LOGIN@ 1 เดือนต่อมา
อากาศยามเย็นหลังเลิกเรียนอวลไปด้วยกลิ่นฝุ่นบนพื้นทางเดิน ลมเบาๆ พัดปลิวผมนุ่มของฉันให้ไหวเอนไปตามจังหวะธรรมชาติ ฉันยืนอยู่ตรงมุมเงาใกล้กำแพงหลังคณะ...ที่ประจำของฉันกับเขา มือสองข้างกอดหนังสือไว้แนบอก สายตามองออกไปไกลอย่างเหม่อลอย เสียงพูดคุยของนักศึกษาที่ทยอยกลับบ้านเริ่มเงียบลงทีละคน จนสุดท้าย...มีเพียงฉันที่ยังคงยืนรออยู่ตรงนั้น ฉันมารอคุณเวหาอยู่หลังคณะ หลังเลิกเรียนคุณเวหาจะให้ฉันมารอที่นี่เสมอ บอกให้กลับพร้อมกันทุกวัน ตั้งแต่วันนั้นเขาทำดีกับฉันมาก จนฉันเชื่อสนิทใจว่าเขามีความรู้สึกดีๆ ให้ฉันอยู่ ฉันจึงพยายามทำดีกับเขา เอาใจเขาทุกอย่าง และดูแลเขาเป็นอย่างดี แล้วเสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังขึ้นใกล้เข้ามา ฉันหันไปตามเสียงนั้นทันที หัวใจเต้นแรงเพียงแค่เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยของเขา ร่างสูงเดินเข้ามาด้วยท่าทางรีบร้อน แววตาแม้จะเหนื่อยล้า แต่ก็เต็มไปด้วยความอบอุ่นจางๆ ที่เขาไม่ค่อยแสดงให้ใครเห็น "เกล....รอนานไหม..." น้ำเสียงของเขาแฝงความรู้สึกผิดอยู่ลึกๆ ฉันยิ้มบางๆ พยักหน้าเบาๆ "ไม่นานค่ะ.." ฉันตอบเสียงนุ่ม พยายามปิดบังความเหนื่อยล้าในแววตาตัวเอง "ไม่นานนี่กี่ชั่วโมง" เขาขยับเข้ามาใกล้ ใบหน้าขมวดคิ้วน้อยๆ อย่างจับสังเกต "2 ชั่วโมง ก็ถือว่าไม่นานนะคะ เกลอ่านหนังสือได้ตั้ง 3 รอบ" ฉันพยายามพูดติดตลก ทั้งที่ในใจนั้นรู้สึกหน่วง เหมือนมีอะไรจุกอยู่กลางอก ดวงตาก้มหลบ ไม่กล้ามองตรงๆ ว่าเขาจะคิดยังไงกับความอดทนของฉัน "ประชดเหรอ.." เขายื่นมือขึ้นมาดีดจมูกฉันเบาๆ แรงสัมผัสนั้นไม่ได้เจ็บ...แต่มันทำให้หัวใจฉันสะดุด "เปล่าค่าาาาา.." ฉันตอบพร้อมยิ้มกว้าง เสียงหัวเราะแผ่วๆ หลุดออกมา พลางเอียงหน้าเบี่ยงหลบอย่างอายๆ แก้มร้อนวูบด้วยความเขิน "กลับกันเถอะ..." เขาพูดพลางเดินนำหน้าไป ฉันรีบก้าวตามหลัง รอยยิ้มยังไม่จางหายจากริมฝีปาก ฉันกลับคอนโดพร้อมกับคุณเวหาทุกวัน ต้องคอยหลบๆ ซ้อนๆ กลัวว่าคนอื่นจะเห็น ตอนแรกฉันเองก็แปลกใจ เขาขอให้ฉันปิดเรื่องของเราเอาไว้ ไม่ให้ใครรู้ว่าเราแต่งงานกัน เพราะกลัวว่าฉันจะเสียหายที่แต่งงานตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ ฉันจึงทำตามที่เขาบอก โดยไม่ได้เรียกร้องอะไร เสียงเครื่องยนต์ของรถยนต์ส่วนตัวที่จอดรออยู่ริมฟุตบาทข้างคณะดังขึ้นเบาๆ ฉันเปิดประตูขึ้นรถอย่างเงียบเชียบ ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาคนแปลกหน้าที่เดินผ่านไป เพราะกลัวความลับที่เราร่วมกันปิดจะหลุดรั่วออกไป ภายในรถเงียบสงบ มีเพียงเสียงเพลงเบาๆ จากวิทยุที่เปิดคลอ บรรยากาศภายในเต็มไปด้วยความอึดอัดแบบแปลกประหลาด แม้เขาจะพูดจาดีขึ้น ใจดีกว่าเดิม...