ANMELDEN“ผับผับผับ บาร์” ตั้งอยู่หลังมหาวิทยาลัย เป็นชื่อผับที่คิดดีไม่ได้เลย และจริงๆ แล้วก็เรียกได้ว่าตั้งชื่อเลียนเสียงกระทบกระแทกของเนื้อหนังมังสาของกิจกรรมอย่างว่า มาเล่นคำกับคำว่า “ผับ”อย่างที่เข้าใจนั่นแหละ
ที่นี่เป็นศูนย์รวมของบรรดาเสือ สิงห์ กระทิง แรด ที่มักจะชอบออกล่าเหยื่อเก็บแต้มในค่ำคืน จรูญหมายมาดว่าจะลากเพื่อนทั้งสองคน ติดสอยห้อยตามไปปาร์ตีด้วยในคืนนี้ เพื่อปลดปล่อยความตึงเครียดจากการเล่าเรียนมาตลอดสัปดาห์ ทั้งสามคนมาตัวกันอยู่ที่คอนโดมิเนียมของจอมนรี หลังจากที่จรูญพาเพื่อนๆ ไปช็อปปิงเสื้อผ้าสำหรับท่องเที่ยวในยามราตรี จากนั้นเขาก็จับเพื่อนสาวแต่งตัวด้วยชุดเซ็กซี ยั่วๆ บดๆ ล่อเสือล่อตะเข้ จรูญรับบทเป็นสไตส์ลิส แต่งหน้า ทำผมให้เพื่อนทั้งสองคนออกมาเช้งกระเด๊ะ จนจำตัวเองแทบไม่ได้ “จอม ถอดแว่นแล้วใส่คอนแทคเลนส์แบบนี้ก็สวยไปอีกแบบ ไม่เฉิ่มแล้ว ไหนหมุนตัวหน่อยซิจ๊ะ” จรูญหมุนนิ้วชี้วนๆ ตั้งตนเสมือนเป็นแม่เล้า หรือมาม่าซังอะไรเทือกนั้น จอมนรีสวมเสื้อเปิดไหล่ อวดผิวขาวนวลเนียนราวน้ำนมตัดกับสีดำของเสื้อ เบื้องล่างสวมกระโปรงยีนส์สั้นจู๊ดจู๋เหนือเข่า จอมนรีก็หมุนตัวช้าๆ ทำตามอย่างว่าง่าย จรูญโคลงศีรษะดีดนิ้วชมเปาะเพื่อนสาวคนสวยทันที “เออ เริ่ดๆ วันนี้ต้องได้ผู้แน่” “ส่วนมึง แต่งเปรี้ยวๆ แบบนี้ก็ดูดีเหมือนกัน ผู้ชายชอบแบบนี้แหละ ขาวๆ อวบๆ น่ากัด น่าขย้ำ อิอิ” เอ่ยชมเพื่อนที่แต่งตัวออกมาแล้วก็ดูเข้าทีไม่ต่างกัน จรูญปิดปากหัวเราะร่าอย่างมีจริต ชุดของปาเจราจะเน้นเปิดโชว์ที่เนินเนื้อหน้าอกใหญ่ๆ มีของดีก็ต้องงัดออกมาโชว์หน่อย ความขาวอมชมพูออร่าของทั้งคู่กระแทกตาแทบกินกันไม่ลง “ไม่โป๊ไปเหรอวะ?” ปาเจราเอ่ยถามเสียงอ่อย เพราะรู้สึกว่าไม่มั่นใจในตัวเองนัก “ไม่หรอก ไปเที่ยวเขาก็แต่งตัวเซ็กซีกันแบบนี้แหละมึง มั่นใจในตัวเองเข้าไว้” จรูญตบบ่าเรียกความมั่นใจให้กับเพื่อน ปาเจราหมุนซ้ายหมุนขวา มองตัวเองในกระจกบานกว้าง วันนี้เธอสวมเสื้อครอปแขนสั้นระบาย เว้าเปิดตรงช่วงหน้าอก ผ้าแต่งเป็นลูกไม้ซีทรูสีดำ มีฟองน้ำดันหน้าอกขึ้นมาอีกระดับยิ่งขับเน้นตรงหน้าอกให้เด่นหรามากขึ้น แอร์แบคคู่หน้าช่างใหญ่เตะตาคนพบเห็น