LOGIN“ทำคุย น้องดูไม่สนใจมึงสักนิด” วายุเอ่ยทับถมอีกคน เหมือนตอกปะตูปิดฝาโลงว่าแม่งไม่มีทางทำสำเร็จแน่!
‘หยามกันขนาดนี้ ไอ้พวกเพื่อนเวรตะไล’ “คนนี้กูขอเวลาไม่เกินหนึ่งอาทิตย์ รับรองกูกระแทกแม่งจมเตียงแน่” เมื่อถูกเพื่อนหยาม ก็ยิ่งเป็นเชื้อเพลิงเร่งปฏิกิริยาชั้นดี ให้เขาแทบทะยานไปพุ่งชนเป้าหมายในทันทีทันใด “พวกมึงคอยดูก็แล้วกัน” เขากัดกรามกรอดประกาศกร้าว สายตาคมประดุจเหยี่ยวมองไปยังโต๊ะของปาเจราเบื้องหน้าอย่างหมายมาด ขณะเดียวกันกับที่ปาเจราเดินไปหยิบกระเป๋าที่โต๊ะ แล้วหันไปเอ่ยกับเพื่อนๆ... “มึง...กูเข้าห้องน้ำแปบ” “เจ เดินดีๆ ให้เราไปเป็นเพื่อนไหม?” จอมนรีเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นคนตัวเล็กเดินโงนเงนแทบไม่ตรงทางอยู่แล้ว “ไม่ต้องๆ เราไหว” เธอโบกไม้โบกมือปฏิเสธ แล้วยกสายกระเป๋าขึ้นคาดบ่าแล้วหนีบกระเป๋าไว้ใต้รักแร้ ปกติปาเจราก็ถือว่าคอแข็งในระดับหนึ่ง และจะไม่ปล่อยให้ตัวเองเมาจนขาดสติอย่างแน่นอน แต่ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงมีอาการแบบนี้ เธอดื่มไปเพียงเล็กน้อยซึ่งมันไม่เกินลิมิตของตัวเองแน่ๆ ทว่า...ทำไมรู้สึกว่ามึนหัวได้ขนาดนี้ ขอเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าล้างตาสักนิดเผื่อจะสดชื่นขึ้น ปาเจรายกมือขึ้นมานวดขมับไปพลางพร้อสะบัดศีรษะ เพื่อให้ตัวเองได้พอมีสติอีกครั้ง จากนั้นก็บังคับตัวเองเดินทรงตัวให้ตรงทาง ปรือตามองที่เป้าหมายเบื้องหน้าและเดินตรงไป... “เฮ้ย ไอ้เตช นั่นมึงจะไปไหนวะ!” จู่ๆ เตชก็ลุกพรึ่บพรวดพราดขึ้นมาในเวลาไล่เลี่ยกันกับเธอ “เดี๋ยวกูมา” เมื่อปาเจราเดินออกไปจากโต๊ะแล้ว เตชที่จ้องเธอมาตลอด สังเกตเห็นว่ามีพวกของไอ้เบียร์ส่งสัญญาณให้กันแปลกๆ ให้กันอยู่ จากนั้นพวกมันก็ลุกเดินตามหลังปาเจราออกไปติดๆ เตชไม่รอช้าเขาจึงรีบเดินดุ่มๆ ตามคนตัวเล็กไปเช่นกันเพราะกลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับเธอ โครม! “ผมขอโทษครับพี่” น้ำเสียงเลิ่กลั่กรีบกล่าวขอโทษขอโพยจังหวะที่เตชพุ่งทะยานออกไปยังเป้าหมาย พนักงานเสิร์ฟดันโผล่ทะเล่อทะล่าออกมาจากมุมไหนไม่รู้ เดินโฉบตัดหน้าเขาทำให้ร่างกายของทั้งคู่ปะทะกันอย่างจัง จนแก้วเหล้าหล่นในถาดร่วงลงพื้นแตกระเนระนาด “ไม่เป็นไรๆ” เตชโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน เพราะตอนนี้เขามีเรื่องสำคัญกว่าที่ต้องทำ พรึ่บ! แถมไฟในผับดันมาปิดลงพอดี! “ทำไมต้องมาปิดไฟตอนนี้วะ!” เขาปรับม่านสายตากับความมืดสลัวและค่อยๆ กวาดสายตาไล่สำรวจไปทั่วบริเวณ... อีกด้านหนึ่ง...