LOGIN1 ปีที่แล้ว…
สวัสดีค่ะฉันชื่อวันใสที่ตั้งชื่อนี้ก็เพราะว่าการเกิดมาของฉันมันตรงกับวันตายของคุณแม่ ยายเคยบอกว่าไม่อยากเห็นฉันต้องจมอยู่กับความรู้สึกผิดของตนเองอยากให้ชีวิตฉันมันสดใสมากกว่านี้แม้จะเกิดในวันที่หม่นหมอง ส่วนวันใหม่คือน้องสาวคนละแม่ของฉันหลังจากที่คุณแม่ตายคุณพ่อก็แต่งภรรยาใหม่เข้าบ้านและมีลูกอีกคนคือวันใหม่ เพราะอยากให้เหมือนพี่น้องกันจริงๆคุณพ่อเลยตั้งชื่อเริ่มต้นด้วยวันให้ ครอบครัวใหม่ของฉันมันก็ดีนะดีแค่คนภายนอกมอง ข้างในเน่าเฟะสิ้นดี ฟังดูเหมือนคุณพ่อของฉันจะใจดีนะแต่ไม่เลย เขาคอยโทษฉันมาตลอดว่าเป็นต้นเหตุทำให้แม่ตายทั้งที่ความจริงแล้วตัวเองก็รู้อยู่แก่ใจ หลังจากที่คุณยายเสียชีวิตในวัยที่ฉันสิบห้าขวบพร้อมกับคุณพ่อเเละเมียใหม่จากอุบัติเหตุเราก็เหลือกันสองคนพี่น้อง วันใหม่เคยเป็นคนเงียบและเก็บตัว การที่ตกอยู่ในสถานการณ์บีบบังคับแบบนั้นทำให้ฉันเลือกที่จะทิ้งน้องไม่ได้ เราเลยเติบโตมาพร้อมกันโดยมีฉันคอยดูแลจนวันใหม่กลายเป็นเด็กที่สดใสร่าเริงขึ้นมาบ้าง แล้วตอนนี้อาชีพของฉันก็ไม่มีตายตัวหรอก ตัวคนเดียวก็ต้องดิ้นรนทุกอย่างอะไรทำได้ก็ทำ ส่วนวันนี้ฉันก็พึ่งเลิกกองจากการเป็นทีมงานในกองถ่ายที่ไม่กลับพร้อมรถกองก็เพราะว่าฉันอยากใช้เวลาอยู่คนเดียวสักพักและต้องการความเงียบ ตึก ตึก ตึก… 'ข่าวรอบดึกวันนี้นะคะ เป็นข่าวที่น่าสลดใจเป็นอย่างมากเมื่อเกิดเหตุขึ้นที่คอนโดแห่งหนึ่งย่านใจกลางเมือง ตำรวจเตรียมสอบหลักฐานก็ไม่พบร่องรอยอะไร คาดว่าน่าจะเกิดจากการฆ่าตัวตายค่ะ' ในตอนที่ฉันกำลังเดินออกมาจากซอยที่เงียบสงัดช่วงเที่ยงคืนเสียงทีวีของลุงร้านขายของชำก็ดังขึ้น ทำให้ปลายท้าวฉันหยุดก้าวสายตาเหลือบมองไปที่จอทีวี เกิดเหตุการณ์ฆ่าตัวตายงั้นหรอ ทำไมมองไปที่ห้องนั้นแล้วมันคุ้นเหมือนห้องของ… ไม่จริง…คงไม่ใช่เขา … คอนโดหรูกลางใจเมือง วันใสเดินมุ่งหน้ามายังหน้าคอนโดแห่งหนึ่งที่กำลังมีนักข่าวและตำรวจยืนดักรออยู่ด้านหน้าโดยมีพนักงานของคอนโดและเจ้าหน้าที่คอยห้ามไว้ ดวงตากลมโตเริ่มคลอเบ้าด้วยหยาดนํ้าสีใสมือบางล้วงหยิบกุญแจสำรองขึ้นมาจากกระเป๋าสะพายใบโปรดมือเรียวยกขึ้นปาดนํ้าตาออกแล้วเดินแทรกผู้คนพวกนั้นเพื่อจะเข้าไปในคอนโด "เข้าไม่ได้นะครับ…ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติงาน" "…" วันใสมองหน้าเจ้าของคำพูดนั้นแล้วชูกุญแจสำรองขึ้น "เข้าได้รึยังคะ" "ตามผมมาครับ" สิ้นเสียงพูดเจ้าหน้าที่ก็เดินนำวันใสเข้ามาในคอนโด ร่างผอมบางเดินตามมาที่ห้องของติณด้วยหัวใจที่เต้นระทึก "คุณเป็นญาติของผู้ตายใช่ไหมครับ…ถึงมีกุญแจสำรองจากห้องนี้" "…คนสนิทค่ะ" "ผมเสียใจด้วยนะครับ" วันใสไม่ได้ตอบอะไรกลับแล้วทั้งสองก็หยุดอยู่ตรงหน้าห้องของติณที่กำลังมีตำรวจยืนสำรวจอยู่ วันใสเดินเข้าไปอยู่หน้าประตูแววตาสั่นระริกเพ่งมองไปที่เตียง มือบางยกขึ้นปิดปากตัวเองไม่อยากเชืื่อกับสิ่งที่เห็น สภาพศพตรงหน้านอนแขวนคอพาดลงจากเตียง เลือดไหลนองเต็มที่นองและพื้นใกล้กันมีมีดเล่มใหญ่ทิ้งอยู่ เขาพึ่งเสียชีวิตได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก่อนที่แม่บ้านจะเข้ามาพบศพ "พะ…พี่ติณ" เสียงสั่นเอ่ยเรียกชื่อคนรักของเธอด้วยหัวใจที่ปวดร้าว วันใสแทบทรุดลงบนพื้นแต่เธอก็ยังพยายามแข็งใจเอาไว้พร้อมกับหยาดนํ้าสีใสที่ไหลอาบลงมาตามพวงแก้มหนึ่งปีที่รู้จักกันสามเดือนที่กำลังคบมันจบลงแล้ว "ไหวไหมครับคุณ" "…" เธอกัดปากตนเองแน่นแล้วเดินเข้าไปหาตำรวจที่กำลังยืนคุยกันพร้อมกับรวบรวมหลักฐานสาเหตุที่จะนำมายืนยันและสรุปผลคดีว่าการตายของติณเป็นอุบัติเหตุ ด้านเจ้าหน้าที่ก็กำลังเก็บศพแต่เธอก็ไม่ได้เกรงกลัวกับเลือดที่นองลงบนพื้น ดวงตากลมโตที่คลอเบ้าด้วยหยาดนํ้าตาจ้องมองไปที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และมีคนที่พาเธอมาเดินเข้ามาห้ามด้วยกันติดๆเพื่อจะมาห้ามให้วันใสออกไปก่อนแต่เธอกลับสะบัดแขนออก "ออกไปข้างนอกก่อนนะครับ เจ้าหน้าที่ตำรวจตำรวจกำลังปฏิบัติงาน" "แค่ห้านาทีค่ะ…แล้วฉันจะไป" "ไม่ทราบว่าคุณมีอะไรรึเปล่าครับ?" "…คดีนี้ สรุปเป็นการฆ่าตัวตาย ใช่ไหมคะ" "ครับ…เราพบหลักฐานยืนยันแล้วว่าผู้ตายมีปัญหาส่วนตัวเลยก่อให้เกิดเหตุการณ์ครั้งนี้" วันใสยกยิ้มขึ้นมาอย่างนึกสมเพช มือบางเสยผมตัวเองขึ้นแล้วเหลือบมองเอกสารยืนยันอาการป่วยของติณ ป่วยงั้นหรอ มะเร็ง? เหตุการณ์นี้มันคุ้น คุ้นเหมือนมีใครบางคนกำลังจัดฉากอย่างที่เคยทำมา "เหอะ…นี้ไม่ใช่การฆ่าตัวตายค่ะ แต่มันคือการฆ่าตกรรม เอกสารนี้มันหลอกลวงเขาไม่ได้ป่วย ฉันอยู่กับเขาฉันรู้ทุกอย่างดี" "คุณกำลังพูดอะไรออกมาโดยที่ไม่มีหลักฐาน ผมรู้นะครับว่าคุณคงเสียใจแต่ช่วยกรุณาออกไปก่อน เรากำลังปฏิบัติหน้าที่" "พูดแบบนี้…แสดงว่า คุณจะสรุปคดีเลยใช่ไหม?" วันใสเอ่ยถามออกไป มือบางกำหมัดเข้าหากันแน่น เธอมั่นใจว่าเหตุการณ์ครั้งนี้มันไม่ใช่การฆ่าตัวตายแต่มันคือการฆ่าตกรรม "เชิญออกไปด้วยครับ" "อย่างน้อยๆก็ควรชันสูตรศพ…หรือเก็บหลักฐานให้มันละเอียดกว่านี้แค่หลักฐานฉบับเดียวคุณมั่นใจได้ยังไง!?" ความอดทนของเธอหมดลงแล้ววันใสพูดออกไปอย่างที่ใจคิด ความสงสัยของเธอมันเริ่มจะคลายแล้วและการตายของติณคงเกี่ยวกับเรื่องของเพื่อนสนิทเธออย่างจีเซล "คุณกำลังหมิ่นประมาทสถาบันของโรงพยาบาลว่าสร้างหลักฐานปลอมแบบนั้นหรอครับ แล้วเขาจะทำไปเพื่ออะไร ถ้ายังไม่มีเหตุผลที่แน่ชัดก็เลิกขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ผมไม่อยากต้องใช้กำลังเพื่อให้คุณออกไป" "ก็เพราะว่าทำงานห่วยแตกแบบนี้ไง…" มือบางจับใบเอกสารการป่วยของติณขึ้นมาแล้วขยํ้ามันก่อนจะฉีกออกเป็นชิ้นๆ ชีวิตของคนที่ตายไปมันเหมือนเป็นเครื่องมือชำรำแค้นของเขาคนนั้นที่จงใจทำให้เธอเจ็บปวด "ชีวิตคนที่ตายไปถึงไร้ความยุติธรรม" วันใสฉีกมันออกเป็นชิ้นแล้วฟาดลงบนพื้น ดวงตาคู่สวยเหลือบมองสภาพศพของติณแล้วสะบัดตัวออกเจ้าหน้าที่ เธอตัดสินใจเดินออกมาเพื่อจะไปลากคอคนทำมารับผิดชอบอย่างสาสม…สิ้นเสียงกระซิบปากหยักก็ก้มลงประกบจูบอีกครั้งในขณะที่ปลายนิ้วแกร่งกำลังเลื่อนมาปลดตระขอบราเชียร์ให้หลุดออกจากกันแล้วดึงออกมาตามเรียวแขน ลิ้นสากกำลังดันทุรังเข้าไปในโพรงปากหอมหวานวันใสหลับตาแน่นสัมผัสรุนแรงจากคนตัวโตทำให้เธอต่อต้านงับปากตนเองเอาไว้แน่น สร้างความไม่พอใจให้วินเซนไม่น้อยนั้นจึงทำให้ชายหนุ่มออกแรงกัดคนผยองที่กำลังปฏิเสธ จังหวะนั้นเองวันใสก็เผลอร้องครางออกมาชายหนุ่มได้โอกาสก็สอดเรียวลิ้นเข้าไปตวัดกับโพรงปากนุ่มปากออกแรงกดจูบ ลิ้นเกี่ยวพันกับลิ้นบางพร้อมกับคว้ากุญแจมือออกมาจากลิ้นชักหัวเตียงแล้วจัดการล็อกมันเพื่อง่ายต่อความต้องการ…"อึก!""