LOGIN“มึงเป็นไงบ้างแพรว กูห่วงมึงแทบแย่! พ่อกูได้ทำอะไรมึงไหม? แกเมารึเปล่า? แล้วพูดอะไรกับมึงบ้าง? มึงอย่าเชื่อแกเชียวนะเว๊ย!”
ลิ้นพันกันเป็นระวิงพียิงคำถามใส่แพรวแบบไม่มีเว้นวรรค พลางจับหัวไหล่เธอเขย่าโครม ๆ
.
ทำเอาสาวเจ้าถึงกับต้องออกปาก ภายใต้หน้ากากกันแก๊ซกับหน้ากากครอบแก้วจากบริษัท AP ที่พีสวมอยู่ ศีรษะพวกเขาแทบจะโขกกัน เห็นแต่ดวงตาจึงเดาไม่ถูกว่าต่างคนต่างเก็บอะไรไว้ในใจบ้าง ฝ่ายหญิงจึงได้โพล่งคำออกไปก่อน
.
“กูไม่เป็นไรหรอก! พ่อมึงเมาชิบหาย! กูก็เลยปล่อยให้แกหลับคาโต๊ะกินข้าวอยู่ในห้องใต้ดินโน่น!”
.
“ห้องใต้ดิน?! มึงลงไปแล้วเหรอ?!"
.
“อ่า~! กูรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับครอบครัวมึงหมดแล้ว ว่าแต่มึงเหอะไม่เป็นไรใช่ไหม? กูถามพี่เจ้าหน้าที่มูลนิธิคนหนึ่งเขาบอกว่าหน่วยคัดกรองโรคตรวจหากระเทยกันเข้มมาก กูล่ะเสียวมึงจะโดนจับ!”
.
พีเป่าปากถอนใจเฮือกใหญ่ แววตาเขาดูมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับห้องใต้ดินมาก จึงรีบเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับการตรวจคัดกรองให้แพรวฟัง เพื่อที่เสร็จแล้วจะได้รีบถามเธอกลับไปว่า ที่บอกว่ารู้ความจริงน่ะคือรู้เรื่องอะไร ไปรับสาส์นมาแบบบิดเบือนข้อเท็จจริงรึเปล่า
.
แล้วภาพเหตุการณ์ก็ถูกฉายซ้ำผ่านการขมุบขมิบของริมฝีปากพี เขาเล่าเหตุการณ์อย่างรวบรัดฉับไว จนกระทั่งไปสะดุดอยู่ตรงกระบวนการขั้นสุดท้ายอย่างการวัดขนาดองคชาติ ให้ตายเถอะ! แพรวเดาผิดไปนิดเดียวที่คิดว่าไอ้จ้อนของพีน่าจะแยงแผ่นกระดานเจาะรูสำหรับวัดขนาด จนหักเป็นสองซีก
.
แต่ที่ไหนได้เพราะกระดานดังกล่าวแทบจะไม่ถูกใช้งานเลยด้วยซ้ำ วินาทีที่กระเทยหนุ่มปลดกางเกงลงต่อหน้าเจ้าหน้าที่ เพียงแค่เขาเอาดุ้นผงาดอันใหญ่ย้ำค้ำโลกวางพาดลงบนโต๊ะ โต๊ะทั้งโต๊ะก็เหมือนถูกคลุมทับด้วยเงาสีดำขนาดใหญ่ ที่แผ่สยายความมืดจนบดบังทุกสรรพสิ่ง ด้วยเหตุนี้พีจึงรอดมาได้ แล้วพอเห็นว่ามีเจ้าหน้าที่กู้ภัยกลุ่มใหญ่เตรียมจะเดินทางมาทำงานแถวละแวกบ้านพอดี เขาก็เลยไม่รอรีที่จะขออาศัยติดรถมาด้วย แม้จะต้องแลกกับการโหนกระจกข้างมาประหนึ่งทาซานผจญภัยก็ไม่เกี่ยง พีเป็นห่วงแพรวที่เป็นเพื่อนสนิทมากกว่า
.
