تسجيل الدخول“มันความชอบของนิ่มไหม เหมือนที่พี่ชอบมีเรื่องชกต่อยไง” ฉันรีบพูดเพราะเขามาว่าแขวะความชอบของฉัน ชอบอ่านนิยายแล้วผิดตรงไหน
ขี้มโนก็ตัวฉันไหม หนังสือนิยายทำให้ฉันยิ้มได้เถอะ มโนว่าตัวเองเป็นนางเอก ฟินจะตาย
“มึงมันเด็กขี้เหงา” พี่เคลิ้มส่ายหัวใส่ฉัน
“นิ่มไม่เหงาหรอก พี่นั่น…อื้อ”
ครืด ครืด ครืด…
“ว่าไงฟีน” พี่เคลิ้มรีบเอามือมาปิดปากฉัน แล้วเขาก็กดรับสายคนที่โทรเข้ามาหาเขา
(…)
“ก็ว่าง ทำไม”
(…)
“เหรอ ได้ดิ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แต่ที่จริงมึงทิ้งไปเลยก็ได้นะ”
(…)
“เออ ๆ เลิกบ่น รำคาญ”
(…)
“เออ เดี๋ยวไปเลยเนี่ย” พี่เคลิ้มกดวางสาย แล้วเขาก็บีบที่ปากฉันแน่นเหมือนเขาลืมตัว
“เอ็บ!” ฉันว่าและพยายามดึงมือเขาออก
“โทษที” พี่เคลิ้มเอามือออก แล้วเหมือนเขาแปลกไป เขาดูเศร้า ถ้าในนิยายที่ฉันอ่านก็คงเหมือนคนอกหัก และกำลังจะไปเจอคนที่ทำให้ใจเจ็บ ต้องเป็นแบบนั้นแน่ ๆ สกิลการมโนของฉันไม่เคยพลาด
เอ๊ะ… นี่ฉันมโนมากไปไหมนะ
“เดี๋ยวไปหาเพื่อนแป๊บนึงนะ” พี่เคลิ้มบอกแล้วก็ขับรถออกจากข้างตึกของคณะที่ฉันเรียน
สีหน้าของพี่เขาดูเกร็ง ๆ ดูเครียดยังไงไม่รู้
หลายนาทีต่อมา…
“ช็อกโกแลตไหมพี่” ฉันแกะช็อกโกแลตแล้วยื่นไปตรงหน้าของเพื่อนพี่ชาย ก็ตั้งแต่นั่งรถมากับพี่เขา พี่เขาก็ถอนลมหายใจบ่อยมาก แล้วก็เงียบนิ่งไปเลย
เหมือนเขาจะเครียด ฉันก็เลยมีน้ำใจแบ่งช็อกโกแลตที่ฉันพกไว้กินบ่อย ๆ ให้เขา
“กินแล้วหายเครียดนะพี่” ฉันคะยั้นคะยอพร้อมบอกสรรพคุณที่ฉันเชื่อไปเองว่าการกินของหวานมันทำให้เราลืมความทุกข์ใจได้ชั่วขณะ
“จริง ๆ นะจ๊ะ” ฉันยื่นไปจ่อตรงปากของพี่เคลิ้ม
“มึงแดกแต่แบบนี้ไง ตัวมึงถึงได้ขนาดนี้” เขาอ้าปากงับช็อกโกแลตจากมือฉัน แต่ก็ไม่วายหันมาตำหนิหุ่นของฉัน
“ยุ่งอะไรกับหุ่นนิ่ม” ฉันชักน้ำเสียงแล้วจากนั้นก็แกะยัดช็อกโกแลตอีกชิ้นเข้าปากตัวเอง
วุ่นวายกับหุ่นฉันอยู่นั่นแหละ
