LOGIN“เพื่อนพี่ไม่ได้ใจร้ายกับคนสวยขนาดนั้นหรอกนะคับ” รามเอ่ย “ใช่ไหมวะ ไอ้มอส” รามถามเจ้าตัว “พี่ไม่เอาเรื่องฉันแล้วใช่ไหม...” เชอลิตาเอ่ยด้วยสีหน้ามีความหวังอีกครั้ง เธอมองเขาตาพริบๆ อย่างลูกแมวอ้อนเจ้าของ “ในเมื่อเธอไม่มีปัญญาจ่ายค่าเสียหายให้ฉัน ก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน” “ข้อแลกเปลี่ยน...” คนตัวเล็กใจเต้นตุบๆ ตับๆ “น่ารักอย่างน้อง ทำอะไรได้บ้างเอ่ย...” รามถาม น่ารักงั้นเหรอ ผู้ชายหล่ออย่างพี่ราม ชมแบบนี้ก็เขินอยู่นะ หึ...น่ารัก ใบหน้าได้แต่กระตุกรอยยิ้มร้ายกาจขึ้นที่มุมปาก สายตามองสำรวจ คนตัวเล็ก ถ้ายัยนี้ไม่ติดผอมจนเกินไป ก็น่าสนนะ สวย น่ารักก็ว่าไปอย่าง แต่ดูรวมๆ แล้วนั้น หน้าอกแบนราบเป็นหน้ากลองแบบนี้... ไม่ผ่าน “ผอมหน้าอกก็แบนแบบนี้ จะเอาไปทำอะไรได้ นอกเสียจาก...” มือเรียวยกขึ้นมาปิดหน้าอก เขามีสิทธิ์อะไรมาวิจารณ์หน้าอกฉัน ใบหน้าอันหล่อเหลาหยุดคำพูดไว้แค่นั้น
View More!! บรื้น บรื้น!!
เสียงรถสปอร์ตหรูที่ดังกระหึ่ม ที่มีเพียง 200 คันในโลก วิ่งเข้ามาในรั้วอาณาเขตมหาวิทยาลัยB เพียงแค่เห็นรถไม่ต้องมองหน้าก็รู้แล้วว่าเป็นรถเจ้าของหนุ่มผมดำใบหน้าฟ้าประทาน มอส ชลันธร ครูซเซอร์
ใบหน้าอันหล่อเหลา มีเสน่ห์ที่ใครๆ ได้เห็นเป็นอันต้องหลงไหลสวมทับด้วยแว่นกันแดดสีชา เจ้าของรถสปอร์ตคันหรูเปิดประทุนรับแสงแดดเวลาช่วง 10 โมง กว่าๆ ทะยานเข้าเขตคณะศิลปศาสตร์ เนื่องจากวันนี้ไม่มีการเรียนการสอนทางมหาวิทยาลัยมีจัดกิจกรรมจัดนิทรรศการของแต่ละคณะ ซึ่งวันนี้ทางชมรมผมนัด 9 โมง แต่ด้วยที่เมื่อคืนดริ้งหนักไปหน่อยผมเลยมาสาย พอมาสายก็ไม่มีที่จอดอย่างที่เห็น วันนี้น้องเชอรี่ลูกรักผมเลยต้องจอดที่คณะอื่นแทนคณะบริหารที่ผมเรียน
มอสไม่ได้มีดีแค่เรื่องหน้าตาที่หล่อเหลาใบหน้าฟ้าประทาน เรื่องความรวยนั้นก็ถือเป็นอันดับต้นๆ ลูกหลานเศรษฐีของเมืองไทย ก็ต้องมีชื่อ มอส ชลันธร ครูซเซอร์ ลูกเสี้ยวอังกฤษฮ่องกง ลูกชายนักธุรกิจชื่อดัง คุณชลธร เจ้าของเรือสำราญลำใหญ่ที่สุดของประเทศ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนมาดามริชชา ครูซเซอร์ เจ้าแม่วงการแฟชั่นชื่อดังในเมืองไทย นั้นถูกพูดถึงติดปากอยู่ในวงการไฮโซเซเลป แค่ขยับตัวก็เป็นที่สนใจ ถูกจับตามอง แต่นั้นมอสก็ไม่ได้มีดีเพียงแค่หน้าตา ด้วยที่เกิดเป็นลูกนักธุรกิจคนดัง เขายังทำงานตั้งแต่อายุ 15 ขวบ ถึงจะเห็นผมเตร่ไปเตร่มาแต่เรื่องเรียนเรื่องงานผมเองก็ทำได้ดีไม่มีตกนะครับ (ยิ้มร้าย)
เสียงรถสปอร์ตคันหรู ที่ดังกระหึ่มมานั้น ทำเอานักศึกษาคณะต่างๆ ที่ชมงานนิทรรศการอยู่นั้นถึงกับหันมองเจ้าของรถหรู ที่วิ่งเข้าไปจอดใกล้ตึกศิลปศาสตร์เนื่องจากวันนี้มีนักศึกษาต่างสถาบันมากันเยอะทำให้พื้นที่จอดประจำนั้นไม่เพียงพอ
ร่างสูงในชุดเสื้อยืดสีเทา กางเกงยีนส์สีเข้มที่เหมือนจะดูแต่งตัวที่แสนจะธรรมดา แต่นั้นออร่าความหล่อเหลา ผิวขาวเนียนใสราวกับผิวผู้หญิงตัดกับสีเสื้อนั้นยิ่งทำเอาสาวๆ ที่ได้เห็นยิ่งคลั่งไคล้อยู่แล้ว พอร่างสูงหนุ่มรูปงามอยู่ในลุคเสื้อยืดที่ไม่ใช่ฟอร์มนักศึกษาแบบนี้ ยิ่งดูเท่แปลกตาไปอีกแบบ ไม่ว่าจะมองส่วนไหน มุมไหน ก็สะดุดสายตาไปซะทุกส่วน ไม่ว่าจะหุ่นสูงยาวราวกับนายแบบระดับแถวหน้าของเมืองไทยแล้ว หน้าตาที่ปากรับกับสันจมูกโด่งเรียวสวย พออยู่บนตัวแล้วนั้นสาวๆ เป็นอันต้องหลงไหล
“ว้าว ขับคันเก่าก็ว่าเท่มากแล้ว วันนี้เปิดประทุนมาแบบนี้ โอ้โห...พี่มอส คนหล่อรวยของฉัน เขาจะหล่อไปไหน จะหยุดหล่อกี่โมง อยากจะเดินไปถามให้รู้แล้วรู้รอดกันไปเลย จะว่าไปพวกเราไม่ค่อยได้เห็นพี่มอส ในลุคเสื้อยืดกางเกงแบบนี้เลยนะ” ถึงจะเป็นเสื้อยืดธรรมดาที่ใครๆ ก็ใส่กัน แต่พอไปอยู่บนร่างสูงจมูกโด่งคมสัน เบ้าหน้าฟ้าประทานที่สวมทับด้วยแว่นกันแดดสีชา รอยยิ้มกระชากใจแบบนี้แล้วนั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าร่างสูงที่ลงจากรถสปอร์ตหรู ตำแหน่งคนขับนั้น หล่อ เท่ เสน่ห์แรงไม่เบา มองแล้วทุกอย่างบนตัวของเขานั้นลงตัว ออร่าพุ่งใส่ฉันสุดๆ