“โอเคจบ! กูเล่าเรื่องของกูแล้ว"
"ทีนี้ตามึง! จากการมีเซ็กส์กันครั้งล่าสุดตอนนี้ก็ผ่านไป เอิ่ม.. ม.. ม”
.
กระเทยหนุ่มเหลือบมองดูนาฬิกาข้อมือ พลางแหงนหน้านึกย้อนความหลัง
.
“8 ชั่วโมง! กูเดาว่ามึงยังไม่ได้แดกยาคุมสักเม็ดเลยใช่ไหมแพรว?”
.
“ก็กูติดอยู่ข้างล่างกับพ่อมึงสองต่อสอง จะเอาเวลาไหนไปซื้อ”
สาวเจ้าสวนกลับ
.
ส่งผลให้พีมีปฏิกิริยาทันที เขาแทบจะพุ่งเข้ามาประชิดตัวเธอ พลันใช้หน้ากากครอบแก้วชนกับหน้ากากกันแก็ส กัดฟันกรอด ๆ สลับกับพ่นถ้อยคำออกจากลำคอช้า ๆ กึ่งกระซิบกระซาบ
.
“ชู่ววว.. เงียบ.. อย่าเสียงดัง! ย้ายไปคุยกันที่ระเบียงหน้าบ้านดีกว่า กูไม่อยากให้ใครรู้เรื่องนี้”
.
.
บรรยากาศมาคุก่อตัวขึ้นทันที สองเพื่อนซี้ในชุดกันเชื้อเดินต้วมเตี้ยมตามกันเข้าไปยังส่วนหน้าของตัวบ้าน แต่ไม่ถึงกับเข้าไปด้านใน โดยมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยมากมายทำงานงก ๆ เป็นฉากหลัง เสียงเจาะถนน เสียงทุบค้อนปอนด์ใส่ปูนซีเมนต์ รวมถึงเสียงโอดโอยของผู้ประสบเหตุ ไม่อยู่ในสายตาของทั้งสองคนเลย พวกเขาแคร์แค่เรื่องของตัวเอง คนที่เสือกเรื่องคนอื่นมาก็อยากเล่า ส่วนคนที่กลัวความลับของตัวเองจะหลุดก็อยากฟัง พีกับแพรวจึงนั่งลงที่บันไดไม้ขั้นเตี้ย ๆ ที่หน้าทางขึ้นบ้าน
.
“เร็วเลย! มึงรีบบอกมาว่ามึงรู้อะไรบ้าง? ตอนนี้ยาคุมสำคัญสุดกูขอย้ำ!”
พีชิงตัดบทตั้งแต่ยังไม่เริ่ม
.
ซึ่งแพรวก็สวนกลับทันควันด้วยการควักสมาร์ทโฟน โชว์หลักฐานประกอบคำอธิบาย
.
“มึง.. ไม่.. ใช่.. กระเทย!”
“พ่อมึงคิดถึงแม่มึงมาก จนยัดเยียดโครโมโซมเพศหญิงผ่านระบบยีนเข้ามาในตัวมึง ทำให้มึงมีสภาพเป็นยอดชายนายสายเหลือง กระเทยเป็นแค่เรื่องสมมุติ และมึงไม่จำเป็นต้องหลบหนีการตามล่าของหน่วยสืบสวนโรคก็ได้”
“กูมีหลักฐานพร้อม ภาพในห้องแล็บใต้ดินของพ่อมึงจะพิสูจน์เองว่ากูไม่ได้โกหกแม้แต่นิดเดียว!”
“เอ้านี่! ลองดูเองสิ!”
.
“ฟึบ!”