ชายสามคนเข้าไปไล่คนอื่นออกไปจากห้องน้ำชายจนหมด ใครๆ ก็รู้ว่าพวกเขาเป็นขาใหญ่ของที่นี่ คนอื่นต่างให้ความยำเกรงจึงไม่มีใครกล้าหือกล้าอือกับพวกเขา เมื่อปาเจราเดินออกมาจากห้องน้ำ ก็มีมือปริศนาเอื้อมมาปิดปากเธอเอาไว้ก่อนที่เธอจะตะโกนร้องให้คนช่วย เขารวบตัวเธอยกลอยวืดขึ้นมาจนขาแทบไม่ติดพื้น ขาเรียวทั้งสองข้างสะบัดร่างงามดีดดิ้นเพื่อให้หลุดพ้นจากพันธนาการ อีกสองคนที่เห็นก็รีบเข้ามาสบทบช่วยกันแบกหามคนตัวเล็ก ด้วยความที่เธอตัวเล็กกว่าพวกเขามาก จึงทำให้อะไรๆ ก็ดูง่ายดายไปเสียหมด เธอไม่อาจทัดทานแรงมหาศาลของชายฉกรรจ์ทั้งสามคนได้เลยแม้แต่นิด พวกเขากึ่งอุ้มกึ่งลากเธอเข้าไปในห้องน้ำชายและตรงไปที่ห้องที่อยู่ท้ายสุดทันที... “อื้อ อ่อยนะ” (อื้อ ปล่อยนะ) “มึงดูต้นทางหน้าห้องน้ำ ส่วนมึงไปรอหน้าทางเข้า” คนที่เป็นหัวโจกสั่งการลูกไล่ของเขาให้ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ตกลงกันเอาไว้ “ครับพี่” จากนั้นไอ้เบียร์คนที่เป็นหัวโจกจึงดันร่างคนตัวเล็กเข้าไปในห้องน้ำอย่างทุลักทุเลปาเจราดิ้นรนสุดชีวิตเพื่อเอาตัวรอด เธอดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขนที่ดุจดั่งกรงขังของมัน เมื่อมันดันสลักประตูปิดเรียบร้อยแล้วก็หันมาตะคอกใส่เธอทันที “กูบอกว่าอย่าดิ้นไงวะ!” ตุ๊บ! “อ๊ะ” คนตัวเล็กทรุดตัวนั่งลงบนฝาชักโครก ไอ้หน้าตัวเมีย มันก็สวนหมัดลุ่นๆ เข้าที่หน้าท้องของเธอเต็มแรงไปหนึ่งหมัด ปาเจราจุกจนหน้าเบ้ เจ็บจนพูดไม่ออก เธอทรุดตัวนั่งลงบนฝาชักโครก วินาทีนี้ที่เธอรับรู้ถึงความกลัว ปาเจรานึกถึงหน้าพ่อหน้าแม่ เธอกลัวมากจนน้ำตามันไหลรินออกมาเอง เธอขอร้องอ้อนวอนมันด้วยความกลัว ทว่ามันกลับแสยะยิ้มเย็นแล้วชักมีดออกมาข่มขู่ “อย่าแหกปาก ไม่อย่างนั้นกูแทงแน่” คมมีดพับเงาวาววับยาวประมานครึ่งฝ่ามือของเธอได้ถ้าแทงเข้าจุดสำคัญเธอคงรอดยาก “พี่อย่าทำอะไรหนูเลย ปล่อยหนูไปเถอะนะ” ปาเจรายกมือไหว้ปลกๆ ขอร้องมันอย่างน่าเวทนา “ปล่อยไปได้ไงวะ ขาวอวบน่าปี้ขนาดนี้ เดี๋ยวยาก็ออกฤทธิ์แล้ว เรามาสนุกกันดีกว่า หึๆ” มันแสยะยิ้มอีกครา สายตาของมันที่มองเธอมาแทะโลมเรือนร่างของเธอจนรู้สึกขนลุก เกิดประกายวูบหนึ่งพาดผ่านดวงตา เธอจำหน้าเขาได้แล้ว เขาคือคนที่เดินมาชนแก้วที่โต๊ะ อย่าบอกว่าไอ้อาการหนาวๆ ร้อนๆ และวูบวาบ ปวดศีรษะตุบๆ อยู่ตอนนี้ คือเธอถูกเขาแอบวางยา ใช่แล้วมันวางยาเธอ ยาที่ใครๆ เรียกว่ายาเสียสาว จะทำให้มีอาการง่วงนอน มึนงง คลื่นไส้อาเจียน เดินเซ เคลื่อนไหวลำบาก รวมถึงหายใจไม่ทั่วท้อง มีอาการคล้ายกับเมาสุราแม้ไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์หรือดื่มไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น “อย่าพูดมาก แล้วก็อย่าแหกปากเสียงดัง ไม่อย่างนั้นกูไม่รับประกันความปลอดภัย” มันข่มขู่อีก ตัดกลับมาที่เตช...