LOGIN[TIW TALK]
“แล้วเรื่องแต่งงานสรุปยังไงคะพี่ทิว” ย่ากำลังตั้งคำถาม โดยที่ป๊าเสือเป็นคนขอให้ย่าไลลาเคลียร์ ไม่สิ เรียกว่ากดดันดีกว่า
ป๊าเสือกำลังหาตัวช่วยครับ และผมก็หมดทางหนี แต่บังเอิญว่าผมก็มีทางออกไว้แล้ว
วันนี้มากินข้าวที่บ้านใหญ่ มาครบทุกคนในตระกูล ตอนนี้ไอ้นอสน้องชายสุดที่รักของผมมันยังโดนเมียโกรธ เพราะมันมีเมียน้อย สมน้ำหน้ามัน พวกคิดไม่เป็น เราควรซ้ำเติมครับ
แต่ยังไงมันก็น้องรักของผม ผู้หญิงของมันก็คือคนสำคัญของผมเช่นเดียวกัน
“เจ้าสาวนะครับย่า ไม่ใช่รถยนต์จะได้หากันง่าย ๆ อยากได้คันไหนก็จิ้ม ๆ” ผมตอบย่า และก้มลงมองหลานสาวตัวน้อยที่นั่งอยู่บนตักของผม “ใช่มั้ยคะนาฬิ เจ้าสาวเนอะ ไม่ใช่ของเล่น”
“เจ้าสาว แต่งงาน ลุงทิวขา ลุงทิวขาน้องอยากมีบ้าง หาที่ไหนคะ” เด็กหญิงตัวน้อย ทรงผมหน้าม้าเต่อหน้าตาน่ารัก ดวงตาบ้องแบ๊ว แก้มกลมเหมือนซาลาเปา พูดแต่ละทีพาผมอดยิ้มไม่ได้สักครั้ง
“นั่นสิคะ หาได้ที่ไหนเนอะ หายากจะตาย” ผมแกล้งไม่สนใจย่าและเล่นกับหลานสาว
“โอ๋ ๆ ถ้าหายากก็ไม่เอาหรอกค่ะ น้องไม่ชอบยุ่งยาก เอ๋ เอ๋ ลุงทิวขา หาซื้อได้มั้ยคะ น้องตังค์ตังค์เยอะ เราซื้อเจ้าสาวกันมั้ยคะ”
“อื้อหือ ความคิดดีมากค่ะ เราไปหาซื้อเจ้าสาวกันเถอะค่ะนาฬิ”
“เอาสวย ๆ นะคะ ซื้อทั้งทีต้องซื้อสวย ๆ น้องชอบสวย ๆ”
“พอกันทั้งลุงทั้งหลาน ย่าจริงจังนะคะพี่ทิว”
“โถ่ย่าครับ ใครจะเพอร์เฟกต์ครบถ้วนเหมาะสมมายืนข้างหลานชายคนโตของตระกูลศิวะวานนท์ครับ ในโลกนี้ไม่มีใครเพอร์เฟกต์ขนาดนั้นหรอกครับ ทิวถึงโสดไง”
“ใช่ค่ะ นี่ค่ะกระจกลุงทิวขาสวยเหมือนน้องเลย ใช่มั้ยคะคุณทวด” หลานสาวรู้ใจครับ ยกกระจกขึ้นมาส่องหน้าผมและเธอพร้อมกัน
“พี่ทิวอย่าสอนนาฬิกาเหมือนที่สอนนอสนะลูก ให้หลานมีโลกสดใสนะคะ”
“ย่า” นี่ย่าหาว่าผมทำโลกของไอ้นอสเป็นสีอึมครึมเหรอ
“อ๊ะ น้องไปเล่นกับแซนตี้ดีกว่า ลุงทิวขาอย่าลืมซื้อเจ้าสาวนะคะ เอาแบบสวย ๆ ให้คุ้มเงินเรา” นาฬิกาโดดลงจากตักของผมและวิ่งไปที่ห้องของเล่น
“พี่ทิวจะสอนหลานซื้ออย่างเดียวไม่ได้นะลูก” ย่ากำลังหาเรื่องให้ผมยอมจำนนครับ ย่ามักมีวิธีของย่า
“ก็เงินมันดีไม่ใช่เหรอครับ ใคร ๆ ก็อยากได้ทั้งนั้น”
“พี่ทิวคะ”
“ครับ ๆ คุณย่าสุดสวย เดี๋ยวทิวจะเอาเจ้าสาวมาให้เชยชมในเร็ววันนะครับ”
“จะซื้อแบบที่นาฬิกาบอกหรือไงคะ”
“ประมาณนั้นมั้งครับ”
“พี่ทิว!”