และเบื้องล่างสวมกระโปรงหนังสีดำด้านสั้นเหนือเข่าเข้าชุดกัน เวลาเกือบสามทุ่มที่ทั้งสามคนมาถึงผับ ก็เข้าไปจับจองที่นั่ง ผู้คนเริ่มหลั่งไหลกันเข้ามาในผับกันไม่ขาดสาย แสง สี เสียงในผับกับเพลงจังหวะEDMแดนซ์มันๆ ชวนให้เหล่าผีเสื้อราตรีออกมาโยกย้ายส่ายสะโพกออกสเต็ปวาดลวดลายกันอย่างสนุกสนาน การมาเที่ยวผับในเมืองกรุงก็เหมือนเป็นการเปิดหู เปิดตา ของทั้งสามคน เพราะไม่เคยเข้าผับกันมาก่อน จอมนรีเองถึงจะย้ายมาอยู่ในโซนปริมณฑลได้เกือบหนึ่งปีแล้ว ทั้งชีวิตก็ไม่เคยไปเที่ยวผับเลย และส่วนหนึ่งเพราะอายุของเธอยังไม่ถึงเกณฑ์ แต่จรูญกับปาเจราเคยแอบเข้าผับบ้างตอนช่วงมัธยมศึกษาปีที่หก จริงๆ แล้วตอนนี้พวกเธอก็ยังไม่ถึงยี่สิบปีบริบูรณ์หรอก แต่ว่าจรูญให้ผู้ใหญ่ที่เขารู้จักพาเข้ามาที่นี่ หลังจากนั้นผู้ใหญ่คนนั้นก็แยกไปที่โต๊ะของตัวเอง ไม่ได้เข้ามายุ่งอะไรกับทั้งสามอีก ผับหลังมอส่วนใหญ่ก็จะเป็นเหล่านิสิตนักศึกษาที่มากัน และไม่ใช่เฉพาะกับมหา’ลัยของเธอเท่านั้น ยังมีมหา’ลัยในละแวกเดียวกันมาเที่ยวด้วย บางทีปาเจราอาจจะเจอนิสิตแพทย์ที่อยากปลดปล่อยความเครียดสักคนที่ถูกใจก็ได้ ถึงแม้มันจะเป็นเปอร์เซ็นต์ที่น้อยแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีที่ผับแห่งนี้ เพราะอีจูบอกว่าเพื่อนที่เรียนเภสัชฯของนางก็ได้ผู้ที่เรียนแพทย์จากที่นี่ วันนี้จุดประสงค์หลักคืออยากปลดปล่อย แต่ถ้าจะทำให้ปาเจรารู้จักใครสักคน ก็ถือว่าเป็นผลพลอยได้ มันเป็นเรื่องธรรมดาของวัยรุ่นวัยคะนองที่อยากรู้อยากลองแต่ก็ต้องรู้จักเซฟตัวเองด้วย เธอก็ไม่อยากท้องโย้ก่อนจะเรียนจบและทำให้พ่อกับแม่เสียใจหรอกนะ “มึง นั่นใช่น้องคนที่มึงสนใจไหมวะ” ภิภูกระทุ้งศอกไปที่แขนของเตช ค่ำคืนนี้แก๊งนารีรำพึงก็มาเที่ยวผับแห่งนี้เช่นกัน ที่นี่แทบจะเป็นแหล่งซ่องสุมของพวกเขาเลยก็ว่าได้ อย่างที่รู้กันว่าวิศวะกับสุรายาดองเป็นของคู่กัน หากคณะประมงคือทะเล คณะวิศวะก็คงไม่พ้นสุรา พวกเขามักจะมาก๊งเหล้ากันหลังเลิกเรียนเป็นประจำ เพื่อมาเติมแอลกอฮอล์เข้าเส้นเลือดอย่าให้พร่อง ไม่อย่างนั้นอาจลงแดงได้ เตชเพ่งสายตามองวัตถุสีขาวเรืองแสงที่กำลังโยกย้ายส่ายสะโพก ชนิดที่ว่าสาวบางโพที่ว่าโก้ก็สู้ไม่ได้ และยิ่งทำให้เขาควันออกหูไปใหญ่เพราะว่ามีบรรดาหนุ่มหล่อๆ ทั้งหลายแหล่ แวะเวียนมาชนแก้วทักทายทำความรู้จักกันไม่ขาดสาย นั่นก็ยิ่งทำให้สันกรามของเขาขบเข้าหากันแน่น ก่อนที่จะคำรามเสียงเข้มลอดตามไรฟันออกมา “ดูแต่งตัวเข้า แต่งมายั่วใครวะ!” ‘แล้วทำไมกูต้องรู้สึกไม่พอใจด้วยวะ’ คิดไปก็มีคำถามเกิดขึ้นมาในใจ... “อะไรของมึงเนี่ย มันเรื่องของน้องเขาไหม น้องมันจะแต่งตัวยังไงก็เรื่องของน้องมัน มึงเกี่ยวไรด้วยเนี่ย ว่าแต่คนนี้มึงจีบไม่ติดเหรอวะ?” ภิภูแย็บถามด้วยท่าทางกวนบาทา ก่อนจะยกแก้วเหล้าในมือขึ้นมาจิบไปพลางอย่างสบายอารมณ์ “กูยังไม่ได้จีบเลยครับเพื่อน” เตชพ่นคำเสียงห้วนขึ้นจมูก “เหรอ กูก็นึกว่าน้องเขาปฏิเสธมึงไปแล้ว” ภิภูแซวขำๆ อีก คำพูดของเขาปลุกกระแสความเดือดดาลให้เพื่อนรัก ที่ศักดิ์ศรีมันค้ำคอ ฆ่าได้แต่หยามไม่ได้โว้ย! ‘แม่งก็แค่น่ารัก ตรงสเปค แถมนมใหญ่ เฮ้ย! กูคิดอะไรออกไปวะ?’ “คนอย่างกู ถ้าจีบใครก็ติดทุกรายโว้ย!” อารมณ์ของเตชเดือดปุดๆ แตะที่ร้อยองศาเซลเซียส ว่าแล้วก็ยกแก้วเหล้าแบบออน เดอะ ร็อก ซัดลงคอ แก้วแล้วแก้วเล่า เพื่อหวังว่าจะระงับโทสะให้เย็นลงได้“ทำคุย น้องดูไม่สนใจมึงสักนิด” วายุเอ่ยทับถมอีกคน เหมือนตอกปะตูปิดฝาโลงว่าแม่งไม่มีทางทำสำเร็จแน่! ‘หยามกันขนาดนี้ ไอ้พวกเพื่อนเวรตะไล’“คนนี้กูขอเวลาไม่เกินหนึ่งอาทิตย์ รับรองกูกระแทกแม่งจมเตียงแน่” เมื่อถูกเพื่อนหยาม ก็ยิ่งเป็นเชื้อเพลิงเร่งปฏิกิริยาชั้นดี ให้เขาแทบทะยานไปพุ่งชนเป้าหมายในทันทีทันใด“พวกมึงคอยดูก็แล้วกัน” เขากัดกรามกรอดประกาศกร้าว สายตาคมประดุจเหยี่ยวมองไปยังโต๊ะของปาเจราเบื้องหน้าอย่างหมายมาดขณะเดียวกันกับที่ปาเจราเดินไปหยิบกระเป๋าที่โต๊ะ แล้วหันไปเอ่ยกับเพื่อนๆ...“มึง...กูเข้าห้องน้ำแปบ”“เจ เดินดีๆ ให้เราไปเป็นเพื่อนไหม?” จอมนรีเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นคนตัวเล็กเดินโงนเงนแทบไม่ตรงทางอยู่แล้ว“ไม่ต้องๆ เราไหว” เธอโบกไม้โบกมือปฏิเสธ แล้วยกสายกระเป๋าขึ้นคาดบ่าแล้วหนีบกระเป๋าไว้ใต้รักแร้ ปกติปาเจราก็ถือว่าคอแข็งในระดับหนึ่ง และจะไม่ปล่อยให้ตัวเองเมาจนขาดสติอย่างแน่นอน แต่ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงมีอาการแบบนี้ เธอดื่มไปเพียงเล็กน้อยซึ่งมันไม่เกินลิมิตของตัวเองแน่ๆทว่า...ทำไมรู้สึกว่ามึนหัวได้ขนาดนี้ ขอเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าล้างตาสักนิดเผื่อจะสดชื่นขึ้น ปาเ