แต่ความลับที่เราต้องซ่อน มันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนเป็นเงาในชีวิตของเขา แต่ถึงอย่างนั้น...ฉันก็ยอมเป็นเงานั้น เพื่อที่จะอยู่ข้างเขาให้ได้นานที่สุด @คอนโด 🕗 19.00 น. บรรยากาศในห้องเงียบสงบ มีเพียงเสียงน้ำไหลเบาๆ จากในห้องน้ำ กับกลิ่นหอมจางๆ ของสบู่ที่ลอยออกมา ฉันนั่งพับผ้าอยู่ที่ปลายเตียง แสงไฟจากโคมบนเพดานส่องลงมาอ่อนๆ ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนบ้าน "ก๊อก...ก๊อก..ก๊อก ❗❗" เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกัน ทำเอาฉันสะดุ้งเฮือก หันขวับไปมองประตูอย่างตกใจ ใจเต้นแรงขึ้นทันที "ใครมา? เกลไปดูหน่อย ฉันอาบน้ำอยู่..." เสียงตะโกนลอดจากห้องน้ำออกมาชัดเจน ฉันรีบลุกขึ้นพรวดด้วยหัวใจที่เต้นโครมคราม ไม่รู้ว่าใครมา แล้วมาทำไมเวลานี้ "ค่ะ..." มือสั่นน้อยๆ ขณะที่เอื้อมไปจับลูกบิด ฉันเปิดประตูออกช้าๆ แล้วเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า ดวงตาเบิกกว้างทันทีเมื่อเห็นผู้ชายสองคนยืนอยู่ตรงนั้น พวกเขาดูคุ้นหน้าคุ้นตา...ใช่แล้ว ฉันจำได้ พวกเขาคือเพื่อนของคุณเวหา คนหนึ่งผมยาวรวบไว้ลวกๆ อีกคนมีรอยสักบนต้นแขน เสียงหัวใจฉันเหมือนหยุดเต้นไปชั่ววินาที ขณะที่สายตาของทั้งสองชายจับจ้องมาที่ฉันอย่างตกใจไม่ต่างกัน ฉันยืนนิ่ง ตัวแข็งทื่อ และไม่รู้จะทำยังไงดี พยายามควบคุมลมหายใจที่เริ่มติดขัด จึงรีบเชิญพวกเขาเข้ามาข้างในอย่างเงอะงะ "เอ่อ...คือ...คะ..คุณเวหาอาบน้ำอยู่ค่ะ" น้ำเสียงของฉันสั่นพร่า รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนแปลกหน้าในห้องของคนอื่น พวกเขายังคงจ้องมองฉันไม่วางตา หนึ่งในนั้นขยับตัวก้าวเข้ามาเล็กน้อย พร้อมเอ่ยคำถามที่ทำเอาฉันถึงกับหน้าชา "เธอเป็นอะไรกับไอ้เว" : จากั้ว จ้องฉันเขม็งอย่างไม่ไว้ใจ ดวงตาคมเข้มของเขาราวกับพยายามเจาะลึกเข้าไปในใจฉันเพื่อหาคำตอบ "เออ..ฉันนนนน...คือ...ฉันนนน.." เสียงฉันขาดเป็นห้วง พูดติดๆ ขัดๆ เหงื่อเริ่มผุดขึ้นที่ขมับ ไม่รู้จะตอบยังไง สมองว่างเปล่าไปหมด "มึงก็เบาหน่อย..ดูเธอตกใจหมดแล้ว" : มาคาส พูดเสียงเรียบ ขณะตบแขนเพื่อนเบาๆ แววตาเขาแม้จะไม่ดุ แต่ก็ยังคงแฝงความสงสัยเอาไว้ แล้วเสียงเปิดประตูห้องน้ำก็ดังขึ้น พร้อมกับคุณเวหาเดินออกมาด้วยผ้าเช็ดตัวพันครึ่งตัวบนไว้ น้ำยังคงหยดลงจากเส้นผมเปียกของเขา "นี่พวกมึงจะมาทำไมไม่บอกกูก่อน!" เสียงเขาแข็งขึ้นทันที หน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความไม่พอใจ เขาเดินมาทิ้งตัวลงนั่งข้างฉันอย่างรวดเร็ว