Share

03 กอดกันไหม

Author: Tiwa
last update Last Updated: 2026-01-06 09:45:47

“มันความชอบของนิ่มไหม เหมือนที่พี่ชอบมีเรื่องชกต่อยไง” ฉันรีบพูดเพราะเขามาว่าแขวะความชอบของฉัน ชอบอ่านนิยายแล้วผิดตรงไหน

ขี้มโนก็ตัวฉันไหม หนังสือนิยายทำให้ฉันยิ้มได้เถอะ มโนว่าตัวเองเป็นนางเอก ฟินจะตาย

“มึงมันเด็กขี้เหงา” พี่เคลิ้มส่ายหัวใส่ฉัน

“นิ่มไม่เหงาหรอก พี่นั่น…อื้อ”

ครืด ครืด ครืด…

“ว่าไงฟีน” พี่เคลิ้มรีบเอามือมาปิดปากฉัน แล้วเขาก็กดรับสายคนที่โทรเข้ามาหาเขา

(…)

“ก็ว่าง ทำไม”

(…)

“เหรอ ได้ดิ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แต่ที่จริงมึงทิ้งไปเลยก็ได้นะ”

(…)

“เออ ๆ เลิกบ่น รำคาญ”

(…)

“เออ เดี๋ยวไปเลยเนี่ย” พี่เคลิ้มกดวางสาย แล้วเขาก็บีบที่ปากฉันแน่นเหมือนเขาลืมตัว

“เอ็บ!” ฉันว่าและพยายามดึงมือเขาออก

“โทษที” พี่เคลิ้มเอามือออก แล้วเหมือนเขาแปลกไป เขาดูเศร้า ถ้าในนิยายที่ฉันอ่านก็คงเหมือนคนอกหัก และกำลังจะไปเจอคนที่ทำให้ใจเจ็บ ต้องเป็นแบบนั้นแน่ ๆ สกิลการมโนของฉันไม่เคยพลาด

เอ๊ะ… นี่ฉันมโนมากไปไหมนะ

“เดี๋ยวไปหาเพื่อนแป๊บนึงนะ” พี่เคลิ้มบอกแล้วก็ขับรถออกจากข้างตึกของคณะที่ฉันเรียน

สีหน้าของพี่เขาดูเกร็ง ๆ ดูเครียดยังไงไม่รู้

หลายนาทีต่อมา…

“ช็อกโกแลตไหมพี่” ฉันแกะช็อกโกแลตแล้วยื่นไปตรงหน้าของเพื่อนพี่ชาย ก็ตั้งแต่นั่งรถมากับพี่เขา พี่เขาก็ถอนลมหายใจบ่อยมาก แล้วก็เงียบนิ่งไปเลย

เหมือนเขาจะเครียด ฉันก็เลยมีน้ำใจแบ่งช็อกโกแลตที่ฉันพกไว้กินบ่อย ๆ ให้เขา

“กินแล้วหายเครียดนะพี่” ฉันคะยั้นคะยอพร้อมบอกสรรพคุณที่ฉันเชื่อไปเองว่าการกินของหวานมันทำให้เราลืมความทุกข์ใจได้ชั่วขณะ

“จริง ๆ นะจ๊ะ” ฉันยื่นไปจ่อตรงปากของพี่เคลิ้ม

“มึงแดกแต่แบบนี้ไง ตัวมึงถึงได้ขนาดนี้” เขาอ้าปากงับช็อกโกแลตจากมือฉัน แต่ก็ไม่วายหันมาตำหนิหุ่นของฉัน

“ยุ่งอะไรกับหุ่นนิ่ม” ฉันชักน้ำเสียงแล้วจากนั้นก็แกะยัดช็อกโกแลตอีกชิ้นเข้าปากตัวเอง