“ก็ทิวเลือกเองคงดีกว่าป๊าเสือหามาให้ไงครับ เดี๋ยวทิวเลือกแบบเกรดพรีเมี่ยมรู้งานคล่องแคล่วว่องไวใส่ใจทุกท่วงท่าลีลา”
“ธีรวัฒน์ย่าไม่ตลกนะ”
“ไม่เอาไม่เครียดครับย่า เดี๋ยวริ้วรอยขึ้นนะครับ ทิวว่าทิวไปหาเวย์ดีกว่า เผื่อว่าเวย์จะหิว” ผมรีบลุกดีกว่าครับ ก่อนที่ย่าจะอารมณ์ขึ้น
“มัวชักช้าติดตลก ย่าไม่ช่วยนะถ้าเสือหาผู้หญิงให้”
“ครับคุณย่า อย่าห่วงพี่ทิวของย่าเลยครับ พี่ทิวของย่าใคร ๆ ก็อยากได้เป็นสามีทั้งนั้น ผู้หญิงต่อแถวเข้าคิวกันเพียบ” ผมลุกขึ้นไปหอมแก้มย่า และเดินออกจากห้องนั่งเล่นครับ นานกว่านี้จะแย่ เดี๋ยวโดนย่าเขม่นจนเผลอตกปากรับคำแล้วจะเป็นเรื่อง
ครืด ครืด…
ใครโทรมาอีกครับ อ้อ เพื่อนของผมเอง
“อืม”
(กูละเบื่อน้ำเสียงรับสายแบบเบื่อหน่ายของมึงจริง ๆ คุณชาย)
“ไม่ใช่คุณชาย” ผมแย้ง ชอบจริง ๆ เรียกคุณชายเนี่ย ทั้งที่ผมทำตัวติดดิน “มีไร”
(ไม่มีคงไม่โทรหามึงหรอกครับคุณชาย ผมรู้ว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงคุณชายต้องเข้านอนแล้ว เพื่อสุขภาพผิวที่ดี)
“ใช่ สรุปเรื่อง?”
(กูเจอแฟนเก่าคุณชายครับ เมาหลับหน้าเคาน์เตอร์บาร์ เอาไงดี ให้คนลากไปจัดการเลยมั้ย โทษฐานที่ทำคุณชายเสียใจ)
“ที่ไหน”
(บูรพาศิวะ)
“หืม?”
