เข้าสู่ระบบกำมือถือเอาไว้พอหลวม ๆ พียังคงรู้สึกสำนึกบุญคุณต่อพระผู้เป็นเจ้าที่เตือนสติเขาให้ปิดเครื่องได้ทันเวลา เพราะเสียงข้อความเพียงเล็กน้อย ก็มากพอที่จะเปิดเผยสถานที่ซ่อนลับของเขาให้เป็นที่ประจักษ์ได้
.
“อีแพรว! อีห่า! เกือบทำกูงานเข้าแล้วไหมล่ะ?”
กระเทยควายพร่ำบ่นกับตัวเอง ในขณะที่หัวใจก็สั่นรัวราวกับกลองชุด
.
เรียกได้ว่างานนี้ถ้าไม่ได้ทักษะการเป็นนักดื่มตัวยงช่วยไว้เขาคงไม่รอด เพราะประตูทึบตันที่เจ้าหน้าที่เคยบอกแท้ที่จริงก็คือกล่องลังเบียร์จำนวนมาก ที่พีดื่มแล้วก็โยนขวดทิ้งไว้ตรงระเบียงด้านหลัง ดูจากตาเปล่าน่าจะมีมากถึง 1,000 - 2,000 ขวด เขาจับขวดเหล่านั้นยัดใส่กล่องแล้วก็วางเรียงไว้เป็นชั้น ๆ โดยหวังว่าสักวันจะเรียกคุณลุงซาเล้งค้าของเก่าขึ้นมาขนไปขาย
.
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเป็นพวกมันนี่เองที่พีใช้ลากมาขวางประตู ปริมาณที่มากบวกกับรูปทรงที่สอดรับกัน ทำให้เกิดสภาวะทึบตันตรงทางเข้าระเบียง จากอีกฝั่งพวกเจ้าหน้าที่จะเห็นเป็นเพียงกำแพงกระดาษสีน้ำตาลเท่านั้น ครั้นพอคิดที่จะผลักหรือดันเข้าไปกลุ่มลังบรรจุขวดก็จะพากันเซ็ตตัวนิ่งตรึงติดแน่น อันเป็นผลพวงมาจากรูปแบบการเรียงซ้อนที่ชิดกันสุด ๆ ชิดจนไม่เหลือช่องว่างบนพื้นระเบียง แพ็ทเทิร์นการเรียงคือ ประตู , กล่องลังเบียร์ , กล่องลังเบียร์ , กล่องลังเบียร์ , กล่องลังเบียร์ ๆ ๆ ๆ แล้วถึงค่อยเป็นราวระเบียงกันตกที่ค้ำอยู่อีกฝั่ง
.
ลองเป็นแบบนี้ต่อให้ช่วยกันดันด้วยพลังช้างสาร กำแพงลังกระดาษที่ยัดไส้ขวดเบียร์เต็มพิกัดก็ยังต้านทานไหว ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมตัวพีถึงเปียกเป็นลูกหมาตกน้ำนั้น คำตอบก็อยู่ในมืออีกข้างของเขานั่นเอง
.
“บุ๋ง! , บุ๋ง! , บุ๋ง! , บุ๋ง!”
.
นับเป็นเสียงเทเหล้าออกจากขวดที่แสนแผ่วเบาแต่เศร้าโศกหัวใจเป็นที่สุด เสียดายก็เสียดายแต่ทางเลือกของพีก็ไม่ได้มีมากอะไรนัก หลังจากที่เขาได้ยินเต็มสองรูหูว่า ทีมตรวจโรคเชิงรุกกำลังจะใส่แว่นตรวจจับอุณหภูมิความร้อน
.
นี่คือเทคโนโลยีของบริษัท AP ที่พัฒนามาเพื่อใช้แทนปืนวัดไข้ ทว่าตอนนี้กลับถูกนำมาใช้เพื่อเช็คที่อยู่ของกระเทยควาย ผ่านการอ่านค่าอุณหภูมิที่เกินกว่า 37 องศา
.
“บุ๋ง! , บุ๋ง! , บุ๋ง! , บุ๋ง!”
.