โดยไม่ได้สนใจว่ายังมีหยดน้ำเปียกๆ ไหลซึมจากปลายผมลงบนเสื้อยืดของเขา เขานั่งใกล้มาก จนไหล่ของเราชนกันโดยไม่ตั้งใจ ฉันรีบขยับตัวเล็กน้อย พยายามไม่แสดงพิรุธ แต่หัวใจก็ยังเต้นไม่เป็นจังหวะ "เกลเข้าไปอยู่ในห้องก่อน ฉันขอคุยกับเพื่อนสักพัก" เขาหันมากระซิบกับฉัน น้ำเสียงแม้จะนุ่มลง แต่ก็จริงจัง ฉันพยักหน้ารับเบาๆ สบตาเขาแวบหนึ่งก่อนจะรีบลุกเดินออกไป "ค่ะ..." ฉันเดินอย่างว่าง่าย พยายามไม่หันกลับไปมองด้านหลัง เพราะกลัวว่าจะแสดงสีหน้าอะไรออกไปที่ไม่ควร... และก็ไม่กล้าเดาเลย...ว่าหลังประตูบานนั้นกำลังจะมีบทสนทนาอะไรเกิดขึ้น @เวหา... ในห้องที่มืดสลัวมีเพียงแสงจากโคมไฟหัวเตียงลอดออกมา พวกเรานั่งล้อมกันในห้องรับแขก เสียงของเครื่องปรับอากาศทำให้บรรยากาศดูเงียบวังเวงจนน่าอึดอัด เวหานั่งพิงพนักโซฟา ตัวโน้มไปข้างหน้าเล็กน้อย มือประสานกันแน่นราวกับใช้ควบคุมอารมณ์ ขณะที่สายตาคมใต้คิ้วเข้มจ้องเพื่อนทั้งสองคนที่ยืนพิงผนังใกล้ประตูห้อง "พวกมึงมาทำไมว่ะ ..." เสียงของเวหาเย็นเยียบ พ่นออกมาอย่างไม่พอใจ ชัดเจนว่าเขาไม่ค่อยยินดีนักกับการมาของพวกมันในเวลานี้ "มึงบอกมาว่ายัยนั่นใคร" : จากั้วยืนกอดอก ใบหน้าดุขึ้น น้ำเสียงห้วนและสายตาคมกริบกำลังจ้องเขาอย่างไม่ไว้ใจ "มึงถามทำไม ..." เวหาหลุบตามองต่ำไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับเสียงเรียบ หน้าตาไม่แสดงอารมณ์ใดๆ "ปกติมึงไม่ให้ใครค้าง...แต่คนนี้? .." มาคาสเลิกคิ้ว ขมวดหน้าสงสัย น้ำเสียงเต็มไปด้วยความระแวง เขาเดินเข้าไปใกล้เวหาอีกนิด ราวกับพยายามอ่านสีหน้าของเพื่อนสนิท "ถ้ากูบอกพวกมึง มึงสัญญามาก่อนว่าจะต้องช่วยกู และห้ามบอกเรื่องนี้กับใคร" เวหาเอ่ยออกมาช้าๆ จ้องเพื่อนทั้งสองอย่างจริงจัง สีหน้าแข็งกร้าว แววตาไม่เปิดเผยความรู้สึกแม้แต่นิดเดียว "ดูมีลับลมคมใน" : จากั้วกระตุกยิ้มเล็กน้อย สะบัดหน้าหนีเบาๆ แล้วมองกลับมาอย่างระแวดระวัง "หรือมึงไม่อยากรู้?" เวหาเอียงหน้าถามอีกครั้ง น้ำเสียงแข็งขึ้นนิดหน่อยเป็นเชิงท้าทาย "เออ...กูสัญญาว่าจะช่วยมึงและไม่บอกใคร...มึงรีบเล่ามา" : จากั้ว น้ำเสียงจริงจังเปลี่ยนจากระแวงมาเป็นยอมรับ เพื่อนสนิททั้งสองคนสบตากัน แล้วนั่งลงรอฟังเงียบๆ เวหาหลุบตาลง มือที่กำลังจับเข่ากำแน่น ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดออกมา ช้าๆ แต่หนักแน่น พวกเขานั่งฟังด้วยสีหน้าเคร่งเครียด หลังจากทุกอย่างจบลง บรรยากาศเงียบงันไปครู่หนึ่ง ก่อนที่มาคาสจะถอนหายใจ "ไอ้เว....มึงคิดดีแล้วใช่ไหม...