รีบกระชากโทรศัพท์ออกจากมือเพื่อนเป็นการด่วน พีถึงกับพูดไม่ออกดวงตาเขาแทบจะถลนออกนอกเบ้า เขาเช็ดน้ำตาที่เหมือนจะคลอแล้วพูดขึ้น
.
“บะ.. บ้าน่า เรื่องแบบนี้มัน.. น.. น.. ชีวิตกูไม่ควรจะแฟนตาซีขนาดนี้หรอกแพรว”
“มึงได้ของแบบนี้มาได้ยังไง? พ่อไม่เคยให้กูเข้าโซนห้องแล็บเลยสักครั้ง แม้แต่ลงไปข้างล่างก็เถอะ! เต็มที่กูยังใช้ชีวิตอยู่แค่ชั้นบนเอง แต่นี่มึงถึงกับบุกเข้าไปในห้องแล็บใต้ดินที่เป็นความลับของครอบครัวกูได้ กูว่ามันชักจะแปลก ๆ ”
“มึงทำอะไรกับพ่อกูรึเปล่าแพรว มึงวางยาแกหรอ?! ”
.
แพรวอึ้งไปสามวิกับท่าทีที่ค่อนข้างเซอร์ไพรต์ของพีที่แสดงออก หล่อนจึงลองกระเซ้าดู
.
“กูแค่ยั่วเขาด้วยหุ่นของกู~!”
.
“นั่นไง!?”
.
“เปล่า ๆ ๆ ๆ ! ไม่ใช่! กูล้อเล่นอีบ้า! พ่อมึงอ่ะเมาแล้วเห็นกูเป็นคุณนุช กูต่างหากที่เกือบจะโดนปล้ำ!”
.
“What คุณนุช?!”
“No! ไม่ใช่ล่ะ! แม่ที่ทิ้งพวกเราไปมีผัวใหม่อ่ะนะ ผู้หญิงพรรค์นั้นแม้แต่ชื่อพ่อกูยังไม่ให้กูเรียกเลย แกเกลียดเธอเข้ากระดูกดำ กูว่ามึงแต่งเรื่องหลอกกกูแล้วล่ะแพรว"
“หลบซิ! กูจะลงไปดูข้างล่าง เช็คให้ละเอียดว่ามึงทำอะไรกับพ่อกูไว้”
.
พีกระทืบเท้าโครม ๆ สวนทางกับแพรวที่พยายามเถียงสุดฤทธิ์ เธอให้เหตุผลต่าง ๆ นา ๆ ว่าคลิปและรูปถ่ายที่ถ่ายมานั้นเป็นของจริงร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะพ่อรักคุณนุชมากการเสียชีวิตของเธอจึงถูกปกปิดไว้ บางทีแกอาจจะไม่ต้องการให้พีเสียใจก็ได้ สู้ให้รู้ว่าแม่จากไปเพราะมีผู้ชายคนใหม่ยังดีกว่ารู้ว่าแม่ตาย
.
และอีกประการก็คือพ่อจะให้พีรู้ไม่ได้ว่าเขานั้นคือร่างทดลองที่เกิดจากความผิดพลาด พ่อเจตนาจะแปลงสภาพพีให้กลายเป็นคุณนุชคนใหม่ เป็นผู้หญิงเรียบร้อย , สวย , โอบอ้อมอารีย์ , และเป็นแม่ที่ดีของลูก แต่ผลที่ออกมาก็อย่างที่เห็น ร่างทดลองหมายเลขหนึ่งมีความเป็นผู้หญิงขึ้นก็จริง แต่ออกมาในรูปแบบของกระเทยควายหรือคิงคองผสมกับก็อตซิลล่า แล้วนับวันก็มีแต่จะร้อง กรี๊ด! , กรี๊ด! , กรี๊ด! แล้วก็ กรี๊ดดดด!
.
“นี่คือเหตุผลที่เขาไม่บอกมึงเว๊ยพี มึงพิจารณาดูสิว่ามันสมเหตุสมผลขนาดไหน!”
