FAZER LOGIN“มึงแน่ใจนะว่าจะไปคนเดียว” จรูญถามด้วยความเป็นห่วงเพื่อน
“เออ ไม่เห็นต้องกลัวอะไร” ปาเจราตอบด้วยความน้ำเสียงและแววตามุ่งมั่น “หรือว่าพี่เขาสนใจมึงวะเจ” จรูญเอ่ยขึ้นตามที่ลึกๆ แล้วใจก็แอบคิดไปแบบนั้นครึ่งหนึ่ง แต่อีกครึ่งหนึ่งก็เผื่อไว้ห้าสิบ ห้าสิบ เพราะแก๊งนั้นก็คงจะหว่านสเน่ห์ตกสาวๆ ไปเรื่อยเปื่อย ได้ก็ดี ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร “ผู้ชายทรงโจร กวนตีนแบบนั้น กูไม่เอามาเป็นแฟนหรอก ไม่เป๊กเลยสักนิด” ก็มันคือเรื่องจริงนี่นา เตชเป็นผู้ชายหน้าคมเข้ม ดูเถื่อนๆ “ชิ ปากดีนะมึง พี่เขาออกจะหล่อ ใครเขาก็ชอบผู้ชายทรงแบดกันทั้งนั้น ถ้ามึงไม่เอากูเอานะ!” จรูญโพล่งคำ อีเพื่อนชะนีมันตาถั่วชัดๆ “โถ่อีจู เขาชอบผู้หญิงไหมล่ะกะเทย” “เอ้า อีนี่นี่ เดี๋ยวกูตบปากฉีก” จรูญทำท่ายกฝ่ามือขึ้นมาจะตบปากเพื่อนปากมอม ทว่าปาเจรากลับหัวเราะร่วนที่แหย่เพื่อนได้สำเร็จ “ระวังนะมึง โบราณบอกว่าเกลียดสิ่งไหนจะได้สิ่งนั้นน่ะ คิกคิก” จรูญแซวเพื่อนอีก “ฮื่อ” เธอส่ายหน้าวืด “ถ้าได้คนพรรค์นั้นมาเป็นผัวกูยอมเอาหมามาเป็นผัวดีกว่า ฮะ ฮ่า” ปาเจราหัวเราะเสียงดัง หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่มีทางเอาคนแบบนั้นมาทำผัวเด็ดขาด! “เออ ให้มันจริงนะมึง!” จรูญสวนคำทะลุกลางปล้อง จะรอดูมัน เพื่อนชะนีใจเด็ด ว่าจะแน่สักแค่ไหน “แล้วพี่เตชเขาตอบข้อความมาแล้วเหรอเจ” จอมนรีเอ่ยถามบ้าง หลังจากดูเพื่อนทั้งสองคน สัพยอกหยอกเย้ากันไปมาอยู่เป็นนานสองนาน จึงได้จังหวะถามบ้าง “อื้อ ให้เอาไปให้ที่ตึกพละอะ” เพื่อนๆ ต่างพยักหน้ารับทราบ หลังจากนั้น ปาเจราแยกกับเพื่อนๆ เพื่อรีบตรงไปที่ตึกพลศึกษาตามเวลาที่นัดหมายกับเตชเอาไว้ จะว่าไป ปีสี่เป็นปีที่สบายที่สุดของเตชแล้ว ปีสี่เทอมหนึ่งนี้ เขาเหลือเก็บวิชาเรียนเพียงไม่กี่ตัว พอเทอมสองก็เหลือแค่ทำโครงงานจบอย่างเดียว ก็เลยได้ใช้ชีวิตชิลล์ๆ ในรั้วมหา’ลัย เพราะมีเวลาว่างค่อนข้างเยอะ เพราะแบบนี้ เขาถึงได้มีเวลามากวนใจเธอล่ะมั้ง “แก๊งนารีรำพึง” เรียนวิศวะคนละสาขากัน เตชเรียนวิศวปิโตรเลียม วายุเรียนระบบราง ส่วนภิภูเรียนเครื่องกล หากเวลาว่างตรงกันก็จะนัดมาเจอกันตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะว่างนั่นแหละ ขอแค่ให้นัด ปาเจราวิ่งกระหืดกระหอบมาตามเวลานัดหมาย สอดส่ายสายตามองหาเขาพลางหายใจหอบแฮ่กลูบอกตัวเองที่กำลังเต้นรัวเนื่องจากเลือดกำลังสูบฉีดจากการวิ่ง เขาบอกว่าให้เธอมาเจอที่สนามบาสเก็ตบอลนี่นา ปาเจราพยายามกวาดสายตามองหาเขาไปทั่วสนาม ทว่ากลับไม่เห็นแม้แต่เงา “อยู่ไหนคะ ฉันมาถึงแล้ว” ปาเจราพิมพ์ข้อความตามเสียงที่เปล่งคำพูดออกมาทีละคำแล้วส่งไปหาเขา ครืด...