“ยิ่งเขาเดินคู่กับพี่แทคิณนะแกเอ้ย หล่อแพ็คคู่งานดีไม่ไหว แยกไม่ออกกันเลยทีเดียว ถ้าฉันไม่รู้จักพี่มอส คงคิดว่าเป็นอีก 1 หนุ่มสมาชิก x2t แล้วนะเนี้ย” เสียงกลุ่ม สาวๆ ที่กำลังพูดถึง เพราะไม่ว่าหนุ่มสุดฮอตแก๊งค์ไอดอลหนุ่มแทคิณ ไปปรากฏตัวที่ไหน ต่างได้รับความสนใจจากสาวๆ ทั่วทั้งมหาลัย ซึ่งมอสเองก็อยู่ในหนุ่มตัวท็อปฮอตสุดๆ ของรุ่นพี่ปี 3 เช่นกัน และยิ่งเป็นเพื่อนสนิทของแทคิณนั้นทำให้ยิ่งฮอตพอๆ กับเพื่อนในกลุ่ม ไม่ว่าจะเสน่ห์ หน้าตา หล่อรวย ก็ตกสาวๆ สวยๆ ไม่แพ้สองแฝดโรมและราม
“แก๊งค์นี้เหมือนเขารวมเทพบุตรไว้ด้วยกัน ยิ่งอยู่กันครบองค์นะแก ตาฉันนี้ไม่รู้จะมองใครก่อนดี พี่มอส ก็หล่อเท่รอยยิ้มมีเสน่ห์กระชากใจสาว พี่โรมหล่อนิ่งร้าย พี่รามนี้หล่อเฟรนลี่เพลย์บอยสุดๆ ส่วนพี่แทคิณไอดอลหล่อเด่นดังมากความสามารถสุดๆ พี่วาคิม วิศวะ หล่อทะลึ่งเจ้าเล่ห์แต่ก็เลิฟค่ะ ฉันนี้เลือกไม่ถูกเลยแก ไม่รู้จะเลือกมองใครก่อนดี แต่ตอนนี้สายตาของฉันขอโฟกัสความหล่อ ของพี่มอสละกัน หยุดมองไม่ได้เลย เพลินตาไปหม๊ด ไม่ไหวหล่อหัวใจจะวายตาย” เสียงแว่วๆ ที่เข้ามาในหูนั้น
เชอเนม เชอลิตา ร่างบางในชุดเสื้อยืดสีขาวกางเกง ยีนส์สีเข้ม ผมยาวถูกมัดจุกเกล้าขึ้นกลางหัวนั้น ใบหน้าสวยสวมทับด้วยแว่นกันแดดทรงกลม ที่พึ่งเดินมาถึงซุ้มประจำชมรมสถานที่จัดการแสดงนิทรรศการมหาลัย ปีนี้ทางมหาลัยB ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพ มีมหาลัยอื่นๆ มาร่วมแจมถึง 10 สถาบัน พอมาถึงโต๊ะในซุ้มที่ฉันจัดโชว์ผลงานยังว่างเหมือนเดิม
“อ่า นี้พวกยัยฟ้าครามไม่ได้ทำอะไรเลยเหรอ ทำไมของพวกนี้ยังตั้งอยู่ที่เดิม” แทนที่ใครมาถึงก่อนจะช่วยกันย้าย ภาพวาด และรูปปั้นเซรามิคขึ้นโต๊ะโชว์ แต่เมื่อวานช่วงเย็นก่อนแยกย้ายกันกลับหอ ตั้งอยู่ยังไงตอนนี้ก็เช่นเดิม ไม่ถูกจัดโชว์บนโต๊ะให้กับนักศึกษาที่มาในงานได้เชยชม
“มาเช้ากว่าแล้วไง งานไม่ทำ เอาแต่เหล่ผู้...” ยัยนับดาวหันมาเอ่ยกับฉัน คงหมายถึงพวกยัยฟ้าครามสินะ
“เห้ย...” ฉันได้แต่ถอนหายใจ และส่ายหัวให้พวกนาง เมื่อเห็นว่าไม่มีใครยก ฉันและยัยนับดาวก็ช่วยกัน พอเห็นพวกฉันยกเท่านั้นแหละ
ไม่ถึงสิบนาที ทั้งภาพวาด และรูปปั้นก็ถูกวางบนโต๊ะพร้อมโชว์ในงานนิทรรศการครั้งที่ 19 ของมหาวิทยาลัยB ฉันที่เห็นผลงานตัวเองและของเพื่อนๆ ที่ตั้งโชว์ถึงกับปลื้มปริ่มตื้นเต้นภูมิใจไม่ไหว จากนั้นไม่นานหัวหน้าชมรมก็เดินมาตรวจงาน เกือบไปแล้วไหมฉัน เกือบโดนรุ่นพี่บ่นแล้ว
