LOGINคนเป็นผัวรีบถลาตัวเข้ามาดูอาการ พีสอดแขนเข้าที่แผ่นหลังพยุงให้แพรวชันกายขึ้นมาได้ ก่อนจะวางมือข้างที่ว่างลงบนหน้าท้องอันแบนราบ ซึ่งยังคงเกร็งสะบั้นจนขึ้นเป็นรอนเลขสิบเอ็ด
.
หุ่นแพรวดีเหลือเกิน มันสวยราวกับนางแบบที่หลุดออกมาจากนิตยสาร หรือไม่ก็หุ่นของพวกนางงามที่ถ่ายภาพโชว์สัดส่วนลงในไอจี ลำตัวด้านข้างทรงตัว s สอดรับกับฝ่ามือกร้านของกระเทยหนุ่มที่โคตรจะกลมกลึง เพียงแค่พีลูบคลึงผ่านลงมาช้า ๆ เขาก็สัมผัสได้ว่าแกนแข็งของตัวเองนั้นชักจะตื่นตัวขึ้นมาอีกคำรบ ไหนจะกลิ่นน้ำหอมที่แพรวฉีดพรมลงมาอีก เสียงครางหอบหายใจจากความเจ็บปวด ช่างเป็นอะไรที่ทำให้ฉุดคิดถึง ภาพเหตุการณ์เมื่อตอนมีเซ็กส์กันเหลือเกิน
.
“เหี้ย!”
“แม่งต้องเป็นเพราะเสปิร์มที่กูปล่อยในใส่มึงแน่ ๆ กูว่าเราต้องรีบแล้วล่ะแพรว ลืมเรื่องพ่อกูสักพักแล้วหายาคุมแดกก่อน!”
“เผิน ๆ กูว่ามึงอาจจะต้องฉีดเลยด้วยซ้ำ ชนิดกินอาจจะไม่ทันเวลาแล้ว!”
พีตั้งข้อสังเกตเขาเองก็เรียนคณะเภสัชมาเหมือนกัน จึงพอจะมีความรู้อยู่บ้าง แม้จะไม่เก่งเท่าเปรมแต่ถ้าเป็นเรื่องคุมกำเนิดแล้วล่ะก็ ยุคนี้สมัยนี้เพศชายดูจะช่ำชองกว่าเพศหญิงซะอีก
.
พูดไม่พูดเปล่ายังอุตส่าห์โอบเอาร่างบางขึ้นมาแนบนาบตัว พลันชำเลืองสายตาลงมองชายเสื้อของฝ่ายหญิงที่เผยอสูงขึ้นเองโดยอัตโนมัติ เคราะห์ดีที่ต่างคนต่างใส่หน้ากากเอาไว้ แพรวก็เลยไม่ทันสังเกตว่ากระเทยควายเพื่อนซี้กำลังจู๋แข็งใส่เธออยู่ อาการเธอค่อนข้างหนักจึงสนใจเพียงอัตราการปวดท้องของตัวเอง ว่ามันมักจะมาแบบแป๊บ ๆ หยุด ๆ หาย ๆ ไม่ได้ปวดแบบต่อเนื่อง ทำให้ต้องวินิจฉัยโรคด้วยตัวเองผ่านการจับมือของพีที่อยู่ใกล้ ๆ สอดเข้ามาใต้ชายเสื้อแล้ววางนาบคาไว้บนเนินท้อง
.
"หมับ!"
.
“อ่า.. า.. า.. า~!”
“อืม.. ม.. ม.. ม~!”
“ช่วยเช็คกูทีพี ลองกดท้องกูหน่อยว่าใช่การบวมน้ำรึเปล่า ยาคุมที่มีส่วนผสมแอสเตอรอยด์จะต้องใช้น้ำในร่างกายทำปฏิกิริยา เวลาไปซื้อกูจะได้แจ้งกับเภสัชกรประจำร้านได้ถูก”
.
