Se connecter[Nos Talk]
พี่ชายสุดที่รักของผมสอนไว้ว่า…ถ้าอยากได้เนื้อชิ้นงาม เหยื่อล่อต้องพิเศษ รอบนี้ผมก็เลยเอาตัวเองมาเป็นเหยื่อล่อ ทนเจ็บตัวนิด ๆ หน่อย ๆ เพื่อเรียกคะแนนความสงสาร เรียกร้องความสนใจ บีบปั้นน้ำตาเล็กน้อย ก็ถือว่าคุ้มค่ากับสิ่งที่ลงทุน
ก็แค่ชอบ อยากได้มาเก็บไว้ในคอลเลกชันของสะสม
เมื่อก่อนน่ะเป็นสิ่งของ แต่ครั้งนี้พิเศษเพราะผมอยากได้เธอที่เป็นคนเป็น ๆ มาเก็บไว้เป็นของของผม
แต่เธอก็เกินไปที่เปรียบผมเป็นหมา ใครจะคิดว่ามารีที่เธอหมายถึงคือหมาของเธอ แล้วมีมาบอกผมด้วยว่าขนาดมารียังไม่เรียกเธอว่าเวย์ ไอ้ผมก็หลงดีใจ
ที่ไหนได้มารีเป็นหมาจะพูดได้ไง เธอนี่ร้ายซะจริง
“นอส มาเร็วเดี๋ยวไม่ทัน” เธอที่เดินไปจนถึงหน้าห้องเรียนหันหลังกลับมาเรียกผม ผมส่งรอยยิ้มไร้เดียงสาให้เธอก่อนจะรีบวิ่งไปหาเธอ
รอยยิ้มแบบนี้ผมมักใช้อ้อนย่ากับอา ๆ ของผมอยู่บ่อย ๆ ส่วนแม่อ้อนไม่ได้ครับ แม่รู้ทัน
“นายจะยิ้มอะไรนัก เพิ่งโดนรังแกมานะ อารมณ์ดีอยู่ได้” เมื่อผมวิ่งมาถึง เธอก็ทำหน้าคล้ายจะหงุดหงิดที่ผมฉีกยิ้ม
“ก็เพราะได้เวย์ช่วยนอสไว้ไงครับ นอสก็เลยยิ้มได้” ผมยังคงยิ้ม และผมเป็นคนพูดเพราะ เนื่องจากไอ้คุณพี่ทิว พี่ชายสุดที่รักของผมบอกผมไว้ว่า ‘พูดจาไพเราะมีชัยไปกว่าครึ่งไม่ว่าเรื่องไหนก็ตาม’
ผมจึงเอาเป็นแบบอย่างคำสอนเรื่อยมา
“ทำไมมาด้วยกันว้าาาา…คุณหนูปากหมากับคุณชายแว่นเด็กเนิร์ด” เป็นเสียงของพวกพูดไม่คิด ถนัดเห่าแต่ไม่เก่งเรื่องลงมือทำ ไม่สนใจด้วยว่าใครจะคิดยังไงกับคำที่พวกมันพ่นออกมา
ผมไม่ชอบคนพวกนี้ แต่ก็เก็บไว้ดูเล่น ให้เป็นสีสันที่รำคาญในชีวิตของผม และให้พวกมันเป็นตัวเบี้ยที่ก่อให้ตัวผมมีแต่ความน่าสงสาร เวฬาของผมจะได้เห็นใจผมมากขึ้น
“นั่นปากเหรอ ทำไมชอบว่าคนอื่นจัง เรียนไม่ได้อย่างเขา หรือที่บ้านให้ความรักไม่พอ หรือว่านายมีปมตั้งแต่เด็กแก้ไขยังไงก็ไม่หาย บรรเทาได้ด้วยการพูดข่มคนอื่นไปวัน ๆ อะไรแบบนั้นใช่มั้ยอะ” นี่มั้งครับหนึ่งเหตุผลที่ผมชื่นชอบจนถึงขั้นอยากเก็บเธอมาเป็นหนึ่งในคอลเลกชันลิมิเต็ดอิดิชันชิ้นเดียวในโลก