“ผับผับผับ บาร์” ตั้งอยู่หลังมหาวิทยาลัย เป็นชื่อผับที่คิดดีไม่ได้เลย และจริงๆ แล้วก็เรียกได้ว่าตั้งชื่อเลียนเสียงกระทบกระแทกของเนื้อหนังมังสาของกิจกรรมอย่างว่า มาเล่นคำกับคำว่า “ผับ”อย่างที่เข้าใจนั่นแหละที่นี่เป็นศูนย์รวมของบรรดาเสือ สิงห์ กระทิง แรด ที่มักจะชอบออกล่าเหยื่อเก็บแต้มในค่ำคืน จรูญหมายมาดว่าจะลากเพื่อนทั้งสองคน ติดสอยห้อยตามไปปาร์ตีด้วยในคืนนี้ เพื่อปลดปล่อยความตึงเครียดจากการเล่าเรียนมาตลอดสัปดาห์ทั้งสามคนมาตัวกันอยู่ที่คอนโดมิเนียมของจอมนรี หลังจากที่จรูญพาเพื่อนๆ ไปช็อปปิงเสื้อผ้าสำหรับท่องเที่ยวในยามราตรี จากนั้นเขาก็จับเพื่อนสาวแต่งตัวด้วยชุดเซ็กซี ยั่วๆ บดๆ ล่อเสือล่อตะเข้ จรูญรับบทเป็นสไตส์ลิส แต่งหน้า ทำผมให้เพื่อนทั้งสองคนออกมาเช้งกระเด๊ะ จนจำตัวเองแทบไม่ได้“จอม ถอดแว่นแล้วใส่คอนแทคเลนส์แบบนี้ก็สวยไปอีกแบบ ไม่เฉิ่มแล้ว ไหนหมุนตัวหน่อยซิจ๊ะ” จรูญหมุนนิ้วชี้วนๆ ตั้งตนเสมือนเป็นแม่เล้า หรือมาม่าซังอะไรเทือกนั้น จอมนรีสวมเสื้อเปิดไหล่ อวดผิวขาวนวลเนียนราวน้ำนมตัดกับสีดำของเสื้อ เบื้องล่างสวมกระโปรงยีนส์สั้นจู๊ดจู๋เหนือเข่า จอมนรีก็หมุนตัวช้าๆ ทำตามอย่างว่
“มึงแน่ใจนะว่าจะไปคนเดียว” จรูญถามด้วยความเป็นห่วงเพื่อน“เออ ไม่เห็นต้องกลัวอะไร” ปาเจราตอบด้วยความน้ำเสียงและแววตามุ่งมั่น“หรือว่าพี่เขาสนใจมึงวะเจ” จรูญเอ่ยขึ้นตามที่ลึกๆ แล้วใจก็แอบคิดไปแบบนั้นครึ่งหนึ่ง แต่อีกครึ่งหนึ่งก็เผื่อไว้ห้าสิบ ห้าสิบ เพราะแก๊งนั้นก็คงจะหว่านสเน่ห์ตกสาวๆ ไปเรื่อยเปื่อย ได้ก็ดี ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร“ผู้ชายทรงโจร กวนตีนแบบนั้น กูไม่เอามาเป็นแฟนหรอก ไม่เป๊กเลยสักนิด” ก็มันคือเรื่องจริงนี่นา เตชเป็นผู้ชายหน้าคมเข้ม ดูเถื่อนๆ “ชิ ปากดีนะมึง พี่เขาออกจะหล่อ ใครเขาก็ชอบผู้ชายทรงแบดกันทั้งนั้น ถ้ามึงไม่เอากูเอานะ!” จรูญโพล่งคำ อีเพื่อนชะนีมันตาถั่วชัดๆ“โถ่อีจู