“เออได้สิ! กูจะเช็คให้หนำมือเลยล่ะ”
พีตอบเสียงเข้มแม้จะผ่านการร่วมรักกันมาแล้ว แต่สถานที่และเวลาแบบนี้ก็ช่างเย้ายวนใจให้เกิดอารมณ์ดีเหลือเกิน
.
ไม่รอช้าให้เสียเวลาร่างหนารีบใช้เอ็นอุ่นอันแข็งโด่ของตัวเอง ดันแผ่นหลังเรียบ ๆ ของแพรวให้เชยขึ้นมาอยู่ในท่านั่งเหยียดขา โดยมีตัวเขาเองประกบนาบอยู่ด้านหลัง ตามติดมาด้วยการเคลื่อนฝ่ามือคลึงไปตามจุดเสียวใต้ร่มผ้าของแพรว เขาลูบผ่านลำตัวด้านข้าง เค้นคลึงรอนหน้าท้อง สไลด์ความกิ่วโค้งของเอวภู่ระหงส์ จนเกิดอาการสั่นกระตุกนิด ๆ ของสาวเจ้าขึ้นมา ซึ่งบ่งชี้ว่าพีมาถูกทางแล้ว เขาลูบมือขึ้นมาจนถึงบริเวณด้านล่างชายเสื้อชั้นใน และเตรียมจะสอดนิ้วเข้าไปใต้ฐานหน้าอกระหว่างซอกร่อง
.
“นั่นนมกูพี! นมไม่ใช่ท้องนะอีเวร!”
.
“เออกูรู้หรอกน่า แค่อยากได้แบบมึงบ้างไม่ได้รึไง? ก็กูไม่มีเหมือนมึงนี่นา?”
สาวประเภทสองแสร้งทำเป็นพูดเล่น ทว่าท่วงท่าการปฏิบัติการนั้นคือการแยงนิ้วเข้าไปใต้เสื้อชั้นในแบบโทง ๆ แถมยังบดบี้ขยี้ยอดถันอย่างโจ่งแจ้งอีกต่างหาก
.
“ยิก ๆ ๆ , ยิก ๆ ๆ , ยิก ๆ ๆ”
.
โดนไม่โดนแพรวก็ถึงกับส่งเสียงครางออกมาเลยทีเดียว ความเจ็บปวดบนหน้าท้องเหมือนจะบรรเทาลงด้วยความเสียวของจุกถัน ขนลุกเกรียวไปทั้งตัว ปลายเท้าเหยียดเกร็งร้อนผ่าวไปหมด แพรวเสียอาการจนคอนโทรลไม่อยู่ เธอทั้งเสียวทั้งดิ้นพล่านพลางพลิกตัวหนีสุดกำลัง แต่ก็ไปไหนได้ไม่ไกลเกินกว่าวงแขนล่ำของพีที่กอดเอาไว้ เธอนั่นแหละที่จะกลายเป็นของเล่นสำหรับเขา เป็นหญิงสาวบำเรอกามที่เสียตัวให้แก่ผัวหนุ่มกระตุ้งกระติ้ง
.
พอเห็นว่าแพรวเริ่มสั่นมากขึ้น พีก็เลยกระแอมถามพลันชักมือออกจากใต้เสื้อ
.
“วู้ววว!”
“ที่มึงพูดมาก็มีเหตุผลว่ะแพรว พิสูจน์ดูแล้วกูว่ากูจู๋แข็งจริง ๆ ด้วย หุ่นมึงแม่งทำให้กูขึ้น นมมึงก็โคตรนุ่มมันสู้มือกูตลอดเวลาเลย แต่ครั้นจะให้มีเซ็กส์กันอีกคงไม่แคล้วท้องนอกมดลูกแน่ เพราะงั้นกูว่าเราควรหยุดไว้เท่านี้”
.
พูดเสร็จก็ดันหลังแพรวให้พุ่งออกไปข้างหน้า ทำให้ร่างบางของเธอพุ่งปลิวออกไปแบบไร้หลักหัวคะมำเกือบล้มหน้าทิ่ม
.
“อีพี! อีห่า! มึงทำบ้าอะไรของมึง!”
.
