แพ้รักคู่หมั้นสวมรอย

แพ้รักคู่หมั้นสวมรอย

last updateDernière mise à jour : 2025-03-09
Par:  ลภัสลัลEn cours
Langue: Thai
goodnovel18goodnovel
Notes insuffisantes
91Chapitres
1.5KVues
Lire
Ajouter dans ma bibliothèque

Share:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

เพราะคำว่าบุญคุณ และครอบครัวค้ำคอเธอจึงต้องจำยอมสวมรอยเป็นคู่หมั้นในวัยเด็กของบุตรชายผู้มีพระคุณ แต่ความฉิบหายดันมาเยือนเมื่อเมื่อคู่หมั้นตัวจริงของชายหนุ่มปรากฏตัวขึ้น "เธอเป็นใคร..?" "ฉันชื่อ...เมษา..." "เธอคงไม่ได้โง่จนไม่รู้ใช่ไหมว่าการสวมรอยเป็นคนอื่นมันผิดกฏหมาย" "ที่ฉันทำไปเพราะจำเป็นจริง ๆ อย่าแจ้งความจับฉันเลยนะ จะให้ฉันทำอะไรเป็นการชดใช้ก็ได้" "เธอคิดว่าควรชดใช้ ยังไงมันถึงจะเหมาะสมกับที่เธอเข้ามาสวมรอย เป็นคู่หมั้นฉันจนทำให้ฉันกับคนรักต้องเลิกกัน เธอคิดว่าตัวเองต้องชดใช้ยังไง" "ฉะ..ฉันไม่รู้..." "แต่ไม่ต้องห่วง เธอได้ชดใช้สมใจแน่...เมษา..."

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1 ตกกะไดพลอยโจร

"สู้ ๆ เมษยา..เธอต้องทำได้"

หญิงสาวเจ้าของใบหน้าสวยในชุดเดรสสายเดี่ยวสีแดงพึมพำให้กำลังใจตัวเองอยู่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ด้วยความตื่นเต้นระคนกังวล

อีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้เธอต้องทำงานที่สำคัญมาก ๆ นั่นคือการสวมรอยเป็นคู่หมั้นของบุตรชายผู้มีพระคุณ ซึ่งเธอไม่ได้อยากทำสักนิดเพราะรู้เต็มอกว่าการสวมรอยเป็นคนอื่นมันผิดกฎหมาย และต้องทำสิ่งผิดบาปอย่างทำให้สองคนที่รัักกันต้องเลิกกัน

แต่ทว่าด้วยความจำเป็นบางอย่างทำให้เธอตกกระไดพลอยโจนเดินเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้

เธอสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่เรียกความกล้า และความมั่นใจให้ตัวเอง ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปภายในคฤหาสน์

"มาแล้วเหรอ" เสียงทักทายจากเจ้าของบ้านอย่างคุณหญิงสาริกาดังขึ้นทันทีที่เธอเดินเข้าไปถึงห้องโถงใหญ่

"สวัสดีค่ะคุณสาริกา" เธอยกมือไหว้ไปตามมารยาททั้งที่ความจริงหมดความเคารพ และความศัรทธาในตัวสาริกาไปแล้ว

ก่อนหน้านี้เธอยกให้สาริกาเป็นผู้มีพระคุณ เธอเคารพนับถือสาริกามากเพราะท่านยื่นมือเข้ามาช่วยในวันที่เธอกับครอบครัวลำบาก

เธอยังจำเหตุการณ์ในคืนนั้นเมื่อเดือนก่อนได้ดี..

เธอ แม่ และน้องสาวกำลังหนีหัวซุกหัวซุนจากเจ้าหนี้ของพ่อเลี้ยงเฮงซวยที่หวังจับเธอ แม่ และน้องสาวไปทำงานที่ซ่องชดใช้หนี้

คืนนั้นพวกเธอวิ่งหนีกันท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำลงมา แต่ก็หนีไม่รอดเพราะน้องสาวต่างพ่อที่เป็นโรคหัวใจตั้งแต่แรกเกิดดันอาการกำเริบจนไม่สามารถวิ่งหนีต่อได้

พวกเธอถูกแกงค์ทวงหนี้โหดตามทัน และจับตัวไว้ได้ ตอนนั้นเธอโคตรรู้สึกอัปยศอดสูในชีวิตคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้นลงแล้ว

เธอกับแม่ถูกพวกแกงค์ทวงหนี้โหดลากตัวไป ขณะที่น้องสาวต่างพ่อถูกปล่อยทิ้งให้นอนหายใจรวยรินอยู่บนถนนราวกับหมา

มันเป็นภาพที่เจ็บปวดหัวใจที่สุด..

