึ้น."จุ๊ ๆ จุ๊ ๆ ไม่ต้องเสียแรงทำอะไรแบบนั้นหรอกพวกเธอ ฉันขอแค่ 10 วินาที แค่เสี้ยวอึดใจที่นี่ก็จะกลับมาเป็นปกติ""แล้วก็เลิกพยายามได้แล้ว พ่อหนุ่มนั่นไม่รอดหรอกไม่สังเกตเลยรึไงว่าเขาหยุดหายใจไปตั้งนานแล้ว!".แพรวมองตามเป็นพัลวัน น้ำเสียงสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้."บ้า! ไม่จริงน่ะด็อกเตอร์~!".10 , 9 , 8 , 7 , 6 นับถอยหลังยังไม่ถึงศูนย์ดี กำแพงเพลิงสีม่วงอเมทิสต์ก็เริ่มลดระดับความรุนแรงลงตามที่ด็อกเตอร์บอก พวกมันด้อยพิษสงลงประหนึ่งงูเห่าที่ถอดใจยอมแพ้ต่อพญาพังพอน แสงสว่างเริ่มจางลงความร้อนเริ่มส่างซา เปิดช่องให้ลม
ประหนึ่งดาวตกที่หลงทิศ กระสุนบ้านม่วงไม่ได้หล่นลงมาจากฟ้าแต่พุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน วิถีความรุนแรงกับไอพ่นเรียกได้ว่าลอยผ่านที่ไหนก็วอดวายที่นั่น สะเก็ดละอองไฟปลิวว่อนร่วงไปตามทาง มองผ่าน ๆ เหมือนกากเพชรแสนสวย แต่หารู้ไม่ว่าร่วงโรยโดนสิ่งใดการลุกไหม้แบบไวโอเลตก็จะเกิดขึ้นในทันที!.ยอดตึกสูงระหว่างทางล้มระเนระนาด! บางหลังแหว่งเว้าไปทั้งด้านทั้งที่กระสุนบ้านแค่พุ่งเฉียดไปแบบเฉี่ยว ๆ มีแต่ตายกับตายถ้าเปรมโดนเจ้านี่เข้า หนำซ้ำเขาที่เป็นถึงจักรพรรดิแห่งเชื้อก็ไม่ได้รู้ตัวถึงภัยคุกคามที่กำลังเกิดขึ้นเลย เครดิตคงต้องยกให้สองหัวหน้าหน่วยผู้เสียสละชีพ แนวปะทะที่ชานเมืองทำให้โฟกัสของเปรมเบี่ยงเบนไป เขาต้องใช้สมาธิระดับสูงในการควบคุมกองทัพนับล้านที่เพิ่มพลังให้แก่ตัวเองผ่านการเซ็กส์หมู่ จึงเป็นอะไรที่ยากมากในการกำกับดูแล.ประกอบกับความประมาทอันไม่คาดคิด ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะว่าโลกใบนี้จะมีมนุษย์บ้าคนหนึ่งที่ยิงบ้านทั้งหลังเข้ามาใส่เขาได้! ประมุขแห่งองค์กรก็เลยไม่ได้เตรียมการใด ๆ สำหรับเรื่องนี้ไว้เลย.แสงสีม่วงสว่างวาบย้อมท้องฟ้า กระสุนบ้านลอยแหวกผ่านน่านฟ้าที่เคยเป็นสีแดงช้ำเลือดช้ำหนองมาอย่างทรนง
บ้านไม้ชั้นเดียวหมุนเชื่องช้าอยู่บนเนินดิน พลันย้ายส่วนของหน้าบ้านที่เคยอยู่ในทิศใต้ให้หมุนหันมาทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มองเห็นอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัท AP ได้จากระยะไกล ความรโหฐานระฟ้าของมันกำลังเป็นภัยให้แก่ตัวเอง ก่อนที่ต่อมาไม่นานตัวหลังคาของบ้านก็เริ่มมีอาการผิดปกติ เหล่าแผ่นกระเบื้องพากันสั่นระงมรวดไปทั้งแผง เศษผงฝุ่นมูลดินที่เคยเกาะกรังร่วงกราวลงมากองอย่างน่าสงสาร."