“บ่นกูได้งั้นก็แปลว่ามึงหายเจ็บท้องแล้วสิ?”
.
“เออว่ะ.. หายแล้วจริงด้วยแฮะ”
แพรวตอบพลางคลำที่หน้าท้องตัวเองดู
.
สวนทางกับพีที่เลือกใช้สองมือคลำลงที่หน้าอกตัวเอง เขายังคงทำมือเป็นกงเล็บโค้ง ๆ อูม ๆ ให้ขนาดและรูปทรงนั้นเท่ากับหน้าอกของแพรวที่เพิ่งบีบจับไปเมื่อครู่
.
“หยุดนะอีลามก! มึงคิดจะทำอะไรของมึง! เลิกเอานมกูไปเทียบกับนมมึงได้แล้ว มึงยังไม่ได้เฉาะแล้วก็ยังไม่ได้ผ่าอะไรทั้งสิ้น แล้วมึงก็แมนพอจะเอากับผู้หญิงมาแล้วด้วย มึงมันกระเทยปลอม! กระเทยก็อปเกรดมิลเลอร์!”
“แบร่!”
.
แลบลิ้นปลิ้นตาใส่แบบไม่เกรงใจอายุ ขวบปีนี้ก็เข้าสู่วัย 20 แล้วแต่แพรวก็ยังทำตัวเป็นเด็กอยู่ เธอไม่ได้เจตนาอย่างที่พูดหรอกแต่เธอแค่อยากบอกและย้ำเตือนให้พีรู้ ถึงสิ่งที่เธอได้รับทราบมาว่าเขาเป็นผู้ชายไม่ใช่ตุ๊ด
.
ซึ่งพีเองก็ได้สวนคืนกลับไป
.
“กูไม่ได้คิดอย่างที่มึงว่าสักหน่อย!”
“ที่กูทำมือบีบ ๆ แบบนี้ก็เพราะกูเพิ่งคิดขึ้นมาได้ว่ากระเทยในประเทศเกินกว่าร้อยละ 80 แม่งแดกยาคุมให้นมใหญ่กันทั้งนั้น สารในตัวยาจะทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล สะโพกจะผายแล้วนมก็จะใหญ่ ยาคุมจึงเป็นทางเลือกที่ทำให้สรีระแมน ๆ ของพวกเราเปลี่ยนแปลงได้”
“โธ่เอ๊ย! ทำไมเพิ่งมาคิดออกวะ กูนี่โง่เขลาโข่งควายทุยซะจริง!”
.
“แล้วไง? มึงจะบอกว่ามึงมียาคุมพกติดตัวอยู่งั้นหรอ?”
.
ส่ายหัวปลดปลงพีถึงกับต้องรีบลุกยืนขึ้น พลางส่งมือมาให้แพรวจับ
.
“ไม่เฉียดเลยสักนิดแพรว กูไม่มีหรอก ของพรรณนั้นเขาไม่ขายให้พวกกูอีกต่อไปแล้ว กฎหมายใหม่เพิ่งออกมาสด ๆ ร้อน ๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าจริงไหมนะ แต่ตอนที่มาที่นี่กูเพิ่งได้คุยกับพวกพี่ ๆ มูลนิธิมา เขาบอกว่าทีมแพทย์เชิงรุกต้องการตัวกระเทยจำนวนมาก และวิธีที่ดีที่สุดก็คือการล่อพวกกูออกมาจากที่ซ่อน เพราะงั้นที่ด่านตรวจจึงมีกระเทยถูกสุ่มตรวจเยอะมาก”
.
“แล้วไง! ไม่เห็นจะเข้าใจ มันเกี่ยวกับยาคุมตรงไหนมิทราบ?"
แพรวปัดตูดสองสามที หลังออกแรงฉุดมือพีให้ตัวเองลุกขึ้นยืนตาม
.