นาทีนั้นเธอได้แต่วิงวอนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอให้มีใครยื่นมือเข้ามาช่วย หรือไม่ก็ขอให้หลุดพ้นจากเหตุการณ์เลวร้ายนี้ไปได้

เหมือนสวรรค์จะเมตตาเธอกับครอบครัวอยู่บ้างเพราะจู่ ๆ ก็มีรถหรูคันหนึ่งวิ่งฝ่าสายฝนมา เธอจึงไม่รอช้าวิ่งเข้าไปยื่นขวางหน้ารถแล้วขอความช่วยเหลือทำให้ได้พบกับสาริกา

เธอขอร้องอ้อนวอนคนแปลกหน้าอย่างสาริกาจนท่านยอมช่วยด้วยการจ่ายหนี้จำนวนหนึ่งล้านให้ แล้วยังช่วยพาน้องสาวเธอส่งโรงพยาบาล

ในวันที่น้องสาวเธอต้องได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจด่วนก็เป็นสาริกาที่ยื่นมือเข้าช่วยเรื่องค่ารักษาอีกครั้ง แค่นั้นไม่พอท่านยังช่วยเหลือเรื่องที่พักอาศัยและหางานให้แม่เธอทำด้วย

เธอซาบซึ้งในบุญคุณของสาริกามากเทิดทูนให้เธอเป็นนางฟ้า และสัญากับตัวเองแน่วแน่ว่าจะต้องตอบแทนบุญคุณให้ได้ 

ซึ่งเธอไม่รู้เลยว่าทุกอย่างที่สาริกาทำล้วนมีผลประโยชน์แอบแฝงตั้งแต่ต้น

มารู้ก็สายไปเสียแล้ว..

สาริกาเอาเรื่องบุญคุณมาอ้างให้เธอทำในสิ่งที่ผิด พอปฏิเสธก็โดนท่านขู่ว่าจะส่งเธอกับครอบครัวกลับไปให้พวกเจ้าหนี้ 

ซึ่งแน่นอนว่าเธอยอมให้เป็นแบบนั้นไม่ได้จึงจำใจทำตามที่สาริกาต้องการ คือการสวมรอยเป็นคู่หมั้นในวัยเด็กของบุตรชายท่านที่กลับมาทวงคำสัญญา 

จุดประสงค์ก็เพื่อทำให้บุตรชายของท่านกับคนรักที่เป็นแม่หม้ายลูกติดเลิกกันเพราะท่านรับไม่ได้ที่บุตรชายเพียงคนเดียวเลือกผู้หญิงมีตำหนิ

"นั่งสิ" เสียงของสาริกาดังขึ้นอีกครั้งทำให้เมษาหลุดจากภวังค์ความคิด ก่อนจะเดินเข้าไปหย่อนก้นนั่งบนโซฟา

สาริกาไล่สายตามองเด็กสาวตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า แล้วยกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจในความว่านอนสอนง่ายของเด็กสาวที่ยอมแต่งหน้า ทำผม แต่งตัว และทำตามคำสั่งของเธอทุกอย่าง

จากเด็กกะโปโลกลายเป็นสาวสวยสะพรั่ง เธอคิดไม่ผิดจริง ๆ ที่ยอมลงทุนช่วยไว้ในคืนนั้น

เธอไล่สายตามองเด็กสาวอยู่อย่างนั้นครู่ใหญ่ แล้วจึงเอ่ยต่อ

"อย่าลืมที่คุยกันไว้ล่ะ จำเอาไว้ว่าเธอชื่อลียาเป็นคู่หมั้นของลูกชายฉัน อีกสักพักลูกชายฉันกับแฟนคงจะมาแล้ว"

"ค่ะ" เมษาขานรับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าสวนทางกลับหัวใจที่มันเต้นแรงจนเธอต้องประสานมือกันบนหน้าตักแน่นพยายามข่มความรู้สึกหลากหลายที่เริ่มประเดประดังเข้ามา 

ขณะเดียวกันก็ได้แต่ภาวนาขอให้ตัวเองทำงานนี้ได้สำเร็จภายในวันเดียวด้วยเถอะจะหลุดพ้นไปจากคนใจร้ายอย่างสาริกาสักที