เธอชื่อ ‘เวฬา’ นามสกุลอะไรไม่รู้ ผมไม่ได้ใส่ใจ บ้านเธอรวยมาก แต่สู้ตระกูลของผมไม่ได้ เธอเป็นเด็กเรียบร้อยเวลาที่ผู้ปกครองมารับมาส่ง แต่พอพ้นสายตาผู้ปกครองเธอมักจะโดดกำแพงไปกินข้าวต้มที่ตั้งอยู่ข้างโรงเรียน โรงเรียนเข้าแถวเคารพธงชาติ อาจารย์พูดหน้าเสาธงจบเธอก็จะกระโดดข้ามกลับมา
เธอเริ่มเป็นแบบนั้นตั้งแต่ขึ้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จนตอนนี้เราอยู่มัธยมศึกษาปีที่ 4 และผมเริ่มสังเกตพฤติกรรมเธอเรื่อยมา จนกระทั่งอยากเอาเธอมาเก็บไว้ถึงได้เริ่มเคลื่อนไหวบ้าง
เราเป็นเพื่อนร่วมห้องกันตั้งแต่ประถมศึกษาปีที่ 2 วันนั้นเธอถูกเรียกว่าเด็กใหม่ กระทั่งผ่านไปนานเข้ามีนักเรียนเข้าใหม่ เธอก็ถูกเรียกขานด้วยชื่อแทน
วันนี้เธอใส่กางเกงในสีชมพูหวานแหวว ช่างไม่เข้ากับบุคลิกโลดโผนของเธอเอาซะเลย แล้วยังชอบพกผ้าเช็ดหน้าสีขาวปักลายลูกไม้อีก ดูผิวเผินเธอคือลูกผู้ดี แต่ถ้าสังเกตจริง ๆ เธอคือผู้หญิงแก่นเซี้ยวดี ๆ นี่เอง
ที่ผมเห็นกางเกงในเธอก็เพราะตอนเธอกระโดดข้ามกำแพงกระโปรงเธอมันเปิด ผมที่นอนกองอยู่กับพื้นก็มองอย่างเต็มตาสิครับ
“เจ็บมั้ยเหมียว” คุณพุฒถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพร้อมกับดึงฉันเข้าสู่อ้อมกอด“ไม่เป็นไรนะ พี่อยู่นี่แล้ว พี่จะไม่ให้ใครหน้าไหนมาทำแบบนี้กับเหมียวอีกแล้วนะครับ” มือหนาลูบที่ศีรษะของฉันอย่างอ่อนโยน“บอสคะ บอสฟังหนิงก่อนนะคะ หนิงอธิบายได้” เสียงของน้องสาวฉันดังขึ้น“ไม่ต้องอธิบายเรื่องเลวระยำอะไรทั้งนั้น” คุณพุฒส่งเสียงดังลั่นใส่น้องสาวของฉัน และหันหน้าไปหาแม่เลี้ยงของฉันต่อ “คุณควรพาลูกสาวของคุณหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะหนีได้ ตั้งแต่พรุ่งนี้อย่าให้ผมเจออีก ไม่งั้นผมจะทำให้ชีวิตของคุณและลูกของคุณป่นปี้ไม่มีชิ้นดี ผมทำได้ทุกอย่างเหมือนที่คุณขู่เหมียว และอย่าลืมว่าผมรวยกว่าคุณเยอะ เราต่างกันตรงนี้นะครับ ดูซิว่าใครจะชนะ”“ไม่นะคะ หนิงไม่ไป หนิงจะอยู่กับบอส หนิงรักบอสนะคะ” น้องสาวของฉันพยายามจะเข้าหาคุณพุฒ แต่คุณพุฒสะบัดผลักเธอออก“ไปได้แล้วยัยหนิง แค่ผู้ชายคนเดียวแกจะเอาชีวิตมาทิ้งหรือไง เลิกบ้าแล้วไปได้แล้ว ฉันจะหาคนที่ดีกว่านี้ให้แกเอง” แม่เลี้ยงของฉันคงรู้ว่าคนอย่างคุณพุฒเอาจริงแน่ๆ“ไม่ หนิงไม่เอา หนิงรักคุณพุฒ”“ถ้าแกไม่ไปก็เรื่องของแก แล้วถ้าหาฉันไม่เจออย่ามาร้องไห้แล้วกัน แกก็รู้ว่าเวล