“เอ้า! ก็อาการข้างเคียงของคนกินยาคุมไงอีโง่! ความหงุดหงิดอารมณ์แปรปรวนนี่อันดับหนึ่งเลย ข้างกล่องเขาถึงระบุว่าห้ามผู้ป่วยซึมเศร้าแดกเป็นอันขาด ยิ่งเป็นผู้ชายที่มีฮอร์โมนเพศเต็มเปี่ยมอย่างพวกกูด้วยแล้ว พอไม่ได้แดกยาคุมเพื่ออัพขนาดนมก็จะหงุดหงิด อยู่เฉยไม่ได้ ซ่อนตัวอยู่ในที่พักอาศัยไม่ได้ มีแต่ต้องออกไปหาซื้อยาตามร้านขายยาต่าง ๆ”
“ทีมแพทย์เคลื่อนที่จึงนำจุดนี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ พวกเขาออกร่างกฎหมายใหม่ภายใต้การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน อันมีเนื้อหาสาระหลักคือ ห้ามร้านขายยาทุกร้านจำหน่ายยาคุมให้แก่ผู้ชายเป็นอันขาด!”
.
“ถ้างั้นก็..?”
.
“ใช่! ตามนั้นแหละกระเทยก็เลยต้องออกจากที่ซ่อน ออกจากบ้านเรือน ออกมาเดินเพ่นพ่านหายากินกัน หน่วยแพทย์เชิงรุกก็แค่ใช้ปืนตาข่ายไล่ยิงทีละคนสองคน แป็บเดียวก็โดนจับตรวจกันหมด งานพวกเขาก็จะง่ายขึ้นเยอะ”
.
“โหดร้าย..!”
.
“กูยังไม่เห็นกับตาหรอกนะ นี่ก็แค่ฟังพี่ ๆ มูลนิธิเขาเล่ามา แต่ในด่านตรวจกระเทยก็เยอะจริงจนหนาตาเลยล่ะ กูว่าบางทีข้อมูลนี้ก็มีมูลความจริงอยู่มาก”
.
“แล้วเราจะเอาไงต่อดี?”
.
แพรวถามแต่พีไม่ตอบ เขาเดินสวนตัวแพรวเข้าไปในบ้าน ไม่ได้แวะห้องใต้ดิน ไม่ได้สนใจพ่อขี้เมาด้วยซ้ำ พีเดินตรงไปที่วงกบประตูก่อนจะคว้าเอากุญแจมอเตอร์ไซต์ที่แขวนไว้มาใช้ เขาเดินทะลุออกทางหลังบ้านไปเอารถคู่ใจออกมาจอดเบิ้ลน้ำมันรอแพรวที่ด้านนอก
.
“บรึ๊นนน! , บริึ๊นนน! , บรื้นนน!”
.
“ขึ้นมาแพรวกูมีแผน ในเมื่อคาดว่าร้านขายยาจะเป็นแหล่งรอดักซุ่มของพวกทีมแพทย์ งั้นเราก็บุกไปที่ตึกแม่ของบริษัท AP ไปเลย โรงงานยาของที่นั่นผลิตยาได้ทุกตำรับในโลก”
"ด็อกเตอร์ไฟเริ่มมอดแล้ว!"แพรวตะโกนพลางใช้เสื้อคลุมตะปบลงบนตัวของเฟิงฉินด้วยความรุนแรง.สอดคล้องกันกับมิวท์ที่เริ่มมองเห็นช่องว่่างระหว่างแนวไฟสีม่วง ที่โหว่เป็นรอยเว้าพอที่จะวิ่งแทรกตัวออกไปได้ ไม่รอช้าเธอรีบลากตัวเฟิงฉินที่สลบเหมือดออกไปทันที ร่างกายของเขาไถลไปกับพื้นครูดไปกับดิน มิวท์ลากขาส่วนแพรวยกแขนสภาพดูทุลักทุเลมาก ร้อนก็ร้อนแต่ก็ต้องทำในเมื่อมีจังหวะและโอกาสพอที่จะเป็นไปได้ ถ้าไม่โดนด็อกเตอร์หัวฟูฉุดรั้งเอาไว้ก่อน แกเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อของแพรวเอาไว้ ก่อนจะพูดขึ้น."