“มึงเป็นมึงแบบนี้ก็ดีนะนุ่มนิ่ม อย่าคิดว่าตัวเองแปลกประหลาดสิ ใครไม่คบเป็นเพื่อนก็เรื่องของมัน มึงเป็นคนดีใครมองไม่เห็นไม่อยากเป็นเพื่อนก็เรื่องของมัน โลกนี้มันโหดร้าย มึงจะมามโนว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิง มีเพื่อนมากมายรายล้อมแบบนั้นไม่ได้หรอกนะ เลิกกดตัวเองให้ต่ำสักที ไอ้พวกที่พูดที่ว่ามึงนั่นแหละที่ต่ำยิ่งกว่าบัวในตม อย่าไปแคร์ อย่าไปเก็บมาคิด เป็นมึงในแบบที่มึงอยากเป็น มึงจะทำอะไรก็ทำเลย ถ้ามันไม่เดือดร้อนคนอื่นก็ไม่ต้องไปสนคำพูดคน ถ้ามึงมัวแต่เก็บคำพูดคนอื่นมาคิด ชีวิตมึงจะมีความสุขไหม เกิดชาติเดียวเอาให้คุ้ม อย่าไปแคร์คำพูดหมา ๆ พวกนั้น” อะไรเข้าสิงให้พี่เคลิ้มมันพูดแบบนี้
“ช็อกโกแลตชิ้นนั้นผสมอะไรที่ผิดปกติแน่เลย พี่เคลิ้มถึงได้ขี้บ่นแบบนี้” ฉันแกล้งพูดแล้วหันมองออกนอกกระจก
ไอ้พี่บ้านี่ จะมารู้จักฉันมากเกินไปแล้วนะ แค่เป็นเพื่อนพี่ชายฉัน ทำมาเป็นพูดดี
“ไอ้อ้วน”
“…” ฉันเฉยไม่พูดอะไรต่อ ไอ้พี่บ้านี่แทบจะเป็นคนเดียวที่เรียกฉันว่าอ้วนแล้วฉันไม่โกรธ
เหตุผลที่ไม่โกรธนั่นเหรอ ก็แค่แม่ฉันบอกว่า…อย่าถือคนบ้า อย่าว่าคนเมา
แล้วไอ้พี่บ้านี่มันก็เป็นทั้งคนบ้า และคนเมาในบางเวลา
หนึ่งชั่วโมงต่อมา…
“รออยู่ในรถนะเดี๋ยวกูมา” พี่เคลิ้มมันจอดรถอยู่ข้างทาง
“เดี๋ยวนิ่มกลับเองก็ได้นะ” ด้วยความที่ว่าฟ้าเริ่มมืดแล้ว และฉันก็ไม่รู้ว่าธุระของพี่เขาจะนานแค่ไหน
“กูบอกให้รอ ไม่รอมึงเจอกูแน่” เขาลงจากรถแล้วก็เดินไปที่บ้านหลังใหญ่หลังหนึ่ง
แล้วเขาก็หายเข้าไปในบ้านหลังนั้น
ทำไมฉันต้องมานั่งรอเพื่อนของพี่ชาย แล้วทำไมเขาต้องมาวุ่นวาย หรือเขาจะแอบชอบฉันจริง ๆ
“เป็นไปไม่ได้ ไอ้พี่บ้านั่นผู้หญิงเยอะจะตาย แล้วแต่ละคนก็สวย ๆ ทั้งนั้น เขาจะมาชอบหมูตอนแบบแกได้ไงยัยนิ่ม มโนไม่ถูกคนเล้ย” พูดพึมพำอยู่คนเดียวในรถ พูดย้อนพูดแย้งกับความคิดตัวเองอยู่นี่แหละ
สิบนาทีผ่านไป…
ฉันนั่งเด๋ออยู่ในรถประมาณสิบนาที ฉันก็เห็นพี่เคลิ้มเดินออกมาจากบ้านหลังนั้น ไฟที่ส่องตามทางทำให้ฉันที่นั่งอยู่ในรถมองเห็นใบหน้าที่เหมือนจะมีคราบน้ำตา พี่เคลิ้มเดินมาหยุดที่รถเขายกมือขึ้นเปิดประตูแล้วเข้ามานั่งในรถ
ใบหน้าพี่เขาไม่มีน้ำตาแล้วนะ หรือฉันจะตาฝาด แต่คงไม่หรอก เพราะขนตาพี่เคลิ้มเหมือนจะเปียก