ครืด... เพียงอึดใจเดียว เธอก็ได้รับข้อความตอบกลับ Tech : เธอมาช้าไปห้านาที พอดีฉันไม่ว่างแล้ว “ฮะ อะไรวะ” ปาเจราสบถอย่างหัวเสีย สีหน้าถมึงทึงปานยักษ์วัดแจ้ง อยากจะฉีกเนื้อเถือหนังเขาออกมาเป็นชิ้นๆ นัก นี่หลอกปั่นหัวกันอยู่หรือเปล่าเนี่ย? ปาเจรากัดกรามกรอดเสียงฮึมฮัมเล็ดลอดออกมาตามไรฟันด้วยความโมโห พลางรัวนิ้วพิมพ์ข้อความส่งไปต่อว่าเขาชุดใหญ่ที่ทำให้เธอเสียเวลาต่างๆ นานา... “ไม่ลงไปหาน้องมันเหรอ?” วายุที่นั่งอยู่ข้างๆ เอ่ยขึ้น ตอนนี้เขาอยู่กับเตชเพราะว่างตรงกันพอดี เลยนัดกันมาเล่นบาสเก็ตบอลที่อาคารพละ ส่วนภิภูไม่ได้มาสมทบด้วยเพราะว่าติดเรียนวิชาหลัก ทั้งสองคนนั่งอยู่บนสแตนด์เชียร์ในอาคารพละเป็นปูนก่อไว้ลดหลั่นลงมาเป็นชั้นๆ ในมุมหนึ่งที่ค่อนข้างลับตาผู้คนหากจะมองจากข้างล่างขึ้นไปข้างบน แต่ทว่าคนจากด้านบนสามารถมองลงมาเห็นคนตัวเล็กที่ยืนหน้างออยู่เบื้องล่างได้อย่างชัดเจน “ไม่อะ” เตชเบะปากยักไหล่ตอบอย่างไม่ยี่หระนัก “แล้วเรียกน้องมันมาทำไม?” วายุถามต่อ “ก็แค่อยากแกล้ง สนุกดี” เขาตอบยิ้มๆ “อยากแกล้งหรืออยากเห็นหน้ากันแน่วะ มึงดึงเช็งอะ อยากรู้จักก็แค่ไปทำความรู้จัก ทำไมคนนี้? ดูมึงคิดเยอะ หรือเพราะน้องเขาไม่มีทีท่าว่าสนใจมึง เหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ที่ผ่านมา เลยกลัวเสียฟอร์ม” วายุเลิกคิ้วสูงทำหน้ายียวนถามเพื่อน ปกติเตชเป็นคนมั่นใจในตัวเอง แต่พอเป็นน้องคนนี้กลับทำตาขาว “คนอย่างกูอยากได้อะไรก็ต้องได้!” เตชโพล่งคำ “แล้วมึงรออะไรเนี่ย” “เรื่องของกูปะวะครับ มึงเสือกเหี้ยไรครับเนี่ย” เตชสวนคำยอกย้อนกลับเพื่อนขี้เสือกทันควัน เสียงสั่นครืดคราดของข้อความยังคงเด้งมาเป็นชุดไม่หยุดหย่อน เมื่อเขาเปิดมันขึ้นมาอ่าน ก็พบว่ามันเป็นคำด่าล้วนๆ “มึงดู มันด่ากูมาเป็นชุด ปากจัดฉิบหาย ผู้หญิงอะไรวะ แม่ง!” เตชยื่นหน้าจอสมาร์ตโฟนที่ทางนั้นยังส่งมาด่ารัวๆ ให้วายุดู วายุถึงกับหลุดเสียงหัวเราะออกมาดังๆ อย่างลืมตัวก่อนจะเอ่ยกับเพื่อนพลางตบบ่าแรงๆ “กูว่ามึงเจอมวยถูกคู่แล้วว่ะเพื่อน”“ทำคุย น้องดูไม่สนใจมึงสักนิด” วายุเอ่ยทับถมอีกคน เหมือนตอกปะตูปิดฝาโลงว่าแม่งไม่มีทางทำสำเร็จแน่! ‘หยามกันขนาดนี้ ไอ้พวกเพื่อนเวรตะไล’“คนนี้กูขอเวลาไม่เกินหนึ่งอาทิตย์ รับรองกูกระแทกแม่งจมเตียงแน่” เมื่อถูกเพื่อนหยาม ก็ยิ่งเป็นเชื้อเพลิงเร่งปฏิกิริยาชั้นดี ให้เขาแทบทะยานไปพุ่งชนเป้าหมายในทันทีทันใด“พวกมึงคอยดูก็แล้วกัน” เขากัดกรามกรอดประกาศกร้าว สายตาคมประดุจเหยี่ยวมองไปยังโต๊ะของปาเจราเบื้องหน้าอย่างหมายมาดขณะเดียวกันกับที่ปาเจราเดินไปหยิบกระเป๋าที่โต๊ะ แล้วหันไปเอ่ยกับเพื่อนๆ...“มึง...กูเข้าห้องน้ำแปบ”“เจ เดินดีๆ ให้เราไปเป็นเพื่อนไหม?” จอมนรีเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นคนตัวเล็กเดินโงนเงนแทบไม่ตรงทางอยู่แล้ว“ไม่ต้องๆ เราไหว” เธอโบกไม้โบกมือปฏิเสธ แล้วยกสายกระเป๋าขึ้นคาดบ่าแล้วหนีบกระเป๋าไว้ใต้รักแร้ ปกติปาเจราก็ถือว่าคอแข็งในระดับหนึ่ง และจะไม่ปล่อยให้ตัวเองเมาจนขาดสติอย่างแน่นอน แต่ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงมีอาการแบบนี้ เธอดื่มไปเพียงเล็กน้อยซึ่งมันไม่เกินลิมิตของตัวเองแน่ๆทว่า...ทำไมรู้สึกว่ามึนหัวได้ขนาดนี้ ขอเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าล้างตาสักนิดเผื่อจะสดชื่นขึ้น ปาเ
“ผับผับผับ บาร์” ตั้งอยู่หลังมหาวิทยาลัย เป็นชื่อผับที่คิดดีไม่ได้เลย และจริงๆ แล้วก็เรียกได้ว่าตั้งชื่อเลียนเสียงกระทบกระแทกของเนื้อหนังมังสาของกิจกรรมอย่างว่า มาเล่นคำกับคำว่า “ผับ”อย่างที่เข้าใจนั่นแหละที่นี่เป็นศูนย์รวมของบรรดาเสือ สิงห์ กระทิง แรด ที่มักจะชอบออกล่าเหยื่อเก็บแต้มในค่ำคืน จรูญหมายมาดว่าจะลากเพื่อนทั้งสองคน ติดสอยห้อยตามไปปาร์ตีด้วยในคืนนี้ เพื่อปลดปล่อยความตึงเครียดจากการเล่าเรียนมาตลอดสัปดาห์ทั้งสามคนมาตัวกันอยู่ที่คอนโดมิเนียมของจอมนรี หลังจากที่จรูญพาเพื่อนๆ ไปช็อปปิงเสื้อผ้าสำหรับท่องเที่ยวในยามราตรี จากนั้นเขาก็จับเพื่อนสาวแต่งตัวด้วยชุดเซ็กซี ยั่วๆ บดๆ ล่อเสือล่อตะเข้ จรูญรับบทเป็นสไตส์ลิส แต่งหน้า ทำผมให้เพื่อนทั้งสองคนออกมาเช้งกระเด๊ะ จนจำตัวเองแทบไม่ได้“จอม ถอดแว่นแล้วใส่คอนแทคเลนส์แบบนี้ก็สวยไปอีกแบบ ไม่เฉิ่มแล้ว ไหนหมุนตัวหน่อยซิจ๊ะ” จรูญหมุนนิ้วชี้วนๆ ตั้งตนเสมือนเป็นแม่เล้า หรือมาม่าซังอะไรเทือกนั้น จอมนรีสวมเสื้อเปิดไหล่ อวดผิวขาวนวลเนียนราวน้ำนมตัดกับสีดำของเสื้อ เบื้องล่างสวมกระโปรงยีนส์สั้นจู๊ดจู๋เหนือเข่า จอมนรีก็หมุนตัวช้าๆ ทำตามอย่างว่