จุ๊ ๆ จุ๊ ๆ ไม่ต้องเสียแรงทำอะไรแบบนั้นหรอกพวกเธอ ฉันขอแค่ 10 วินาที แค่เสี้ยวอึดใจที่นี่ก็จะกลับมาเป็นปกติ""แล้วก็เลิกพยายามได้แล้ว พ่อหนุ่มนั่นไม่รอดหรอกไม่สังเกตเลยรึไงว่าเขาหยุดหายใจไปตั้งนานแล้ว!".แพรวมองตามเป็นพัลวัน น้ำเสียงสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้."บ้า! ไม่จริงน่ะด็อกเตอร์~!".10 , 9 , 8 , 7 , 6 นับถอยหลังยังไม่ถึงศูนย์ดี กำแพงเพลิงสีม่วงอเมทิสต์ก็เริ่มลดระดับความรุนแรงลงตามที่ด็อกเตอร์บอก พวกมันด้อยพิษสงลงประหนึ่งงูเห่าที่ถอดใจยอมแพ้ต่อพญาพังพอน แสงสว่างเริ่มจางลงความร้อนเริ่มส่างซา เปิดช่องให้ลม
ประหนึ่งดาวตกที่หลงทิศ กระสุนบ้านม่วงไม่ได้หล่นลงมาจากฟ้าแต่พุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน วิถีความรุนแรงกับไอพ่นเรียกได้ว่าลอยผ่านที่ไหนก็วอดวายที่นั่น สะเก็ดละอองไฟปลิวว่อนร่วงไปตามทาง มองผ่าน ๆ เหมือนกากเพชรแสนสวย แต่หารู้ไม่ว่าร่วงโรยโดนสิ่งใดการลุกไหม้แบบไวโอเลตก็จะเกิดขึ้นในทันที!.ยอดตึกสูงระหว่างทางล้มระเนระนาด! บางหลังแหว่งเว้าไปทั้งด้านทั้งที่กระสุนบ้านแค่พุ่งเฉียดไปแบบเฉี่ยว ๆ มีแต่ตายกับตายถ้าเปรมโดนเจ้านี่เข้า หนำซ้ำเขาที่เป็นถึงจักรพรรดิแห่งเชื้อก็ไม่ได้รู้ตัวถึงภัยคุกคามที่กำลังเกิดขึ้นเลย เครดิตคงต้องยกให้สองหัวหน้าหน่วยผู้เสียสละชีพ แนวปะทะที่ชานเมืองทำให้โฟกัสของเปรมเบี่ยงเบนไป เขาต้องใช้สมาธิระดับสูงในการควบคุมกองทัพนับล้านที่เพิ่มพลังให้แก่ตัวเองผ่านการเซ็กส์หมู่ จึงเป็นอะไรที่ยากมากในการกำกับดูแล.ประกอบกับความประมาทอันไม่คาดคิด ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะว่าโลกใบนี้จะมีมนุษย์บ้าคนหนึ่งที่ยิงบ้านทั้งหลังเข้ามาใส่เขาได้! ประมุขแห่งองค์กรก็เลยไม่ได้เตรียมการใด ๆ สำหรับเรื่องนี้ไว้เลย.แสงสีม่วงสว่างวาบย้อมท้องฟ้า กระสุนบ้านลอยแหวกผ่านน่านฟ้าที่เคยเป็นสีแดงช้ำเลือดช้ำหนองมาอย่างทรนง
บ้านไม้ชั้นเดียวหมุนเชื่องช้าอยู่บนเนินดิน พลันย้ายส่วนของหน้าบ้านที่เคยอยู่ในทิศใต้ให้หมุนหันมาทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มองเห็นอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัท AP ได้จากระยะไกล ความรโหฐานระฟ้าของมันกำลังเป็นภัยให้แก่ตัวเอง ก่อนที่ต่อมาไม่นานตัวหลังคาของบ้านก็เริ่มมีอาการผิดปกติ เหล่าแผ่นกระเบื้องพากันสั่นระงมรวดไปทั้งแผง เศษผงฝุ่นมูลดินที่เคยเกาะกรังร่วงกราวลงมากองอย่างน่าสงสาร."