ขัดใจฉันมันไม่ใช่เรื่องดีหรอกนะ" ชายหนุ่มผละปากออกสายตาหลุบมองกลีบปากบวมเจ่อ"…" ดวงตากลมเพียงจ้องคนตรงหน้าข้อมือกำลังสะบัดออกสุดแรง"ถ้ามีสมองมากพอคงรู้ว่าดิ้นไปก็เปล่าประโยชน์ ฉลาดนักไม่ใช่เหรอ แสดงออกมาให้เห็นหน่อยสิ" ไม่พูดเปล่าสายตาคมกริบยังมองเย้ยหยันเธอ ก่อนจะยกคนตัวบางลงจากตักแล้วจ้องมองร่างกายเปลือยเปล่าที่รอยชํ้าบนเนื้อตัวจากแผลเก่ายังไม่หายจางลงสักเท่าไหร่ แล้วยังไงเขาจำเป็นต้องแคร์?"…" วันใสยังคงนิ่งเงียบเธอหายใจเหือดหายกำล
บ้านพักแห่งหนึ่ง"วันใหม่…"หมับ! วันใสที่ขึ้นแท็กซี่มาที่บ้านของลูกเกดวิ่งเข้าไปกอดน้องสาวตนเองด้วยสีหน้าเป็นห่วง เธอโผล่เข้ากอดคนตัวเล็กโดยที่มีลูกเกดคอยยืนมองอยู่ ใบหน้าหวานซบลงที่ไหล่มน"พี่วิเป็นอะไรคะ" วันใหม่ถามออกมาอย่างไร้เดียงสาแล้วกอดตอบพี่สาวเพียงคนเดียว ก่อนจะรู้ว่าวันใหม่อยู่ที่นี้วันใสได้โทรหาเธอและวันใหม่ก็บอกว่าอยู่บ้านของกาละเกดถึงแม้จะสงสัยแต่เธอก็เลือกที่จะรีบมาหาผู้เป็นน้อง"เปล่าค่ะ…ไม่ได้เจอวันใหม่แค่วันเดียวพี่เลยคิดถึง" เธอตอบกลบเกลื่อนมือบางยกขึ้นลูบศีรษะทุยพยายามกลั้นนํ้าตาไม่ให้ไหลออกมา วันใสเป็นห่วงน้องจับใจ"โตแล้วนะคะ คิดถึงเป็นเด็กเลย""ไม่มีใครทำอะไรหนูใช่ไหม""ไม่มีค่ะ คุณลุงใจดีบอกว่าจะพามาหาพี่วิที่กรุงเทพหนูเลยยอมมาแล้วเขาก็พามาส่งที่บ้านของน้าเกด" วันใหม่บอกในสิ่งที่ตนเองเจอด้วยนํ้าเสียงสดใส ทำให้หญิงสาวจับร่างเล็กหมุนสำรวจว่ามีร่องรอยของการถูกทำร้ายรึเปล่า"ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ใหม่ขึ้นไปรอพี่บนห้องนะคะ เดี๋ยวพี่ขึ้นไปหา""ได้ค่ะ" เด็กสาวตอบแล้วเดินขึ้นไปบนชั้นสองของตัวบ้าน วันใสจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก มือบางยกขึ้นเสยผมตัวเองแล้วปรายตามองไปที่
วินเซนยัดมือถือให้วันใส หญิงสาวที่กำลังตกอยู่ในอาการหวาดกลัวจึงรีบกดลบอัลบั้มของเธอและติณออกด้วยท่าทีลนลานปากอิ่มยังคงเม้มเข้าหากันแน่น ทำทุกอย่างเสร็จเธอก็บีบโทรศัพท์ในมือแน่น"วิ…ลบแล้ว""ไหน…มาดูซิ" วินเซนผละใบหน้าออกห่างจากเธอแล้วดึงมันกลับ สายตาคมปราดหลุบมองเพื่อเช็ค "บอกให้มันง่ายแบบนี้ตลอดก็แล้วกัน"ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปากเพียงเสี้ยววินาทีแล้วนำโทรศัพท์คืนวันใส