“มึงไม่ต้องเชื่อกูก็ได้ แต่มึงควรดูหลักฐานทางเทคโนโลยี ของแบบนี้แม้แต่ข้อกฎหมายเขาก็รับรอง!”
แพรวลุกขึ้นยืนกางแขน พลันพร่ำบ่นบิดตัวเอียงไปมา เพื่อขวางทางเข้าประตูหน้าบ้านเอาไว้
.
แต่ก็เหมือนจะไม่เป็นผลไม้ซีกงัดไม้ซุงดี ๆ นี่เอง แพรวสู้แรงพีไม่ไหวด้วยประการทั้งปวง โดนชนทีเดียวร่างบางก็ถึงกับร่วงกราวลงกับพื้น
.
“ผลั่ก!”
.
“อย่าขวางกูแพรว! นี่มันเรื่องครอบครัวกูนะ! กูรู้ว่ามีงชอบสอดแต่เรื่องนี้กูขอเถอะวะ!”
.
“แพรว!”
.
“อีแพรววว!”
(ทำไมเงียบไปล่ะ)
.
พอเห็นว่าเพื่อนสาวไม่ยอมส่งเสียงเหมือนเคย พีจึงต้องละสายตาออกจากบานประตูแล้วสะบัดหน้าหันย้อนกลับ ก่อนจะพบว่าอิริยาบถของเธอนั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว แพรวนั่งราบเหยียดขาออกมากับพื้น สองมือกุมหน้าท้องอันแบนราบแต่ร้องโอดโอยทุรนทุรายเจ็บปวด
.
“ช่วยด้วยพี~ กูปวดท้อง~~”
“ปวดเหมือนปวดท้องเมนเลยอ่ะ.. อือ.. โอ๊ยย~~!”
.
8 ชั่วโมง 45 นาที คือเวลาที่นับจากการโดนหลั่งในครั้งล่าสุด เวลานั้นกระชั้นชิดมากแล้ว และบางทีพอโดนแรงกระแทกเมื่อครู่เข้าไป เจ้าตัวน้อยที่อยู่ในครรถ์ก็อาจจะอยากทักทายคนเป็นแม่บ้างล่ะมั้ง
"ด็อกเตอร์ไฟเริ่มมอดแล้ว!"แพรวตะโกนพลางใช้เสื้อคลุมตะปบลงบนตัวของเฟิงฉินด้วยความรุนแรง.สอดคล้องกันกับมิวท์ที่เริ่มมองเห็นช่องว่่างระหว่างแนวไฟสีม่วง ที่โหว่เป็นรอยเว้าพอที่จะวิ่งแทรกตัวออกไปได้ ไม่รอช้าเธอรีบลากตัวเฟิงฉินที่สลบเหมือดออกไปทันที ร่างกายของเขาไถลไปกับพื้นครูดไปกับดิน มิวท์ลากขาส่วนแพรวยกแขนสภาพดูทุลักทุเลมาก ร้อนก็ร้อนแต่ก็ต้องทำในเมื่อมีจังหวะและโอกาสพอที่จะเป็นไปได้ ถ้าไม่โดนด็อกเตอร์หัวฟูฉุดรั้งเอาไว้ก่อน แกเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อของแพรวเอาไว้ ก่อนจะพูดขึ้น."จุ๊ ๆ จุ๊ ๆ ไม่ต้องเสียแรงทำอะไรแบบนั้นหรอกพวกเธอ ฉันขอแค่ 10 วินาที แค่เสี้ยวอึดใจที่นี่ก็จะกลับมาเป็นปกติ""แล้วก็เลิกพยายามได้แล้ว พ่อหนุ่มนั่นไม่รอดหรอกไม่สังเกตเลยรึไงว่าเขาหยุดหายใจไปตั้งนานแล้ว!".แพรวมองตามเป็นพัลวัน น้ำเสียงสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้."บ้า! ไม่จริงน่ะด็อกเตอร์~!".10 , 9 , 8 , 7 , 6 นับถอยหลังยังไม่ถึงศูนย์ดี กำแพงเพลิงสีม่วงอเมทิสต์ก็เริ่มลดระดับความรุนแรงลงตามที่ด็อกเตอร์บอก พวกมันด้อยพิษสงลงประหนึ่งงูเห่าที่ถอดใจยอมแพ้ต่อพญาพังพอน แสงสว่างเริ่มจางลงความร้อนเริ่มส่างซา เปิดช่องให้ลม