ฟึมมม~! , ฟู่~!"ลมตีกระพือฝุ่นฟุ้งกระจาย ตามติดมาด้วยการตะโกนสวนออกมาของด็อกเตอร์."ฉันมีโอกาสแค่ครั้งเดียวถ้าหากพลาดแรงระเบิดจะเฉียกเราเป็นชิ้น ๆ ! พวกเธอรีบไปหาที่หลบซะ! ถ้าจะมีคนตายก็ขอให้เป็นฉันเพียงคนเดียว! , ไป!"ถ้อยสำเนียงสะท้อนก้องกังวานราวกับข้างในมีไมโครโฟน นั่นเหมือนคำพูดเสียสละของคนที่พร้อมจะพลีชีพ ซึ่งก็อาจจะจริงเพราะชั่วยามนี้คนอย่างด็อกเตอร์ก็ไม่เหลืออะไรอยู่แล้ว.แพรว , มิวท์ , เฟิงฉิน เร่งทำตามคำสั่งเสีย เสี้ยวหายใจที่ทั้งสามวิ่งกุลีกุจอหนีห่างออกมา หางตาด้านหลังก็ได้เห็นว่าหลังคาบ้านที่เคยชนกันเป็นหน้าจั่วนั้นได้ทิ้งตัวครือลงมาทั้งแผง บทบาทการกันแดดกันฝนได้จบลงทันที พวกมันสั่นกระเพื่
มองที่ด้านหลังเห็นปลั๊กไฟเสียบใส่เต้ารับไว้แน่นหนา เอามืออังแถวด้านข้างยังสัมผัสได้ถึงความเย็นที่แทรกซึมออกมาจากตัวตู้ได้เล็กน้อย ไม่ผิดแน่แพรวค่อนข้างมั่นใจ ว่าในตู้ใบนี้จะต้องมีเบียร์แช่ไว้เป็นลัง ๆ เธอพยายามมองภาพหลาย ๆ มุม พยายามคิดแทนคุณพ่ออีพีว่าในชั่วยามแบบนี้ ยังอยากจะแดกแอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสโลหิตอยู่อีกเหรอ คิดไปก็ปวดหัวสู้โพร่งถามออกไปตรง ๆ เลยดีกว่า ว่าแล้วสาวผมส้มก็ผละตัวเองออกมาเพื่อเปิดทางให้เฟิงฉินเข้ามาช่วย เธอสะกิดหลังด็อกเตอร์ไปสองสามที."ด็อกเตอร์คะ? , ด็อกเตอร์คะ? , คือ!"."อุ๊ย!".ตกใจสะดุ้งโหยงยังไม่ทันถามได้ศัพท์ดี ทั้งมิวท์และแพรวต่างก็สะบัดตัวหนีออกมาจากระยะ ด้วยความสัตย์จริงว่าเป็นอะไรที่ประหลาดตามาก เพราะทันทีที่เฟิงฉินขูดสติกเกอร์โลโก้ยี่ห้อที่ติดอยู่ตรงกลางออกจนหมด ตัวตู้เย็นที่สูงราว 4 ฟุตครึ่งอันนี้ก็ขยับเขยื้อน มันสะบัดตัวเองราวกับมีชีวิต แถมยังพ่นไอเย็นออกมาจากด้านล่างวูบหนึ่ง."ฟู่~!"."เหอะ.. ฉันอยู่กับไอเย็นมาทั้งชีวิตเถอะ แค่นี้คงไม่ทำให้ต้องกลัว"เฟิงฉินคิดในใจ ตามติดมาด้วยการเอ่ยเสียงถามด็อกเตอร์ว่าจะให้ทำไงต่อ."ตรงนี้เหมือนมีรูให้เสียบอะไ