วุ่นวายกับหุ่นฉันอยู่นั่นแหละ

“มึงเป็นมึงแบบนี้ก็ดีนะนุ่มนิ่ม อย่าคิดว่าตัวเองแปลกประหลาดสิ ใครไม่คบเป็นเพื่อนก็เรื่องของมัน มึงเป็นคนดีใครมองไม่เห็นไม่อยากเป็นเพื่อนก็เรื่องของมัน โลกนี้มันโหดร้าย มึงจะมามโนว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิง มีเพื่อนมากมายรายล้อมแบบนั้นไม่ได้หรอกนะ เลิกกดตัวเองให้ต่ำสักที ไอ้พวกที่พูดที่ว่ามึงนั่นแหละที่ต่ำยิ่งกว่าบัวในตม อย่าไปแคร์ อย่าไปเก็บมาคิด เป็นมึงในแบบที่มึงอยากเป็น มึงจะทำอะไรก็ทำเลย ถ้ามันไม่เดือดร้อนคนอื่นก็ไม่ต้องไปสนคำพูดคน ถ้ามึงมัวแต่เก็บคำพูดคนอื่นมาคิด ชีวิตมึงจะมีความสุขไหม เกิดชาติเดียวเอาให้คุ้ม อย่าไปแคร์คำพูดหมา ๆ พวกนั้น” อะไรเข้าสิงให้พี่เคลิ้มมันพูดแบบนี้

“ช็อกโกแลตชิ้นนั้นผสมอะไรที่ผิดปกติแน่เลย พี่เคลิ้มถึงได้ขี้บ่นแบบนี้” ฉันแกล้งพูดแล้วหันมองออกนอกกระจก

ไอ้พี่บ้านี่ จะมารู้จักฉันมากเกินไปแล้วนะ แค่เป็นเพื่อนพี่ชายฉัน ทำมาเป็นพูดดี

“ไอ้อ้วน”

“…” ฉันเฉยไม่พูดอะไรต่อ ไอ้พี่บ้านี่แทบจะเป็นคนเดียวที่เรียกฉันว่าอ้วนแล้วฉันไม่โกรธ

เหตุผลที่ไม่โกรธนั่นเหรอ ก็แค่แม่ฉันบอกว่า…อย่าถือคนบ้า อย่าว่าคนเมา

แล้วไอ้พี่บ้านี่มันก็เป็นทั้งคนบ้า และคนเมาในบางเวลา

หนึ่งชั่วโมงต่อมา…

“รออยู่ในรถนะเดี๋ยวกูมา” พี่เคลิ้มมันจอดรถอยู่ข้างทาง

“เดี๋ยวนิ่มกลับเองก็ได้นะ” ด้วยความที่ว่าฟ้าเริ่มมืดแล้ว และฉันก็ไม่รู้ว่าธุระของพี่เขาจะนานแค่ไหน

“กูบอกให้รอ ไม่รอมึงเจอกูแน่” เขาลงจากรถแล้วก็เดินไปที่บ้านหลังใหญ่หลังหนึ่ง

แล้วเขาก็หายเข้าไปในบ้านหลังนั้น

ทำไมฉันต้องมานั่งรอเพื่อนของพี่ชาย แล้วทำไมเขาต้องมาวุ่นวาย หรือเขาจะแอบชอบฉันจริง ๆ

“เป็นไปไม่ได้ ไอ้พี่บ้านั่นผู้หญิงเยอะจะตาย แล้วแต่ละคนก็สวย ๆ ทั้งนั้น เขาจะมาชอบหมูตอนแบบแกได้ไงยัยนิ่ม มโนไม่ถูกคนเล้ย” พูดพึมพำอยู่คนเดียวในรถ พูดย้อนพูดแย้งกับความคิดตัวเองอยู่นี่แหละ

สิบนาทีผ่านไป…

ฉันนั่งเด๋ออยู่ในรถประมาณสิบนาที ฉันก็เห็นพี่เคลิ้มเดินออกมาจากบ้านหลังนั้น ไฟที่ส่องตามทางทำให้ฉันที่นั่งอยู่ในรถมองเห็นใบหน้าที่เหมือนจะมีคราบน้ำตา พี่เคลิ้มเดินมาหยุดที่รถเขายกมือขึ้นเปิดประตูแล้วเข้ามานั่งในรถ

ใบหน้าพี่เขาไม่มีน้ำตาแล้วนะ หรือฉันจะตาฝาด แต่คงไม่หรอก เพราะขนตาพี่เคลิ้มเหมือนจะเปียก