ใครกันนะที่ทำพี่เขาเสียน้ำตา
ฟีนเหรอ ใช่รุ่นพี่มอร์ฟีนที่เป็นลูกหุ้นส่วนมหาวิทยาลัย ที่มีข่าวลือว่าเธอสวยมาก แต่ร่างกายเธอไม่แข็งแรง
ใช่ไหมนะ ฉันไม่เคยเห็นเธอ แต่เคยได้ยินผ่านหูจากปากพี่ชายทั้งสอง
“โอเคไหมพี่ อยากระบายไหม นิ่มฟังได้นะ คิดซะว่านิ่มเป็นตุ๊กตาล้มลุกก็ได้นะ นิ่มสัญญาว่าจะไม่บอกใคร จะเป็นความลับของเรา หรือจะกอด กอดกันไหม นิ่มกอดอุ่นนะ” เพราะอารมณ์มั้งถึงพูดออกไปแบบนั้น
ก็ดูพี่เคลิ้มเขาอาการไม่โอเคเลย
เหมือนเขาเศร้าเสียใจ
พี่เคลิ้มหันมามองฉันหลังจากที่ฉันพูดออกไป ฉันก็เลยฉีกยิ้มให้พี่เขา
“อะ ให้” พี่เคลิ้มโยนบางอย่างมาที่ตักของฉัน ฉันหยิบมันขึ้นมาดู มันคือสร้อยที่ห้อยด้วยเกียร์ของคณะวิศวะ ถ้าเปรียบก็เหมือนหัวใจของเด็กวิศวะ
นี่คงโดนเรียกให้มาเอาสร้อยของตัวเองสินะ
“ว้าว นี่พี่ชอบนิ่มจริงเหรอเนี่ย” ที่พูดไปก็แค่ติดตลก ไม่อยากให้พี่เขาเครียด
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง” ฉันตะคอกพร้อมยัดใส่กระเป๋าสะพายเมื่อไอ้พี่เคลิ้มชะลอรถแล้วเหมือนจะยื่นมือมาดึงสร้อยเส้นนั้นไป
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
“…”
“ไอ้เหี้ยเป้ง มึงอยากแดกตีนกูใช่ไหม”“ไข่เจียวคะ หนูอย่าไปฟังนะคะ พ่อของหนูพูดคำหยาบมาก อย่าได้เอาเข้าหูของหนูนะคะคนดีของพี่เป้ง” พี่เป้งรีบถลาตัวไปนั่งที่ข้างกายของไข่เจียวและเอามือปิดหูทั้งสองข้างของไข่เจียวไว้“กูอยากกระทืบมึงจริง ๆ ไอ้เหี้ยเป้ง”“เคลิ้ม ลูกสามแล้วเคลิ้ม ทำอะไรคิดดี ๆ นะเคลิ้ม” นี่แหละค่ะ หนึ่งในชีวิตประจำวันของฉัน มันก็ดีค่ะ วุ่นวายดี แล้วถ้าหากวันไหนพี่ชายฝาแฝดของฉันมาร่วมด้วยยิ่งบันเทิงเริงใจมากค่ะ เพราะทางนั้นก็หวงหลานสาวเพียงคนเดียวไม่ต่างกัน“พี่เป้งช่วยพี่เคลิ้มดูลูกให้นิ่มหน่อยนะจ๊ะ นิ่มขอไปเข้าห้องน้ำอาบน้ำสักหน่อย” ฉันค่อย ๆ วางกะเพราลูกชายคนเล็กไว้ที่เบาะนอน“ได้ไงอะอ้วน เดี๋ยวไอ้เป้งมันก็ลวนลามลูกเรา” นี่ก็เริ่มโอดครวญอีกแล้วค่ะ“พี่เป้งคงไม่โรคจิตขนาดนั้นหรอกจ้ะพี่” ฉันเดินเข้าห้องน้ำเลยค่ะ คือก็ไม่ค่อยมั่นใจในความเป็นพี่เป้ง แต่ว่าเขาคงจะไม่โรคจิตอะไรมากมายหรอกมั้งคะบางทีก็อาจจะแค่ความเห่อหลานนั่นแหละ หรือบางทีก็อาจจะแค่อยากแกล้งไอ้พี่เคลิ้มของฉันให้ปวดหัวเล่น ๆ แหละมั้งคะ ฉันคิดว่าน่าจะใช่นะคะ ฉันคงไม่ได้โลกสวยเกินไปหรอกมั้ง…แล้ววันนี้ก็ผ่านพ้นด้วย