ร่างหนาหันหลังให้เพื่อจะเดินออกจากห้องไป ทวาเสียงอ่อนล้าก็เรียกเขาเอาไว้ก่อน"เดี๋ยวค่ะ…พี่เอาวันใหม่ไปไว้ไหน วิเป็นห่วงน้อง""อยากไปหาน้องเหรอ?" เขาหันกลับมาหรี่ตาถาม"ค่ะ""อ้อนวอนฉันสิ""…" เธอเงียบกับการถูกบีบบังคับ วันใสเป็นห่วงน้อง เธอแค่อยากรู้ว่าวันใหม่อยู่ยังไง อยู่กับใคร"เร็วสิ ฉันไม่มีเวลามากมายขนาดนั้น""วิ…ขอออกไปหาน้องได้ไหมคะ""พูดได้แค่นี้หรอ…พูดจาหวานๆเป็นไหม อ้อนผัวทำไม่เป็น?" คำพูดยียวนกวนประสาททำให้วันใสต้องหลับตาระงับอารมณ์ เธอกำหมัดเข้าที่ผ้าห่มแล้วจำใจพูดมันออกมาด้วยนํ้าเสียงประชดประชัน"พี่วินขา…วิขอไปหาน้องหน่อยนะคะแล้วจะรีบกลับมาหา""หื้ม…" วินเซนจ้องมองวันใสที่กำลังจะหมดความอดทน ก่อนจะยกมือกระดิก
ปัจจุบันเหตุการณ์คืนนั้นทำให้วันใสตัดสินใจดรอปเรียนไว้หนึ่งปีแล้วพาน้องสาวกลับเชียงใหม่ เพื่อเริ่มต้นอีกครั้ง เธอต้องการลืมเรื่องแฟนเก่าอย่างติณและไปจากผู้ชายสารเลวอย่างวินเซนชีวิตหลังจากที่มีเขาเข้ามามันยํ่าแย่ลงเรื่อยๆวันใสไม่แม้แต่ต้องคอยระวังตัวอย่างเดียว เธอยังถูกวินเซนข่มเหง รังแกครั้งแล้วครั้งเล่าถูกบังคับกดขี่ เธอทำอะไรไม่ได้ความทรมานทำให้วันใสต้องเลือกทางเดินแบบนี้ชีวิตที่กำลังจะดีขึ้นของเธอกลับพังทลายลงเมื่อวินเซนกลับมาอีกครั้ง…"ทำไม…พี่คลั่งแล้วจะทำอะไรวิ""อยากรู้ล่ะสิ…"หมับ!พรึบ!"กรี๊ดดดดดด!" วันใสกรีดร้องออกมาด้วยสีหน้าตกใจเมื่อโซ่ที่กำลังขึงเธอเอาไว้ถูกคลายอย่างรวดเร็วทำเอาร่างบอบบางทรุดลงกับพื้นห้องด้วยท่าทีนอนราบ ข้อมือยังมีโซ่ติดเอาไว้อยู่วินเซนกระตุกยิ้มมุมปากด้วยอาการพึงพอใจ มือหนาคว้าเข้าที่คอเสื้อตัวบางแล้วลากร่างเล็กไถตามพื้นห้องก่อนจะตวัดขึ้นเตียงด้วยการกระทำรุนแรง ทำเอาร่างของวันใสบอบชํ้า เธอนอนขดตัวบนเตียงพร้อมกับหายใจกอบโกยลมหายใจเข้าปอด"แค่นี้ยังไม่หมดหรอกนะ พึ่งเริ่มต้นเอง คืนนี้ของเรายังอีกยาวนานเลยวันใส" เสียงเยือกเย็นพูดขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มทำเอาข