ใครกันนะที่ทำพี่เขาเสียน้ำตา

ฟีนเหรอ ใช่รุ่นพี่มอร์ฟีนที่เป็นลูกหุ้นส่วนมหาวิทยาลัย ที่มีข่าวลือว่าเธอสวยมาก แต่ร่างกายเธอไม่แข็งแรง

ใช่ไหมนะ ฉันไม่เคยเห็นเธอ แต่เคยได้ยินผ่านหูจากปากพี่ชายทั้งสอง

“โอเคไหมพี่ อยากระบายไหม นิ่มฟังได้นะ คิดซะว่านิ่มเป็นตุ๊กตาล้มลุกก็ได้นะ นิ่มสัญญาว่าจะไม่บอกใคร จะเป็นความลับของเรา หรือจะกอด กอดกันไหม นิ่มกอดอุ่นนะ” เพราะอารมณ์มั้งถึงพูดออกไปแบบนั้น

ก็ดูพี่เคลิ้มเขาอาการไม่โอเคเลย

เหมือนเขาเศร้าเสียใจ

พี่เคลิ้มหันมามองฉันหลังจากที่ฉันพูดออกไป ฉันก็เลยฉีกยิ้มให้พี่เขา

“อะ ให้” พี่เคลิ้มโยนบางอย่างมาที่ตักของฉัน ฉันหยิบมันขึ้นมาดู มันคือสร้อยที่ห้อยด้วยเกียร์ของคณะวิศวะ ถ้าเปรียบก็เหมือนหัวใจของเด็กวิศวะ

นี่คงโดนเรียกให้มาเอาสร้อยของตัวเองสินะ

“ว้าว นี่พี่ชอบนิ่มจริงเหรอเนี่ย” ที่พูดไปก็แค่ติดตลก ไม่อยากให้พี่เขาเครียด

“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่

ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ

“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป

ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน

“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป

“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม

ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น

“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”

“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง” ฉันตะคอกพร้อมยัดใส่กระเป๋าสะพายเมื่อไอ้พี่เคลิ้มชะลอรถแล้วเหมือนจะยื่นมือมาดึงสร้อยเส้นนั้นไป

“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”

“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”

“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”

“…”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ   42 เหตุผล(2)

    (NUMNIM: ฝันดีนะ)ฉันกดส่งข้อความแล้วจากนั้นก็ไปอาบน้ำค่ะ นอนแช่อยู่ในอ่างน้ำอุ่น รู้สึกโล่งสมอง โล่งตัวดี‘ปีใหม่เราไปเคานต์ดาวน์ที่พัทยากันเนอะ จองโรงแรมติดทะเลนอน’‘เอาดิ นุ่มก็อยากไป’‘สัญญาว่าจะพาไป เคานต์ดาวน์ปีแรกของเรามันต้องดีที่สุด’‘แต่จะไม่ใช่ปีสุดท้ายนะ เราจะเคานต์ดาวน์ด้วยกันทุกปีจนแก่ไปด้วยกัน โอเคไหม’‘โอเคอยู่แล้ว ชอปรักนุ่มนะครับ รักนุ่มแค่คนเดียว’พรึบ!“คนโกหก ปีแรกก็ยังไม่ได้เคานต์ด้วยกันเลย คนผิดสัญญา คนใจร้าย ฮึก ฮึก… มาทำให้รักทำไม ทำให้นุ่มเจ็บทำไม ฮึก ฮือ… นุ่มคิดถึงพี่ คิดถึงพี่ที่สุด เมื่อไหร่นุ่มถึงจะลืมพี่ได้” ฉันลุกออกจากอ่างน้ำ เมื่อความทรงจำที่เคยคุยกันไว้มันผุดขึ้นมาในหัวคำสัญญาลม ๆ แล้ง ๆ ที่ฉันเชื่อหมดหัวใจ“เลิกคิดถึงเขาได้แล้วนุ่มนิ่ม ไหนแกว่าจะมีชีวิตใหม่ไง จะเพ้อถึงเขาทำไม นี่มันผ่านมาเป็นเดือนแล้วนะ เลิกคิดถึงเขาได้แล้ว” ฉันพูดกับตัวเองอยู่หน้ากระจก มองภาพที่สะท้อนกลับมา สภาพของฉันมันดูไม่ได้เลย ทำไมถึงได้งมงายแบบนี้ทำไมไม่ลืมเขาสักที“เฮ้อ…” ฉันอาบน้ำล้างตัว จากนั้นก็ห่อตัวออกจากห้องน้ำจังหวะเดียวกันกับโทรศัพท์มือถือของฉันมันเด้งข้อความขึ้น

  • Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ   42 เหตุผล

    -คอนโดนุ่มนิ่ม-เวลา 19.00 น.ครืด ครืด ครืด…“ฮัลโหล”(ถึงบ้านยัง)“ถึงแล้วเพิ่งจะเข้าห้องเนี่ย”(รถติดเหรอวะ)“อืม ติดมาก กินข้าวกินยายัง”(ยัง)“ไมไม่กินอะ… ไงครับ คิดถึงแม่ไหมครับสุดหล่อทั้งสอง” ฉันถามไอ้พี่เคลิ้มแล้วคุยกับเจ้านายสองตัวของฉันที่เดินลงมาจากที่นอนแล้วมาคลอเคลียที่ขาทั้งสองข้างของฉัน(มึงคุยกับใครวะ)“แมวไงพี่ แล้วสรุปทำไมไม่กินข้าวจะได้กินยา เดี๋ยวก็ปวดระบมหรอก”(คิดถึงมึงว่ะ)“…”(ที่ผ่านมาแม่งโคตรแย่ กูคิดถึงมึงทุกวัน กูไม่เคยคิดถึงใครมากขนาดนี้เลย)“…”(เปิดกล้องหน่อยดิ อยากเห็นหน้า)“…” ฉันนิ่งค่ะ(กูขอมากไปสินะ) ไอ้พี่มันพูดเสียงเศร้า“ยังไม่ได้พูดอะไรเลยไหม แล้วดูทำหน้าดิ” ฉันกดเปิดกล้อง(หึ ไอ้อ้วน) ไอ้พี่มันยิ้มที่มุมปาก(แล้วนั่น… ที่ไหน จัดห้องใหม่เหรอวะ)“อืม จัดห้องใหม่ พี่ทำไรอยู่” ฉันก็ไม่ได้หลอกนะ แค่ยังไม่ได้บอก(นอนเล่นเกม มึงอะจะทำไร)“ว่าจะจัดห้อง ซื้อของมา” ฉันบอกและชูของที่ซื้อมาให้ไอ้พี่ดู แล้วก็หมุนกล้องไปที่บัวลอยไข่หวาน(แมวมึงหน้ากวนตีนเหมือนเจ้าของมันเลยเนอะ)“ตอนนี้นิ่มเป็นเจ้าของแล้วต่างหากล่ะ แมวนิ่ม”(หึ แล้วมึงจะทำเองได้เหรอ จัดห้องอะ

  • Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ   41 อย่าหาย(2)

    “เดี๋ยวนี้มึงขับรถเอง”“อื้ม อยากเปลี่ยนชีวิตประจำวัน อยากหาอะไรใหม่ ๆ ทำน่ะ”“ไม่ได้ลองแดกเหล้าใช่ไหมวะ”“ยังไม่ถึงจุดนั้นนะพี่ ไม่อยากให้แม่เสียใจน่ะ แค่นี้ที่บ้านก็อายกันมากแล้ว เกิดนิ่มทำอย่างนั้นคงได้โดนคนด่าว่าใจแตกแหละ แค่จะหมั้นยังมีคนบอกแรดเงียบเลย พอโดนยกเลิกงานหมั้นนี่โดนหนักมากอะ”“มึงเป็นมึง จะสนใจเหี้ยไรกับพวกปากส้นตีน อย่าไปแคร์แม่ง อีพวกนี้มันก็แค่พวกชอบหาจุดด้อยคนอื่นมาทำให้ตัวเองสูงขึ้น ถ้ากูได้ยินกูจะเอาตีนอัดปากแม่ง ปากตีนไง”“หัวร้อนนี่แก้ไม่เลิกนะพี่”“กูก็เป็นของกูแบบนี้ ทำไมกูต้องเปลี่ยนวะ กูยังหาเหตุผลที่กูจะเปลี่ยนตัวเองไม่ได้เลย”“…” ฉันเงียบค่ะ ไม่ได้พูดอะไรออกไป เถียงกับไอ้พี่ยากที่จะชนะ“มึง”“ว่า”“…เลี้ยวแยกหน้า”“เค ๆ”จากนั้นไอ้พี่ก็บอกทางฉันไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งรถจอดที่บ้านหลังใหญ่“เลี้ยวเข้าไปเลยมึง กูเจ็บขา เดินไกลไม่ได้”“ได้ ๆ” ฉันเลี้ยวรถเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ตามที่ไอ้พี่มันบอก เมื่อประตูรั้วหน้าบ้านเลื่อนเปิดอัตโนมัติ“ช่วยพยุงลงรถหน่อยดิ” ไอ้พี่มันหันมาบอกเมื่อฉันจอดรถ“อ่อ ได้ ๆ” ดูเหมือนมีน้ำใจ แต่ก็คงมีน้ำใจนั่นแหละ ก็ไอ้พี่มันดูเละมาก คงเดิน

  • Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ   41 อย่าหาย

    วันต่อมา…เวลา 12.40 น.(แกอยู่ไหนแล้วเล็ก)“กำลังจะออกจากห้องแล้ว ให้อาหารบัวลอยไข่หวานอยู่”(แกนี่มันทาสแมวซะจริงนะ ให้ไวเลย เดี๋ยวก็ไม่ทันส่งงานอาจารย์ จารย์กลับก่อนแกแย่เลยนะ แล้วก็ขับรถดี ๆ ด้วย)“รู้แล้วจ้า กำลังออกนี่ไง ก็ใครใช้ให้มาเมาที่ห้องนิ่มล่ะ ตอนไม่กินก็บอกจะนอนค้าง พอกินแล้วก็ไหลไปเรื่อย ทำให้น้องเป็นห่วง เมาแล้วขับนี่ถนัดจริง ๆ”(บ่นอะไรเล็ก แค่นี้นะพี่จะไปนอนต่อแล้ว เอ้อ! อย่าลืมเปิดแอร์ไว้ให้แมวแกล่ะ เดี๋ยวมันร้อนตาย จะฟูมฟายอีก)“แมวของนิ่มมันรู้งานจ้ะ มันกดรีโมทแอร์เอง วางไว้ให้แล้วเปิดเลย”(เฮอะ รักรึเกิน ไอ้แมวหน้ามึนของแกน่ะ)“ที่สุด เมาแล้วไปนอนเลย นิ่มจะออกแล้ว”(เออ ๆ ขับรถดี ๆ พี่ไปนอนละ คืนนี้มีนับถอยหลังกับสาว)ฉันกดวางสายของพี่ชายคนโตที่โทรเข้ามาเพราะความเป็นห่วง เนื่องจากฉันเลือกที่จะขับรถไปมหาวิทยาลัยเอง ฉันไม่อยากพึ่งคนอื่นไปตลอด อยากลองเปลี่ยนการใช้ชีวิตประจำวันที่ผ่านมา เผื่อว่าความทรงจำและการกระทำใหม่ ๆ จะทำให้ฉันเศร้าน้อยลงวันนี้มอปิด แต่ฉันมีส่งงานอาจารย์ก็เลยต้องรีบบึ่งรถไปมอค่ะตอนนี้ชีวิตที่มหาวิทยาลัยของฉันมันโดดเดี่ยวมากเลยล่ะ เพราะใบชาเพื่

  • Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ   40 ฟื้นฟู(2)