“จำเป็นล่ะวะ! ไม่ตายก็หาใหม่ได้เว่ย เทลงไป! เทลงไป!”
.
“บุ๋ง! , บุ๋ง! , บุ๋ง! , บุ๋ง!”
.
ช่างเป็นความบังเอิญที่เข้าทาง ที่หลังระเบียงห้องไม่ได้มีแต่ขวดเปล่า พียังมีสต็อกเบียร์กับไวน์ชั้นดีอีกเป็นแกลลอน เขามีแม้กระทั่งโหลยาดอง , สมุนไพรสำหรับดองเหล้า , ยาดองเหล้าตราเก้าเหรียญสูตรเสือสิบเอ็ดตัว , โซดา , ว็อดก้า , เตกีล่า , บาคาร์ดี้ ฯลฯ เรียกได้ว่าขาดแค่เฮโรอีนกับกาวทินเนอร์เท่านั้นที่ไม่มีอยู่หลังห้องแห่งนี้
.
และนี่จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมในแว่นตาจับความร้อนของพวกเจ้าหน้าที่ ถึงอ่านค่าพลังงานด้านหลังได้เป็นสีแดงเถือก อุณหภูมิสูงลิ่วที่มากเกิน 37 องศาแห่งความเป็นคน ล้วนเป็นผลมาจากปฏิกิริยาความร้อนของแอลกอฮอล์ในเหล้าที่ทำกับแสงแดดภายนอก ผนวกรวมกับความรัดกุมอันสุดบ้าคลั่งของพี ที่ราดรดทุกอย่างลงหัวตัวเองไปพร้อมกันด้วย ทำให้ร่างกายของเขากลืนไปกับอุณหภูมิ แว่นตรวจจับก็เลยไม่สามารถสร้างคลื่นความร้อนเป็นออร่ารูปร่างของคนขึ้นมาได้
.
รอฟังคำสั่งการให้ยกเลิกอย่างจดจ่อ กระเทยหนุ่มทรุดตัวลงนั่งลุ้นด้วยความตื่นเต้น เขาพยายามจะไม่ทำให้ตัวเองใจเย็นเพราะไม่ต้องการให้ร่างกายเย็นลงกว่านี้
.
“แค่สั่งการออกมา.. โถ่เอ๊ย! แค่พูดออกมาว่ากลับกันได้แล้วเท่านี้ก็หมดเรื่อง ฉันอุตส่าห์ลงทุนทำขนาดนี้แล้วนะ"
กัดกรามกรอดเกร็งกำปั้น ลุ้นกดดันราวกับฟังผลสลากกินแบ่งรัฐบาล
.
แต่โชคก็ไม่เป็นใจ ไม่ต่างอะไรจากการซื้อ 92 แล้วออก 66 คือไม่เฉียดเลยสักนิด เปล่าเลย! กำแพงลังกระดาษไม่ได้พังทลายลงมา แว่นตาก็ไม่ได้ทะลึ่งกลับมาอ่านค่าได้ หากแต่เป็นที่ตัวหัวหน้าชุดที่ไม่ยอมลดราวาศอกเลยต่างหาก แกยังคงดันทุรังให้ลูกทีมออกค้นหาต่อไป ค้นทุกซอกทุกมุมรื้อกระจุยกระจาย จนอพาร์ทเม้นท์ของพีแทบจะมีสภาพเหมือนถูกยกเค้า หมอเหมือนโจรนอกเครื่องแบบ พวกเขาเหมือนองคุลิมาลที่สวมชุดปลอดเชื้อ และพร้อมจะเชือดเหยื่อทุกคนที่ประสบพบเห็น
.
“พยายามต่อไปมันต้องอยู่ที่นี่แหละ! ถ้าต้องทุบกำแพงข้ามไปฝั่งโน้นฉันก็จะทำ จะต้องมีอะไรอยู่หลังกำแพงนั่นแน่ ๆ !”
.
“แต่หัวหน้าครับ.. เราไม่มีอำนาจ?”
.