ฟึมมม~! , ฟู่~!"ลมตีกระพือฝุ่นฟุ้งกระจาย ตามติดมาด้วยการตะโกนสวนออกมาของด็อกเตอร์."ฉันมีโอกาสแค่ครั้งเดียวถ้าหากพลาดแรงระเบิดจะเฉียกเราเป็นชิ้น ๆ ! พวกเธอรีบไปหาที่หลบซะ! ถ้าจะมีคนตายก็ขอให้เป็นฉันเพียงคนเดียว! , ไป!"ถ้อยสำเนียงสะท้อนก้องกังวานราวกับข้างในมีไมโครโฟน นั่นเหมือนคำพูดเสียสละของคนที่พร้อมจะพลีชีพ ซึ่งก็อาจจะจริงเพราะชั่วยามนี้คนอย่างด็อกเตอร์ก็ไม่เหลืออะไรอยู่แล้ว.แพรว , มิวท์ , เฟิงฉิน เร่งทำตามคำสั่งเสีย เสี้ยวหายใจที่ทั้งสามวิ่งกุลีกุจอหนีห่างออกมา หางตาด้านหลังก็ได้เห็นว่าหลังคาบ้านที่เคยชนกันเป็นหน้าจั่วนั้นได้ทิ้งตัวครือลงมาทั้งแผง บทบาทการกันแดดกันฝนได้จบลงทันที พวกมันสั่นกระเพื่
มองที่ด้านหลังเห็นปลั๊กไฟเสียบใส่เต้ารับไว้แน่นหนา เอามืออังแถวด้านข้างยังสัมผัสได้ถึงความเย็นที่แทรกซึมออกมาจากตัวตู้ได้เล็กน้อย ไม่ผิดแน่แพรวค่อนข้างมั่นใจ ว่าในตู้ใบนี้จะต้องมีเบียร์แช่ไว้เป็นลัง ๆ เธอพยายามมองภาพหลาย ๆ มุม พยายามคิดแทนคุณพ่ออีพีว่าในชั่วยามแบบนี้ ยังอยากจะแดกแอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสโลหิตอยู่อีกเหรอ คิดไปก็ปวดหัวสู้โพร่งถามออกไปตรง ๆ เลยดีกว่า ว่าแล้วสาวผมส้มก็ผละตัวเองออกมาเพื่อเปิดทางให้เฟิงฉินเข้ามาช่วย เธอสะกิดหลังด็อกเตอร์ไปสองสามที."ด็อกเตอร์คะ? , ด็อกเตอร์คะ? , คือ!"."อุ๊ย!".ตกใจสะดุ้งโหยงยังไม่ทันถามได้ศัพท์ดี ทั้งมิวท์และแพรวต่างก็สะบัดตัวหนีออกมาจากระยะ ด้วยความสัตย์จริงว่าเป็นอะไรที่ประหลาดตามาก เพราะทันทีที่เฟิงฉินขูดสติกเกอร์โลโก้ยี่ห้อที่ติดอยู่ตรงกลางออกจนหมด ตัวตู้เย็นที่สูงราว 4 ฟุตครึ่งอันนี้ก็ขยับเขยื้อน มันสะบัดตัวเองราวกับมีชีวิต แถมยังพ่นไอเย็นออกมาจากด้านล่างวูบหนึ่ง."ฟู่~!"."เหอะ.. ฉันอยู่กับไอเย็นมาทั้งชีวิตเถอะ แค่นี้คงไม่ทำให้ต้องกลัว"เฟิงฉินคิดในใจ ตามติดมาด้วยการเอ่ยเสียงถามด็อกเตอร์ว่าจะให้ทำไงต่อ."ตรงนี้เหมือนมีรูให้เสียบอะไ