“ว้าว พอจัดแบบนี้แล้วสวยมาก น้องๆ พี่เก่งกันทุกคนเลย” พี่ปูเป้รุ่นพี่ปี 4 เอ่ยชมซุ้มงานที่ถูกจัดและออกแบบโดยปี 2 อย่างพวกฉันพร้อมกับเสียงปรบมือ
พอรุ่นพี่ชมก็ฉีกยิ้มแก้มปริอิ่มเอมหัวใจพองโตเลยสิฉัน ภูมิใจกับฝีมือตัวเองที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในงานครั้งนี้
“ไม่คิดเลยว่าจะเป็นฝีมือของพวกเรา มีของฉัน ของแก และก็แกด้วย ฝีมือไม่ธรรมดานะเนี้ย เลิศค่ะ” ยัยเอมหันมาเอ่ยพร้อมกับฉีกยิ้มหวานให้กับฉัน
“นั้นน่ะสิ สวยเนอะแก” เชอเนมเองที่อดชื่นชมผลงานตัวเองไม่ได้ ร่างบางถึงกับหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเก็บภาพวาดผลงานของเธอที่หน้าซุ้มงาน
“แก ยัยเนม พวกฉันเฝ้าซุ้มเอง แต่เธอช่วยถ่ายรูปให้หน่อยได้ป่ะ” ยัยนานิหันมาเอ่ยกับฉัน
“ได้สิ...” เมื่อเพื่อนเอ่ยมาเช่นนั้นเชอเนมก็ไม่รีรอ คนตัวเล็กรับบทเป็นตากล้องมือสมัครเล่นถ่ายภาพให้กับกลุ่มเพื่อนๆ ร่วมชมรมทันที
“1 2 3 ....ยิ้มหน่อยสิ” เสียงหวานเอ่ยขณะที่ถ่ายภาพให้กับเพื่อนๆ
“ขอแบบเผลอๆ บ้างนะ เนม มุมนั้นอะ อยากได้ภาพแบบนี้ ขายาว ตัวสูง ขาเรียวๆ นะเนม” เมื่อนางแบบกลุ่มใหญ่ขอมาแบบนั้น ช่างภาพก็ถอยหลังหามุมให้ทันที
“ว้าย...แกพี่มอส พี่แทคิณเดินมาโน้นแล้ว ใกล้แล้วใกล้ซุ้มเราแล้ว” เสียงที่แว่วๆ เข้ามาในหูนั้น ใช่ว่าคนถ่ายภาพและบันทึกภาพเคลื่อนไหวจะคิดสนใจ ช่างภาพมือสมัครยังคงถอยหลังหามุมต่อ
ด้านมอสร่างในชุดเสื้อยืดสีเทากางเกงยีนส์สีเข้มที่เดินเข้ามาภายในตึกตัวอาคารศิลปศาสตร์ พร้อมกับแทคิณนั้น วันนี้ที่มหาลัยมีงานนิทรรศการ ผมและไอ้เชี่ยคิณนัดพวกไอ้โรมไอ้รามที่สเตเดี้ยมมหาลัย เพราะวันนี้มีงานนิทรรศการ กลางวันงานเชิงวิชาการ ส่วนช่วงเย็นมีการแสดงและคอนเสิร์ต ทว่าขณะที่ผมเดินเข้ามาในงาน มีซุ้มต่างๆ ที่จัดแสดงโชว์ผลงานนั้น
“แกยัยเนม ถอยไปอีก ฉันไม่ชอบภาพใกล้ เอาวิวหลังด้วย” เสียงที่ดังมานั้น ทว่ามอสที่จะเดินหลบร่างบางคนที่เดินถอยหลังไม่มองนั้น
!!ปึก!!