เขาชอบผู้หญิงไหมล่ะกะเทย”“เอ้า อีนี่นี่ เดี๋ยวกูตบปากฉีก” จรูญทำท่ายกฝ่ามือขึ้นมาจะตบปากเพื่อนปากมอม ทว่าปาเจรากลับหัวเราะร่วนที่แหย่เพื่อนได้สำเร็จ“ระวังนะมึง โบราณบอกว่าเกลียดสิ่งไหนจะได้สิ่งนั้นน่ะ คิกคิก” จรูญแซวเพื่อนอีก“ฮื่อ” เธอส่ายหน้าวืด “ถ้าได้คนพรรค์นั้นมาเป็นผัวกูยอมเอาหมามาเป็นผัวดีกว่า ฮะ ฮ่า” ปาเจราหัวเราะเสียงดัง หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่มีทางเอาคนแบบนั้นมาทำผัวเด็ดขาด!“เออ ให้มันจริ
ปาเจราก็ยกแก้วน้ำเยติของตัวเองขึ้นมาดูดเสียงดังปื้ด มหา’ลัยรณรงค์ลดโลกร้อนให้นิสิตพกแก้วน้ำหรือกระติกน้ำของตัวเองมาใช้กันเอง หากซื้อน้ำชงที่นี่ก็จะไม่มีแก้วพลาสติกให้ เว้นแต่ซื้อน้ำเปล่าหรือเครื่องดื่มที่เป็นขวดพลาสติกแบบรีไซเคิลเท่านั้น ดังนั้นพวกเธอจึงพกแก้วมากันเอง เมื่อกินอาหารเที่ยงแล้วเสร็จ ก็หันมาพูดกับเพื่อนๆ ต่อ“ก่อนเข้าเรียน พากูไปตึกวิดวะหน่อยนะ จะเอาเสื้อไปคืน”“ได้ๆ” จรูญตอบรับ ปาเจราไม่รู้ว่าจะคืนเสื้อได้ที่ไหน ง่ายที่สุดก็ต้องไปที่ตึกวิศวะนั่นแหละ เขาก็คงจะอยู่ที่นั่น เธออยากจะรีบๆ คืนเสื้อให้เขาเสียที ต่อไปนี้จะได้ไม่ต้องมีเรื่องอะไรที่ต้องมายุ่งเกี่ยวหรือเกี่ยวข้องกันอีกทั้งสามเดินมาหยุดที่ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ ปาเจรามองไปรอบๆ ตึกที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ป้ายหน้าตึกคณะมีสัญลักษณ์เป็นเฟืองเกียร์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ‘แล้วจะหาเขาคนนั้นเจอได้อย่างไรกันตึกก็ออกจะกว้าง’พอดีว่าเห็นวิศวะกลุ่มหนึ่งเดินออกมาจากตึกพอดี เธอจึงได้เข้าไปสอบถาม“ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าพี่เตชอยู่ในตึกไหมคะ” ปาเจราเอ่ยถาม วิศวะกลุ่มนี้หันมองหน้ากันแล้วถามกันว่ามีใครเห็นบ้าง ก่อนที่จะได้คำตอบว