"พี่พูดเรื่องบ้าอะไร…""บอกมาสิ" วินเซนไม่ยอมให้เธอได้ปล่อยผ่านการตอบคำถามของเขา ชายหนุ่มต้องการได้ยินคำนั้นจากปากเธอกับความรู้สึกที่ไม่เข้าใจตนเอง พอรู้ว่าวันใสเคยจูบกับแฟนเก่าที่เป็นเรื่องปกติของคนเป็นแฟนกันแต่เขากลับไม่ชอบขึ้นมา และต้องการให้เธอลืมติณเสียวันใสมองคนบนร่างใบหน้าเบ้ ตรงนั้นถูกเอวสอบกดลงจนร่างกายกระเพื่อม เธอไม่เข้าใจว่าสิ่งที่กำลังเจอคือเรื่องอะไร ทำไมวินเซนพูดเหมือนเขากำลังอยากมาแทนที่ติณและให้เธอลืมคนเก่า ทั้งที่เขารักจีเซล"พูดออกมา""พี่มันบ้าไปแล้ว" วันใสพึมพำออกมาเสียงแผ่วพลันความเย็นก็สัมผัสเข้าที่ผิวปากอีกครั้ง วินเซนใช้มีดลูบไล้กลีบปากแดงระเรื่อวนลูบไปมาให้เธอตอบ วันใสรู้ดีว่าเขากล้าเฉือนปากเธอจริงๆเพราะแผลที่ขาก็รับรู้ได้แล้วว่า มีดไม่ได้มีไว้ขู่ มันมีไว้เชือด…"ฉันบอกให้พูดออกมา!" เขาตวาดเสียงดังลั่น วันใสไร้หนทางสู้เธอตัดสินใจพูดมันออกไปเพื่อเอาตัวรอด คนตรงหน้ากำลังเสียสตินั้นคือสิ่งที่เธอคิด"…วิจะมีแค่พี่ พูดแล้ว วิพูดแล้วพี่พอใจรึยัง" วันใสตอบกลับเสียงสั่น คำตอบของเธอทำเอาวินเซนพึงพอใจไม่น้อย ชายหนุ่มละปลายมีดออกจากกลีบปากบาง แล้วปักมันลงบนเตียง"คำพูด
"พี่ฆ่าพี่ติณ พี่มัน…""ชู่ว…หยุดพูดถึงคนอื่นได้แล้ว" ใบหน้าหล่อผละออกจากลำคอเนียนที่กำลังขึ้นรอยแดงจากการดูดเม้ม ปลายนิ้วแกร่งแตะลงที่ปากอิ่มแล้วส่ายหัวเชิงห้ามไม่ให้เธอพูดจาอะไรออกมาอีก"…" วันใสเสียใจแทบพูดอะไรไม่ออกเธอจ้องมองเข้าไปที่แววตาคู่นั้นด้วยความเกลียดชัง รู้ตัวอีกทีผิวแก้มก็สัมผัสกับความเย็นยะเยือกจากวัตถุอะไรบางอย่างที่กำลังขับเคลื่อนบนพวงแก้มหางตาเหลือบมองก็พบว่ามันคือด้ามมีดเล่มเล็กที่ิอยู่ในมือของวินเซน"ตอนนี้เธอนอนอยู่ใต้ร่างฉัน คนเดียวที่ควรสนใจคือฉัน""อึก…" เปลือกตาคู่สวยหลับแน่นร่างกายที่ร้อนวูบวาบไม่กล้าแม้แต่จะดิ้นต่อต้านหากมีดแหลมคมทะลุเข้าใบหน้าคงไม่ใช่เรื่องดีเอาสักเท่าไหร่ เธอเกร็งสั่นสะท้านไปทั่วทุกสัดส่วน"รู้ความจริงแล้ว หวังว่าเธอคงรักชีวิตตัวเองและน้องนะ""…""ได้ยินที่ฉันถามรึเปล่า?" วินเซนถามยํ้าเอาคำตอบใบหน้าคมคายก้มซุกระหว่างสองเต้าอวบที่เสียดสีกันพร้อมกับสูดดมความหอมละมุนเข้าเต็มปอด กลิ่นกายสาวที่หอมหวานเกินกว่าใครทำเอาเขายากจะถอยห่างจากเรือนร่างตรงหน้าได้อาการตอนนี้ราวกับคนต้องมนต์สะกด ให้อยู่ในภวังค์ความน่าหลงใหลของเธอ…"อย่าลากน้องวิเข้ามายุ่