คนถอยหลังชนเข้าอย่างอย่างจัง ร่างเล็กกระแทกเข้ากับแผ่นอกคนตัวสูง แรงมาก ด้วยสัญชาตญาณของคนจะล้ม มือเรียวกระชากแขนหนาเพื่อหาที่ยึดเกาะ
“ว้าย...กรี๊ด” ดวงตาเรียวเบิกกว้างออกมาด้วยท่าทีตกใจ แต่โชคดีมีคนรับตัวฉันไว้ไม่ปล่อยให้ล้มหน้ากองราบกับพื้นลงตรงนี้ หึ...ใครกันที่มันชนฉัน เชอเนมที่กำลังจะอ้าปากโวยวายนั้น ทว่า
“ใคร...” คำว่าใครชนฉัน โยนทิ้งออกไปในหัว นัยน์ตาคู่สวยใต้กรอบแว่นตา สบตาเข้ากับนัยน์ตาคมเข้มของคู่กรณีที่รับตนไว้นั้น
!! ตึก ตัก ตึก ตัก!! หัวใจดวงเล็กถึงกับเต้นสั่นแรงอย่างไม่เป็นจังหวะ มือเรียวยกขึ้นมา ทาบอก ตื่นเต้น ร่างบางของคนตัวเล็กอยู่ในอาการตกใจ แต่นั้นไม่ได้ตกใจที่ถูกชน แต่ร่างบางของคนตัวเล็กชะงักตาเบิกกว้างด้วยท่าทีตกใจ ที่เจอคนหล่อในระยะประชิดใกล้เช่นนี้ จมูกโด่งนี้เอย ปากเอย นัยน์ตาทั้งสองคู่สบตาเข้าหากัน ขณะที่ฉันอยู่ในอ้อมแขนของเขา เจอผู้ชายหล่อแบบนี้ จ้องหน้าในระยะใบหน้าของเราแทบจะชิดกันนั้น แบบนี้ช็อกไปเลยสิฉัน
“หล่อจึ้งมาก ...จมูกเอย ปากนี้เอย ฉัน...เจอแล้ว” เชอเนมฉีกยิ้มหวานให้คนตัวสูงที่สบตาตน
“อ๋อ...นี้คนหรือลูกรักพระเจ้า ไม่ไหว หล่อเกินไปแล้ว คือดีย์ไปหมด จา...วูบ” เชอเนมเอ่ยพึมพำไม่เต็มเสียง คล้ายกับคนละเมอ แต่นั้นทำเอาคนฟังอย่างมอส ใบหน้าอันหล่อเหลาถึงกับชะงัก
“มาริค มาคิณ ไม่วิ่งนะครับลูก” มอสที่พึ่งลงจากรถถึงกับเอ่ยตามหลังลูกชายทั้งสอง ส่วนลูกสาวน้องเมอร์รีนนั้นก็ไม่น้อยหน้าพอเห็นพี่ๆ วิ่งก็เอาบ้าง“ตัวเล็กคะ ไม่วิ่งซนนะคะลูก หม่ามี๊กลัวน้องล้ม เดี๋ยวเจ็บเอานะ” เชอเนมเอ่ยขณะที่สามพี่น้องวิ่งตามตูดกันไปที่สนามเด็กเล่น“น้องไม่ล้มค่ะ หม่ามี๊”“น้องซนไหมคะ” เชอเนมร่างบางในชุดกระโปรงเดรสยาวรายดอกไม้สีสวยสดใสเอ่ยกับลูกสาว“น้องไม่ซนค่ะ หม่ามี๊ แต่มาริค มาคิณซนมาก เหมือนลิงเลย” เด็กน้อยพูดจาเจื้อยแจ้ว โอเคค่ะ ตัวเองไม่ซน ส่วนคนที่ซนมากคือพี่ชายทั้งสอง คำบอกเล่าของลูกสาวตัวแสบทำเอามอสและเชอเนมถึงกับกลั้นขำไม่ไหว“น้องเมอร์รีนไม่ซนใช่ไหมคะลูก” ร่างสูงในชุดกางเกงสามส่วนขาสั้นและเสื้อยืดสบายตัวเอ่ยกับลูกสาว“มะ...