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Latest chapter

Plus de chapitres
Pas de commentaire
91
บทที่ 1 ตกกะไดพลอยโจร
"สู้ ๆ เมษยา..เธอต้องทำได้"หญิงสาวเจ้าของใบหน้าสวยในชุดเดรสสายเดี่ยวสีแดงพึมพำให้กำลังใจตัวเองอยู่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ด้วยความตื่นเต้นระคนกังวลอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้เธอต้องทำงานที่สำคัญมาก ๆ นั่นคือการสวมรอยเป็นคู่หมั้นของบุตรชายผู้มีพระคุณ ซึ่งเธอไม่ได้อยากทำสักนิดเพราะรู้เต็มอกว่าการสวมรอยเป็นคนอื่นมันผิดกฎหมาย และต้องทำสิ่งผิดบาปอย่างทำให้สองคนที่รัักกันต้องเลิกกันแต่ทว่าด้วยความจำเป็นบางอย่างทำให้เธอตกกระไดพลอยโจนเดินเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้เธอสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่เรียกความกล้า และความมั่นใจให้ตัวเอง ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปภายในคฤหาสน์"มาแล้วเหรอ" เสียงทักทายจากเจ้าของบ้านอย่างคุณหญิงสาริกาดังขึ้นทันทีที่เธอเดินเข้าไปถึงห้องโถงใหญ่"สวัสดีค่ะคุณสาริกา" เธอยกมือไหว้ไปตามมารยาททั้งที่ความจริงหมดความเคารพ และความศัรทธาในตัวสาริกาไปแล้วก่อนหน้านี้เธอยกให้สาริกาเป็นผู้มีพระคุณ เธอเคารพนับถือสาริกามากเพราะท่านยื่นมือเข้ามาช่วยในวันที่เธอกับครอบครัวลำบากเธอยังจำเหตุการณ์ในคืนนั้นเมื่อเดือนก่อนได้ดี..เธอ แม่ และน้องสาวกำลังหนีหัวซุกหัวซุนจากเจ้าหนี้ของพ่อเล
Read More
บทที่ 2 สวมรอย
บรืนนน~เมษายิ่งบีบมือเข้าหากันแน่นกว่าเดิมในตอนที่ได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้าน หากให้เดาคงเป็นเจ้านายบุตรชายของสาริกานั่นเอง แววตาที่ฉายด้วยความกังวลปรายมองไปยังประตูอย่างลุ้นระทึกหัวใจดวงน้อย ๆ ที่เต้นแรงอยู่แล้วพลันเต้นแรงยิ่งกว่าเดิมวินาทีที่ผู้ชายหน้าตาหล่อเหลา รูปร่างสูงโปร่งราวกับนายแบบปรากฏกายตรงหน้าประตู เห็นในรูปว่าหล่อมากแล้วพอได้เห็นตัวจริงยิ่งหล่อกว่าในรูปเป็นร้อยเท่า เขาเป็นผู้ชายที่ดูดีตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าจนผู้หญิงอย่างเธอยังเทียบไม่ได้เลยเขาหล่อ เขาดูดี เขาตรงสเปคของเธอทุกอย่างนี่คือความคิด และความรู้สึกของเธอในตอนนี้.."เธอคงไม่ลืมใช่ไหมว่าอะไรควรไม่ควร" เหมือนสาริกาพอจะอ่านสีหน้าของเด็กสาวออกจึงพูดดักทางเอาไว้เสียก่อน ซึ่งมันก็ได้ผลคำพูดของสาริกาทำให้เมษาสติคืนกลับมาพยักหน้ารับคำน้อย ๆ "ค่ะ"เธอจำได้ขึ้นเพราะสาริกาย้ำนักหนาว่าทำเฉพาะหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายห้ามรู้สึก หรือตกหลุมรักลูกชายของท่านเด็ดขาด แน่นอนว่าเธอรู้ตัวเองดีเช่นกันว่าไม่คู่ควรกับชายหนุ่มสักนิด"ดีมาก" สาริกายกยิ้มมุมปากอย่างพอใจที่เด็กสาวว่านอนสอนง่าย ก่อนจะมองไปยังบุตรชายที่เดินเข้ามาพร้อม