(ก็โรงแรมของป๊าคุณชายนั่นแหละครับ พอดีแฟนกูมางานเลี้ยงรุ่น แล้วกูก็เพิ่งรู้ว่าแฟนกูเป็นเพื่อนกับแฟนเก่าของคุณชาย ประเด็นคือแฟนเก่าของคุณชายเมา กูเลยโทรมาถามว่าเอาไงดี หาไรสนุก ๆ ทำกันดีมั้ย)
“เดี๋ยวจัดการเอง ขอบใจที่โทรบอก”
(ไรว้าาาา… นึกว่าจะให้ร่วมด้วย เซ็งว่ะ เออ ๆ แค่นี้ครับคุณชาย)
นี่เพื่อนของผม ไอ้อะไรนะ อ่อ ไอ้ท็อป หนึ่งในกลุ่มเพื่อนครับ เป็นคนที่รู้อดีตและปัจจุบันในชีวิตของผม เอาตามตรงคนหล่อแบบผมก็รู้จักคนเยอะ แต่ที่สนิทก็เพื่อนกลุ่มนี้แหละครับ มีแต่คนพูดรู้เรื่องกันทั้งนั้น
“หึ เมางั้นเหรอ” ผมยังจำเวลาที่หญิงชั่วนั่นเมาได้ดี เพราะผมถึงขั้นเคยสั่งห้ามแตะแอลกอฮอล์
มันก็เป็นอดีตที่ไม่หายไปไงครับ ผมไม่ได้อาลัยอาวรณ์ ก็แค่นึกถึงเพราะมันไม่เคยเลือนหาย ผมไม่ได้อ่อนแอ
“นี่ก็ไม่รับ ฮึ่ม ให้มันได้อย่างนี้สิ” ผมหงุดหงิดเล็กน้อยที่น้องสะใภ้ไม่รับโทรศัพท์ อยู่ในบ้านนี่แหละ แต่ไม่รู้อยู่มุมไหน
“ยืนทำไรเฮีย หน้าบูดเชียว” นาฟเดินมาทัก
“มีธุระ โทรหาเวย์แล้วไม่รับ ฝากไปส่งเวย์หน่อยนะ” ผมบอกและรีบเดินออกจากบ้าน
“ถนอมเขาหน่อยอะ นั่นว่าที่เจ้าสาวนะน่ะ”
“สู่รู้”
“รีบไปดิ เดี๋ยวก็ได้นอนดึก นอนดึกก็จะขอบตาดำ สมองเชื่องช้า และแก่เร็ว”
“กวนตีนครับ ดูแลเวย์ดี ๆ ด้วยนะ”
“รับทราบครับ”
“อืม ไปละ” น่าจะไว้ใจได้ครับ เพราะนั่นก็พี่สะใภ้ นาฟมันคงไม่ปล่อยให้พี่สะใภ้กับหลานในท้องเป็นอะไรไป
ส่วนผมก็โทรเลขาส่วนตัว เห็นผมแบบนี้ แต่ผมมีเลขานะครับ สามารถจัดการทุกอย่างที่ผมต้องการได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว
และเรื่องนี้ก็เช่นเดียวกัน
[END TIW]
“ต้องบอกว่าพูดจนกว่ากูจะตายครับไอ้ห่าทิว” เคลิ้มตอบและเบนสายตามามองฉัน “วันนี้สวยนะเนี่ย”“อย่ามามองวิว” พี่ทิวดันตัวฉันให้ยืนหลบด้านหลัง“ทำหวงไอ้ห่า” เคลิ้มบิดยิ้มกวน“แก่ทั้งคู่แล้วยังทะเลาะอะไรกันอีกนะครับ พวกเฮียนี่เมื่อไหร่สมองจะโตกันน้า” นาฟขับรถเข้ามาจอดและรีบลงมาจากรถ จากนั้นก็ส่ายหน้าใส่พี่ทิวกับเคลิ้ม“หึ” พี่ทิวกับเคลิ้มส่งเสียงพร้อมกัน“ไงเรา” พี่ทิวเอ่ยทักคู่หมั้นของนาฟ เธอยิ้มเล็กน้อย แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น หรือบางทีนี่อาจจะไม่ใช่รอยยิ้มจริง ๆ ของเธอ“สวัสดีค่ะพี่ ๆ” น้องคนดีเธอเอ่ยทักพร้อมกับยกมือไหว้พวกฉัน เธอชื่อ ‘คนดี’ เป็นคู่หมั้นของนาฟ“เข้าบ้านกันครับไอ้คุณพี่ทิว” เคลิ้มบิดยิ้มให้นาฟพร้อมสายตาเชิงขบขันกับสิ่งที่นาฟกำลังทำ จากนั้นก็วกกลับมาเอ่ยชวนพี่ทิวที่มองนาฟด้วยสายตาไม่ต่างจากที่เคลิ้มมอง“เข้าบ้านกันค่ะน้องคนดี” ฉันเอ่ยชวนพร้อมยิ้มสดใสให้เธอ ฉันรู้ว่าเธอไม่ชอบเจออะไรแบบนี้ แต่เธอคงมีเหตุผลถึงได้เอาตัวเองมายืนอยู่จุดนี้“ค่ะพี่วิว” น้องคนดีเธอเดินมาเทียบข้างฉัน แต่โดนนาฟฉุดรั้งมือไปจับไว้ก่อน“มากับพี่ก็ต้องเดินกับพี่สิ พี่สะใภ้เขาก็ต้องเดินกับผัวเขา จะไปเกะ
เช้าวันใหม่ ไม่ได้สดใสอย่างที่ใจฉันคิด ทั้งที่ควรจะสดใสกว่าทุกวันเพราะวันนี้มีพี่ทิวมาอยู่ในชีวิตแต่อย่างที่รู้กันไงคะ มันไม่ใช่เลย“เบ้าตากูดำ เพราะมึงเลยไอ้เรียว” พี่ทิวโวยวายขณะที่นั่งตักกับข้าวใส่จานให้ฉัน ก็กว่าเขาทั้งสองจะถกเถียง ไม่ใช่สิ เรียกว่าสนทนา เขาสองคนเรียกแบบนั้น กว่าจะจบลงก็ปาเข้าไปดึกดื่น ต่อปากต่อคำจนฉันหลับไปก่อน“คนไม่หล่อ ทำอะไรก็ลำบากงี้แหละ” พี่เรียวพูดและยกยิ้มเยาะเย้ย“พวกมึงสองคนช่วยเลิกกัดกันทีเถอะ สงสารน้องบ้าง” เสียงของพี่เมืองไม้ค่ะ พี่เมืองไม้กลับมาเมื่อเช้าหลังจากที่เมื่อคืนฉันแอบส่งข้อความไปบอกพี่เมืองไม้ว่าเสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันแล้วโคตรลำบาก มาช่วยด่วน เช้ามาพี่เมืองก็มาถึงค่ะ“เสือก!!!” ทั้งสองคนพูดออกมาพร้อมกัน และมองหน้าพี่เมืองไม้ สายตาคล้ายมองฉันเมื่อคืนนี้เลย“กูตัดสินใจละ” พี่เมืองไม้พูดพร้อมตักข้าวใส่ปากประโยคของพี่เมืองไม้เรียกความสนใจพี่ทิวและพี่เรียวได้ดีเดียว พี่ทิวและพี่เรียวพูดออกมาพร้อมกัน “อะไร?”“กูจะเอาน้องไปอยู่บ้านกู พวกมึงไม่ต้องเสนอหน้าไป ถ้ายังทะเลาะกัน” พี่เมืองไม้พูดด้วยท่าทีไม่สนใจพี่ทิวและพี่เรียว“ไม่ ไม่ได้เด็ดขาด ถ้
“เดี๋ยวพรุ่งนี้กูจะซื้อหมามาสู้กับหมามึง”“เฮอะ หาตัวที่มันเชื่อง ๆ ล่ะ เดี๋ยวจะกัดเจ้าของอีก”“พอเถอะค่ะ วิวบอกแล้วใช่มั้ยคะว่าถ้าไม่นอนก็ไปคุยกันข้างนอก บ้านตั้งใหญ่โตมีห้องอื่นให้ทะเลาะกันอีกตั้งเยอะ ขอร้องเถอะค่ะ ขอแค่ไม่ใช่ที่นี่จะได้มั้ยคะ” ฉันเอ่ยขึ้นอีกครั้งเมื่อทั้งสองคนไม่ยอมเลิกรากันสักที“ใครทะเลาะ” เสียงของทั้งสองคนพูดขึ้นพร้อมกัน “พวกเราแค่สนทนากันแค่นั้นเอง” และพูดประโยคเดียวกันอีกครั้งเหมือนกลายเป็นว่าฉันโดนรุม ส่วนเขาทั้งสองคนไม่ใช่คนผิด เหมือนเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เป็นเพราะฉันที่เข้าใจผิดไปแค่นั้นเอง“ถ้าแค่สนทนา งั้นก็เลิกสนทนาเถอะค่ะเพราะวิวจะนอน แต่ถ้ายังคิดถึงกัน ยังอยากสนทนากันก็ไปสนทนาห้องอื่นเถอะนะคะ จะห้องของพี่เรียวก็ได้ สนทนากันให้หนำใจ” ฉันตามน้ำไปค่ะ ไม่ได้ประชด แต่อยากนอนเงียบ ๆ อยากพักผ่อนแล้ว แต่เหมือนทั้งสองคนจะไม่ค่อยให้ความร่วมมือ“ไม่สนทนาแล้วค่ะ พี่อยากนอนกอดวิวแล้ว” พี่ทิววางกะทิลงข้าง ๆ ฉันอีกฝั่งหนึ่ง แล้วตัวของพี่ทิวก็นอนลงมาพร้อมโอบกอดฉัน“พี่ก็อยากนอนกอดน้องบ้าง แต่วันนี้ไม่มีที่ว่างให้พี่เลย พี่น้อยใจจังค่ะ” พี่เรียวทำหน้าน้อยใจอย่างชั
มันเหมือนจะดีใช่มั้ยคะ ที่พี่ทิวกับฉันกลับมาอยู่ด้วยกัน ฉันคิดว่าเป็นเรื่องดีแต่ที่ไหนได้ฉันลืมคิดไปว่าพี่ทิวกับพี่เรียวเขายังขึงขังใส่กันไม่เลิกรา มันจึงกลายเป็นเรื่องน่าปวดหัว เมื่อพี่เรียวรู้ว่าพี่ทิวมาหาฉันที่บ้าน พี่เรียวก็รีบบินกลับมาไทยทันที คนสนิทของพี่เรียวบอกว่าพี่เรียวทิ้งงานในส่วนที่เหลือให้คนอื่นจัดการส่วนตัวของพี่เรียวนั้นก็… “กูจะนอนกับน้องกูจะผิดตรงไหน กูนอนของกูทุกวันมึงก็รู้” เสียงของพี่เรียวค่ะ เขากำลังต่อปากต่อคำกับพี่ทิว เป็นแบบนี้มาสักพักใหญ่แล้วไม่มีใครยอมใคร“ที่ผ่านมากูไม่อยู่ไง แต่ตอนนี้กูอยู่แล้ว กูจะนอนกับเมียกู” พี่ทิวเถียงกลับขอขยายความก่อนว่าปกติพี่เรียวจะมานอนเป็นเพื่อนฉันตลอด นับตั้งแต่ที่ฉันออกจากโรงพยาบาลหลังจากที่ผ่าตัดเสร็จ พี่เรียวจะมีที่นอนของเขา ซึ่งพี่เรียวสั่งคนขนเข้ามานอนข้างเตียงฉัน ส่วนเตียงของฉันก็จะมีกะทินอนข้างกาย คือตอนกลางคืนพี่เรียวจะเป็นคนดูแลฉันตลอด ไม่ให้พยาบาลพิเศษมาวุ่นวาย“กูก็จะดูแลน้องสาวกู” พี่เรียวบอกขณะที่นั่งอยู่บนเตียงของตัวเอง“เมียกูกูดูแลได้ มึงไม่ต้องมาดูแลแล้ว” พี่ทิวว่ากลับ ซึ่งพี่ทิวนั่งอยู่บนฟูกบนเตียงเดียวกัน