ค่ะ ป๊ะป๋า น้อล เมอร์รีน ไม่ซนค่ะ” ลูกสาวเอ่ยพร้อมกับส่ายหัว“ป๊ะป๋าบอกใคร ซนไม่พามาเที่ยว น้องเมอร์รีน ไม่ซน” ลูกสาวที่พูดไม่ชัดถ้อยชัดคำ มอสและเชอเนมถึงกับหลุดยิ้มและมองหน้ากัน“แค่สองขวบ โบ้ยพี่เป็นแล้ว ฉลาดเหลี่ยมจัดจริงเลยนะเรา ยัยตัวแสบของหม่ามี๊” เชอเนมเอ่ยกับลูกสาว“พี่มาริค มาคิณ ไปดูปลากับป๊ะป๋าไหมลูก” มอสที่เห็นสองหนุ่มน้อยเล่นเ
~ 3 ปีต่อมา ~ ด้านมอสหลังจากที่ผมและเชอเนม พยายามมีน้องสาวให้กับเจ้าสองแสบ และตอนนี้ผมและเชอเนมก็มีลูกสาวสมดั่งใจ หน้าตาเจ้าเด็กน้อยวัย 2 ขวบเศษๆ ในชุดนางฟ้าที่เดินมาหาป๊ะป๋าสุดหล่อ ร่างสูงของมอสในชุดสูทสีเข้ม ส่วนสองหนุ่มน้อยตอนนี้ก็เริ่มโตเป็นหนุ่มแล้ว สายตาคมเข้มเหลือบมองสองแฝดที่มาในชุดสูทสีเข้มผูกโบว์ คล้ายๆ กับบิดา“โอ้ย...ลูกรัก นี้จะรีบโตไปไหนลูก” มอสที่เห็นมาริค มาคิณ เด็กๆ มาพร้อมเชอเนม ร่างบางในชุดราตรีสีชมพูโอรสสีสวยถึงกับอดแซวสองหนุ่มไม่ได้ ส่วนลูกสาว น้องเมอร์รีน ชุดเซตเดียวกับหม่ามี๊เชอเนมราวกับแฝดคู่ที่สองของบ้าน“ป๊ะป๋า ครับ มาคิณอยากมีแฟน” มาคิณเอ่ยขณะที่มือน้อยๆ เกาะแขนของบิดา ทำเอาหม่ามี๊ที่ได้ฟังเช่นนั้น ถึงกับหัวจะปวดกับลูกชายคนพี่“โอ้ย...ตายแล้วลูกฉัน ตัวแค่นี้เองลูก จะรีบห่างอกหม่ามี๊ไปไหน”“หม่ามี๊ครับ มาริค โตแล้วนะครับ” น้องมาริคไม่พูดเปล่า แต่กับหยิบแว่นตาของป๊ะป๋ามอสขึ้นมาสวมใส่ ทำเอาป๊ะป๋าหม่ามี๊ที่เห็นเช่นนั้นถึงกับอดยิ้มตามไม่ได้“ครับโตแล้วครับลูกชาย”“ป๊ะป๋า อุ้ม ป๊ะป๋าอุ้ม เมอร์รีนค่ะ” เสียงแจ้วๆ ของนางฟ้าตัวน้อย มือหนาของมอสคว้าตัวลูกสาวขึ้นมากอดพ