เขาพยายามมองหาปาเจรา ที่คลาดสายตาไปเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น จากนั้นเตชก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งรีบตรงไปยังห้องน้ำชายทันที...“ทำคุย น้องดูไม่สนใจมึงสักนิด” วายุเอ่ยทับถมอีกคน เหมือนตอกปะตูปิดฝาโลงว่าแม่งไม่มีทางทำสำเร็จแน่! ‘หยามกันขนาดนี้ ไอ้พวกเพื่อนเวรตะไล’“คนนี้กูขอเวลาไม่เกินหนึ่งอาทิตย์ รับรองกูกระแทกแม่งจมเตียงแน่” เมื่อถูกเพื่อนหยาม ก็ยิ่งเป็นเชื้อเพลิงเร่งปฏิกิริยาชั้นดี ให้เขาแทบทะยานไปพุ่งชนเป้าหมายในทันทีทันใด“พวกมึงคอยดูก็แล้วกัน” เขากัดกรามกรอดประกาศกร้าว สายตาคมประดุจเหยี่ยวมองไปยังโต๊ะของปาเจราเบื้องหน้าอย่างหมายมาดขณะเดียวกันกับที่ปาเจราเดินไปหยิบกระเป๋าที่โต๊ะ แล้วหันไปเอ่ยกับเพื่อนๆ...“มึง...กูเข้าห้องน้ำแปบ”“เจ เดินดีๆ ให้เราไปเป็นเพื่อนไหม?” จอมนรีเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นคนตัวเล็กเดินโงนเงนแทบไม่ตรงทางอยู่แล้ว“ไม่ต้องๆ เราไหว” เธอโบกไม้โบกมือปฏิเสธ แล้วยกสายกระเป๋าขึ้นคาดบ่าแล้วหนีบกระเป๋าไว้ใต้รักแร้ ปกติปาเจราก็ถือว่าคอแข็งในระดับหนึ่ง และจะไม่ปล่อยให้ตัวเองเมาจนขาดสติอย่างแน่นอน แต่ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงมีอาการแบบนี้ เธอดื่มไปเพียงเล็กน้อยซึ่งมันไม่เกินลิมิตของตัวเองแน่ๆทว่า...ทำไมรู้สึกว่ามึนหัวได้ขนาดนี้ ขอเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าล้างตาสักนิดเผื่อจะสดชื่นขึ้น ปาเ
“ผับผับผับ บาร์” ตั้งอยู่หลังมหาวิทยาลัย เป็นชื่อผับที่คิดดีไม่ได้เลย และจริงๆ แล้วก็เรียกได้ว่าตั้งชื่อเลียนเสียงกระทบกระแทกของเนื้อหนังมังสาของกิจกรรมอย่างว่า มาเล่นคำกับคำว่า “ผับ”อย่างที่เข้าใจนั่นแหละที่นี่เป็นศูนย์รวมของบรรดาเสือ สิงห์ กระทิง แรด ที่มักจะชอบออกล่าเหยื่อเก็บแต้มในค่ำคืน จรูญหมายมาดว่าจะลากเพื่อนทั้งสองคน ติดสอยห้อยตามไปปาร์ตีด้วยในคืนนี้ เพื่อปลดปล่อยความตึงเครียดจากการเล่าเรียนมาตลอดสัปดาห์ทั้งสามคนมาตัวกันอยู่ที่คอนโดมิเนียมของจอมนรี หลังจากที่จรูญพาเพื่อนๆ ไปช็อปปิงเสื้อผ้าสำหรับท่องเที่ยวในยามราตรี จากนั้นเขาก็จับเพื่อนสาวแต่งตัวด้วยชุดเซ็กซี ยั่วๆ บดๆ ล่อเสือล่อตะเข้ จรูญรับบทเป็นสไตส์ลิส แต่งหน้า ทำผมให้เพื่อนทั้งสองคนออกมาเช้งกระเด๊ะ จนจำตัวเองแทบไม่ได้“จอม ถอดแว่นแล้วใส่คอนแทคเลนส์แบบนี้ก็สวยไปอีกแบบ ไม่เฉิ่มแล้ว ไหนหมุนตัวหน่อยซิจ๊ะ” จรูญหมุนนิ้วชี้วนๆ ตั้งตนเสมือนเป็นแม่เล้า หรือมาม่าซังอะไรเทือกนั้น จอมนรีสวมเสื้อเปิดไหล่ อวดผิวขาวนวลเนียนราวน้ำนมตัดกับสีดำของเสื้อ เบื้องล่างสวมกระโปรงยีนส์สั้นจู๊ดจู๋เหนือเข่า จอมนรีก็หมุนตัวช้าๆ ทำตามอย่างว่