“มีดิ! ทำไมจะไม่มี! เรามีพรก.ฉุกเฉินภายใต้สถานการณ์อันไม่ปกติไง ไปเอาค้อนปอนด์มา! ขวานหรืออะไรก็ได้! ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าคลื่นความร้อนด้านหลังนั่นคืออะไร?"
"ทีมเราจะแพ้ทีมอื่นไม่ได้เป็นอันขาด! รู้ถึงไหนอายเขาถึงนั่นจะเอาหน้าไปไว้ไหนถ้าจับได้แค่แมวตุ๊ด ๆ ตัวหนึ่ง ฉันรับไม่ได้หรอกนะ!”
.
“ครับ! รับทราบครับ!”
.
“ตุบ ๆ , ตุบ ๆ , ตุบ ๆ , ตุบ ๆ ”
.
ทุกสำเนียงเสียงสนทนาพีได้ยินหมด เขาได้ยินแม้กระทั่งเสียงฝีเท้ากระทบพื้นที่คล้ายกับการออกวิ่ง คราวนี้จึงเป็นอะไรที่หน้าสิ่วหน้าขวานยิ่งกว่าเก่า ภายในใจรุ่มร้อนดั่งขุมนรก แดดส่องแรงขึ้นกลิ่นแอลกอฮอล์เหม็นหึ่งฉุนโพรงจมูก หากจะกล่าวว่าถึงทางตันแล้วก็คงไม่ผิดอะไร
.
“เอาไงดีวะกู?”
ปากขยับแต่ไม่มีเสียง
.
จินตนาการถึงสาวประเถทสองผู้โดดเดี่ยวท่ามกลางดงขวดเหล้า พีกลับมาเพ่งเล็งที่โทรศัพท์อีกครั้งแต่ก็ไม่กล้าเปิดเครื่องเพราะกลัวเสียงจะทำให้คนข้างในรู้ตัว ด้วยความสัตย์จริงว่าเขากำลังจะตายด้วยน้ำมือตัวเอง ลองคิดดูสิว่าระเบียงที่ไหนในโลกจะมีทางออกสองทางบ้าง ทุกที่ล้วนเข้าออกได้ทางเดียวหมด ลังขวดเบียร์นับพันที่ขวางประตูอยู่จึงเหมือนกรรมที่ตามสนอง มันขวางคนไม่ให้เข้ามาได้ก็จริง แต่มันก็ขวางพีไม่ให้หนีออกไปได้เช่นกัน
.
ทุกอย่างตีกันอีรุงตุงนังไปหมด แล้วทันใดนั้นเอง! ใบหูก็เริ่มได้ยินเสียงอีกฝั่งกำลังเริ่มกระบวนการทุบ
.
“ตรึม! , ตรึม! , ตรึม!”
.
“แม่งเอ๊ย!?”
พีรีบชะเง้อตัวลงไปมองห้องด้านล่างที่ชั้น 4 นั่นสูงชิบเป๋ง! และเขาก็บอกกับตัวเองโดยพลันว่าต่อให้เป็นเฉินหลงที่ได้กับจา พนม ก็ไม่มีใครกล้ากระโดดออกไปจากชั้น 5 ตรงนี้แน่
.
“สูงมากอ่ะ! ถ้าพลาดตกลงไปได้ตายแบบศพไม่สวยชัวร์!”
.
“ตรึม! , ตรึม! , ตรึม! , ตรึม! , ตรึม! ”
“ตรึม! , ตรึม! , ตรึม! , ตรึม! , ตรึม! ”
ผนังเริ่มสั่นกล่องลังเริ่มเขยื้อน นั่นยิ่งทำให้สติกระเจิดกระเจิงขึ้นไปอีก
.
“ไม่! ยังไงฉันก็ไม่ยอมให้โดนจับเด็ดขาด! แพรวเพิ่งแชทมาบอกว่าพวกเขาจะล่ากระเทยไปทำอะไรก็ไม่รู้ กระเทยมีศักดิ์ศรีเว่ย! การเก๊กแมนตบตาขายผ้าเอาหน้ารอดก็ไม่ใช่ทางออก เพราะงั้นยอมตายซะยังดีกว่า! , ฮึ่ยยย!”
.