ประหนึ่งดาวตกที่หลงทิศ กระสุนบ้านม่วงไม่ได้หล่นลงมาจากฟ้าแต่พุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน วิถีความรุนแรงกับไอพ่นเรียกได้ว่าลอยผ่านที่ไหนก็วอดวายที่นั่น สะเก็ดละอองไฟปลิวว่อนร่วงไปตามทาง มองผ่าน ๆ เหมือนกากเพชรแสนสวย แต่หารู้ไม่ว่าร่วงโรยโดนสิ่งใดการลุกไหม้แบบไวโอเลตก็จะเกิดขึ้นในทันที!.ยอดตึกสูงระหว่างทางล้มระเนระนาด! บางหลังแหว่งเว้าไปทั้งด้านทั้งที่กระสุนบ้านแค่พุ่งเฉียดไปแบบเฉี่ยว ๆ มีแต่ตายกับตายถ้าเปรมโดนเจ้านี่เข้า หนำซ้ำเขาที่เป็นถึงจักรพรรดิแห่งเชื้อก็ไม่ได้รู้ตัวถึงภัยคุกคามที่กำลังเกิดขึ้นเลย เครดิตคงต้องยกให้สองหัวหน้าหน่วยผู้เสียสละชีพ แนวปะทะที่ชานเมืองทำให้โฟกัสของเปรมเบี่ยงเบนไป เขาต้องใช้สมาธิระดับสูงในการควบคุมกองทัพนับล้านที่เพิ่มพลังให้แก่ตัวเองผ่านการเซ็กส์หมู่ จึงเป็นอะไรที่ยากมากในการกำกับดูแล.ประกอบกับความประมาทอันไม่คาดคิด ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะว่าโลกใบนี้จะมีมนุษย์บ้าคนหนึ่งที่ยิงบ้านทั้งหลังเข้ามาใส่เขาได้! ประมุขแห่งองค์กรก็เลยไม่ได้เตรียมการใด ๆ สำหรับเรื่องนี้ไว้เลย.แสงสีม่วงสว่างวาบย้อมท้องฟ้า กระสุนบ้านลอยแหวกผ่านน่านฟ้าที่เคยเป็นสีแดงช้ำเลือดช้ำหนองมาอย่างทรนง
บ้านไม้ชั้นเดียวหมุนเชื่องช้าอยู่บนเนินดิน พลันย้ายส่วนของหน้าบ้านที่เคยอยู่ในทิศใต้ให้หมุนหันมาทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มองเห็นอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัท AP ได้จากระยะไกล ความรโหฐานระฟ้าของมันกำลังเป็นภัยให้แก่ตัวเอง ก่อนที่ต่อมาไม่นานตัวหลังคาของบ้านก็เริ่มมีอาการผิดปกติ เหล่าแผ่นกระเบื้องพากันสั่นระงมรวดไปทั้งแผง เศษผงฝุ่นมูลดินที่เคยเกาะกรังร่วงกราวลงมากองอย่างน่าสงสาร."ฟึมมม~! , ฟู่~!"ลมตีกระพือฝุ่นฟุ้งกระจาย ตามติดมาด้วยการตะโกนสวนออกมาของด็อกเตอร์."