ตอนนี้เวลา 18.55 น. แม่ของคุณพุฒกลับไปแล้ว ส่วนคุณพุฒจะค้างที่นี่กับฉันและลูก เขาให้คนของแม่เขาเอารถเขากลับบ้านด้วยค่ะ เขาบอกจะใช้คันเดียวกันกับฉันคนอะไรไม่ถามความสมัครใจของฉันเลย“คุณอาบน้ำเลยนะคะ เดี๋ยวฉันไปเตรียมกับข้าวในครัว” น้องพายุหลับแล้วค่ะ เห็นแม่คุณพุฒเล่าว่าพายุดูชอบท่านมาก ยิ้มแย้มเก่ง สดใสร่าเริง ฉันก็พอเข้าใจคนเป็นย่านะคะ หลานตัวเองอะไรก็ดีหมด“โอเค เดี๋ยวพี่ลงไปช่วยนะครับ”“ค่ะ” ขานรับไปงั้นนั่นแหละค่ะ คนอย่างเขาจะช่วยทำอะไรได้ ช่วยกวนน่ะสิ เขาทำอาหารเป็นที่ไหนกันคุณพุฒบอกกับแม่ของเขาว่าอยากจะจัดงานแต่งให้เร็วที่สุด อยากให้ทุกอย่างถูกต้อง แม่ของเขาไม่ขัดอยู่แล้วเพราะว่าท่านก็อยากได้หลานไปเลี้ยงที่บ้านวันนี้ฉันทำเมนูผัดกะเพราเนื้อกับไข่ดาว อาหารจานด่วนค่ะ อยู่กันสองคนไม่ต้องมากพิธีอะไร มันเป็นเมนูที่คุณพุฒเคยชอบทานด้วยนั่นแหละ คือฉันไม่ได้อะไรนะ แค่ไม่รู้จะทำอะไรให้เขาทานไงคะปิ๊งป่อง ปิ๊งป่อง...“ใครมากันล่ะ นี่มันมืดแล้วนะ” ฉันถอดผ้ากันเปื้อนปิดแก๊สและรีบเดินออกมาที่หน้าบ้าน กำลังจะผัดอยู่แล้วเชียว ดันมาขัดจังหวะการทำอาหารของฉันซะได้“แม่...” ฉันเปิดประตูบ้านมาจึงไ
สิบนาทีต่อมา…“นั่นไงหนูเหมียวมาแล้ว” แม่ของคุณพุฒเอ่ยขึ้น และคุณพุฒกำลังอุ้มลูกด้วยท่าทางเก้ ๆ กัง ๆคุณพุฒหันมายิ้มให้ฉัน จะยิ้มทำไม ฉันไม่สนใจหรอกนะ“ไปกันได้แล้ว เดี๋ยวแม่ดูแลหลานเอง” แม่ของคุณพุฒอุ้มลูกของฉันออกจากอ้อมแขนของคุณพุฒ พายุกำลังหลับค่ะ เขาเป็นเด็กเลี้ยงง่าย และชอบง่วงมาก ๆ“ฝากพายุด้วยนะคะคุณแม่” ที่เรียกคุณแม่ เพราะฉันเคยเรียกแบบนี้มานานมากแล้วฉันกับคุณพุฒเคยรักกันเมื่อตอนสมัยเรียน ฉันเป็นรุ่นน้องที่รู้จักผ่านเพื่อน ๆ ของเขา เขาจีบฉัน แล้วเราก็ตกลงเป็นแฟนกันคบกันได้ 3 ปี ก็มีเหตุให้เราต้องเลิกกัน เป็นฉันที่ผิดและนับจากนั้นเราก็ไม่เจอกันอีก