ไม่ใช่มาขุดหลุมฝังตัวเองนะเว้ย" : มาคาสถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง สายตาเต็มไปด้วยความไม่แน่ใจ มือกอดอกแน่น "กูคิดดีแล้ว คิดมามากแล้ว พวกมึงก็ต้องช่วยกูคิดแผนต่อไปด้วย" เวหาพูดพลางพยักหน้า น้ำเสียงหนักแน่นกว่าเดิม "ดูเธอไม่มีพิษมีภัยอะไรเลย มึงคิดดีแล้วเหรอ" : มาคาสเอ่ยขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้แฝงความลังเลในน้ำเสียง "ไอ้คาส...มึงเป็นคนดีตั้งแต่เมื่อไหร่ มึงก็ฟันแล้วทิ้งมาหลายรายแล้วนิ" เวหาตอบกลับทันควัน สีหน้าฉายแววประชด "ผู้หญิงพวกนั้นยอมกูเอง แล้วอีกอย่าง พวกนั้นหวังแต่เงิน ไม่มีใครจริงใจกับกูเลยสักคน" : มาคาสตอบอย่างหนักแน่น ก็เขาไม่เคยหลอกหรือบังคับให้ใครมาอ้าขาให้ "ยัยคนใช้ก็หวังตกถังข้าวสารเหมือนกันแหละ...ไม่งั้นจะยอมแต่งกับกูง่ายๆ เหรอ" "เออๆ .....ขอแค่มึงอย่ามาใจอ่อนที่หลังแล้วกัน" : มาคาสส่ายหน้าเบาๆ แววตาเหมือนไม่ค่อยไว้ใจนัก "คนอย่างกูไม่เคยใจอ่อนหรือสงสารใคร" "แล้วมึงจะฟันเธอมั้ยว่ะ" : จากั้วสาดคำถามฟังดูหยาบคายแต่ก็ตรงประเด็นจนเวหาชะงักไปวูบหนึ่ง "กูคงทำไม่ลง...กูรังเกียจยัยคนใช้นั่นจะตาย" "เธอออกจะสวย น่ารัก ตัวเล็ก นมโต เสปคมึงเลยนิ" : จากั้วพูดพลางหัวเราะในลำคอ ขยับตัวพิงพนักอย่างสบายๆ "มึงตาบอดเหรอ...ถึงมองว่ายัยนั่นสวย" เวหาพูดเสียงแข็ง ดวงตาเข้มขึ้น ท่าทางหงุดหงิด "เอ้าไอ้นี่...." จากั้วส่ายหน้าเบาๆ พูดไม่ออก ผมเรียกเกลออกมาเพื่อนแนะนำกับเพื่อนๆของผม ผมจะสร้างความเชื่อใจให้กับเธอ เธอจะได้คิดว่าผมจริงจัง ไม่ได้ปกปิดเรื่องของเธอ ซึ่งแผนนี่พวกผมได้ตกลงกันไว้แล้ว "เกล...นี่จากั้งกับมาคาส เพื่อนฉัน... "สวัสดีค่ะ..คุณจากั้ว..คุณมาคาส เธอยกมือไหว้ทั้งสองคน "ไม่ต้องไหว้หรอก....แล้วอีกอย่าง เรียกพวกเราว่าพี่ก็ได้ เรียกคุณมันดูห่างเหินไป : มาคาส "เอ่อ..ค่ะ..พี่จากั้ว..พี่มาคาส "พวกมึง..นี่เมียกู...มิเกล.. "คุณเวหา ?..ทำไมถึง "ฉันไม่เคยมีความลับกับเพื่อน...เธอจะว่าอะไรไหม ถ้าเราจะลองคบกันจริงๆ "ฮ่ะ....ลองคบ.... เธอดูตกใจ และดูไม่ค่อยจะเชื่อในสิ่งที่ผมพูด "ใช่..ลองคบกับฉัน...คบกันแบบแฟนกันจริงๆ....ในระหว่างที่ฉันคบกับเธอฉันสัญญาว่าฉันจะไม่มีใคร...มีแค่เธอคนเดียว ผมค่อยๆ เอามือหนาไปจับมือเล็ก มือเธอสั่นมาก เหงื่อเปียกชุ่มมือไปหมด "แต่เกลเป็นแค่ลูกคนใช้ "ฉันไม่สน...ขอแค่เธอยอมตกลงคบกับฉัน....ฉันไม่สนใจอะไรทั้งนั้น.. "คือ..เกล... "หรือเธอไม่ชอบฉัน...... "ไม่ใช่นะคะ..... "แล้วทำไมถึงไม่ลองคบกัน กลัวอะไร "เกลแค่รู้สึกว่าเกลไม่คู่ควร.. "คู่ควรหรือไม่ ฉันเป็นคนตัดสิน ตอนนี้ฉันอยากคบกับเธอ...อยากดูแลเธอในฐานะแฟน เข้าใจไหม "คุณเวหา ... ขอบคุณนะคะที่ไม่รังเกียจเกล "แปลว่าเราคบกันแล้วนะ.....