“คิดไปถึงไหนแล้วที่รัก พี่แค่จะบอกว่าพี่ก็เลยจัดการผู้หญิงคนนั้นให้หายออกไปจากครอบครัวของเรา ต่อไปวิวจะได้ไม่ต้องเกะกะตาเพราะผู้หญิงคนนั้นอีกแล้วนะคะ”“พี่ทิวพูดจริงเหรอคะ”“จริงสิคะ พี่ไม่ชอบโกหกวิวก็รู้”“แต่เมื่อกี้สีหน้าของพี่ทิวไม่ใช่แบบนั้นเลยนะคะ พี่ทิวทำอย่างกับว่าไปมีอะไรกับผู้หญิงคนนั้นแล้ว”“พี่จะมีอะไรกับใครได้คะ นอกจากเมียพี่คนเดียว แล้วก็จดทะเบียนสมรสกับพี่แล้ว ที่รักไม่มีสิทธิ์คิดถึงใบหย่านะคะ” ฉันนั่งมองหน้าพี่ทิว ฉันรู้ว่าเขาไม่ใช่คนชอบโกหก แต่ท่าทางเมื่อครู่มันเหมือนจริงมากนะแล้วฉันควรเชื่ออันไหน“เชื่อพี่เถอะที่รัก คนอย่างพี่รักใครแล้วรักเลย พี่ไม่คิดรักคนอื่นอีก เมื่อกี้พี่แค่อยากแกล้งวิวบ้าง เพราะวิวทิ้งพี่ร้องไห้อยู่ได้ตั้งนาน พี่คิดถึงวิวมากรู้บ้างมั้ยคะที่รัก”“แค่แกล้งจริง ๆ ใช่มั้ยคะ”“จริงสิคะ ผู้ชายหวงตัวอย่างพี่ ต่อให้เมามากแต่ไหน แต่ถ้าผู้หญิงอื่นที่ไม่ใช่วิวมาแตะพี่ต้องรู้สึกตัวอยู่แล้ว วิวยังเป็นผู้หญิงคนแรกและจะเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ได้ทั้งตัวและหัวใจของพี่ตลอดไป” พี่ทิวยื่นมือมาจับมือของฉันไปจูบและสูดดม และเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ฉัน“พี่ทิวโกรธวิวมั้ยคะ”
[VIEW TALK]สามเดือนผ่านไปแล้วนับตั้งแต่วันที่ฉันผ่าตัด ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงกายภาพบำบัด เริ่มลงน้ำหนักก้าวเดินได้ แต่ยังไม่เหมือนคนปกติทั่วไปเดินกัน ซึ่งมาได้ขนาดนี้ก็นับว่าดีมากแล้วไม่น่าเชื่อว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี แสดงว่าอาวอร์มของพี่ทิวเขาเก่งมากจริง ๆแฝดมาหาฉันแทบทุกวัน แฝดมากับมี้และป๊าเสือ ด้านพี่ทิวเห็นว่าเขารักษาตัวจนหายดีและกลับไปทำงานบริหารโรงแรมในส่วนของเขา พี่ชายของฉันบอกว่าพี่ทิวโอเคขึ้นมาก ๆ หลังจากที่เมาหัวราน้ำไปสักพักใหญ่มันก็เลยทำให้ฉันแอบคิดน้อยใจอีกว่าหรือพี่ทิวไม่ต้องการฉันแล้ว เขาถึงฟื้นฟูตัวเองได้เร็วขนาดนั้นคือความจริงแล้วอะ เขาเป็นแบบนี้มันก็ดีแล้ว ผิดที่ฉันนี่แหละที่น้อยเนื้อต่ำใจไปเอง ทั้งที่ความจริงเขามีความสุขดี ฉันก็ควรมีความสุขด้วย เพราะคือสิ่งที่ฉันเลือกเอง“แล้วจะร้องไห้ทำไมล่ะ เธอควรดีใจสิ ควรดีใจที่พี่ทิวสบายดี” ฉันนั่งเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาเพราะความรู้สึกบ้าบอของตัวเองฉันคงงี่เง่างอแงเพราะอยู่คนเดียวมั้ง เนื่องจากพี่เรียวมีงานด่วนที่ญี่ปุ่น ส่วนพี่เมืองก็ไปเจรจากับนักลงทุนร่วม ตอนนี้ฉันจึงอยู่บ้านกับพยาบาลพิเศษ และแม่บ้านของพี่เรียว แล้วก็