Read More
บทที่ 3 คู่หมั้น
"คู่หมั้น!"คำว่าคู่หมั้นจากปากผู้เป็นแม่ทำเอาเจ้านายถึงกับเบิกตากว้างพรวดพราดลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ คู่หมั้นของเขาอย่างนั้นเหรอนี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเขาไปมีคู่หมั้นตั้งแต่ตอนไหน คำถามมากมายผุดขึ้นในสมอง "นี่มันอะไรกันครับแม่ คู่หมั้นอะไรกัน"ไม่ใช่แค่เจ้านายที่ตกใจส้มแฟนของเขาก็ตกใจเช่นกันที่จู่ ๆ แฟนตัวเองก็มีคู่หมั้นโผล่มา ไม่รู้ว่าตอนนี้เธอควรรู้สึกยังไงดี ทว่าในตอนนี้เธอก็ทำได้แค่เก็บความรู้สึกเก็บความสงสัยเอาไว้นั่งฟังต่อไปเงียบ ๆ ไว้ค่อยถามเจ้านายทีหลังเพราะเธอยังเชื่อมั่นในตัวเขาภายในห้องโถงตกอยู่ในความเงียบ บรรยากาศเป็นไปอย่างอึมครึม ก่อนที่สาริกาจะตอบคำถามบุตรชายด้วยสีหน้าท่าทางสบาย ๆ ไม่มีแว่วทุกขร้อนใด ๆ"ลูกจำไม่ได้เหรอที่แม่เคยบอกว่าพ่อได้หมั้นหมายลูกสาวของเพื่อนพ่อไว้ให้ลูกในตอนที่ลูกยังเด็ก ๆ อยู่ เด็กผู้หญิงคนนั้นก็คือหนูลียานี่ไง วันนี้พ่อของลียาเลยส่งหนูลียามาทวงสัญญา""...""ลูกเองก็เคยเจอหนูลียาแล้วนิเมื่อสิบปีก่อน ก่อนที่หนูลียาจะย้ายไปอยู่เกาหลีทำไมถึงจำไม่ได้ แต่ก็ไม่แปลกเพราะลูกเคยเจอกับน้องตอนเด็ก ๆ ตอนนี้น้องเขาโตเป็นสาวแถมยังสวยด้วยเป็นธรรมดาที่ลูกจะจำไ
Read More
บทที่ 4 ไม่ง่าย
สาริกามองตามหลังบุตรชายจนสุดสายตาพร้อมกับถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่ด้วยความรู้สึกขัดใจ ก่อนจะดึงสายตากลับมาหน้าเด็กสาวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ "เธอเห็นรึยังเมษาว่าทำไมฉันถึงต้องให้เธอสวมรอยเป็นคู่หมั้นของลูกชายฉัน""ค่ะ แล้วคุณสาริกาจะให้ฉันทำยังไงต่อไปคะในเมื่อคุณเจ้านายยืนยันขนาดนี้แล้ว การจะทำให้ทั้งสองคนเลิกกันคงไม่ใช่เรื่องง่ายแน่ ๆ" เมษาตอบกลับสาริกาด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความหนักใจ จากเหตุการณ์เมื่อกี้แล้วการทำให้ชายหนุ่มกับคนรักเลิกกันมีแนวโน้มว่ายากเพราะดูทั้งสองจะรักกันมาก ๆ ขนาดสาริกาพูดออกไปแบบนั้นแล้วเขายังต่อต้านเลย และที่สำคัญเหมือนว่าชายหนุ่มจะโกรธเคืองเธอมากด้วยดูจากสายตาวาวโรจน์ที่เขาใช้มองเธอตอนที่รู้ว่าเธอคู่หมั้นของเขา เห็นทีการทำงานของเธอจะไม่ราบรื่นเสียแล้วสิ หนทางการเป็นอิสระของเธอยิ่งไกลออกไป"มันไม่ง่าย แต่ก็คงไม่ยากเกินความสามารถเธอใช่ไหม" สาริกาย้อนถามเด็กสาวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ สวนทางกลับสายตาที่ส่งกดดันอย่างหนัก "ฉันให้สิทธิ์เต็มที่เธอจะทำยังไง หรือใช้วิธีไหนก็ได้แยกทั้งคู่ออกจากกัน""บอกตามตรงนะคะว่าฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าควรทำยังไงดี ฉันไม่เคยมีประสบการณ์ในเรื่องค