ปุ่มสวิตซ์ถูกกดไปตั้งแต่อยู่บนรถ ปล่อยเวลาผ่านเลยไปเล็กน้อยบ้านทั้งหลังก็จมหายยุบลงไปใต้ดิน! นี่คือระบบป้องกันตัวเองที่ด็อกเตอร์ออกแบบไว้นานแล้ว เพื่อใช้ป้องกันตัวบ้านไม่ให้โดนไวรัสกัดกร่อน แกมีนวัตกรรมเจ๋ง ๆ แบบนี้หลายอย่างเพียงแต่เป็นพวกเราเองที่ไม่ได้โฟกัสมาที่แกตั้งแต่แรก กลับมัวแต่ตามติดชีวิตของแพรวกับความมะรุมมะตุ้มเละเทะของเนื้อเรื่อง จนหวิดจะออกทะเลอยู่หลายรอบ.ซึ่งจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้วเพราะนี่คือศึกสุดท้าย มีแผ่นเหล็กขนาดเท่าบานประตูสองบานวางแผ่หลาอยู่บนสนาม ตรงตำแหน่งที่เคยเป็นตัวบ้านมาก่อน ลักษณะของมันคล้ายกับประตูบานพับที่แข็งแรงแต่กลับวางนอนอยู่บนพื้น ไม่ได้ตั้งขนานกับพื้นโลกอย่างที่ควรจะเป็น แพรวที่อยู่ใกล้กับด็อกเตอร์เลือกที่จะทอดสายตาต่ำลง พลางเพ่งมองไปยังฝ่ามืออันหยาบกร้านของชายสูงอายุ พอดีกันกับมิวท์และเฟิงฉินที่เร่งเดินตามมาติด ๆ."อะไรอ่ะแพรว.. ไม่เห็นจะมี! , อุ๊บ!".โดนจ่อนิ้วเข้ากับริมฝีปาก ยินเสียงจี่จากแพรวทำให้เฟิงฉินกับมิวท์ต้องเงียบลงในทันใด ทุกคนต่างจ้องมองไปยังกระบวนการในการเปิดประตูอันพิลึกพิลั่นนั่น."เงียบก่อนอย่าเพิ่งพูดอะไร ประตูทางลงอุโมงค์มีเซ็นเ
"ซ่าาาาา , ซ่าาาาา , ครืดดด.. ด.. ด.. ด , ครืดดด.. ด.. ด.. ด"ตามปกติถ้าเปิดวิทยุก็จะได้ยินเสียงประมาณนี้.แต่หนนี้กลับเป็นอะไรที่แตกต่างออกไป แพรวถึงกับกระชากตัวเครื่องออกมาจากช่องเสียบหน้าคอนโซลรถ แล้วเอามาแนบหูตัวเองให้ถนัดถนี่ โชคร้ายที่ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นเลย! เพราะเสียงที่ดังกลับมาก็มีแต่เสียงสะท้อนจากปลายกระบอกปืน."ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง!"."อ๊ากกกก! , เอื๊อกกกก! , อ๊ากกกก.. ก.. ก.. , อ๊ากกกก!".ถ้อยสำเนียงผนวกรวมกับเสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยอง บ่งบอกถึงสถานการณ์ที่เป็นอยู่ทางฟากโน้น หัวหน้าหน่วยทั้งสองและลูกทีมหลักร้อยคงไม่มีใครรอด แม้แต่ลูกทีมของเฟิงฉินที่พูดแต่คำจีนใส่กันก็ไม่มีการวิทยุตอบกลับมาแต่อย่างใด พวกเขาน่าจะตายคาสมรภูมิเยี่ยงทหารดินเผาของจิ๋นซีฮ่องเต้ และตอนนี้ก็คงจะเหลือแต่เฟิงฉินผู้เป็นหัวหน้า กับมิวท์ , แพรว , แล้วก็ด็อกเตอร์ ที่เป็นดั่งความหวังสุดท้าย.แพรวลองจูนสัญญาณคลื่นวิทยุไปอีกหลายย่าน แต่ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิมคือเงียบสนิท! ไม่ม่วี่แววว่าจะมีเสียงใดลอดเข้ามา เว้นก็แต่เสียงร้องคำรามของพวกผู้ติดเชื้อที่ดังไม่หยุดหย่