‘หรือว่าจะเป็นของแฟน?’“เอ่อ พอดีเราไปทำเสื้อของรุ่นพี่เปื้อนน่ะ เลยอาสาเอากลับมาซักให้” แต่ความจริงคือโดนบังคับยัดเยียดให้เอากลับมาซักให้ต่างหากล่ะ...“อ่อ” ชเลพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะรีบแต่งตัว แล้วหยิบกระเป๋าสะพายแบรนด์เนมยี่ห้อดังขึ้นมาคล้องที่บ่า ซึ่งปาเจราก็ค่อนข้างแปลกใจอยู่เหมือนกัน ชเลหมือนคุณหนูบ้านรวยแต่ทำไมมาถึงมาอยู่ในหอพักกับรูมเมทที่เป็นก็ไม่รู้อย่างเธอ ทั้งที่อยู่หอนอกน่าจะสะดวกสบายและดีกว่า นั่นคือความสงสัยที่เก็บเอาไว้ในใจ เพราะว่าบางทีภาพที่สร้างกับร่างที่เป็นก็อาจจะแตกต่างกัน ดังนั้นปล่อยให้เป็นเรื่องส่วนตัวของเพื่อนที่ไม่ควรก้าวล่วงชเลรีบแจ้นออกไปเพราะถ้าหากช้ากว่านี้อาจจะไม่ทันคาบเรียน เมื่อวานเธออ่านหนังสือจนเผลอหลับคาโต๊ะ แถมลืมกระทั่งตั้งนาฬิกาปลุกอีก ดีที่สะดุ้งตื่นมาได้ทันเวลาพอดีตามเวลานาฬิกาชีวิต ส่วนปาเจราเมื่อรูมเมทออกจากห้องไปแล้วก็ทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง วันนี้เธอไม่ต้องรีบนี่นา...“ขอนอนต่ออีกหน่อยน้า” ปาเจราเอ่ยเสียงงึมงำบอกกับตัวเองก่อนจะผล็อยหลับไป สะดุ้งตื่นมาอีกทีก็ตอนได้ยินเสียงโทรศัพท์ในห้องแผดเสียงดังขึ้นมาจนแก้วหูแทบแตก ในหอพักแต่ละห้องจ
จอมนรีขับรถมาส่งเพื่อนทั้งสองที่หอพักในนอกของมหาวิทยาลัย ที่นี่จะมีอาคารที่พักอยู่ทั้งหมดหกตึก แยกเป็นหอพักหญิงสี่ตึก และหอพักชายสองตึก เป็นหอพักสูงแปดชั้น สามารถเลือกได้ว่าจะอยู่กันกี่คนมีห้องสองคน สามคน และสี่คน ราคาห้องเป็นไปตามจำนวนคน หากคนน้อยราคาก็จะสูงกว่านั่นเอง แต่มันก็ยังถูกกว่าออกไปอยู่หอนอก และที่นี่ก็มีคนคอยดูแลตลอดจึงมีความปลอดภัยสูงปาเจราเลือกอยู่ห้องสองคน เช่นเดียวกับจรูญ หอในนอกจะไม่สามารถเลือกรูมเมทเองได้ จะเป็นทางกองกิจการนิสิตที่จัดสรรมาให้หอพักจะตั้งเป็นชื่อดอกไม้ หอพักหญิงประกอบไปด้วย หอพลับพลึง พุดตาน ลานไพลิน และเทียนกิ่ง ปาเจราอยู่ตึกลานไพลินส่วนหอพักชายจะมีหอพักพยับเมฆ และพยับหมอก จรูญอยู่ตึกพยับเมฆ“ขอบใจนะ อุตส่าห์มาส่ง กลับดีๆ ล่ะ” ปาเจราบอกจอมนรีแล้วก็โบกมือร่ำลากัน“อื้อ แล้วคุยกันในไลน์นะ” จอมนรีตอบเพื่อนด้วยรอยยิ้ม ทั้งสามคนแลกเบอร์แลกไลน์กันและยังตั้งชื่อแก๊งด้วยว่า “อัญมณีแห่งตะวันออก” หลังจากนั้นจอมนรีก็ขับรถกลับคอนโดมิเนียมที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลกันมากนักปาเจราเข้ามาในห้องก็เห็นว่ารูมเมทของเธอ กำลังล้างจานอยู่ที่ซิงค์ล้างจานบริเวณระเบียงห้