พวกมึงเป็นพยานด้วย เธอก้มหน้าร้องไห้ออกมา...หึ...ผมเห็นแล้วรำคาญใจยิ่งนัก จะร้องทำไมว่ะ "อืม ... : มาคาส / จากั้ว @ 2 เดือนต่อมา "วันนี้เฮียไม่ต้องรอรับเกลนะคะ "ทำไม...? เขาถามฉันสองคิ้วผูกกันเป็นปม "เกลมีธุระต้องไปทำค่ะ..จะกลับดึกหน่อยนะคะ "ธุระอะไร...เฮียเห็นเกลออกจากห้องแต่เช้า แล้วยังจะกลับดึกทุกวันอีก... ฉันกับเฮียเวหา เปลี่ยนมาใช้สรรพนามใหม่ โดยเขาบังคับให้ฉันเรียกเขาว่าเฮียเว ส่วนเขาเรียกฉันว่าเกล ช่วงแรกๆมันก็ยังไม่ค่อยคุ้นปาก แต่พอเรียกบ่อยๆฉันก็เริ่มคุ้นชินไปแล้ว "เกลบอกไม่ได้ค่ะ...เฮียกลับก่อนเลยนะคะ "ก็ได้..งั้นคืนนี้เฮียไปดื่มกับไอ้มาคาสนะ "ค่ะ... ช่วงนี้ฉันออกจากคอนโดตั้งแต่ตีห้าและจะกลับเข้ามาอีกทีคือตีหนึ่ง เนื่องจากฉันออกไปทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านสะดวกซื้อ และร้านกาแฟใกล้ๆกับคอนโด เพราะฉันต้องการเก็บเงินก้อนหนึ่ง เพื่อนำไปซื้อของขวัญให้เฮียเวหา อีก 2 เดือน จะถึงวันเกิดเขา ฉันอยากให้ของขวัญที่ดีที่สุด ฉันจึงยอมทำงานหนักเพื่อนที่จะได้เงินมาซื้อของขวัญให้เขา ฉันอยากให้เขาประทับใจและขอบของขวัญของฉัน ซึ่งฉันสั่งทำเป็นพิเศษมันจึงมีมูลค่าค่อนข้างสูง @เวลา 01.30 น. 🕗 ตอนนี้ฉันเลิกงานและเดินทางกลับมาถึงคอนโดแล้ว แต่พอเปิดเข้าไปในห้อง ก็ไม่เจอใครเลย..สงสัยจะยังไม่กลับ ฉันจึงลองโทรหาเขา แต่ก็ไม่มีคนรับสายเลย ฉันจึงตัดสินใจโทรหาพี่มาคาส "อัลโหลเกล... "พี่มาคาสค่ะ ขอโทษที่โทรมารบกวนกลางดึกนะคะ "ว่างัยครับ.. "เฮียเว..อยู่กับพี่หรือเปล่าคะ..เกลกลัวว่าเขาจะเมา..เกลเป็นห่วง กลัวว่าเขาจะเกิดอุบัติเหตุ "เอ่อ..ครับ..อยู่นี่แหละ..มันมึนๆนิดหน่อย เกลจะคุยกับมันไหม "ไม่ดีกว่าค่ะ...งั้นแค่นี้นะคะ..ขอบคุณมากค่ะ "ครับ @ไนต์คลับ "ก๊อกๆ..ก๊อกๆ "ไอ้เว...มึงออกมาเดี๋ยวนี้ : มาคาส "เว...ออกมา "เออ..อะไรนักหนาว่ะ...กูกำลังจะแตกอยู่แล้วไอ้เชี้ย...เคาะอยู่ได้ "ไปใส่เสื้อผ้า แล้วออกมาคุยกับกู : มาคาส "อะไรของมึง ผมที่กำลังเอากันอยู่กับคู่นอนคนใหม่ ก็ต้องเสียอารมณ์เมื่อไอ้มาคาสมาเคาะประตูเรียกเสียงดังไม่หยุด ผมจึงออกมาคุยกับมัน มีเรื่องสำคัญอะไร ถึงได้เรียกผมออกมาแบบนี้ "มึงมีอะไรวะ...ขัดจังหวะกูชิปหาย "เกลโทรมา.. : มาคาส "แล้วงัย ?.. "ไอ้เว...กูชักจะไม่เห็นด้วยกับวิธีของมึงแล้วนะ.. : มาคาส "เรื่องอะไร "กูว่ามึงหยุดหลอกน้องได้แล้ว....เกลเป็นคนดี กูสงสารเขา : มาคาส "มึงรู้จักยัยนั่นแค่ 2 เดือน มึงบอกเธอเป็นคนดี...หึ...หรือมึงหลงเสน่ห์ยัยคนใช้นั่น "เว...กูแค่สงสารน้อง น้องมันรักมึงมาก มึงรู้ไหมว่าน้องออกจากคอนโดทุกวันเพื่อไปทำงานหาเงิน : มาคาส "ก็ยัยนั่นจน..