Read More
บทที่ 5 ดื้อด้าน
หลังจากไปหาผู้เป็นแม่กับน้องสาว และได้พูดคุยกันเรียบร้อยแล้วเมษาก็เดินทางกลับมายังบ้านวณิชกาญจนโชติอีกครั้งตามคำสั่งของสาริกา"เฮ้อ..สู้ ๆ เมย์" เธอพ่นลมหายใจหนัก ๆ ออกมาพร้อมกับบ่นพึมพำให้กำลังใจตัวเองครั้นรถมาจอดลงยังบ้านวณิชกาญจนโชติ ก่อนจะพาตัวลงจากรถเดินเข้าไปภายในบ้านทว่าเธอก็ต้องชะงักเท้าดังกึกเมื่อเดินมาถึงห้องโถงแล้วเจอเข้ากับเจ้านายที่นั่งหน้าบอกบุญไม่รับ ยังมีสาริกานั่งอยู่ที่โซฟาอีกตัวดูเหมือนสถานการณ์ระหว่างแม่ลูกจะอึมครึมไม่น้อยเธออยากจะถอยหลังกลับแต่ก็ทำไม่ได้เพราะตอนนี้ทั้งสาริกา และเจ้านายต่างมองมายังเธอเป็นตาเดียวกันแน่นอนว่าคนถูกจ้องอย่างเธอแทบอยากจะหายไปจากตรงนี้ ยิ่งได้เห็นสายตาของชายหนุ่มที่จับจ้องเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อยิ่งรู้สึกตัวหลีบ ลมหายใจติด ๆ ขัด ๆ หัวใจกระหน่ำเต้นแทบจะทะลุออกมานอกอกอ่า..ให้ตายสิเธอไม่ชอบความรู้สึก และสถานการณ์แบบนี้เลยได้แต่วิงวอนในใจขอให้ใครก็ได้มาช่วยพาเธอออกไปจากตรงนี้ที"กลับมาแล้วเหรอหนูลียา" แต่เหมือนคำขอของเธอจะไม่เป็นผลเมื่อเสียงของสาริกาดังขึ้น"ค่ะคุณป้า" เธอทำได้แค่เก็บความรู้สึกมากมายเอาไว้ฝืนระบายยิ้มตอบเสียงอ่อนเส
Read More
บทที่ 6 เร่งงานแต่ง
หลายวันต่อมา.."ฉันจะทำยังไงกับเจ้าลูกคนนี้ดีเนี่ย โอ๊ย! ฉันจะบ้าตาย" สาริกาที่นั่งอยู่ในห้องโถงโวยวายออกมาเสียงดังลั่นทำให้เมษาที่นั่งอยู่ด้วยถึงกับสะดุ้งโหยงเพราะเธอเองก็กำลังคิดไม่ตกกับเรื่องชายหนุ่มเหมือนสาริกาเช่นกัน นี่ก็ผ่านมาเกือบอาทิตย์แล้วแต่ยังไม่มีความคืบหน้าอะไรเลยเพราะหลังจากวันที่บุกเข้าไปหาเธอในห้องชายหนุ่มก็ออกไปจากบ้านแล้วไม่โผล่หน้ากลับมาอีกเลย"ฉันต้องทำอะไรสักอย่าง ขืนปล่อยไว้แบบนี้ลูกชายฉันเสร็จยัยส้มอะไรนั่นแน่" เสียงของสาริกาดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับสายตาดุดันที่ตวัดมองหน้าเมษาอย่างไม่ชอบใจ "เธอไม่คิดจะออกความคิดเห็นอะไรหน่อยเหรอเมษา ฉันทุ่มเงินไปกับเธอมากมายช่วยทำงานให้มันคุ้มค่าหน่อยได้ไหม""จะให้ฉันทำยังไงคะในเมื่อลูกชายคุณไม่ยอมกลับบ้านเลย" เมษาตอบกลับสาริกาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าในใจนึกเคืองน้อย ๆ พอไม่พอใจหรือไม่ได้ดั่งใจอะไรสาริกาก็มักมาลงที่เธอเสมอไม่ว่าเรื่องนั้นเธอจะเกี่ยวข้องหรือไม่ก็ตาม "ให้มันได้อย่างนี้สิ" สาริกาได้แต่ส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมระอากับความซื่อบื้อของเด็กสาว ก่อนเธอจะหยิบโทรศัพท์ที่วางข้างตัวขึ้นมาต่อสายหาส้มแฟนสาวของลูกชายเพื่อพู