“มึงแน่ใจนะว่าจะไปคนเดียว” จรูญถามด้วยความเป็นห่วงเพื่อน“เออ ไม่เห็นต้องกลัวอะไร” ปาเจราตอบด้วยความน้ำเสียงและแววตามุ่งมั่น“หรือว่าพี่เขาสนใจมึงวะเจ” จรูญเอ่ยขึ้นตามที่ลึกๆ แล้วใจก็แอบคิดไปแบบนั้นครึ่งหนึ่ง แต่อีกครึ่งหนึ่งก็เผื่อไว้ห้าสิบ ห้าสิบ เพราะแก๊งนั้นก็คงจะหว่านสเน่ห์ตกสาวๆ ไปเรื่อยเปื่อย ได้ก็ดี ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร“ผู้ชายทรงโจร กวนตีนแบบนั้น กูไม่เอามาเป็นแฟนหรอก ไม่เป๊กเลยสักนิด” ก็มันคือเรื่องจริงนี่นา เตชเป็นผู้ชายหน้าคมเข้ม ดูเถื่อนๆ “ชิ ปากดีนะมึง พี่เขาออกจะหล่อ ใครเขาก็ชอบผู้ชายทรงแบดกันทั้งนั้น ถ้ามึงไม่เอากูเอานะ!” จรูญโพล่งคำ อีเพื่อนชะนีมันตาถั่วชัดๆ“โถ่อีจู เขาชอบผู้หญิงไหมล่ะกะเทย”“เอ้า อีนี่นี่ เดี๋ยวกูตบปากฉีก” จรูญทำท่ายกฝ่ามือขึ้นมาจะตบปากเพื่อนปากมอม ทว่าปาเจรากลับหัวเราะร่วนที่แหย่เพื่อนได้สำเร็จ“ระวังนะมึง โบราณบอกว่าเกลียดสิ่งไหนจะได้สิ่งนั้นน่ะ คิกคิก” จรูญแซวเพื่อนอีก“ฮื่อ” เธอส่ายหน้าวืด “ถ้าได้คนพรรค์นั้นมาเป็นผัวกูยอมเอาหมามาเป็นผัวดีกว่า ฮะ ฮ่า” ปาเจราหัวเราะเสียงดัง หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่มีทางเอาคนแบบนั้นมาทำผัวเด็ดขาด!“เออ ให้มันจริ
ปาเจราก็ยกแก้วน้ำเยติของตัวเองขึ้นมาดูดเสียงดังปื้ด มหา’ลัยรณรงค์ลดโลกร้อนให้นิสิตพกแก้วน้ำหรือกระติกน้ำของตัวเองมาใช้กันเอง หากซื้อน้ำชงที่นี่ก็จะไม่มีแก้วพลาสติกให้ เว้นแต่ซื้อน้ำเปล่าหรือเครื่องดื่มที่เป็นขวดพลาสติกแบบรีไซเคิลเท่านั้น ดังนั้นพวกเธอจึงพกแก้วมากันเอง เมื่อกินอาหารเที่ยงแล้วเสร็จ ก็หันมาพูดกับเพื่อนๆ ต่อ“ก่อนเข้าเรียน พากูไปตึกวิดวะหน่อยนะ จะเอาเสื้อไปคืน”“ได้ๆ” จรูญตอบรับ ปาเจราไม่รู้ว่าจะคืนเสื้อได้ที่ไหน ง่ายที่สุดก็ต้องไปที่ตึกวิศวะนั่นแหละ เขาก็คงจะอยู่ที่นั่น เธออยากจะรีบๆ คืนเสื้อให้เขาเสียที ต่อไปนี้จะได้ไม่ต้องมีเรื่องอะไรที่ต้องมายุ่งเกี่ยวหรือเกี่ยวข้องกันอีกทั้งสามเดินมาหยุดที่ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ ปาเจรามองไปรอบๆ ตึกที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ป้ายหน้าตึกคณะมีสัญลักษณ์เป็นเฟืองเกียร์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ‘แล้วจะหาเขาคนนั้นเจอได้อย่างไรกันตึกก็ออกจะกว้าง’พอดีว่าเห็นวิศวะกลุ่มหนึ่งเดินออกมาจากตึกพอดี เธอจึงได้เข้าไปสอบถาม“ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าพี่เตชอยู่ในตึกไหมคะ” ปาเจราเอ่ยถาม วิศวะกลุ่มนี้หันมองหน้ากันแล้วถามกันว่ามีใครเห็นบ้าง ก่อนที่จะได้คำตอบว