ก็ต้องทำงานอยู่แล้วไหม "ไอ้เว....มึงควรจะเลี้ยงดูเขาหน่อย ทีคนอื่นมึงยังให้ได้ แต่นี่เมียมึงนะเว้ย : มาคาส "กูกับยั่ยนั่นไม่เคยเอากัน..จะเรียกเมียได้งัยว่ะ....มึงเลิกพูดได้แล้ว กูรำคาญ... "ไอ้เว...มึงนี่มัน........!!!@กรุงเทพมหานคร ✈️แสงแดดยามบ่ายสาดไล้ผ่านม่านบางในบ้านหลังใหญ่ของเราอย่างอบอุ่น กลิ่นอ่อน ๆ ของดอกไม้สดจากแจกันกลางโต๊ะต้อนรับความรู้สึกที่คุ้นเคยกลับมาอีกครั้ง ผมกับมิเกลเพิ่งเดินทางกลับถึงบ้าน ทุกอย่างยังคงอบอวลไปด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก... เหมือนได้กลับมาสู่ที่ที่หัวใจเคยพรากจากกันไปนานเกินไปเสียงฝีเท้าของใครบางคนกระทบพื้นดังใกล้เข้ามา ก่อนที่ร่างเล็ก ๆ จะวิ่งพรวดเข้ามาด้วยความเร็วเต็มฝีเท้า มือเล็กโอบรัดรอบตัวมิเกลแน่น ราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปอีกครั้ง คนตัวเล็กสั่นสะท้านเล็กน้อยก่อนจะปล่อยโฮออกมาท่ามกลางอ้อมแขนของแม่"แม่จ๋าหายไปหนายมา..."น้ำเสียงของวาโยสั่นเครือ น้ำตาไหลพรากอาบแก้มนุ่ม ริมฝีปากเบะอย่างน่าสงสาร มือน้อย ๆ จับแขนแม่แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปอีกครั้ง"โอ้ๆๆ ไม่ร้องนะคะคนเก่งของแม่.."มิเกลก้มลงกอดลูกแน่น ลูบหลังเบา ๆ อย่างปลอบโยน น้ำเสียงอ่อนโยนเปี่ยมไปด้วยความรัก สายตาของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและคิดถึงในคราวเดียวกัน ผมมองสองแม่ลูกอย่างอบอุ่นในใจ มือผมเอื้อมไปหยิบของฝากที่เตรียมไว้จากสนามบิน พร้อมเอ่ยเรียกลูกเสียงนุ่ม"วาโยดูสิ..ป๊ะป๊าซื้ออะไรมาฝาก... ""ว้าว
"ทำไม ครั้งแรกที่พี่เจอวาโย ยัยหนูถึงเรียกพี่ว่า 'ป๊ะป๊า'"น้ำเสียงของผมแม้จะแผ่วเบา แต่ก็หนักแน่น ราวกับคำถามนั้นแบกความรู้สึกมากมายที่อัดแน่นอยู่ในอกมานาน ผมมองสบตาเธอ อยากจะรู้ว่าความจริงคืออะไร นี่คือคำถามที่ผมสงสัยมาโดยตลอด ในเมื่อแต่ก่อนมิเกลไม่อยากให้ผมเจอลูก ไม่แม้แต่จะเปิดโอกาสให้ผมได้พบเจอเธอ ไม่ยอมให้ผมเฉียดเข้าไปใกล้ชีวิตแม่ลูกคู่นั้นเลย แล้วเหตุใด... ครั้งแรกที่วาโยเจอผม ดวงตากลมโตคู่นั้นจึงเรียกผมว่า “ป๊ะป๊า” อย่างไม่ลังเล..."วาโยเป็นเด็กช่างพูดช่างถาม เมื่อตอนแกยังเล็ก เกลบอกแกเสมอว่าพี่เวคือพ่อของแก แต่ด้วยความที่ลูกสาวของพี่ราม เรียกพี่รามว่าป๊ะป๊า แกเลยเรียกตามมั้งคะ"มิเกลตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่แววตาอ่อนโยนในขณะที่พูดถึงลูกสาว ใบหน้าของเธอมีรอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นเมื่อเอ่ยถึงวาโย บ่งบอกถึงความรักที่เธอมีต่อลูกอย่างเต็มเปี่ยม แม้คำตอบนั้นจะเรียบง่าย แต่มันกลับทำให้ผมเงียบงัน ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเฝื่อน ก่อนจะเอ่ยต่ออย่างลังเล"เกล ไม่คิดจะปิดบังลูกเหรอ ในเมื่อตอนนั้นเกลคิดว่าพี่....." ดวงตาของผมมองลึกลงไปในดวงตาเธอ ขณะที่น้ำเสียงเจือความรู้สึกผิดอย่างเงียบงัน ผม