Read More
บทที่ 7 แผนร้าย
หลังจากวันนั้นเวลาก็ล่วงเลยมาหนึ่งอาทิตย์เต็ม ๆ ดูเหมือนทุกอย่างจะราบรื่นดีเพราะสาริกาไม่ได้โทรมาระราน หรือทำอะไรตามที่พูดขู่เอาไว้กับส้มทำให้เจ้านายสบายใจได้บ้าง และได้แต่หวังว่าท่านจะยอมหยุดขัดขวางเรื่องการแต่งงานของเขากับแฟนสาวสักทีวันนี้เขาจึงคิดไว้ว่าจะเอาคำตอบจากแฟนสาวเพราะให้เวลาเธอได้คิดมาหนึ่งอาทิตย์เต็ม ๆ แล้วครืดดด~ระหว่างที่กำลังขับรถไปหาแฟนสาวที่บ้านเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เขาชะลอความเร็วของรถลงเล็กน้อยก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งล้วงไปหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงออกมาดู คิ้วเข้มขมวดชนกันเล็กน้อยครั้นเห็นว่าสายที่โทรเข้ามาคือผู้เป็นแม่อดสงสัยไม่ได้ว่าท่านมีอะไรถึงได้โทรมาแต่เช้า ๆ จึงกดรับสาย"ว่าไงครับแม่"(ลูกทำอะไรอยู่เหรอ)"กำลังขับรถครับ แม่มีอะไรรึเปล่าโทรหาผมแต่เช้า"(ลูกไม่กลับบ้านหลายวันแล้ว เย็นนี้กลับมาทานข้าวที่บ้านนะแม่คิดถึง) คำตอบจากผู้เป็นแม่ทำให้เจ้านายแปลกใจเล็กน้อย แต่พอได้ฟังน้ำเสียงแสนเศร้าของท่านก็ทำให้เขาเกิดความรู้สึกผิดน้อย ๆ ปกติท่านไม่เคยใช้น้ำเสียงเศร้าระคนน้อยใจแบบนี้เอาจริง ๆ เขาก็ผิดที่โกรธจนลืมไปว่ายังไงท่านก็เป็นแม่"ได้ครับ" คิด
Read More
บทที่ 8 จัดฉาก
หลังจากการทานมื้อเย็นจบลงสาริกาก็ได้ให้แม่บ้านทำการย่างบาร์บีคิวต่อรวมถึงเสิร์ฟอาหารทานเล่น และเครื่องดื่มต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นไวน์ บรั่นดี วิสกี้ และเหล้าจากแบรนด์ดังทำเอาทุกคนบนโต๊ะอาหารแปลกใจไปตาม ๆ กันกับการจัดเต็มของสาริกาแน่นอนสาริการู้ว่าทุกคนกำลังแปลกใจ แต่เธอก็ทำเป็นไม่สนใจหันเอ่ยกับคนเป็นสามีที่นั่งข้าง ๆ อย่างใจดี "วันนี้ฉันอนุญาตให้คุณดื่มได้เต็มที่หนึ่งวันค่ะ""วันนี้คุณใจดีจัง" ประวีเลิกคิ้วมองหน้าภรรยาด้วยความแปลกใจระคนฉงนเข้าไปอีก ปกติคนเป็นภรรยาจะกำชับหนักหนาว่าไม่ให้เขาแตะต้องแอลกอฮอล์ แต่มาวันนี้กลับใจดีเสียอย่างนั้น"ก็ฉันบอกแล้วไงคะว่าวันนี้เราสังสรรค์กัน ใครอยากทำอะไร หรืออยากทานอะไรตามสบายเลยค่ะ" สาริกาหาเหตุผลมาอ้างได้อย่างแนบเนียน ประวีเชื่ออย่างสนิทใจไม่ได้ถามไถ่อะไรต่อ ส่วนเจ้านายนั้นนั่งดื่มไวน์ไปเงียบ ๆ ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา แค่ผู้เป็นแม่ไม่พูดถึงเรื่องการแต่งงานมันก็ดีมากแล้ว ทว่าหากให้ดีกว่านี้ต้องให้ผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เขาหายไปเสียด้วย บรรยากาศในการสังสรรค์กับครอบครัวถึงจะดีมาก ๆเขากระดกไวน์ที่เหลือลงคออึกใหญ่ ก่อนจะเอียงหน้าไปเอ่ยกับร่างบางที่นั่ง
Read More
บทที่ 9 ผ่านมากี่คน