“พี่เคลิ้ม ตื่นมาช่วยนิ่มดูลูกหน่อย พี่ พี่เคลิ้มลูกหิวนมแล้วเนี่ย”“โอ๊ย! ไอ้พี่ ให้ป้อนนมลูกไม่ใช่เปลี่ยนผ้าอ้อม ละเมออะไรขนาดนั้นอะ”“โทษที พี่ง่วง”“นิ่มก็บอกพี่แล้วว่าให้จ้างคนช่วยเลี้ยง”“ไม่ได้ดิ ลูกเรา เราต้องเลี้ยงเอง”“จ้ะ เลี้ยงเองก็เลี้ยง ให้นมเสร็จไปเปลี่ยนผ้าอ้อมให้อีกคนด้วย”“ครับ ครับ” ตามใจเขาไปเลยค่ะ คือไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากจะเลี้ยงลูก แต่ฉันเลี้ยงไม่ไหว แล้วไอ้พี่ก็ไม่ยอมให้ใครช่วยเลี้ยง‘ลูกเรา เราต้องเลี้ยงเองนะอ้วน’‘ลูกจะได้รักเรามาก ๆ’จ้ะ แล้วก็เป็นอย่างที่เห็น งมกันให้ควัก“หมูสับลูกพ่ออยากได้อะไรครับคนเก่ง ร้องไห้ทำไมครับ หืม ร้องทำไมลูก” นี่คือเสียงของไอ้พี่เคลิ้มที่กำลังเล่นกับลูกระหว่างที่ป้อนนมลูกและ ‘หมูสับ’ ที่ว่าก็คือชื่อของลูกฉัน“ไหนคะ ไข่เจียวเปลี่ยนผ้าอ้อมเหรอลูก ไหนมาให้พ่อดูซิ มาเปลี่ยนผ้าอ้อมกันนะคะ” นี่คือเสียงที่พูดกับลูกสาว กับลูกสาวนั้นไอ้พี่พูดเพราะมากค่ะ ดูไม่ใช่ไอ้พี่เคลิ้มเลยสักนิด ดูเฟก ๆ ฮ่า ๆ ๆใช่ค่ะ ฉันมีลูกแฝด แบบมีทีเดียวคุ้ม ที่บอกว่ามีทีเดียวคุ้มก็เพราะ…“กะเพราจะเอาอกแม่ไปซุกคนเดียวไม่ได้นะครับ ทำไมไม่แบ่งให้พี่ไข่เจียวกับพี่หม
“ใครโอนเงินเข้าบัญชีนิ่มอะพี่” ฉันถามและยื่นโทรศัพท์ให้ไอ้พี่ดู“มึงแอบมีชู้เหรออ้วน” จากที่ไอ้พี่นั่งกดมือถือของตัวเองอยู่ก็หยิบมือถือของฉันไปดู และลุกมาใกล้ ๆ ฉัน จ้องมองหน้าฉันแบบจับผิด“ชู้บ้าอะไรจะโอนมาให้เยอะขนาดนี้ ทุ่มทุนเกิ้น” ฉันยื่นหน้าไปที่ตัวเลขที่โอนเข้ามา “แล้วยังโอนมาแปลก ๆ พี่รึเปล่าอะ พี่โอนมาเหรอ”“ทำไมคิดว่าเป็นกู ชู้มึงนั่นแหละ ไอ้สัสทุ่มทุนสร้าง”“ชู้บ้าอะไรจะโอนมา 99,999.99 มีแต่คนแบบพี่เท่านั้นแหละที่จะเล่นอะไรแบบนี้”“หลงตัวเองไอ้อ้วน” ถ้าพูดคำนี้ทีไร คือใช่แน่นอน“นั่นแน่ เซอร์ไพรส์เค้าอะดิ น่ารักอะ” ฉันคว้าหมับที่ท้ายทอยของไอ้พี่และก็ประกบจูบที่กลีบปากหนา สอดแทรกแลกลิ้นกันอย่างหอมหวาน“ขอบคุณนะคะ รักพี่อะ” ฉันพูดอีกครั้ง หลังจากที่ถอนจูบออก“ถ้าจะขอบคุณต้องพลีกายให้กู กูขอเย็×ยันเช้า ค่าตัวมึงกูโอนล่วงหน้าไปแล้ว คืนนี้พี่ขอซื้อน้องมาขย่มบนร่างพี่นะครับ” สายตานี่หื่นมาเชียว ถามว่าคุ้มไหมกับเงินที่โอนมา ก็คุ้มนะแต่น่าเสียดายที่ต้องปฏิเสธ ใครจะบ้าขย่มทั้งคืน“โถ่ ไม่เอาหรอก”“อะไรวะ งั้นโอนคืนมา”“ไม่อะ ลืมรหัส”ปิ๊งป่อง ปิ๊งป่องระหว่างที่กำลังถกเถียงกับไอ้พี
-บนรถ-“ไอ้เหี้ยตามแม่งไม่ยอมรับความจริง มันแม่งไม่ชัดเจนเหมือนกูแล้วเสือกมาด่ากู ไอ้ห่าลาก” มาใส่ต่อบนรถค่ะ และรอบนี้ฉันคือคนขับ เพราะตอนแรกตั้งใจจะขับหนีไอ้พี่“กูรักเมีย กูชัดเจน กูผิดตรงไหนวะ” ยังคงพูดต่อค่ะคืออายุก็ไม่ใช่น้อย ๆ แล้วนะ แต่ดันมาทะเลาะกันเรื่องไม่เป็นเรื่อง“อ้วน…” นั่นไงเริ่มแล้ว เริ่มวกมาหาพวกแล้วค่ะ“อือ”“มึงว่าใครผิด กูหรือมัน ตอบดี ๆ นะมึง อย่าเข้าข้างพี่ชายมึง” มาสเต็ปเดิมอีกแล้วไง แล้วคิดว่าฉันจะตอบว่าใครได้คะ ในเมื่อคำตอบต้องมีเพียงหนึ่งเดียว“ตอบอ้วน มึงอย่าคิดนาน” ไอ้พี่นี่มันกลายเป็นเด็กทุกครั้งที่ต้องการให้ฉันเข้าข้างจริง ๆ“ก็ต้องสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของน้องไงจ๊ะ ก็พี่น่ะชัดเจนที่สุด ดีที่สุด น่ารักที่สุด น้องจะเข้าข้างพี่ตามคนที่ไม่ชัดเจนกับแฟนได้ยังไง” แล้วคำตอบของฉันก็ดังออกไป ไม่ได้อยากตอบทำนองนี้หรอกค่ะแต่ถ้าไม่ตอบแบบนี้จะกลายเป็นฉันเองที่ซวย“มึงได้ยินชัดรึยังไอ้ห่าตาม” เป๊ะ… สเต็ปเดิมจริง ๆ ส่งไปทางข้อความเสียง ส่งไปเย้ยพี่ตามเฮ้อ… ต้องยอมเขาค่ะ ไม่งั้นไม่จบสามีที่ถูกต้องตามกฎหมาย ก็หมายความตรงตัวค่ะ ฉันถูกหลอกล่อไปจดทะเบียนที่อำเภอด้วยควา