คำสัญญาที่รับปากไป แม้จะไม่มั่นใจว่าผมจะไม่โทษตัวเองได้จริงหรือไม่ หากได้รู้เรื่องทั้งหมด แต่ผมก็ยินดีจะฟังในทุกคำ ทุกความเจ็บปวดของเธอ มิเกลเริ่มเล่า เสียงของเธอเต็มไปด้วยอารมณ์ ความเศร้าเคลือบอยู่ในถ้อยคำ ดวงตาที่เคยสวยสดใสกลับเอ่อคลอด้วยหยดน้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้"เมื่อสามปีที่แล้ว เกลรู้ว่าเกลตั้งท้องวาโยหลังจากเกลออกมาได้ 2 เดือน ตอนนั้นเกลไม่รู้จะทำยังไง มันสิ้นหวังไปหมด เกลไม่กล้าบอกใคร โดยเฉพาะพี่ เกลกลัวว่าพี่จะไม่ยอมรับเขา กลัวว่าพี่จะให้เกลเอาเขาออก เกลกลัวไปหมด "เธอเล่าทุกอย่างอย่างละเอียด น้ำเสียงแผ่วเบา มือที่กุมผมไว้สั่นเล็กน้อย ขณะที่ดวงตาของเธอมองลงต่ำคล้ายจะหลีกเลี่ยงไม่ให้ผมเห็นความปวดร้าวที่ฉายอยู่ในแววตา ผมฟังทุกถ้อยคำด้วยหัวใจที่เหมือนจะแตกสลายทุกวินาที ผมกุมมือเธอไว้แน่นกว่าเดิม อยากจะบอกให้เธอรู้ว่าผมอยู่ตรงนี้กับเธอ ไม่ได้ไปไหนแล้ว"ตอนนั้นเกลคิดแค่ว่าเกลอยากดูแลเขา อยากมีเขาอยู่ในชีวิต เพราะชีวิตของเกลไม่มีใคร ไม่เหลือใครเลยสักคน เกลเหมือนตัวคนเดียว... ""พอเกลตั้งท้องได้ราวๆ ห้าเดือน ก็เกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ เป็นภาวะแทรกซ้อนของการตั้งครรภ์ที่เป็นอันตรายมาก
@เวลา 13.00 น. 🕗ผมตื่นลืมตาขึ้นมาในเวลาบ่ายของอีกวัน ร่างกายของผมตอนนี้มันรู้สึกเหมื่อยล้าไปหมด ไม่มีแรงแม้แต่จะลุกขึ้นจากเตียง ดูเหมือนจะตัวรุมๆคล้ายจะเป็นไข้อีกด้วย"แคะ..แคะ..."พี่เว..เป็นอะไรคะ..ไม่สบายหรือเปล่าผมมองไปยังต้นเสียงที่ตอนนี้ถือถาดอาหารเข้ามาให้ผม ตั้งแต่มิเกลเดินเข้ามาในห้องทำให้ผมสงสัยมากเหลือเกินว่าทำไมท่าทางของเธอดูปกติ ไม่มีอาการของคนเหนื่อยล้าเลยแม่แต่น้อย เธอยังคงจัดนั้นโน่นนี่ตามปกติ ต่างจากผมที่ตอนนี้ถูกเมียจับกินจนจับไข้"พี่รู้สึกเหมือนตัวรุมๆ"ไหน..เกลขอดูหน่อย มิเกลเดินเข้ามานั่งลงข้างเตียงแล้วเอาหลังมือมาแตะลงที่หน้าผากหนา"เกลว่าพี่คงจะมีไข้นะคะ...ตัวร้อนๆ..ทานข้าวแล้วทานยา เดี๋ยวเกลเอายามาให้.."ครับ... ผมยอมรับแต่โดยดี ก่อนจะทานข้าวที่เกลทำมาให้ แล้วทานยาตามที่เธอบอก"พี่เวพักผ่อนนะคะ..ผักผ่อนให้มากๆ คืนนี้จะได้มีแรง"เกล..."คะ.."เอ่อ..คือ..เมื่อคืน เกลทำถึงไหนเหรอ.."หกโมงเช้ามั้งคะ พี่เวสลบไปก่อน..เกลเลยกินต่อคนเดียว"สลบ ?"ค่ะ...จำไม่ได้เหรอคะ..."คือ..พอดีเมื่อวานพี่เหนื่อยจากงานน่ะครับ..เลยแข้งขาอ่อนไปหน่อย"อ่อ...เกลว่าแล้ว...เพราะปกติพี่