ฉันมีโอกาสแค่ครั้งเดียวถ้าหากพลาดแรงระเบิดจะเฉียกเราเป็นชิ้น ๆ ! พวกเธอรีบไปหาที่หลบซะ! ถ้าจะมีคนตายก็ขอให้เป็นฉันเพียงคนเดียว! , ไป!"ถ้อยสำเนียงสะท้อนก้องกังวานราวกับข้างในมีไมโครโฟน นั่นเหมือนคำพูดเสียสละของคนที่พร้อมจะพลีชีพ ซึ่งก็อาจจะจริงเพราะชั่วยามนี้คนอย่างด็อกเตอร์ก็ไม่เหลืออะไรอยู่แล้ว.แพรว , มิวท์ , เฟิงฉิน เร่งทำตามคำสั่งเสีย เสี้ยวหายใจที่ทั้งสามวิ่งกุลีกุจอหนีห่างออกมา หางตาด้านหลังก็ได้เห็นว่าหลังคาบ้านที่เคยชนกันเป็นหน้าจั่วนั้นได้ทิ้งตัวครือลงมาทั้งแผง บทบาทการกันแดดกันฝนได้จบลงทันที พวกมันสั่นกระเพื่
มองที่ด้านหลังเห็นปลั๊กไฟเสียบใส่เต้ารับไว้แน่นหนา เอามืออังแถวด้านข้างยังสัมผัสได้ถึงความเย็นที่แทรกซึมออกมาจากตัวตู้ได้เล็กน้อย ไม่ผิดแน่แพรวค่อนข้างมั่นใจ ว่าในตู้ใบนี้จะต้องมีเบียร์แช่ไว้เป็นลัง ๆ เธอพยายามมองภาพหลาย ๆ มุม พยายามคิดแทนคุณพ่ออีพีว่าในชั่วยามแบบนี้ ยังอยากจะแดกแอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสโลหิตอยู่อีกเหรอ คิดไปก็ปวดหัวสู้โพร่งถามออกไปตรง ๆ เลยดีกว่า ว่าแล้วสาวผมส้มก็ผละตัวเองออกมาเพื่อเปิดทางให้เฟิงฉินเข้ามาช่วย เธอสะกิดหลังด็อกเตอร์ไปสองสามที."ด็อกเตอร์คะ? , ด็อกเตอร์คะ? , คือ!"."อุ๊ย!".ตกใจสะดุ้งโหยงยังไม่ทันถามได้ศัพท์ดี ทั้งมิวท์และแพรวต่างก็สะบัดตัวหนีออกมาจากระยะ ด้วยความสัตย์จริงว่าเป็นอะไรที่ประหลาดตามาก เพราะทันทีที่เฟิงฉินขูดสติกเกอร์โลโก้ยี่ห้อที่ติดอยู่ตรงกลางออกจนหมด ตัวตู้เย็นที่สูงราว 4 ฟุตครึ่งอันนี้ก็ขยับเขยื้อน มันสะบัดตัวเองราวกับมีชีวิต แถมยังพ่นไอเย็นออกมาจากด้านล่างวูบหนึ่ง."ฟู่~!"."เหอะ.. ฉันอยู่กับไอเย็นมาทั้งชีวิตเถอะ แค่นี้คงไม่ทำให้ต้องกลัว"เฟิงฉินคิดในใจ ตามติดมาด้วยการเอ่ยเสียงถามด็อกเตอร์ว่าจะให้ทำไงต่อ."ตรงนี้เหมือนมีรูให้เสียบอะไ
ปุ่มสวิตซ์ถูกกดไปตั้งแต่อยู่บนรถ ปล่อยเวลาผ่านเลยไปเล็กน้อยบ้านทั้งหลังก็จมหายยุบลงไปใต้ดิน! นี่คือระบบป้องกันตัวเองที่ด็อกเตอร์ออกแบบไว้นานแล้ว เพื่อใช้ป้องกันตัวบ้านไม่ให้โดนไวรัสกัดกร่อน แกมีนวัตกรรมเจ๋ง ๆ แบบนี้หลายอย่างเพียงแต่เป็นพวกเราเองที่ไม่ได้โฟกัสมาที่แกตั้งแต่แรก กลับมัวแต่ตามติดชีวิตของแพรวกับความมะรุมมะตุ้มเละเทะของเนื้อเรื่อง จนหวิดจะออกทะเลอยู่หลายรอบ.