สิ้นสุดการตัดสินใจเฮือกสุดท้าย สาวประเภทสองก็ได้ชะโงกหน้าลงไปมองระเบียงห้องด้านล่างใหม่อีกที คราวนี้พีลงรายละเอียดมากขึ้นเขาเห็นราวตากผ้าที่เต็มไปด้วยผ้าอ้อมเด็ก มีกาละมังซักผ้าที่มีขวดนมแช่เอาไว้ และที่สำคัญมีพื้นที่มากพอให้เขาเหวี่ยงตัวลงไปแลนด์ดิ้ง
.
“ข้างล่างน่าจะเป็นห้องของเด็ก ถ้าเราเหวี่ยงตัวเข้าไปในนั้นได้ประตูมุ้งลวดบาง ๆ ตรงระเบียงคงไม่คณามือ พอลงไปถึงก็ค่อยรีบเผ่นออกไปทางบันไดหนีไฟ ใช่! เป็นไปได้อยู่!”
.
“ตรึม! , ตรึม! , ตรึม! , ตรึม! , ตรึม! ”
“ตรึม! , ตรึม! , ตรึม! , ตรึม! , ตรึม! ”
.
“หัวหน้าครับ! ข้างนอกมีแสงสว่าง มีกลิ่นเหล้าด้วยครับ!”
.
“เยี่ยม! เรามาถูกทางแล้วทุบต่อไปอย่าหยุดนะ!”
.
“ครับ!”
.
ฝั่งข้างในก็ช่างเร่งเร้าประเมินจากสถานการณ์คาดว่าอีกไม่เกิน 5 นาที สิ่งที่พีใช้กีดขวางไว้ก็คงจะสิ้นสภาพ จุดซ่อนเร้นที่ไม่ใช่จิ๋มของเขาคงจะถูกเปิดเผย เพราะฉะนั้นจะทำอะไรก็ควรรีบทำ ถ้าไม่รีบล่ะก็เขาได้หมดอนาคตแน่
.
“เหี้ย! เอาวะตายเป็นตาย! เราแค่ต้องหาอะไรยาว ๆ ที่คล้ายเชือกมาใช้โรยตัวสักหน่อย"
.
หันซ้ายแลขวาดันมีแต่ขวดเหล้า ยาวสุดที่เห็นคงจะเป็นเชือกรองเท้าแต่มันจะพอเหรอ?
.
“พอสิ! ถ้าเอาทุกอย่างมามัดรวมกัน”
.
พีทำเหมือนหันมาพูดกับคนเขียน แต่ก็ช่างเถอะ! เพราะสิ่งที่เขาทำนั้นน่าสนใจกว่ามาก เขาถอดรองเท้าออกแกะเชือกรองเท้าออกมา , ถอดถุงเท้าออก , ถอดกางเกงออก , ถอดเสื้อออก , ถอดสร้อยคอ , ถอดแม้กระทั่งสิ่งที่ไม่ควรถอดอย่างกางเกงในชาย เปลี่ยนกระเทยร่างควายให้คล้ายกับกอลิล่าเปลือยตามป่าธรรมชาติ
"ด็อกเตอร์ไฟเริ่มมอดแล้ว!"แพรวตะโกนพลางใช้เสื้อคลุมตะปบลงบนตัวของเฟิงฉินด้วยความรุนแรง.สอดคล้องกันกับมิวท์ที่เริ่มมองเห็นช่องว่่างระหว่างแนวไฟสีม่วง ที่โหว่เป็นรอยเว้าพอที่จะวิ่งแทรกตัวออกไปได้ ไม่รอช้าเธอรีบลากตัวเฟิงฉินที่สลบเหมือดออกไปทันที ร่างกายของเขาไถลไปกับพื้นครูดไปกับดิน มิวท์ลากขาส่วนแพรวยกแขนสภาพดูทุลักทุเลมาก ร้อนก็ร้อนแต่ก็ต้องทำในเมื่อมีจังหวะและโอกาสพอที่จะเป็นไปได้ ถ้าไม่โดนด็อกเตอร์หัวฟูฉุดรั้งเอาไว้ก่อน แกเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อของแพรวเอาไว้ ก่อนจะพูดขึ้น."