หลายเดือนต่อมา…-มหาวิทยาลัย×××-เวลา 16.00 น.NUMNIM TALK“เมื่อไหร่จะเลิก” ไอ้พี่ที่ยืนเอาหลังพิงกับรถอยู่เอ่ยถามฉันด้วยใบหน้าที่หน่ายเซ็ง“อะไรอะ จู่ ๆ มาถามเลิก แน่ใจแล้วเหรอ พูดมาแบบนี้” ฉันทำหน้าบึ้งตึงใส่เขาทันใด มันน่าโมโหไหมล่ะ“มึงนี่ไม่เคยเข็ดเลยเนอะ รู้อยู่ว่ากูเป็นยังไงก็ยังกวน” ไอ้พี่มันขมวดคิ้วใส่ฉันค่ะ“มีแฟนก็กวนแฟนสิจ๊ะ จะให้กวนชู้ที่ไหน” ฉันพูดพร้อมกับยื่นมือไปบีบดึงสองแก้มของไอ้พี่“กล้าพูดคำว่า ‘ชู้’ แสดงว่ารับรู้ดีแล้วว่าจะเจออะไร” ไอ้พี่มันโหด มือบีบปลายคางของฉันพร้อมทำหน้าเหี้ยมใส่“ง่ะ… อย่านะ เมื่อกี้ยังถามเลิกอยู่เลย” ฉันแสร้งปัดมือออก“อย่ามาเนียน กูหมายถึงเลิกสอดส่องสายตาลอกแลกเวลาเดินมาหากู”“เอ้า ก็เผื่อมีใครตามพี่ไงจ๊ะ เผื่อมีโรคจิตแอบตามแฟนนิ่ม นิ่มจะได้ตบมัน” ฉันอธิบายพร้อมรอยยิ้มสวยที่ใบหน้าคือตั้งแต่เกิดเรื่องน้องเวฟขึ้นนั้น พอไอ้พี่มารับฉันที่มอ หรือไปที่ไหนในจุดสาธารณะ ฉันก็มักจะแกล้งไอ้พี่ด้วยการทำตัวคล้ายนักสืบ ส่องซ้าย ส่องขวา กวนประสาทเขาอะค่ะแล้วพอไอ้พี่มันเห็นก็จะทำท่าเบื่อหน่ายการกวนของฉัน“อย่างมึงเนี่ยนะจะตบใครเป็นนอกจากตบตีกู”“ใส่ร้าย
สองชั่วโมงต่อมา...-บ้านฮอลล์ จิว-NUMNIM TALK“หือ จริงอะ...” ฉันทำหน้างง ๆ กับเรื่องที่ไอ้พี่บอกเล่า“อะ หลักฐาน” ไอ้พี่ยื่นมือถือมาให้ฉันดู รูปในมือถือทำให้ฉันตาค้าง ต้องคลั่งขนาดไหนถึงจะมากมายได้ขนาดนี้ ขนาดเราสองคนเป็นแฟนกันรอบห้องยังไม่มีรูปกันและกันขนาดนี้เลยนี่แม้กระทั่งหมอน และหมอนข้างคือเป็นรูปของไอ้พี่ทั้งหมด อ้อ ผ้าห่มด้วย“เอิ่ม... แบบนี้ต้องเป็นนิ่มไหมที่ต้องหึงพี่” ฉันเงยหน้าจากจอแล้วยิ้มกว้าง“คxx แม่ง กูหึงเมียกูแทบตาย แต่มันเสือกคลั่งกู ตอนเพื่อนกูได้ยินมันพากันช็อกกันใหญ่”“แบบนี้ต้องนิ่มเนอะที่ตามไปตบ”“อยู่แบบเอ๋อ ๆ ของมึงไปเถอะ แล้วทีหลังก็เลิกมีน้ำใจไปทั่วได้แล้ว ยังดีนะรอบนี้เรารู้ตัวเร็ว ไม่งั้นถ้ามันทำร้ายมึงเพราะอาการทางจิต กูจะทำยังไงวะน่ะ” ไอ้พี่บ่นมากมายเลยค่ะ“...” ส่วนฉันคือขำ กลั้นขำแล้วนะคะ แต่มันไม่ไหวจริง ๆ“เดี๋ยวมึงเจออ้วน ขำเหี้ยไรนัก นี่มึงควรเครียดนะที่ผัวมึงหล่อขนาดมีคนตามแบบนี้” ก้มลงมากัดปากฉันเลยค่ะเหมือนจะอายแล้วพูดหาเรื่องกลบเกลื่อนอะ“นิ่มเจ็บ”“ก็มึงขำกู”“ก็มันน่าขำ”“เดี๋ยวเถอะมึง”“อะ อะเลิกขำ แล้วพี่คิดออกยังว่ามันเริ่มตั้งแต่ตอนไ