“มึงแน่ใจนะว่าจะไปคนเดียว” จรูญถามด้วยความเป็นห่วงเพื่อน“เออ ไม่เห็นต้องกลัวอะไร” ปาเจราตอบด้วยความน้ำเสียงและแววตามุ่งมั่น“หรือว่าพี่เขาสนใจมึงวะเจ” จรูญเอ่ยขึ้นตามที่ลึกๆ แล้วใจก็แอบคิดไปแบบนั้นครึ่งหนึ่ง แต่อีกครึ่งหนึ่งก็เผื่อไว้ห้าสิบ ห้าสิบ เพราะแก๊งนั้นก็คงจะหว่านสเน่ห์ตกสาวๆ ไปเรื่อยเปื่อย ได้ก็ดี ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร“ผู้ชายทรงโจร กวนตีนแบบนั้น กูไม่เอามาเป็นแฟนหรอก ไม่เป๊กเลยสักนิด” ก็มันคือเรื่องจริงนี่นา เตชเป็นผู้ชายหน้าคมเข้ม ดูเถื่อนๆ “ชิ ปากดีนะมึง พี่เขาออกจะหล่อ ใครเขาก็ชอบผู้ชายทรงแบดกันทั้งนั้น ถ้ามึงไม่เอากูเอานะ!” จรูญโพล่งคำ อีเพื่อนชะนีมันตาถั่วชัดๆ“โถ่อีจู เขาชอบผู้หญิงไหมล่ะกะเทย”“เอ้า อีนี่นี่ เดี๋ยวกูตบปากฉีก” จรูญทำท่ายกฝ่ามือขึ้นมาจะตบปากเพื่อนปากมอม ทว่าปาเจรากลับหัวเราะร่วนที่แหย่เพื่อนได้สำเร็จ“ระวังนะมึง โบราณบอกว่าเกลียดสิ่งไหนจะได้สิ่งนั้นน่ะ คิกคิก” จรูญแซวเพื่อนอีก“ฮื่อ” เธอส่ายหน้าวืด “ถ้าได้คนพรรค์นั้นมาเป็นผัวกูยอมเอาหมามาเป็นผัวดีกว่า ฮะ ฮ่า” ปาเจราหัวเราะเสียงดัง หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่มีทางเอาคนแบบนั้นมาทำผัวเด็ดขาด!“เออ ให้มันจริ
ปาเจราก็ยกแก้วน้ำเยติของตัวเองขึ้นมาดูดเสียงดังปื้ด มหา’ลัยรณรงค์ลดโลกร้อนให้นิสิตพกแก้วน้ำหรือกระติกน้ำของตัวเองมาใช้กันเอง หากซื้อน้ำชงที่นี่ก็จะไม่มีแก้วพลาสติกให้ เว้นแต่ซื้อน้ำเปล่าหรือเครื่องดื่มที่เป็นขวดพลาสติกแบบรีไซเคิลเท่านั้น ดังนั้นพวกเธอจึงพกแก้วมากันเอง เมื่อกินอาหารเที่ยงแล้วเสร็จ ก็หันมาพูดกับเพื่อนๆ ต่อ“ก่อนเข้าเรียน พากูไปตึกวิดวะหน่อยนะ จะเอาเสื้อไปคืน”“ได้ๆ” จรูญตอบรับ ปาเจราไม่รู้ว่าจะคืนเสื้อได้ที่ไหน ง่ายที่สุดก็ต้องไปที่ตึกวิศวะนั่นแหละ เขาก็คงจะอยู่ที่นั่น เธออยากจะรีบๆ คืนเสื้อให้เขาเสียที ต่อไปนี้จะได้ไม่ต้องมีเรื่องอะไรที่ต้องมายุ่งเกี่ยวหรือเกี่ยวข้องกันอีกทั้งสามเดินมาหยุดที่ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ ปาเจรามองไปรอบๆ ตึกที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ป้ายหน้าตึกคณะมีสัญลักษณ์เป็นเฟืองเกียร์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ‘แล้วจะหาเขาคนนั้นเจอได้อย่างไรกันตึกก็ออกจะกว้าง’พอดีว่าเห็นวิศวะกลุ่มหนึ่งเดินออกมาจากตึกพอดี เธอจึงได้เข้าไปสอบถาม“ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าพี่เตชอยู่ในตึกไหมคะ” ปาเจราเอ่ยถาม วิศวะกลุ่มนี้หันมองหน้ากันแล้วถามกันว่ามีใครเห็นบ้าง ก่อนที่จะได้คำตอบว