    ‘เรื่องแค่นี้ไม่ตายหรอก คนอื่นเจอหนักกว่านี้ยังผ่านมาได้’‘คนอื่นผ่านมาได้ เราก็ต้องผ่านไปให้ได้’‘งมงาย จะเสียใจอะไรขนาดนั้น เขาไม่รักก็ปล่อยเขาไป’‘พร่ำเพ้อ เพิ่งเคยมีผัวก็แบบนี้แหละ เดี๋ยวมีหลายคนเข้าก็เคยชิน’หลายถ้อยคำที่กระทบเข้าหูฉัน แต่ประโยคข้างต้นที่ได้ยินมา ไม่พูดจะดีกว่า เพราะมันเหมือนเหยียบซ้ำมากกว่าเติมเต็มเพราะขีดจำกัดความรู้สึกทุก ๆ ด้านของทุกคนไม่เท่ากัน ฉะนั้นอย่าเอาคนอื่นมาเปรียบกับอีกคน และที่สำคัญที่สุด… อย่าเอาตัวเราเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ถ้าเราทำแบบนั้นผลของมันก็คือ…มันจะทำให้เรารักตัวเองน้อยลง หรือบางทีเราอาจจะเกลียดตัวเราเองที่ทำไมทำได้แค่นี้ ทั้งที่คนอื่นยังทำได้มากกว่าตัวเราเริ่มจากรักตัวเอง แล้วเราจะมีความสุขแต่ก็ต้องแยก ระหว่างรักตัวเอง กับหลงตัวเอง และเห็นแก่ตัวเฮ้อ…ฉันเริ่มจะกลับเข้าสู่โหมดมโนแล้วสินะสามวันต่อมา…-คอนโดนุ่มนิ่ม-“ห้องแกสวยนะเนี่ยเล็ก”“ก็สวยนะจ๊ะพี่ตาม นิ่มชอบ สองตัวนั่นก็น่าจะชอบ”“เฮอะ ไอ้สองตัวนั่นของแกอะนะ แกอยู่ไหนมันก็อยู่นั่นแหละ แล้วนี่แกจะกินแต่อาหารสำเร็จรูปแช่แข็งแบบนี้ไม่ได้นะ” พี่ตามเดินออกมาจากโซนครัวหลังจากที่ขนอาห

  • Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ   40 ฟื้นฟู

    หนึ่งเดือนต่อมา…-บ้านนุ่มนิ่ม-เวลา 15.45 น.“เล็กเป็นแบบนี้แม่กับพ่อเป็นห่วงมากรู้ไหม แล้วแบบนี้แม่กับพ่อจะไปทำงานช่วยตากับยายได้ยังไง”“…”“ทำใจเถอะลูก พี่เขามีชีวิตใหม่แล้ว หนูก็เริ่มชีวิตใหม่ได้แล้วนะเล็ก อย่าจมปลักนักเลย คนเราล้มได้ก็ต้องลุกได้”“…”“ถ้าไม่รู้จะทำเพื่อใคร ก็คิดซะว่าทำเพื่อพ่อกับแม่ ตากับยาย แล้วก็พี่ชายทั้งสองของเราไง คนอื่นถ้าเลิกกันไปยังไงก็เป็นคนอื่นนะลูก แต่ครอบครัวยังไงก็เป็นครอบครัว… ลูกสาวที่น่ารักสดใสของแม่หายไปไหน มันนานเกินไปแล้วนะ”“...”“บัวลอย ไข่หวาน ดูสิแม่นิ่มไม่สนใจยายเลย ทำไมแม่นิ่มของบัวลอยไข่หวานถึงได้ใจร้ายแบบนี้นะ” แม่ของฉันพูดกับแมวสองตัวที่นอนอยู่บนเตียงนอนข้างกายของฉันแมวที่เจ้าของจริง ๆ ได้ทิ้งไว้ให้ฉัน เพราะไอ้เจ้านายสองตัวนี้มันสนิทคุ้นชินกับฉัน ตั้งแต่ที่เขาคนนั้นเคยพาฉันไปเจอเจ้านายสองตัวนี้แบบเป็นตัวเป็นตนไม่ใช่คุยผ่านโทรศัพท์มือถือฉันเอาบัวลอยไข่หวานมาเลี้ยงได้สองอาทิตย์ก่อนที่เราจะเลิกกันบัวลอยไข่หวานเห็นฉันเศร้าก็มักมาคลอเคลียอยู่ใกล้ ๆ เหมือนคอยให้กำลังใจฉัน แมวพูดไม่ได้ก็จริง แต่ก็มักเข้าใจเราดีเลยล่ะฉันเชื่อแบบนั้นนะแล้ว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status