@กระบี่ ~ วันที่ 2 🏖️เช้าวันใหม่ที่กระบี่ ดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า สาดแสงอบอุ่นผ่านม่านสีขาวบางเบาเข้ามาในห้องพักหรูบนชั้นสูงสุดของโรงแรมริมทะเล กลิ่นทะเลจางๆ ลอยปะปนมากับกลิ่นหอมอ่อนของเครื่องหอมภายในห้อง ผมค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นจากเตียงนุ่ม แต่สิ่งแรกที่พบกลับไม่ใช่ใบหน้าเล็กที่ควรจะซุกอยู่ข้างกันผมพลิกตัวอย่างร้อนรน ใจเต้นโครมครามเมื่อพบเพียงรอยยับบนผ้าปูที่นอน และหมอนที่ว่างเปล่า ร่างทั้งร่างของเธอไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว ความคิดแวบแรกที่พุ่งเข้ามาคือ... เธอหนีไปอีกแล้วหรือเปล่า เหมือนคราวก่อนนั้น?ผมลุกพรวดขึ้นจากเตียงโดยไม่ทันนึกถึงสภาพตัวเองที่ยังไม่ได้อาบน้ำ ล้างหน้า หรือแปรงฟัน ความหวาดกลัวและตื่นตระหนกพุ่งสูงจนสมองขาวโพลน"เกล... อยู่ไหนครับ"เสียงตะโกนของผมสะท้อนไปทั่วห้อง ก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินทั่วทุกมุมอย่างไร้ทิศทาง มือสั่นเล็กน้อยตอนเปิดประตูห้อง เดินผ่านทางเดินยาวโล่งของโรงแรม หัวใจเต้นกระหน่ำในอก ผมถามพนักงานทุกคนที่เดินผ่าน ไม่มีใครเห็นเธอเลย...จนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ผมกลับมาที่ห้องอีกครั้งอย่างหมดแรง ตั้งใจจะอาบน้ำแล้วออกตามหาเธอใหม่ แต่ทันทีที่เปิดประตู..."พี
"เดี๋ยวพี่สอน ....ผมรีบดีดตัวขึ้นมาทันที..."ทำแบบนี้นะ...ผมจับมือน้อยขึ้นมาวางที่น้องชายของผม ครั้งแรกที่เธอสัมผัส ทำเอาผมเสียวซ่านไปทั้งตัว มือนุ่มนิ่มจับท่อนเอ็นเอาไว้หลวมๆ ก่อนที่ผมจะสอนเธอชักขึ้นชักลงตามจังหวะ"อื้อ....ซี๊ด...แบบนั้นแหละครับคนเก่ง.."อ๊าาา...เกล..เร็วขึ้นหน่อยผมยืนตัวตรง เงยหน้าขึ้นมองเพดาน มือหนายันกำแพงเอาไว้ ส่วนคนตัวเล็กนั่งคุกเข่าใช้มือนุ่มนิ่มชักท่อนเอ็นของผมขึ้นลงไม่ขาด"อ๊า..เกล....กินให้พี่หน่อย.."กะ..กินเหรอคะ"เอามันเข้าไปในปาก แล้วดูดเลียเมื่อเกลกินไอติม"แต่มันใหญ่มากเลยนะคะ มันจะเข้าปากเกลได้เหรอ"ได้สิ .... อ้าปาก ผมยัดท่อนเอ็นหนาเข้าไปในปากเธอ จนเธอสำลักออกมา"แค๊กๆๆ..."พี่เว...มันลึกจนทิ้มคอเกล"งั้นเกล ดูดแค่ส่วนหัว แล้วเลียตามลำของมันก่อน...คนตัวเล็กทำตามที่ผมบอก ทันทีที่ปลายลิ้นเล็กแตะลงที่ส่วนหัว ก็ทำเอาผมแทบแตก ผมใช้สองมือช้อนเข้าไปที่ต้นคอขาว แล้วสอดนิ้วมือเข้าไปตามกลุ่มผมของคนตัวเล็ก ลูบวน ขยำมันเพื่อระบายความเสียวซ่านออกมา"อ๊าา.....เกล....ตวัดลิ้นไปมาหน่อย ดูดๆ เลียๆสลับกันไปมา..."อื้อ...ซี๊ดดด..แบบนั้นแหละครับ.."อ้าาาา....เกล...เ