จุ๊ ๆ จุ๊ ๆ ไม่ต้องเสียแรงทำอะไรแบบนั้นหรอกพวกเธอ ฉันขอแค่ 10 วินาที แค่เสี้ยวอึดใจที่นี่ก็จะกลับมาเป็นปกติ""แล้วก็เลิกพยายามได้แล้ว พ่อหนุ่มนั่นไม่รอดหรอกไม่สังเกตเลยรึไงว่าเขาหยุดหายใจไปตั้งนานแล้ว!".แพรวมองตามเป็นพัลวัน น้ำเสียงสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้."บ้า! ไม่จริงน่ะด็อกเตอร์~!".10 , 9 , 8 , 7 , 6 นับถอยหลังยังไม่ถึงศูนย์ดี กำแพงเพลิงสีม่วงอเมทิสต์ก็เริ่มลดระดับความรุนแรงลงตามที่ด็อกเตอร์บอก พวกมันด้อยพิษสงลงประหนึ่งงูเห่าที่ถอดใจยอมแพ้ต่อพญาพังพอน แสงสว่างเริ่มจางลงความร้อนเริ่มส่างซา เปิดช่องให้ลม
ประหนึ่งดาวตกที่หลงทิศ กระสุนบ้านม่วงไม่ได้หล่นลงมาจากฟ้าแต่พุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน วิถีความรุนแรงกับไอพ่นเรียกได้ว่าลอยผ่านที่ไหนก็วอดวายที่นั่น สะเก็ดละอองไฟปลิวว่อนร่วงไปตามทาง มองผ่าน ๆ เหมือนกากเพชรแสนสวย แต่หารู้ไม่ว่าร่วงโรยโดนสิ่งใดการลุกไหม้แบบไวโอเลตก็จะเกิดขึ้นในทันที!.ยอดตึกสูงระหว่างทางล้มระเนระนาด! บางหลังแหว่งเว้าไปทั้งด้านทั้งที่กระสุนบ้านแค่พุ่งเฉียดไปแบบเฉี่ยว ๆ มีแต่ตายกับตายถ้าเปรมโดนเจ้านี่เข้า หนำซ้ำเขาที่เป็นถึงจักรพรรดิแห่งเชื้อก็ไม่ได้รู้ตัวถึงภัยคุกคามที่กำลังเกิดขึ้นเลย เครดิตคงต้องยกให้สองหัวหน้าหน่วยผู้เสียสละชีพ แนวปะทะที่ชานเมืองทำให้โฟกัสของเปรมเบี่ยงเบนไป เขาต้องใช้สมาธิระดับสูงในการควบคุมกองทัพนับล้านที่เพิ่มพลังให้แก่ตัวเองผ่านการเซ็กส์หมู่ จึงเป็นอะไรที่ยากมากในการกำกับดูแล.ประกอบกับความประมาทอันไม่คาดคิด ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะว่าโลกใบนี้จะมีมนุษย์บ้าคนหนึ่งที่ยิงบ้านทั้งหลังเข้ามาใส่เขาได้! ประมุขแห่งองค์กรก็เลยไม่ได้เตรียมการใด ๆ สำหรับเรื่องนี้ไว้เลย.แสงสีม่วงสว่างวาบย้อมท้องฟ้า กระสุนบ้านลอยแหวกผ่านน่านฟ้าที่เคยเป็นสีแดงช้ำเลือดช้ำหนองมาอย่างทรนง
บ้านไม้ชั้นเดียวหมุนเชื่องช้าอยู่บนเนินดิน พลันย้ายส่วนของหน้าบ้านที่เคยอยู่ในทิศใต้ให้หมุนหันมาทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มองเห็นอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัท AP ได้จากระยะไกล ความรโหฐานระฟ้าของมันกำลังเป็นภัยให้แก่ตัวเอง ก่อนที่ต่อมาไม่นานตัวหลังคาของบ้านก็เริ่มมีอาการผิดปกติ เหล่าแผ่นกระเบื้องพากันสั่นระงมรวดไปทั้งแผง เศษผงฝุ่นมูลดินที่เคยเกาะกรังร่วงกราวลงมากองอย่างน่าสงสาร."