ซึ่งจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้วเพราะนี่คือศึกสุดท้าย มีแผ่นเหล็กขนาดเท่าบานประตูสองบานวางแผ่หลาอยู่บนสนาม ตรงตำแหน่งที่เคยเป็นตัวบ้านมาก่อน ลักษณะของมันคล้ายกับประตูบานพับที่แข็งแรงแต่กลับวางนอนอยู่บนพื้น ไม่ได้ตั้งขนานกับพื้นโลกอย่างที่ควรจะเป็น แพรวที่อยู่ใกล้กับด็อกเตอร์เลือกที่จะทอดสายตาต่ำลง พลางเพ่งมองไปยังฝ่ามืออันหยาบกร้านของชายสูงอายุ พอดีกันกับมิวท์และเฟิงฉินที่เร่งเดินตามมาติด ๆ."อะไรอ่ะแพรว.. ไม่เห็นจะมี! , อุ๊บ!".โดนจ่อนิ้วเข้ากับริมฝีปาก ยินเสียงจี่จากแพรวทำให้เฟิงฉินกับมิวท์ต้องเงียบลงในทันใด ทุกคนต่างจ้องมองไปยังกระบวนการในการเปิดประตูอันพิลึกพิลั่นนั่น."เงียบก่อนอย่าเพิ่งพูดอะไร ประตูทางลงอุโมงค์มีเซ็นเ
"ซ่าาาาา , ซ่าาาาา , ครืดดด.. ด.. ด.. ด , ครืดดด.. ด.. ด.. ด"ตามปกติถ้าเปิดวิทยุก็จะได้ยินเสียงประมาณนี้.แต่หนนี้กลับเป็นอะไรที่แตกต่างออกไป แพรวถึงกับกระชากตัวเครื่องออกมาจากช่องเสียบหน้าคอนโซลรถ แล้วเอามาแนบหูตัวเองให้ถนัดถนี่ โชคร้ายที่ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นเลย! เพราะเสียงที่ดังกลับมาก็มีแต่เสียงสะท้อนจากปลายกระบอกปืน."ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง!"."อ๊ากกกก! , เอื๊อกกกก! , อ๊ากกกก.. ก.. ก.. , อ๊ากกกก!".ถ้อยสำเนียงผนวกรวมกับเสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยอง บ่งบอกถึงสถานการณ์ที่เป็นอยู่ทางฟากโน้น หัวหน้าหน่วยทั้งสองและลูกทีมหลักร้อยคงไม่มีใครรอด แม้แต่ลูกทีมของเฟิงฉินที่พูดแต่คำจีนใส่กันก็ไม่มีการวิทยุตอบกลับมาแต่อย่างใด พวกเขาน่าจะตายคาสมรภูมิเยี่ยงทหารดินเผาของจิ๋นซีฮ่องเต้ และตอนนี้ก็คงจะเหลือแต่เฟิงฉินผู้เป็นหัวหน้า กับมิวท์ , แพรว , แล้วก็ด็อกเตอร์ ที่เป็นดั่งความหวังสุดท้าย.แพรวลองจูนสัญญาณคลื่นวิทยุไปอีกหลายย่าน แต่ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิมคือเงียบสนิท! ไม่ม่วี่แววว่าจะมีเสียงใดลอดเข้ามา เว้นก็แต่เสียงร้องคำรามของพวกผู้ติดเชื้อที่ดังไม่หยุดหย่