กลับมาเจอกันอีกครั้งในวัยทำงาน พลาดมีอะไรกันเพราะนัดดื่มฉลองที่งานของทั้งสองฝ่ายสำเร็จลุล่วงและเมื่อฉันตื่นมาคุณพุฒก็ยื่นข้อเสนอที่ฉันไม่อาจเลี่ยงได้ฉันจึงต้องยอมเขา และเรามีอะไรกันเรื่อยมา โดยที่ป้องกันตลอด ป้องกันแบบไหนไม่รู้ถึงได้พลาดท้อง เมื่อรู้ว่าตัวเองท้องฉันจึงหลีกเลี่ยงการเจอเขา ประจวบเหมาะกับคุณพุฒเฮิร์ทที่โดนบอกเลิก ทำให้เขาไปขลุกตัวอยู่ต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ฉันนึกว่าทุกอย่างจะโอเค เขากับฉันต่างคนต่างมีชีวิต แต่ที่ไ
“เหมียวคลอดลูกแล้วนะครับ น่าจะได้ขวบนิด ๆ แล้ว ผมเพิ่งรู้” ผมบอกแม่พร้อมท่าทางสบาย ๆ “ถ้าแม่อยากได้หลานกับลูกสะใภ้ก็ไปพูดเอานะครับ ผมพูดแล้วเหมียวไม่สนใจ”“นี่แกจะแต่งงานเหรอตาพุฒ ตายแล้ว นี่ฉันหูฝาดไปรึเปล่าเนี่ย” สีหน้าดีขึ้นมาแล้วครับ“งั้นมั้งครับ แต่แม่ต้องเอาลูกกับเมียผมมาให้ได้ก่อนนะครับ รายนั้นรั้นเกินใคร” ผมพูดและลุกขึ้นยืน “ผมว่าวันนี้ผมนอนบ้านสักหน่อยดีกว่า” บอกแม่แล้วก็เดินขึ้นห้องสิครับบางทีผมก็เบื่อชีวิตแบบนี้แล้วเหมือนกัน อายุของผมก็ไม่ใช่น้อย ๆ แล้ว ตอนนี้ก็มีลูกแล้ว ผมควรพอสักที ส่วนแม่ของลูกก็... เคยรัก เดี๋ยวก็รัก รักไม่ยากหรอกครับ ถ้าทำให้ผมรักเธอได้อีกครืด ครืด ครืด...“อืม”(กลับมาที่ห้องมั้ยคะ)“ไม่”(แต่ฉันคิดถึงคุณนะคะ)“ผมมีเรื่องให้คิด และต้องลงมือทำ”(เรื่องอะไรคะ)“เรื่องส่วนตัวของผม”(เข้าใจแล้วค่ะ)“อืม”(คิดถึงคุณนะคะ)ผมกดวางสาย ไม่คิดพูดอะไรต่อ ผมไม่เน้นพูดอยู่แล้ว ส่วนใหญ่เน้นทำ และนี่คือหนึ่งปัญหาที่ผมต้องกำจัดทิ้งเมื่อแต่งงานแล้ว หรืออาจจะก่อนแต่งงานผมควรเป็นพ่อที่ดี อ้อ สามีที่ดีด้วย ผมยึดคติที่ว่า ถ้าจะดูแลใครแบบจริงจัง ต้องเลิกสันดานเลวทรามเ
[PUSH TALK]“มาทำไมคะ” ผู้หญิงเบื้องหน้าของผมเอ่ยถาม เธอคือเจ้าของบ้านที่ผมยืนอยู่ในตอนนี้“ทำไมไม่บอกผม” น้ำเสียงที่ผมส่งไปคือฉุนเฉียว ไม่พอใจใช่ ผมโมโห ผมโกรธแต่ก็ไม่กล้าที่จะลงกับเธอมากนัก“ฉันคิดว่ามันไม่จำเป็น ฉันทำผิดสัญญาเอง” เธอไม่ได้ยิ้ม และไม่ได้แสดงออกมาว่ากลัวผมสักนิดเธอน่ะเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร ชอบทำเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไร ชอบหลับหูหลับตาไม่สนใจอะไรทั้งนั้นแต่บทจะร้าย ก็ร้ายใช่เล่น“ที่พูดมานี่คือคิดแล้วใช่มั้ย”“ฉันคิดก่อนพูดเสมอค่ะ”“ผมไม่มีเวลามาทะเลาะกับคุณนักนะ”“คุณไม่เคยมีเวลาให้ฉันเลยต่างหาก”“ผมต้องการลูก” ผมบอกถึงความต้องการของการที่ผมมาที่นี่ มาแสดงตัวตรงหน้าเธอ“ลูกใคร?”“อย่าเล่นสงครามประสาทกับผม คุณก็รู้ว่าผมเป็นใคร”“ฉันจำขึ้นใจว่าคุณคือใคร และที่นี่ไม่มีลูกของคุณค่ะ หมดธุระแล้วเชิญคุณกลับไป”“ไม่ใช่คุณนะที่จะเดือดร้อน คุณก็รู้ว่าผมรู้จุดอ่อนของคุณ” ผมกำลังขู่ และที่ผ่านมาผมเอาเรื่องนี้มาขู่เธอตลอดหลายปีที่ผ่านมา“ให้จุดอ่อนของฉันมีลูกให้คุณสิคะ ปล่อยฉันกับลูกไปเถอะ ฉันเบื่อวงจรนี้แล้ว” ใบหน้าของเธอแสดงถึงความเบื่อออกมาอย่างเด่นชัดเธออาจจะเบื่อผม เบื
เวลา 14.30 น.ผมกลับมาถึงบ้าน เธอยังไม่กลับมาด้วยซ้ำ อาจจะเพราะเธอคงคิดว่าผมจะไม่กลับบ้านเวลานี้ปัญหาคือผมควรทำยังไงต่อ ลูกทั้งสองโตขึ้นทุกวัน ให้เลิกกันตอนนี้ ผมรับไม่ไหว จะว่าไปเลิกตอนไหนผมก็รับไม่ไหวทั้งนั้นเวฬาผู้หญิงที่รักผมมาก ตอนนี้เธอรักคนอื่นแล้วใช่ไหม?ผมขึ้นมานอนบนเตียง คว้าหมอนของเธอมานอนกอด ผมชอบกลิ่นกายเธอ ผมรักเธอ ผมขาดเธอไม่ได้ แล้วแบบนี้ผมควรทำยังไงดียอมโง่เหรอ? แบบนั้นก็น่าจะดีอยู่นะ ยอมโง่เพื่อมีเธออยู่ในชีวิต“ทำไมวันนี้กลับเร็ว” ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง เสียงของเธอก็ดังขึ้น เสียงเท้ากำลังก้าวเดินมาเรื่อย ๆ “ทำไมนอนคลุมโปง ไม่สบายรึเปล่า” เวฬาสอดมือเข้ามาในผ้าห่มมาแตะที่หน้าผากของผม มือบางที่กำลังลูบคลำแตะโดนที่ใบหน้าผม“เธอร้องไห้ทำไม เป็นอะไร” เสียงของเธอดูตกใจก่อนจะดึงผ้าห่มออกจากตัวผม “นอสเป็นอะไร”“เธอไม่รักเค้าแล้ว เธอเบื่อเค้า เธอมีคนอื่น ที่ไม่ยอมแต่งงาน ไม่ยอมจดทะเบียนด้วยเพราะเธอรอวันทิ้งเค้าไปแบบง่าย ๆ โดยไม่มีอะไรผูกมัดใช่มั้ย อย่าทิ้งเค้าเลยนะครับเวย์ ทั้งใจของเค้ามีแค่เธอ ถ้าเธอทิ้งเค้าไป เค้าจะอยู่ยังไง สงสารเค้าเถอะนะ อย่าทิ้งเค้าเลย ไหนจะลูกของเ