ฟึมมม~! , ฟู่~!"ลมตีกระพือฝุ่นฟุ้งกระจาย ตามติดมาด้วยการตะโกนสวนออกมาของด็อกเตอร์."ฉันมีโอกาสแค่ครั้งเดียวถ้าหากพลาดแรงระเบิดจะเฉียกเราเป็นชิ้น ๆ ! พวกเธอรีบไปหาที่หลบซะ! ถ้าจะมีคนตายก็ขอให้เป็นฉันเพียงคนเดียว! , ไป!"ถ้อยสำเนียงสะท้อนก้องกังวานราวกับข้างในมีไมโครโฟน นั่นเหมือนคำพูดเสียสละของคนที่พร้อมจะพลีชีพ ซึ่งก็อาจจะจริงเพราะชั่วยามนี้คนอย่างด็อกเตอร์ก็ไม่เหลืออะไรอยู่แล้ว.แพรว , มิวท์ , เฟิงฉิน เร่งทำตามคำสั่งเสีย เสี้ยวหายใจที่ทั้งสามวิ่งกุลีกุจอหนีห่างออกมา หางตาด้านหลังก็ได้เห็นว่าหลังคาบ้านที่เคยชนกันเป็นหน้าจั่วนั้นได้ทิ้งตัวครือลงมาทั้งแผง บทบาทการกันแดดกันฝนได้จบลงทันที พวกมันสั่นกระเพื่
มองที่ด้านหลังเห็นปลั๊กไฟเสียบใส่เต้ารับไว้แน่นหนา เอามืออังแถวด้านข้างยังสัมผัสได้ถึงความเย็นที่แทรกซึมออกมาจากตัวตู้ได้เล็กน้อย ไม่ผิดแน่แพรวค่อนข้างมั่นใจ ว่าในตู้ใบนี้จะต้องมีเบียร์แช่ไว้เป็นลัง ๆ เธอพยายามมองภาพหลาย ๆ มุม พยายามคิดแทนคุณพ่ออีพีว่าในชั่วยามแบบนี้ ยังอยากจะแดกแอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสโลหิตอยู่อีกเหรอ คิดไปก็ปวดหัวสู้โพร่งถามออกไปตรง ๆ เลยดีกว่า ว่าแล้วสาวผมส้มก็ผละตัวเองออกมาเพื่อเปิดทางให้เฟิงฉินเข้ามาช่วย เธอสะกิดหลังด็อกเตอร์ไปสองสามที."ด็อกเตอร์คะ? , ด็อกเตอร์คะ? , คือ!"."อุ๊ย!".ตกใจสะดุ้งโหยงยังไม่ทันถามได้ศัพท์ดี ทั้งมิวท์และแพรวต่างก็สะบัดตัวหนีออกมาจากระยะ ด้วยความสัตย์จริงว่าเป็นอะไรที่ประหลาดตามาก เพราะทันทีที่เฟิงฉินขูดสติกเกอร์โลโก้ยี่ห้อที่ติดอยู่ตรงกลางออกจนหมด ตัวตู้เย็นที่สูงราว 4 ฟุตครึ่งอันนี้ก็ขยับเขยื้อน มันสะบัดตัวเองราวกับมีชีวิต แถมยังพ่นไอเย็นออกมาจากด้านล่างวูบหนึ่ง."ฟู่~!"."เหอะ.. ฉันอยู่กับไอเย็นมาทั้งชีวิตเถอะ แค่นี้คงไม่ทำให้ต้องกลัว"เฟิงฉินคิดในใจ ตามติดมาด้วยการเอ่ยเสียงถามด็อกเตอร์ว่าจะให้ทำไงต่อ."ตรงนี้เหมือนมีรูให้เสียบอะไ