ปุ่มสวิตซ์ถูกกดไปตั้งแต่อยู่บนรถ ปล่อยเวลาผ่านเลยไปเล็กน้อยบ้านทั้งหลังก็จมหายยุบลงไปใต้ดิน! นี่คือระบบป้องกันตัวเองที่ด็อกเตอร์ออกแบบไว้นานแล้ว เพื่อใช้ป้องกันตัวบ้านไม่ให้โดนไวรัสกัดกร่อน แกมีนวัตกรรมเจ๋ง ๆ แบบนี้หลายอย่างเพียงแต่เป็นพวกเราเองที่ไม่ได้โฟกัสมาที่แกตั้งแต่แรก กลับมัวแต่ตามติดชีวิตของแพรวกับความมะรุมมะตุ้มเละเทะของเนื้อเรื่อง จนหวิดจะออกทะเลอยู่หลายรอบ.ซึ่งจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้วเพราะนี่คือศึกสุดท้าย มีแผ่นเหล็กขนาดเท่าบานประตูสองบานวางแผ่หลาอยู่บนสนาม ตรงตำแหน่งที่เคยเป็นตัวบ้านมาก่อน ลักษณะของมันคล้ายกับประตูบานพับที่แข็งแรงแต่กลับวางนอนอยู่บนพื้น ไม่ได้ตั้งขนานกับพื้นโลกอย่างที่ควรจะเป็น แพรวที่อยู่ใกล้กับด็อกเตอร์เลือกที่จะทอดสายตาต่ำลง พลางเพ่งมองไปยังฝ่ามืออันหยาบกร้านของชายสูงอายุ พอดีกันกับมิวท์และเฟิงฉินที่เร่งเดินตามมาติด ๆ."อะไรอ่ะแพรว.. ไม่เห็นจะมี! , อุ๊บ!".โดนจ่อนิ้วเข้ากับริมฝีปาก ยินเสียงจี่จากแพรวทำให้เฟิงฉินกับมิวท์ต้องเงียบลงในทันใด ทุกคนต่างจ้องมองไปยังกระบวนการในการเปิดประตูอันพิลึกพิลั่นนั่น."เงียบก่อนอย่าเพิ่งพูดอะไร ประตูทางลงอุโมงค์มีเซ็นเ
"ซ่าาาาา , ซ่าาาาา , ครืดดด.. ด.. ด.. ด , ครืดดด.. ด.. ด.. ด"ตามปกติถ้าเปิดวิทยุก็จะได้ยินเสียงประมาณนี้.แต่หนนี้กลับเป็นอะไรที่แตกต่างออกไป แพรวถึงกับกระชากตัวเครื่องออกมาจากช่องเสียบหน้าคอนโซลรถ แล้วเอามาแนบหูตัวเองให้ถนัดถนี่ โชคร้ายที่ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นเลย! เพราะเสียงที่ดังกลับมาก็มีแต่เสียงสะท้อนจากปลายกระบอกปืน."ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง!"."อ๊ากกกก! , เอื๊อกกกก! , อ๊ากกกก.. ก.. ก.. , อ๊ากกกก!".ถ้อยสำเนียงผนวกรวมกับเสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยอง บ่งบอกถึงสถานการณ์ที่เป็นอยู่ทางฟากโน้น หัวหน้าหน่วยทั้งสองและลูกทีมหลักร้อยคงไม่มีใครรอด แม้แต่ลูกทีมของเฟิงฉินที่พูดแต่คำจีนใส่กันก็ไม่มีการวิทยุตอบกลับมาแต่อย่างใด พวกเขาน่าจะตายคาสมรภูมิเยี่ยงทหารดินเผาของจิ๋นซีฮ่องเต้ และตอนนี้ก็คงจะเหลือแต่เฟิงฉินผู้เป็นหัวหน้า กับมิวท์ , แพรว , แล้วก็ด็อกเตอร์ ที่เป็นดั่งความหวังสุดท้าย.แพรวลองจูนสัญญาณคลื่นวิทยุไปอีกหลายย่าน แต่ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิมคือเงียบสนิท! ไม่ม่วี่แววว่าจะมีเสียงใดลอดเข้ามา เว้นก็แต่เสียงร้องคำรามของพวกผู้ติดเชื้อที่ดังไม่หยุดหย่