‘หรือว่าจะเป็นของแฟน?’“เอ่อ พอดีเราไปทำเสื้อของรุ่นพี่เปื้อนน่ะ เลยอาสาเอากลับมาซักให้” แต่ความจริงคือโดนบังคับยัดเยียดให้เอากลับมาซักให้ต่างหากล่ะ...“อ่อ” ชเลพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะรีบแต่งตัว แล้วหยิบกระเป๋าสะพายแบรนด์เนมยี่ห้อดังขึ้นมาคล้องที่บ่า ซึ่งปาเจราก็ค่อนข้างแปลกใจอยู่เหมือนกัน ชเลหมือนคุณหนูบ้านรวยแต่ทำไมมาถึงมาอยู่ในหอพักกับรูมเมทที่เป็นก็ไม่รู้อย่างเธอ ทั้งที่อยู่หอนอกน่าจะสะดวกสบายและดีกว่า นั่นคือความสงสัยที่เก็บเอาไว้ในใจ เพราะว่าบางทีภาพที่สร้างกับร่างที่เป็นก็อาจจะแตกต่างกัน ดังนั้นปล่อยให้เป็นเรื่องส่วนตัวของเพื่อนที่ไม่ควรก้าวล่วงชเลรีบแจ้นออกไปเพราะถ้าหากช้ากว่านี้อาจจะไม่ทันคาบเรียน เมื่อวานเธออ่านหนังสือจนเผลอหลับคาโต๊ะ แถมลืมกระทั่งตั้งนาฬิกาปลุกอีก ดีที่สะดุ้งตื่นมาได้ทันเวลาพอดีตามเวลานาฬิกาชีวิต ส่วนปาเจราเมื่อรูมเมทออกจากห้องไปแล้วก็ทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง วันนี้เธอไม่ต้องรีบนี่นา...“ขอนอนต่ออีกหน่อยน้า” ปาเจราเอ่ยเสียงงึมงำบอกกับตัวเองก่อนจะผล็อยหลับไป สะดุ้งตื่นมาอีกทีก็ตอนได้ยินเสียงโทรศัพท์ในห้องแผดเสียงดังขึ้นมาจนแก้วหูแทบแตก ในหอพักแต่ละห้องจ
จอมนรีขับรถมาส่งเพื่อนทั้งสองที่หอพักในนอกของมหาวิทยาลัย ที่นี่จะมีอาคารที่พักอยู่ทั้งหมดหกตึก แยกเป็นหอพักหญิงสี่ตึก และหอพักชายสองตึก เป็นหอพักสูงแปดชั้น สามารถเลือกได้ว่าจะอยู่กันกี่คนมีห้องสองคน สามคน และสี่คน ราคาห้องเป็นไปตามจำนวนคน หากคนน้อยราคาก็จะสูงกว่านั่นเอง แต่มันก็ยังถูกกว่าออกไปอยู่หอนอก และที่นี่ก็มีคนคอยดูแลตลอดจึงมีความปลอดภัยสูงปาเจราเลือกอยู่ห้องสองคน เช่นเดียวกับจรูญ หอในนอกจะไม่สามารถเลือกรูมเมทเองได้ จะเป็นทางกองกิจการนิสิตที่จัดสรรมาให้หอพักจะตั้งเป็นชื่อดอกไม้ หอพักหญิงประกอบไปด้วย หอพลับพลึง พุดตาน ลานไพลิน และเทียนกิ่ง ปาเจราอยู่ตึกลานไพลินส่วนหอพักชายจะมีหอพักพยับเมฆ และพยับหมอก จรูญอยู่ตึกพยับเมฆ“ขอบใจนะ อุตส่าห์มาส่ง กลับดีๆ ล่ะ” ปาเจราบอกจอมนรีแล้วก็โบกมือร่ำลากัน“อื้อ แล้วคุยกันในไลน์นะ” จอมนรีตอบเพื่อนด้วยรอยยิ้ม ทั้งสามคนแลกเบอร์แลกไลน์กันและยังตั้งชื่อแก๊งด้วยว่า “อัญมณีแห่งตะวันออก” หลังจากนั้นจอมนรีก็ขับรถกลับคอนโดมิเนียมที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลกันมากนักปาเจราเข้ามาในห้องก็เห็นว่ารูมเมทของเธอ กำลังล้างจานอยู่ที่ซิงค์ล้างจานบริเวณระเบียงห้