1 ชั่วโมงต่อมาด้านเชอเนมหลังจากที่มาดามริชชาเป่าเค้กฉลองวันเกิดเสร็จแล้วนั้น ขณะที่ร่างบางนั่งร่วมโต๊ะกับน้องสาวน้องเขยและมีญาติๆ ฝั่งมาดามริชชาอีกหลายๆ คนนั้น“ตามอส ลูกเนมจ๊ะ ดึกแล้วแม่กับคุณพ่อพาเด็กๆไปนอนก่อนนะลูก เจ้ามาริคเริ่มงอแงแล้ว สงสัยจะง่วงนอน พวกหนูๆ สนุกกันต่อได้เลยลูก ไม่ต้องห่วง”“อ่า...คุณแม่คะ ไม่เป็นไรค่ะ รบกวนคุณแม่เปล่าๆ ”“รบกวนอะไรล่ะลูก แม่รักเจ้ามาริคมาคิณยิ่งกว่าตามอส ซะอีก” มาดามริชชาเอ่ยกับลูกชายลูกสะใภ้“ตามสบายกันเลยนะลูก” เอ่ยจบมาดามริชชา คุณชลธรก็อุ้มหลานชายกลับห้องพักคนละคน“พี่ชายคืนนี้มีแผนอะไรหรือป่าวคะเนี้ย” แอร์เมย์ที่เห็นสีหน้ามอสยิ้มกริ่มอย่างมีเลศนัยถึงกับอดแซวไม่ได้“อยากได้หลานสาวไหมละ ถ้าอยากได้ก็เงียบไว้” มอสหันไปยกยิ้มกับน้องสาว เมื่อกลางวันรีบไปหน่อย คืนนี้ขอแก้ตัวรับรองเจ้าสองแสบไปป่วนคุณปู่คุณย่าคืนนี้เหมาะกับการปั้มลูกสาวสุดๆด้านมอสหลังจากที่มารดาและบิดากลับห้องพักไปแล้วนั้น คืนนี้เป็นคืนสำคัญของมารดาถึงมาดามริชชาจะกลับไปแล้วนั้น แต่ผมที่เป็นลูกชายก็ไม่ลืมทำหน้าที่เดินทักทายแขกที่ยังอยู่มีดื่มมีดริ้งชนแก้วกับโต๊ะโน้นโต๊ะนี้ ร่างสูงที
จนกระทั่งตกเย็น ด้านเชอเนมหลังจากที่พาเด็กๆ วิ่งเล่นบนหาดทรายแล้วนั้น ฉันและพี่มอสก็จับสองหนุ่มน้อยแต่งตัวเพื่อไปร่วมปาร์ตี้วันเกิดคุณย่าในธีมราตรีบนชายหาดโดยพี่มอสและลูกๆ อยู่ในชุดสูทสีเข้มชุดที่เป็นเซตเดียวกับสองหนุ่มแฝด ส่วนฉันอยู่ในชุดราตรีลายดอกไม้สีขาวตัดม่วง ฉันเหลือบมองตัวเองและสามหนุ่มของบ้าน“เหมือนเลยนะคะ เหมือนเราจะไปงานแต่งใครสักคน” ฉันเอ่ยกับพี่มอส“มาดามท่านชอบธีมแบบนี้เสียด้วยสิ ขัดไม่ได้นะ” มอสหันมาเอ่ยกับภรรยาด้านมอสนานๆ เชอเนมจะยอมแปลงโฉมอยู่ในชุดเดรสราตรีสีสวยสดใส ปกติภรรยาสุดที่รักของผมก็สวยหวานอยู่แล้ว ผิวขาวเนียนละเอียดตัดกับสีชุด ใบหน้าสวยหวานแต่งแต้มเครื่องสำอางวันนี้เชอเนมสวยหวานจับใจ“ลูกสอง