ปุ่มสวิตซ์ถูกกดไปตั้งแต่อยู่บนรถ ปล่อยเวลาผ่านเลยไปเล็กน้อยบ้านทั้งหลังก็จมหายยุบลงไปใต้ดิน! นี่คือระบบป้องกันตัวเองที่ด็อกเตอร์ออกแบบไว้นานแล้ว เพื่อใช้ป้องกันตัวบ้านไม่ให้โดนไวรัสกัดกร่อน แกมีนวัตกรรมเจ๋ง ๆ แบบนี้หลายอย่างเพียงแต่เป็นพวกเราเองที่ไม่ได้โฟกัสมาที่แกตั้งแต่แรก กลับมัวแต่ตามติดชีวิตของแพรวกับความมะรุมมะตุ้มเละเทะของเนื้อเรื่อง จนหวิดจะออกทะเลอยู่หลายรอบ.ซึ่งจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้วเพราะนี่คือศึกสุดท้าย มีแผ่นเหล็กขนาดเท่าบานประตูสองบานวางแผ่หลาอยู่บนสนาม ตรงตำแหน่งที่เคยเป็นตัวบ้านมาก่อน ลักษณะของมันคล้ายกับประตูบานพับที่แข็งแรงแต่กลับวางนอนอยู่บนพื้น ไม่ได้ตั้งขนานกับพื้นโลกอย่างที่ควรจะเป็น แพรวที่อยู่ใกล้กับด็อกเตอร์เลือกที่จะทอดสายตาต่ำลง พลางเพ่งมองไปยังฝ่ามืออันหยาบกร้านของชายสูงอายุ พอดีกันกับมิวท์และเฟิงฉินที่เร่งเดินตามมาติด ๆ."อะไรอ่ะแพรว.. ไม่เห็นจะมี! , อุ๊บ!".โดนจ่อนิ้วเข้ากับริมฝีปาก ยินเสียงจี่จากแพรวทำให้เฟิงฉินกับมิวท์ต้องเงียบลงในทันใด ทุกคนต่างจ้องมองไปยังกระบวนการในการเปิดประตูอันพิลึกพิลั่นนั่น."เงียบก่อนอย่าเพิ่งพูดอะไร ประตูทางลงอุโมงค์มีเซ็นเ
"ซ่าาาาา , ซ่าาาาา , ครืดดด.. ด.. ด.. ด , ครืดดด.. ด.. ด.. ด"ตามปกติถ้าเปิดวิทยุก็จะได้ยินเสียงประมาณนี้.แต่หนนี้กลับเป็นอะไรที่แตกต่างออกไป แพรวถึงกับกระชากตัวเครื่องออกมาจากช่องเสียบหน้าคอนโซลรถ แล้วเอามาแนบหูตัวเองให้ถนัดถนี่ โชคร้ายที่ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นเลย! เพราะเสียงที่ดังกลับมาก็มีแต่เสียงสะท้อนจากปลายกระบอกปืน."ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง!"."อ๊ากกกก! , เอื๊อกกกก! , อ๊ากกกก.. ก.. ก.. , อ๊ากกกก!".ถ้อยสำเนียงผนวกรวมกับเสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยอง บ่งบอกถึงสถานการณ์ที่เป็นอยู่ทางฟากโน้น หัวหน้าหน่วยทั้งสองและลูกทีมหลักร้อยคงไม่มีใครรอด แม้แต่ลูกทีมของเฟิงฉินที่พูดแต่คำจีนใส่กันก็ไม่มีการวิทยุตอบกลับมาแต่อย่างใด พวกเขาน่าจะตายคาสมรภูมิเยี่ยงทหารดินเผาของจิ๋นซีฮ่องเต้ และตอนนี้ก็คงจะเหลือแต่เฟิงฉินผู้เป็นหัวหน้า กับมิวท์ , แพรว , แล้วก็ด็อกเตอร์ ที่เป็นดั่งความหวังสุดท้าย.แพรวลองจูนสัญญาณคลื่นวิทยุไปอีกหลายย่าน แต่ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิมคือเงียบสนิท! ไม่ม่วี่แววว่าจะมีเสียงใดลอดเข้ามา เว้นก็แต่เสียงร้องคำรามของพวกผู้ติดเชื้อที่ดังไม่หยุดหย่