‘หรือว่าจะเป็นของแฟน?’“เอ่อ พอดีเราไปทำเสื้อของรุ่นพี่เปื้อนน่ะ เลยอาสาเอากลับมาซักให้” แต่ความจริงคือโดนบังคับยัดเยียดให้เอากลับมาซักให้ต่างหากล่ะ...“อ่อ” ชเลพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะรีบแต่งตัว แล้วหยิบกระเป๋าสะพายแบรนด์เนมยี่ห้อดังขึ้นมาคล้องที่บ่า ซึ่งปาเจราก็ค่อนข้างแปลกใจอยู่เหมือนกัน ชเลหมือนคุณหนูบ้านรวยแต่ทำไมมาถึงมาอยู่ในหอพักกับรูมเมทที่เป็นก็ไม่รู้อย่างเธอ ทั้งที่อยู่หอนอกน่าจะสะดวกสบายและดีกว่า นั่นคือความสงสัยที่เก็บเอาไว้ในใจ เพราะว่าบางทีภาพที่สร้างกับร่างที่เป็นก็อาจจะแตกต่างกัน ดังนั้นปล่อยให้เป็นเรื่องส่วนตัวของเพื่อนที่ไม่ควรก้าวล่วงชเลรีบแจ้นออกไปเพราะถ้าหากช้ากว่านี้อาจจะไม่ทันคาบเรียน เมื่อวานเธออ่านหนังสือจนเผลอหลับคาโต๊ะ แถมลืมกระทั่งตั้งนาฬิกาปลุกอีก ดีที่สะดุ้งตื่นมาได้ทันเวลาพอดีตามเวลานาฬิกาชีวิต ส่วนปาเจราเมื่อรูมเมทออกจากห้องไปแล้วก็ทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง วันนี้เธอไม่ต้องรีบนี่นา...“ขอนอนต่ออีกหน่อยน้า” ปาเจราเอ่ยเสียงงึมงำบอกกับตัวเองก่อนจะผล็อยหลับไป สะดุ้งตื่นมาอีกทีก็ตอนได้ยินเสียงโทรศัพท์ในห้องแผดเสียงดังขึ้นมาจนแก้วหูแทบแตก ในหอพักแต่ละห้องจ
จอมนรีขับรถมาส่งเพื่อนทั้งสองที่หอพักในนอกของมหาวิทยาลัย ที่นี่จะมีอาคารที่พักอยู่ทั้งหมดหกตึก แยกเป็นหอพักหญิงสี่ตึก และหอพักชายสองตึก เป็นหอพักสูงแปดชั้น สามารถเลือกได้ว่าจะอยู่กันกี่คนมีห้องสองคน สามคน และสี่คน ราคาห้องเป็นไปตามจำนวนคน หากคนน้อยราคาก็จะสูงกว่านั่นเอง แต่มันก็ยังถูกกว่าออกไปอยู่หอนอก และที่นี่ก็มีคนคอยดูแลตลอดจึงมีความปลอดภัยสูงปาเจราเลือกอยู่ห้องสองคน เช่นเดียวกับจรูญ หอในนอกจะไม่สามารถเลือกรูมเมทเองได้ จะเป็นทางกองกิจการนิสิตที่จัดสรรมาให้หอพักจะตั้งเป็นชื่อดอกไม้ หอพักหญิงประกอบไปด้วย หอพลับพลึง พุดตาน ลานไพลิน และเทียนกิ่ง ปาเจราอยู่ตึกลานไพลินส่วนหอพักชายจะมีหอพักพยับเมฆ และพยับหมอก จรูญอยู่ตึกพยับเมฆ“ขอบใจนะ อุตส่าห์มาส่ง กลับดีๆ ล่ะ” ปาเจราบอกจอมนรีแล้วก็โบกมือร่ำลากัน“อื้อ แล้วคุยกันในไลน์นะ” จอมนรีตอบเพื่อนด้วยรอยยิ้ม ทั้งสามคนแลกเบอร์แลกไลน์กันและยังตั้งชื่อแก๊งด้วยว่า “อัญมณีแห่งตะวันออก” หลังจากนั้นจอมนรีก็ขับรถกลับคอนโดมิเนียมที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลกันมากนักปาเจราเข้ามาในห้องก็เห็นว่ารูมเมทของเธอ กำลังล้างจานอยู่ที่ซิงค์ล้างจานบริเวณระเบียงห้