วันต่อมา..ก็อก! ก็อก!เสียงเคาะประตูดังขึ้นหลายครั้งติด ๆ กันปลุกให้สองหนุ่มสาวที่นอนหลับไหลอยู่บนเตียงเดียวกันค่อย ๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา "เฮ้ย!""คุณ!"ทั้งเจ้านายและเมษาต่างผงะร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจวินาทีแรกที่ลืมตาขึ้นมาเห็นหน้ากัน จากที่มีอาการงัวเงีย และมึนจากฤทธิ์ยานอนหลับบวกฤทธิ์แอลกอฮอล์ก็หายเป็นปลิดทิ้ง เมษาลอบกลืนน้ำลายหนี่ยว ๆ ลงคออึกใหญ่ ค่อย ๆ ก้มมองตัวเองอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ดวงตากลมโตพลันเบิกกว้าง หัวใจดวงน้อยของเธอกระตุกวูบอย่างช่วยไม่ได้เมื่อพบว่าตัวเองอยู่ในสภาพเปลือยเปล่ามีเพียงผ้าห่มคลุมไว้ถึงหน้าอก เช่นเดียวกับชายหนุ่มที่อยู่ในสภาพเปลือยเปล่าไม่ต่างกันมีผ้าห่มผืนเดียวกับเธอคลุมท่อนล่างเอาไว้ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ความสงสัย และคำถามมากมายเริ่มผุดขึ้นในสมองของเธอ พยายามจะคิดทบทวนถึงเรื่องเมื่อคืนก็จำได้ลาง ๆ ว่าตัวเองดื่มไวน์จนรู้สึกมึน ๆ จากนั้นก็จำอะไรไม่ได้อีกเลยเหมือนภาพมันตัดไปทว่าในตอนนี้เธอรู้สึกหวั่นใจ และอับอายมากกว่าเพราะมีอีกคนนอนอยู่ข้างกาย เธอรู้สึกอายจนไม่แม้แต่จะกล้าขยับตัว หรือเงยหน้ามองว่าอีกคนกำลังทำหน้าแบบไหน ได้แต่ใช้มือกำผ้าห่มบริ
Read More
บทที่ 10 ไม่มีทางเลือก
เมษายืนทำใจ และรวบรวมความกล้าให้ตัวเองอยู่สักพักใหญ่ ก่อนจะก้าวลงบันไดต่อมาถึงห้องโถงเธอก็เห็นหญิงชายวัยไล่เลี่ยกับแม่ของเธอนั่งอยู่ในห้องโถงด้วยตามที่สาริกาบอก เธอพยายามสะกดจิตตัวเองว่านั้นคือพ่อแม่ของลียาต้องทำตัวสนิทสนมเข้าไว้ แล้วเดินตรงเข้าไปหาพวกท่านพลางแสดงท่าทางตกใจออกมา "พ่อแม่มาได้ยังไงคะ""พ่อกับแม่ตั้งใจจะมาทักทายคุณป้าสาริกาน่ะ" วสินพ่อสวมรอยของเมษาในคราบลียาตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล"ใช่จ้ะ" นิดาแม่สวมรอยเอ่ยเสริมอีกคนพลางมองหน้าเมษาด้วยแววตารักใคร่เอ็นดูราวกับว่าเด็กสาวเป็นลูกจริง ๆ ท่าทางราวกับเป็นพ่อแม่จริง ๆ ที่ทั้งคู่แสดงออกมาช่างสมบทบาททำเอาเมษาแอบทึ่งในใจ แสดงว่าคงเตรียมตัวมาอย่างดี ซึ่งเธอก็ต้องเล่นไปตามน้ำอย่างที่สาริกาบอกเดินเข้าไปนั่งลงข้าง ๆ คุณแม่สวมรอยแล้วสวมกอดหลวม ๆ ทำเหมือนว่าคิดถึงท่านมาก "คิดถึงจังเลยค่ะ"บอกกล่าวกับแม่สวมรอยจบก็หันไปบอกกล่าวพ่อสวมรอยต่อพร้อมฉีกยิ้มให้จนตายี "คิดถึงพ่อเหมือนกันนะคะ""ไม่ต้องพูดเรื่องอื่นเลย มาพูดเรื่องลูกกับพี่เจ้านายดีกว่า พ่อกับแม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนจากคุณป้าสาริกาหมดแล้ว" วสินแสร้งตีหน้าเคร่งขรึมแทน สา
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status