ผัวหนึ่ง รู้ครับว่าเมียพี่สวย เนมแต่งสวยแบบนี้พี่ห่วงนะครับ” มอสที่ปลายสายตาเหลือบมองชุดราตรีที่แหวกยาวขึ้นมาถึงหน้าขา“สวยน่ะสวยแต่ใส่แล้วสวยเซ็กซี่ขยี้ใจผัวเธอแบบนี้ก็ไม่ไหวนะ หวงเมีย”“ก็เนมแต่งสวยให้สามีหวงนิคะ หรือพี่มอสไม่ชอบ มาริค มาคิณครับ วันนี้หม่ามี้สวยไหมครับลูกชาย” เชอเนมเอ่ยพร้อมกับย่อตัวไปจุ๊บแก้มของสองหนุ่มน้อยที่ตอนนี้พร้อมแล้ว พร้อมไปปาร์ตี้วันเกิดคุณย
[ค่ะ ] ทว่าขณะที่คุยสายกันนั้น สายตาดวงเล็กสะดุดเข้ากับร่างสูงในชุดสูทสีเข้ม เหมือนว่าเขานั่งอยู่ในห้องทำงานของใครสักคน[พี่มอส ทำอะไรอยู่คะ][ทำงาน พี่มาดูมาดามริช แต่ช่วงนี้พี่ต้องฝึกงาน ดูแลงานแทนคุณแม่ พี่คงอยู่ที่นี่ต่ออีกหลายวัน เราอยู่คนเดียวได้ใช่ไหม][สบายมาก พี่มอสไม่ต้องเป็นห่วงฉันหรอกค่
ด้านมอสถึงผมจะเห็นและสัมผัสเจ้าสองเต้าของเชอเนมทุกคืนแต่ไม่มีครั้งไหนที่ไม่ตื่นเต้น ลิ้นสากหน้าตวัดเข้าเม็ดยอดอกอมชมพู“อ่าส์ พี่มอส อ่ะ” เชอเนมที่ถูกแฟนหนุ่มปนเปรอด้วยเรียวอันลิ้นร้อนร่างบางถึงกับสั่นสะท้านไปทั้งตัว มือเรียวซุกเข้าเรียวผมดกดำ จากนั้นก็ไล่ปลดกระดุกนักศึกษาคนตัวสูงโชว์หน้าอกและนมชมพ
“เชอเนม เธอยังฟังฉันพูดอยู่ไหม” มอสตบโต๊ะดังลั่น ให้ตายสิ ผมอุตส่าห์เป็นห่วงกลัวยัยเด็กดื้อจะทำข้อสอบไม่ได้ ถึงกับต้องจองคิวไอ้โรมตัวท็อปสุดในคณะมาติวให้เธอ ทว่า 1 ชั่วโมงผ่านไปเชอเนมกับไม่ตอบ ยัยเด็กดื้อนั่งตาแป๋วเหมือนจะเก็ทและพอถามกับตอบไม่เก็ท เชอเนมยัยเด็กดื้อมันน่านัก“พี่มอสจะดุ ฉันทำไม ก็มั
“เห้ย...ขอโทษ สักคำก็ไม่มี ใจร้ายมาก” วาววาเอ่ยตามหลังพิชชี่ เมื่อเป็นเช่นนั้น เพื่อนๆ ของเธอจึงประคองพามานั่งที่แคร่ไม่ไผ่“คมมี่จ๋า แกฉันเดินไม่ไหว มันเจ็บมาก” เสียงหวานเอ่ยกับเพื่อนของเธอ“ทำไม แกจะขึ้นหลังฉันเหรอ” คมมี่เอ่ยขณะที่ช่วยทายาให้เชอเนม“ได้ปะ เจ็บจริง เดินไม่ไหว เจ็บขา โอ้ย...ซี๊ด เจ